น่าอ่าน เรื่องราวก่อนและหลังการเสียชีวิต"มิตร ชัยบัญชา"สุดยอดพระเอกหนังไทยกับฉากสุดท้ายในชีวิต ตกฮ.ที่พัทยา ชลบุรี

คืนวันที่ 7 ตุลาคม 2513 (ก่อนวันสุดท้ายของชีวิต) ที่กองถ่าย น้องนางบ้านนา ในฉากชกต่อยกันในสลัมระหว่างพระเอกกับอันธพาล ได้เกิดอุบัติเหตุขึ้นกับพระเอกมิตร โดยที่ไม่ค่อยมีใครจดจำหรือตกใจเท่าไร ข้อมือซ้ายของมิตรไปฟาดเข้ากับขอบสังกะสี โดนบาดเป็นแผลยาว 3 เซ็น เลือดไหลเป็นทาง แต่มิตรไม่ยอมไปโรงพยาบาลให้หมอเย็บแผล เพียงแต่เอาผ้ามาพันผูกห้ามเลือดเท่านั้น แล้วก็ถ่ายหนังต่อ เพราะพรุ่งนี้ (8 ตุลาคม) มีคิวถ่ายฉากสำคัญของอินทรีทอง ที่ไม่มีใครคิดหรอกว่า..แผล 3 เซ็นนั้น จะสามารถขยายผลลุกลามรุนแรงถึงชีวิตได้

พอเสร็จจากกองถ่าย "น้องนางบ้านนา" มิตร ชัยบัญชา ไปเข้ากล้องเรื่อง นางฟ้าชาตรี ต่อถึงเช้า หนังเรื่องนี้เป็นของ คุณสุพรรณ พรามย์พรรณ ถ่ายเสร็จตี 5 มิตรก็กลับบ้าน ลืมสายสร้อยพระที่ถอดออกจากคอซึ่งฝากไว้กับคุณสุพรรณ เพราะผู้กำกับสั่งให้ถอดเพื่อให้สมบทบาท แล้วมิตรก็นั่งรถโตโยต้า มีคนขับชื่อวิเชียร ขับมาที่บ้าน มีรถของดารา "ไกร ครรชิต" ขับตามมาด้วย เพราะจะต้องไปถ่าย "อินทรีทอง" ด้วยกันที่พัทยา ในวันที่คนทั้งประเทศ "ตกใจ..ซึมเศร้า..ร้องไห้

ตีสาม.. มิตรยังถ่ายหนังเรื่องนางฟ้าชาตรีอยู่ในโรงถ่ายอยู่เลย ที่ข้อมือซ้ายมีบาดแผลเป็นรอยบาดจากขอบสังกะสีเป็นทางยาว เพราะในฉากที่ชกต่อยกับผู้ร้ายเขาเหวี่ยงมือไปฟาดกับขอบสังกะสี แต่ก็ไม่ได้ทำแผลอะไรเป็นพิเศษ เป็นรอยบาดที่ผิวหนังธรรมดาเท่านั้นไม่มีอันตรายอะไร ก็ถ่ายหนังกันต่อจนถึงตีห้า

พอตีห้า มิตรนั่งรถออกมาจากกองถ่าย โดยลืมสร้อยพระไว้ที่ผู้กำกับหนัง เขาถอดสร้อยพระออกจากคอก็เพื่อเข้าฉาก รถคันที่คุณมิตรนั่ง วิ่งนำไปข้างหน้า มีรถเก๋งขับตามหลังมาอีกหนึ่งคัน คือรถของ คุณไกร ครรชิต คุณไกร ได้เล่าให้ผมฟังว่า..
"...เราถ่ายหนังอยู่ด้วยกันจนสว่าง พี่เชษฐ์ (ชื่อก่อนเข้าวงการของ คุณมิตร ชัยบัญชา) เขาถามว่ามีคิวถ่ายที่พัทยาด้วยไม่ใช่หรือ ยังงั้นไปด้วยกัน ให้เอารถไปจอดทิ้งไว้ที่บ้านของเขาก็เลยขับรถออกจากโรงถ่ายมาพร้อมๆกัน ขับตามเขาไป พี่เชษฐ์นั่งอยู่ที่เบาะหลัง เขาไม่ขับรถเองหรอกเขาบอกว่าอันตรายเพราะอดหลับอดนอนเดี๋ยวขับไปชนคนอื่นเข้าจะเดือดร้อน เขามีคนขับประจำตัวตลอดเวลา พอรถวิ่งไปถึงสะพานผ่านฟ้า ตรงบริเวณที่ดินของเขาที่กำลังลงมือก่อสร้างโรงหนัง เขาเอามือโผล่ออกมาจากหน้าต่างรถแล้วชี้มือให้มองดูตรงนั้นมีป้ายคัทเอ้าต์โฆษณาหนังเรื่องอินทรีทองอันใหญ่มากตั้งอยู่ ผมรู้สึกได้ว่า เขาภูมิใจกับผลงานของเขามาก ทั้งการสร้างโรงหนังและการกำกับหนัง อินทรีทอง เพราะโดยปกติแล้ว พี่เชษฐ์ แค่ขึ้นรถนั่งยังไม่ทันถึงนาทีก็หลับคอพับคอเอียงแล้วด้วยความเหนื่อยและอ่อนเพลีย แต่นี่เขานั่งมาไม่ยอมหลับก็เพราะอยากจะดูที่ดินของเขาและรอชี้มือให้ผมดูด้วย และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่ตัวเขาได้มองดูผลงานและความตั้งใจที่ทุ่มเทอย่างสุดชีวิตของเขา เพราะเขาไม่มีโอกาสที่จะกลับมาดูมันอีกแล้ว..."

