แบ่งปันเมนูจากกะเพาะหมู "โจ๊กหมู กะเพาะ" กับ "กะเพาะหมูผัดเกี้ยมฉ่าย" ใช้เวลาสักหน่อย แต่คุ้มค่า

วันนี้จะเป็นสองเมนู "โจ๊กหมู กับกะเพาะ" และ "กะเพาะหมูผัดเกี้ยมฉ่าย"  พอดีได้ปลายข้าวมาใหม่ๆ พอดีเพื่อนผมเปิดโรงสีของตัวเอง ที่ ขอนแก่น
ปลูกเอง สีเอง แพคกันเอง  ในครอบครัว  ผมก็เลยได้ข้าวกล้องใหม่ กับขอปลายข้าวมาทำโจ๊ก  ได้มา 4 กิโล  ในสมัยก่อนจะเห็นว่าโจ๊กจะใช้พวกปลายข้าวมาทำ ไม่ใช่แบบสมัยนี้ที่ใช้ข้าวมาเคี่ยวปั่นแบบนั้น    ความหอมของปลายข้าว และยิ่งเป็นปลายข้าวใหม่ก็จะหอม  แต่ถ้าเป็นปลายข้าวแบบเก่าก็ถือว่าจะได้กลิ่นของเค้าไปอีกแบบ   คือเป็นกลิ่นเนื้อสัมผัสของโจ๊กในแบบสมัยก่อน  




ส่วนกะเพาะหมู ก็ได้มาจากตลาด เค้าทำความสะอาดต้มมาให้ในระดับนึง แต่เราก็เอามาต้มต่ออีก 4 ชั่วโมง  ตุ๋นไฟอ่อนๆ ไปเรื่อยๆ 4 ชั่วโมงถึงจะนิ่มกินได้  บางร้านในสมัยนี้ คือ เหนียวมากกินไม่ได้เลย  
ข้าวกล้องใหม่ กับปลายข้าว  



ข้าวกล้องใหม่แบบนี้ หุงแล้วนุ่มเหนียว และหอมมาก



ทำความสะอาดด้วยเกลืออีกครั้ง และใส่เม็ดพริกไทยลงในกะเพราะ เอาลงตุ๋น 4 ชั่วโมง ไฟอ่อนสุด ต้องนิ่มในระดับที่ เอาตะเกียบไม้ทู่ๆ จิ้มลงบนกะเพาะหมูแล้วทะลุอย่างง่าย




ทำหมูสับ เตรียมไว้ ค้างคืน
หมูสับ
ซีอีวขาว
น้ำตาล
ไข่ไก่
พริกไทย




เคี่ยวปลายข้าว  จะทำไว้ก่อน และพอจะกินก็เอามาใส่น้ำซุปเล็กน้อยแล้วค่อยๆ เคี่ยว  จะเห็นว่าทำไมบางร้านออกแนวเหมือนกลิ่นไหม้ ก็เพราะบางทีการเคี่ยวพวกนี้ใช้เวลานานมากๆ  นานกว่า 1 ชั่วโมง ถึงจะได้โจ๊กที่เรียกว่าเนื้อเนียนๆ และที่สำคัญ การเคี่ยวข้าวแบบนี้ข้าวร้อนกระเด็น และร้อนมากๆ  ต้องใจเย็นๆ มาพอสมควร  กลิ่นไหม้บางทีที่มาจากก้นหม้อเล็กน้อย คือเสน่ห์ของโจ๊กที่ติดมาบ้าง  






ตักตัวเนื้อข้าวแยกมาเคี่ยวต่างหากกับซุปเล็กน้อย ใส่หมูสับปรุงรส










อีกเมนู คือเอาไปผัดเกี้ยมฉ่าย เกี้ยมฉ่าย แน่นอน ไม่มีอะไรนอกจาก เกี้ยมฉ่ายตรานกพิราบ  ส่วนพวกกะเพาะพวกนี้ไม่ควรหั่นชิ้นเล็กๆ หั่นชิ้นใหญ่หน่อย




เครื่องปรุงมี
ซีอิ๊วขาว
น้ำตา่ล
แป้งมันละลายน้ำ   


ใส่แป้งมันละลายน้ำเล็กน้อย จะทำให้น้ำหนืดขึ้น และอาหารขึ้นเงาสวยงามน่ากิน





แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่