- Dark chocolate ที่จะมีประโยชน์เป็นเรื่องเป็นราว ก็ต้อง
มีส่วนผสมของโกโก้ตั้งแต่ 70% ขึ้นไป
(ลองดูรายละเอียดในคลิปด้านล่างละกันค่ะ)
เราลองเริ่มต้นที่ประมาณ 70-80% ขึ้นไป ก็พอรับได้ค่ะ ยังมีหวานนิดๆ ติดปลายลิ้น ไม่ถึงกับขมสนิท
เราไม่ได้ sensitive เรื่องน้ำตาลอะไรมากนัก แต่ใครอยากลงรายละเอียด ก็ลองหาขัอมูลดูนะคะ
เช่น สารให้ความหวานแบบไหนที่มันมีโทษน้อยกว่า เป็นต้น
- บางข้อมูลบอกว่า โดยทั่วไป กินได้วันละ 20-30 กรัม / วัน
แต่บางข้อมูลก็บอกว่า 10-15 กรัม / วัน ก็พอ
นี่คือสำหรับคนปกติทั่วไปนะคะ
- ถือว่าเป็นการเอาข้อมูลมาแบ่งปันกันค่ะ เน้นว่า เราทานเพื่อสุขภาพนะคะ ก็กินวันละนิดหน่อยเท่าที่เค้าแนะนำ
จะเห็นผลดีอะไรบ้างก็ไม่รู้ค่ะ แต่ถ้ามันทำให้ท้องผูก ก็คงเห็นผลได้ในไม่กี่วันนี้แหละค่ะ
------------------------------
นี่เป็นข้อมูลล่าสุดที่บังเอิญไปเจอนะคะ
เป็นปัญหาเรื่องโลหะหนักที่ปนอยู่ใน chocolate
(ในยุคนี้เนอะ โลกเรามันเต็มไปด้วยสารพิษที่ปะปนในอาหาร อากาศ สิ่งแวดล้อม ฯลฯ)
ลองดูนะคะ เป็นภาษาอังกฤษ
--------------------------------
เท่าที่หาข้อมูลมา ณ ตอนนี้ (29 ธ.ค. 2568)
การกิน dark chocolate
ถ้ามันมีส่วนดีต่อสุขภาพจริงๆ
มันก็มีส่วนที่เป็นโทษต่อสุขภาพจริงๆ เช่นกัน
ข้อมูลที่ซับซ้อนกว่านั้น ผู้บริโภคอย่างเราก็คงสับสน และตัดสินใจยาก
เรามีทางเลือก 2 ทางสำหรับตัวเอง
1. เลิกกินไปเลย หรือ นานๆ กินที
เราไม่ได้เป็นคนติดการกินช็อกโลแลตอยู่แล้ว
กินเพื่อสุขภาพเป็นหลัก เพราะฉะนั้น การเลิกกินไปเลย ก็ไม่ได้ส่งผลด้านความอยากใดๆ
หรือ
2. ยังกินต่อไปเพื่อเอาประโยชน์ด้านสุขภาพ
แต่ต้องเลือกยี่ห้อที่พิษภัยน้อยที่สุด
แล้วก็หวังพึ่งพามันให้น้อยลง ไม่กินต่อเนื่องกันนานๆ
ต้องมีช่วงเว้นพักบ้าง แล้วก็สังเกตผลสุขภาพโดยรวม
หรือใครไปหาหมอตรวจค่าอะไรต่างๆ ก็ลองสังเกตผลดู
ว่ามันส่งผลดีหรือผลเสียอะไรบ้าง?