ตีห้าครึ่ง.. คุณมิตรเดินทางไปถึงบ้านที่ซอยอารีย์สัมพันธ์ ๓ (จันทโรจน์วงศ์) เป็นบ้านตึกทรงฝรั่งหลังใหญ่ ติดแอร์ ตกแต่งทันสมัย ในบริเวณบ้านมีบ้านหลังเล็กที่เชื่อมไว้ด้วยระเบียงบ้านเดินถึงกันได้ และใกล้ๆก็มีบ้านชั้นเดียวเล็กๆ ที่ใช้สำหรับทำราวแขวนเก็บเสื้อผ้าที่ใช้สำหรับถ่ายหนัง แขวนไว้เป็นแถวเป็นแนวมีระเบียบเรียบร้อย ในบ้านหลังเล็กที่ใช้เก็บเสื้อผ้านี้ มีแต่เสื้อผ้าอย่างเดียวเท่านั้น ทั้งหลังเก็บตั้งแต่เรื่องแรก ชาติเสือ เป็นต้นมา ไม่เคยทิ้งเลย ราวแขวนแต่ละแถวแต่ละแนว จะมีผ้าคลุมกันฝุ่นไว้ด้วย เรียกได้ว่า เป็นคนเจ้าระเบียบ ระดับคุณละเอียดเลยทีเดียว แล้วคนประเภทนี้จู่ๆจะไปโหนโตงเตมือเปล่า อยู่บนท้องฟ้าสูงๆได้อย่างไร ถ้าไม่ได้เป็นผู้ถูกกระทำโดยความประมาทของผู้อื่น จากคนเฮงซวยบางคน..

หกโมงเช้า.. คุณมิตรอาบน้ำแต่งตัวด้วยเสื้อยืดตัวใหม่ที่พึ่งซื้อมาจากฮ่องกง เป็นผ้ายืดบางๆเข้ารูป ที่หน้าอกมีแถบคาดหนึ่งเส้น เก๋ไก๋วัยรุ่นซะ คุณไกร ครรชิต อาบน้ำแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่ทิ้งติดไว้ในรถ แล้วขับรถเข้ามาจอดทิ้งไว้ในบ้าน จอดติดกับเรือโบ๊ตลำโปรดของคุณมิตร ซึ่งในเวลานั้น คุณมิตรถ้ามีเวลาว่างเมื่อใด ต้องไปทะเล ดำน้ำ แล่นเรือ ตกปลา กำลังเห่อสุดๆ
ในขณะที่คุณมิตรกำลังจะออกจากบ้านไปยังกองถ่ายที่พัทยา แต่เด็กรับใช้ในบ้านที่มีหน้าที่ดูแลเสื้อผ้าสำหรับใช้ถ่ายหนัง วิ่งมาบอกว่า หาชุดอินทรีแดงไม่พบ ให้ไปหาเท่าไรก็ไม่พบ คุณมิตรไปช่วยหาด้วยตนเองก็ยังไม่พบ ในที่สุดต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยเอาเสื้อแขนยาวมาหนึ่งตัว กางเกงขายาวมาหนึ่งตัว เอาไปเป็นแบบให้ช่างตัดเสื้อที่ชลบุรี ตัดเป็นชุดอินทรีแดงขึ้นมาใหม่ เพื่อใช้ถ่ายทำงานในวันนี้ให้เสร็จเรียบร้อย

