https://graphic.in.th/graphics/ยําถั่วพลู-1779772438838
ยำถั่วพลูเป็นเมนูที่หลายคนสั่งเวลาไปเจอร้านอาหารไทย แต่พอกลับมาทำเองที่บ้านกลับรู้สึกว่ารสชาติไม่เหมือนที่เคยกิน บางครั้งน้ำยำออกเหลวเกินไป บางครั้งรสชาติแยกกันชัดเกิน มีแต่เปรี้ยวหรือหวานนำจนกลบรสอื่น
ความอร่อยของเมนูนี้จริง ๆ ไม่ได้อยู่ที่ความจัดจ้านอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของความสมดุล คำหนึ่งควรมีทั้งความกรอบของถั่วพลู ความมันจากกะทิ ความหวานของกุ้ง ความหอมของถั่วลิสงคั่ว และรสเปรี้ยวเค็มหวานที่เดินมาพร้อมกัน
อีกอย่างที่หลายคนมองข้ามคือถั่วพลูเอง ถ้าเลือกฝักแก่เกินไป เวลากินจะมีเส้นใยเยอะและเหนียวขึ้น ควรเลือกฝักสีเขียวสด ขนาดกลาง ไม่ใหญ่เกิน และผิวดูอ่อน จะได้ความกรอบที่กินง่ายกว่า
วัตถุดิบ
ส่วนยำ
ถั่วพลู 250 กรัม
กุ้งสด 150 กรัม
หมูสับ 100 กรัม
ไข่ต้ม 2 ฟอง
หอมแดงซอย 4 หัว
ถั่วลิสงคั่ว 3 ช้อนโต๊ะ
พริกแห้งทอด 5–6 เม็ด
ส่วนทำน้ำยำ
กะทิ 150 มล.
น้ำพริกเผา 1½ ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 1½ ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1) เตรียมถั่วพลู
ล้างถั่วพลูให้สะอาด แล้วหั่นเฉียงบาง ๆ
ต้มน้ำให้เดือด จากนั้นลวกประมาณ 30–40 วินาที
รีบตักขึ้นแช่น้ำเย็นทันที
วิธีนี้ช่วยให้ถั่วพลูยังเขียวสดและยังเหลือความกรอบอยู่ เวลาคลุกยำจะไม่เหี่ยวเร็ว
2) เตรียมเครื่องยำ
ลวกกุ้งให้สุกพอดี
รวนหมูสับให้สุกแล้วพักไว้
หั่นไข่ต้มเป็นชิ้นพอดีคำ
ถั่วลิสงควรคั่วใหม่ถ้ามีเวลา เพราะกลิ่นจะหอมกว่าถั่วที่คั่วทิ้งไว้นาน
3) ทำน้ำยำ
ตั้งไฟอ่อน ใส่กะทิ น้ำพริกเผา น้ำปลา และน้ำตาลปี๊บ
คนให้เข้ากันจนน้ำตาลละลาย
ปิดไฟก่อนค่อยเติมน้ำมะนาว
ถ้าใส่มะนาวตอนเดือดจัด กลิ่นหอมสดจะลดลง
4) คลุกและจัดเสิร์ฟ
ใส่ถั่วพลู กุ้ง หมูสับ หอมแดง และน้ำยำลงในชาม
คลุกเบา ๆ ให้ทั่ว
จัดใส่จาน วางไข่ต้มด้านบน โรยถั่วลิสงคั่วและพริกทอด
ยำถั่วพลูเป็นเมนูที่กินแล้วมีอะไรเปลี่ยนไปในทุกคำ บางคำได้ความกรอบของผัก บางคำมีความมันจากน้ำยำ หรือบางคำได้ถั่วลิสงหอม ๆ ขึ้นมาก่อน ยิ่งกินตอนทำเสร็จใหม่ ๆ น้ำยำยังเคลือบทุกอย่างอยู่พอดี รสชาติจะกลมที่สุด
