เรื่องน่ารู้ : แรดิช

     แรดิช เป็นพืชเมืองหนาวจัดอยู่ในตระกูลกะหล่ำ เป็นพืชสองฤดูแต่นิยมปลูกเป็นพืชฤดูเดียว อายุสั้น ทรงพุ่มใบเล็ก มีรากสะสมอาหารอยู่ใต้ดิน ลักษณะกลมหรือรูปไข่ ผิวสีแดง เนื้อในสีขาว มีกลิ่นฉุนเล็กน้อย รากเป็นหัวอยู่ใต้ดิน มีสีแดงด้านบน ส่วนปลายด้านล่างจะมีสีขาวลักษณะรูปทรงคล้ายหัวไชเท้า แต่รูปทรงสั้นกว่าเพียงเล็กน้อย สามารถนำมากินสด ผัด ต้ม หรือลวกเป็นเครื่องเคียงต่างๆ ได้ช่วยเพิ่มสีสันให้น่ารับประทานมากขึ้น มีผลผลิตมากช่วงเดือนธันวาคม - มีนาคม

     แรดิช นิยมนำไปประกอบอาหารต้มซุป ต้มจืด ร่วมทั้งทานสดเช่นสลัด เพราะมีธาตุสังกะสี ทองแดง เหล็ก วิตามินบี 3 (ไนอะซิน) วิตามินบี 9 (โฟเลต) ปริมาณคาร์โบไฮเดรตต่ำ และมีโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ ดังนั้นจึงมีประโยชน์มากมาย เช่น ช่วยบำรุงระบบทางเดินหายใจ ขับเสมหะ ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน เสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้วยวิตามินซี ช่วยเรื่องการขับถ่ายและดีท็อกซ์ลำไส้ ควบคุมน้ำหนัก มีไฟเบอร์สูง ช่วยให้อิ่มนานบำรุงหัวใจ ลดคอเลสเตอรอลและ ความดัน ต้านอนุมูลอิสระช่วยชะลอวัยและบำรุงผิวพรรณ

     การรับประทานแรดิชในปริมาณที่เหมาะสมจึงอาจส่งผลดีต่อสุขภาพ แต่ก็มีข้อควรระวังเพราะมีสารกอยโตรเจน เช่นเดียวกับพืชตระกูลกะหล่ำ ดังนั้น การบริโภคแบบสดในปริมาณที่มากอาจขัดขวางการดูดซึมไอโอดีนไปยังต่อมไทรอยด์ เพื่อใช้ผลิตฮอร์โมนไทรอกซีน และไตรไอโอโดไธโรนีน ซึ่งจำเป็นต่อร่างกาย ดังนั้น จึงควรปรุงให้สุกก่อน ส่วนผู้ที่มีอาการแพ้ผัก เช่น บรอกโคลี กะหล่ำดาว กะหล่ำดอก กะหล่ำปลี ผักกาดหัว ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคแรดิชเพราะอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ สำหรับสตรีมีครรภ์และหญิงให้นมบุตร ต้องปรุงสุกเท่านั้นก่อนบริโภค

ขอบคุณข้อมูลจาก เดลินิวส์
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่