คุณมิตร เดินทางออกจากบ้านในเวลาประมาณหกโมงกว่าๆ เป็นเช้าวันที่มีหมอกลงมาหนาทึบไปทั่วทั้งกรุงเทพฯ เพราะฤดูหนาวมาเร็ว มากระทบกับปลายฝนของต้นเดือนตุลาคมทำให้รถยนต์ที่วิ่งไปมา ต้องเปิดไฟหน้ารถทุกคัน คุณไกร ครรชิต นั่งหน้าคู่ไปกับคนขับ คุณมิตรนั่งที่เบาะด้านหลัง เสียงโฆษกในรายการวิทยุประกาศชื่อเพลง ซึ่งแต่งและขับร้องโดยครูสุรพล สมบัติเจริญ ให้ท่านผู้กำลังฟังรายการรับทราบ คุณมิตรได้ยินแล้วก็บ่นเสียงดังขึ้นมาว่า
"คนเรานี่ก็แปลกนะ ตอนมีชีวิตอยู่ไม่ยกย่อง พอเสียชีวิตตายจากกันไปแล้ว จึงจะมายกย่อง" ..สักพักเดียว แกก็นั่งหลับ คอพับ คออ่อน อยู่ที่เบาะด้านหลังรถไปตลอดทาง..
รถวิ่งฝ่าความเงียบและม่านหมอกไปจวนใกล้จะถึงเมืองพัทยา พลันเสียงคุณมิตรก็ดังมาจากเบาะด้านหลัง "เชียร..หยุดรับพระท่านไปด้วย" วิเชียรก็หยุดรถทันที พร้อมกับหันหน้ามองหาพระ..แต่ก็ไม่เห็น มองลงไปข้างทางเห็นแต่แมกไม้และทะเล
"พระธุดงค์นั้นหายไปไหนแล้ว" มิตรบ่น..ก่อนให้ออกรถไป

ฉากในวันนั้น..เป็นฉากที่อินทรีทองปราบเหล่าร้ายรวมถึงอินทรีแดงตัวปลอม ก่อนที่พระเอกจะเปลี่ยนไปใส่ชุดอินทรีแดง แล้ววิ่งไปเกาะบันไดที่โรยมาจาก ฮ. มีนางเอกคือ เพชรา สวมบทวาสนาแฟนสาวของโรม ฤทธิไกร มารับ
ขณะที่มิตรกำลังยืนสำรวจพื้นที่โดยรอบก่อนถ่ายทำ เขาได้ตะโกนบอกเด็กในกองถ่ายให้ไปบอกผู้ชายกับผู้หญิง 2 คน ที่ยืนอยู่ตรงจอมปลวก ให้หลบไปยืนที่อื่น เพราะกล้องจะจับภาพไปตรงนั้น มิตรได้สั่งงานไปหลายอย่าง เสร็จแล้วก็หันไปมองตรงจอมปลวกอีกครั้ง เขาก็ยังเห็นชายหญิง 2 คน ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มิตรอารมณ์เสียทันที ..."ไอ้น้อง..ไปบอกเขาหรือยัง ทำไมเขาถึงยังยืนอยู่อีก"... เสียงมิตรตะโกนลั่น!! ทุกคนหันไปมองตรงจอมปลวก แต่ก็ไม่เห็นมีใครสักคนยืนอยู่ บางคนคงคิดว่า..สงสัยพระเอกจะประสาทกินอีกแล้ว
"ทำไมไม่หลบ เขาจะถ่ายกันอยู่แล้ว" มิตรยังคงโวยวาย พร้อมกับโบกมือไล่ 2 คนนั้น จากนั้นเขาก็เดินไปคว้าปืนยาวที่ใส่ลูกปืนปลอมยิงตรงไปที่จอมปลวก 1 นัด

"ยอมหลบไปแล้ว พูดกันดีๆไม่รู้เรื่อง" คนรอบข้างยังงง พระเอกมิตร ยิงปืนไล่ใคร ? "คุณมิตรโบกมือไล่ด้วยตนเอง ดูซิ..ไล่ก็ทำเฉยอีก เดี๋ยวแดดก็หมดกันพอดี" คุณมิตรบ่น แล้วเดินตรงไปหยิบปืนยาวลูกปลอมที่ใช้ในกองถ่าย ยิงออกมามีแต่เสียง
"เออ..ต้องให้ยิงขู่ถึงจะหลบไปได้" มิตรบ่นดังๆ แต่คนที่ได้เห็นได้ยินงงกันหมด เพราะไม่มีใครมองเห็นอย่างที่มิตรพูดสักคนเดียว ได้แต่ถามกันด้วยความงุนงงว่า แกไล่ใครวะ สองคนนั่นเป็นใครวะ ไม่เห็นมีใครสักคน ภายหลังทุกคนก็มาตรองดูใหม่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านคงรู้ล่วงหน้าว่ามิตรกำลังจะมีภัยร้ายแรง จึงออกมาให้เห็นเพื่อเป็นการเตือน แต่ที่สุดแล้ว ก็ห้ามไม่ได้