ยำถั่วพลู สูตรเข้มข้น ครบรส ทำเองได้ไม่ยาก
https://graphic.in.th/graphics/ยําถั่วพลู-1779772438838
ยำถั่วพลูเป็นเมนูที่หลายคนสั่งเวลาไปเจอร้านอาหารไทย แต่พอกลับมาทำเองที่บ้านกลับรู้สึกว่ารสชาติไม่เหมือนที่เคยกิน บางครั้งน้ำยำออกเหลวเกินไป บางครั้งรสชาติแยกกันชัดเกิน มีแต่เปรี้ยวหรือหวานนำจนกลบรสอื่น
ความอร่อยของเมนูนี้จริง ๆ ไม่ได้อยู่ที่ความจัดจ้านอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของความสมดุล คำหนึ่งควรมีทั้งความกรอบของถั่วพลู ความมันจากกะทิ ความหวานของกุ้ง ความหอมของถั่วลิสงคั่ว และรสเปรี้ยวเค็มหวานที่เดินมาพร้อมกัน
อีกอย่างที่หลายคนมองข้ามคือถั่วพลูเอง ถ้าเลือกฝักแก่เกินไป เวลากินจะมีเส้นใยเยอะและเหนียวขึ้น ควรเลือกฝักสีเขียวสด ขนาดกลาง ไม่ใหญ่เกิน และผิวดูอ่อน จะได้ความกรอบที่กินง่ายกว่า
วัตถุดิบ
ส่วนยำ
ถั่วพลู 250 กรัม
กุ้งสด 150 กรัม
หมูสับ 100 กรัม
ไข่ต้ม 2 ฟอง
หอมแดงซอย 4 หัว
ถั่วลิสงคั่ว 3 ช้อนโต๊ะ
พริกแห้งทอด 5–6 เม็ด
ส่วนทำน้ำยำ
กะทิ 150 มล.
น้ำพริกเผา 1½ ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 1½ ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1) เตรียมถั่วพลู
ล้างถั่วพลูให้สะอาด แล้วหั่นเฉียงบาง ๆ
ต้มน้ำให้เดือด จากนั้นลวกประมาณ 30–40 วินาที
รีบตักขึ้นแช่น้ำเย็นทันที
วิธีนี้ช่วยให้ถั่วพลูยังเขียวสดและยังเหลือความกรอบอยู่ เวลาคลุกยำจะไม่เหี่ยวเร็ว
2) เตรียมเครื่องยำ
ลวกกุ้งให้สุกพอดี
รวนหมูสับให้สุกแล้วพักไว้
หั่นไข่ต้มเป็นชิ้นพอดีคำ
ถั่วลิสงควรคั่วใหม่ถ้ามีเวลา เพราะกลิ่นจะหอมกว่าถั่วที่คั่วทิ้งไว้นาน
3) ทำน้ำยำ
ตั้งไฟอ่อน ใส่กะทิ น้ำพริกเผา น้ำปลา และน้ำตาลปี๊บ
คนให้เข้ากันจนน้ำตาลละลาย
ปิดไฟก่อนค่อยเติมน้ำมะนาว
ถ้าใส่มะนาวตอนเดือดจัด กลิ่นหอมสดจะลดลง
4) คลุกและจัดเสิร์ฟ
ใส่ถั่วพลู กุ้ง หมูสับ หอมแดง และน้ำยำลงในชาม
คลุกเบา ๆ ให้ทั่ว
จัดใส่จาน วางไข่ต้มด้านบน โรยถั่วลิสงคั่วและพริกทอด
ยำถั่วพลูเป็นเมนูที่กินแล้วมีอะไรเปลี่ยนไปในทุกคำ บางคำได้ความกรอบของผัก บางคำมีความมันจากน้ำยำ หรือบางคำได้ถั่วลิสงหอม ๆ ขึ้นมาก่อน ยิ่งกินตอนทำเสร็จใหม่ ๆ น้ำยำยังเคลือบทุกอย่างอยู่พอดี รสชาติจะกลมที่สุด