-----------------
สำหรับยี่ห้อที่ผุดขึ้นมาจากข้อมูลต่างๆ ที่เราหามา
เท่าที่พอจะหาซื้อได้ในไทย
ก็ตามในคลิปด้านบน นาทีที่ 8.10
เราก็จะลอง ritter sport dark chocolate 81%
(ซึ่งเราไม่เคยสนใจยี่ห้อนี้มาก่อน)
ย้ำว่า เรากินเพื่อสุขภาพนะคะ ไม่ได้เน้นความอร่อย
dark chocolate ที่เราเลือก ก็เลยเน้นโกโก้ใน % ที่มาก
และ % น้ำตาลหรือสารปรุงแต่งอื่นๆ น้อย
หรือใครจะมาแนะนำข้อมูลอะไรให้เรา ก็ยินดีนะคะ^^
กิน Dark chocolate เพื่อสุขภาพ
(ลองดูรายละเอียดในคลิปด้านล่างละกันค่ะ)
เราลองเริ่มต้นที่ประมาณ 70-80% ขึ้นไป ก็พอรับได้ค่ะ ยังมีหวานนิดๆ ติดปลายลิ้น ไม่ถึงกับขมสนิท
เราไม่ได้ sensitive เรื่องน้ำตาลอะไรมากนัก แต่ใครอยากลงรายละเอียด ก็ลองหาขัอมูลดูนะคะ
เช่น สารให้ความหวานแบบไหนที่มันมีโทษน้อยกว่า เป็นต้น
- บางข้อมูลบอกว่า โดยทั่วไป กินได้วันละ 20-30 กรัม / วัน
แต่บางข้อมูลก็บอกว่า 10-15 กรัม / วัน ก็พอ
นี่คือสำหรับคนปกติทั่วไปนะคะ
- ถือว่าเป็นการเอาข้อมูลมาแบ่งปันกันค่ะ เน้นว่า เราทานเพื่อสุขภาพนะคะ ก็กินวันละนิดหน่อยเท่าที่เค้าแนะนำ
จะเห็นผลดีอะไรบ้างก็ไม่รู้ค่ะ แต่ถ้ามันทำให้ท้องผูก ก็คงเห็นผลได้ในไม่กี่วันนี้แหละค่ะ
------------------------------
นี่เป็นข้อมูลล่าสุดที่บังเอิญไปเจอนะคะ
เป็นปัญหาเรื่องโลหะหนักที่ปนอยู่ใน chocolate
(ในยุคนี้เนอะ โลกเรามันเต็มไปด้วยสารพิษที่ปะปนในอาหาร อากาศ สิ่งแวดล้อม ฯลฯ)
ลองดูนะคะ เป็นภาษาอังกฤษ
--------------------------------
เท่าที่หาข้อมูลมา ณ ตอนนี้ (29 ธ.ค. 2568)
การกิน dark chocolate
ถ้ามันมีส่วนดีต่อสุขภาพจริงๆ
มันก็มีส่วนที่เป็นโทษต่อสุขภาพจริงๆ เช่นกัน
ข้อมูลที่ซับซ้อนกว่านั้น ผู้บริโภคอย่างเราก็คงสับสน และตัดสินใจยาก
เรามีทางเลือก 2 ทางสำหรับตัวเอง
1. เลิกกินไปเลย หรือ นานๆ กินที
เราไม่ได้เป็นคนติดการกินช็อกโลแลตอยู่แล้ว
กินเพื่อสุขภาพเป็นหลัก เพราะฉะนั้น การเลิกกินไปเลย ก็ไม่ได้ส่งผลด้านความอยากใดๆ
หรือ
2. ยังกินต่อไปเพื่อเอาประโยชน์ด้านสุขภาพ
แต่ต้องเลือกยี่ห้อที่พิษภัยน้อยที่สุด
แล้วก็หวังพึ่งพามันให้น้อยลง ไม่กินต่อเนื่องกันนานๆ
ต้องมีช่วงเว้นพักบ้าง แล้วก็สังเกตผลสุขภาพโดยรวม
หรือใครไปหาหมอตรวจค่าอะไรต่างๆ ก็ลองสังเกตผลดู
ว่ามันส่งผลดีหรือผลเสียอะไรบ้าง?
-----------------
สำหรับยี่ห้อที่ผุดขึ้นมาจากข้อมูลต่างๆ ที่เราหามา
เท่าที่พอจะหาซื้อได้ในไทย
ก็ตามในคลิปด้านบน นาทีที่ 8.10
เราก็จะลอง ritter sport dark chocolate 81%
(ซึ่งเราไม่เคยสนใจยี่ห้อนี้มาก่อน)
ย้ำว่า เรากินเพื่อสุขภาพนะคะ ไม่ได้เน้นความอร่อย
dark chocolate ที่เราเลือก ก็เลยเน้นโกโก้ใน % ที่มาก
และ % น้ำตาลหรือสารปรุงแต่งอื่นๆ น้อย
หรือใครจะมาแนะนำข้อมูลอะไรให้เรา ก็ยินดีนะคะ^^