เหตุการณ์ตรงนี้บอกความจริงเราได้ว่า คุณมิตรตั้งใจถ่ายฉากโหนเชือกหนีตำรวจ หรือที่เรียกว่าฉากจบนี้ในวันที่ ๘ ตุลาคม ไม่ใช่จะถ่ายวันที่ ๗ แล้วฝนตกจึงเลื่อนออกมาถ่ายในวันรุ่งขึ้น โดยนักบินบอกว่ามีธุระมาบินตรวจอ่าวแถวพัทยาอยู่พอดี จึงรับปากว่าจะแวะมาเข้าฉากให้ แต่ความจริงก็คือ นักบินรับคิวถ่ายในวันที่ ๘ ไว้แล้ว เพราะคุณมิตรเพิ่งจะหาชุดอินทรีแดงมาใช้ในฉากนี้ ในวันที่ ๘ แต่เมื่อชุดอินทรีแดงหาย คุณมิตรก็รีบแก้ปัญหาโดยการให้เอาเสื้อแขนยาวมา ๑ ตัว เอากางเกงขายาวมา ๑ ตัว นำไปเป็นแบบให้ช่างตัดเสื้อที่ชลบุรีดู แล้วเอาผ้าดำมาตัดตามขนาดไซด์นี้ แต่เสื้อไม่ใช้กระดุมที่คอติดซิปแทน คือชุดอินทรีแดงนั่นเอง เมื่อตัดเสร็จแล้วให้รีบเอาไปส่งที่กองถ่ายที่พัทยาทันที นั่นแสดงว่า คุณมิตรตายในชุดอินทรีแดงใหม่เอี่ยม ถอดด้ามที่ได้ใส่เป็นครั้งแรก และกลายเป็นครั้งสุดท้าย..

สรุปเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น ณ.สถานที่เกิดเหตุ วันพฤหัสบดีที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๑๓
เวลา ๑๖ นาฬิกาเศษ
๑. นักบินรู้และเข้าใจดีว่า มิตร ชัยบัญชา กำลังห้อยโหนอยู่ที่บันไดสลิง และเท้าไม่ได้เหยียบขั้นบันได การถ่ายทำในฉากนี้ เป็นการบินใกล้ๆระดับต่ำ บินผ่านหน้ากล้องถ่ายหนังให้กล้องจับภาพได้อย่างชัดเจน เพราะแม้แต่ตัวนักบินที่นั่งอยู่ในตำแหน่งคนขับก็ถูกจับแต่งตัวอยู่ในชุดของนางเอก
๒. มีคนในกองถ่ายที่ภาคพื้นดิน เป็นคนคอยออกคำสั่ง ส่งสัญญาณด้วยมือ ให้นักบินมองดูและปฏิบัติตาม
๓. มิตร เปลี่ยนชุดแต่งตัวเป็นอินทรีแดง แล้วเดินไปหยุดรอในพุ่มไม้ซึ่งเป็นจุดนัดพบ ที่นักบินจะนำเครื่องมารับตัว (เป็นการสวมชุดอินทรีแดงเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตของมิตร)
๔. ทุกอย่างพร้อม กล้องพร้อม (แต่ฟิล์มถ่ายหนังเหลืออยู่ในกล้องถ่ายหนังแค่ ๑๕ ฟิต แล้วอุบเงียบ เพื่อต้องการถ่ายทำฉากนี้ให้จบในวันนี้ เพราะหากบอกให้ทราบว่าฟิล์มหมด มิตร ต้องสั่งยกเลิกการถ่ายทำแน่นอน) คนส่งสัญญาณ โบกมือให้นักบินนำเครื่องลอยตัวขึ้นไปรับอินทรีแดงที่ยืนรออยู่ที่จุดนัดพบ
๕. มิตร กระโดดเอื้อมมือเกาะบันไดสลิง มือขวาจับที่ขั้นที่ ๔ และมือซ้ายจับอยู่ขั้นที่ 3 เขาจับขั้นบันไดนั้นไว้อย่างง่ายๆ แค่กำมือไว้ในอุ้งมือแล้วดึงตัวขึ้น เขาเหวี่ยงตัวเบาๆ 1 ครั้ง งอเข่าขึ้น แล้วเกาะนิ่งๆ หันหน้ามองไปในทิศทางที่ตั้งกล้อง เพราะเมื่อบินผ่านหน้ากล้องแล้ว เครื่องต้องลงจอดทันที

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่