ความเงียบงันหนาแน่นราวกับม่านหนาทึบคลุมปกโลกไว้ทั้งใบ ไม่มีแม้เสียงลม ไม่มีแม้เสียงของชีวิต มีเพียงความว่างเปล่าที่บีบอัดเข้าไปในหูและอกของเขา จนยามินทร์ หรือ "มิน" อย่างที่ใคร ๆ เรียกกัน— รู้สึกราวกับตัวเองถูกขังอยู่ในสุญญากาศที่หายใจได้ยากเย็น
เขายืนอยู่ที่ไหน?
คำถามนั้นค้างคาในหัว แต่สายตากลับไม่ยอมละจากสิ่งหนึ่งเบื้องหน้า—ประตูไม้บานเก่าเพียงบานเดียวที่ตั้งตระหง่านท้าทายความมืด
ผิวไม้ของมันเต็มไปด้วยรอยผุกร่อน สีดำที่เคยทาทับลอกหลุดเป็นแผ่น ๆ เผยให้เห็นเสี้ยนไม้แหลมที่เหมือนจะทิ่มแทงใครก็ตามที่กล้าเอื้อมมือไปใกล้ มันไม่ใช่เพียงแค่ "เก่า" แต่เหมือนถูกสาปให้ยืนค้ำตรงนั้นมานานเกินกว่าที่ควรมีอยู่ในโลกนี้
สิ่งที่ทำให้เลือดในกายมินเย็นเฉียบยิ่งกว่าคือ
ป้ายเหล็กสนิมดำคล้ำ ที่ตอกแน่นอยู่บนแผ่นไม้ ตรึงตัวเลขเพียงสามตัว—
404
ตัวเลขที่ว่างเปล่า เย็นชา แต่กลับจ้องมองเขาตอบราวกับมีดวงตา
บรรยากาศรอบกายอึดอัดจนเขาได้ยินเสียงหัวใจตัวเองชัดเจน ทุกลมหายใจเหมือนสะท้อนกลับมาเป็นเสียงก้องในความว่างเปล่า—หนัก อึดอัด และเต็มไปด้วยความกังวลที่อธิบายไม่ได้
แล้ว…เสียงหนึ่งก็เล็ดลอดมา
เสียงกระซิบบางเบา—แต่คมชัดราวกับเล็มข้างใบหู
“ยามินทร์ …”
ขาทั้งสองแข็งทื่อทันที เหงื่อเย็นไหลซึมตรงขมับ เสียงนั้น…มันเรียกชื่อเขา
โดยตรง เสียงยังไม่หยุด
“เปิดประตูสิ่…”
ทันใดนั้น ประตูไม้เริ่มสั่นสะท้านเบา ๆ แผ่วแรกคล้ายแรงสะกิด แต่ค่อย ๆ หนักขึ้นเหมือนมีใครบางคนกำลังเคาะอยู่จากอีกฟากหนึ่ง
เคาะด้วยความตั้งใจ…หรือกำลังหาทางออก?
แรงกดดันที่มองไม่เห็นบดขยี้อยู่รอบตัว มินพยายามบอกตัวเองให้หันหลังถอย แต่ร่างกายกลับไม่เชื่อฟัง เท้าก้าวไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า ราวกับถูกชักนำด้วยเชือกที่มองไม่เห็น
กลิ่นสนิมคลุ้งหนาแน่นผสมกับกลิ่นอับชื้นที่เล็ดรอดจากรอยแยกรอบขอบประตู บาดจมูกเหมือนกลิ่นเลือดเก่าที่ฝังลึก เสียงครูดแหลมเหมือนเล็บขูดกับไม้ดังขึ้นจากอีกฝั่งของประตู ทิ่มแทงเส้นประสาทจนขนลุกทั้งตัว
ปลายนิ้วของมินเอื้อมไปใกล้ลูกบิด—เย็นเฉียบจนเจ็บแปลบที่ปลายนิ้ว—
แต่ก่อนที่เขาจะได้หมุน ม่านความมืดก็กระโจนเข้ามาอีกครั้ง
ตึง! ตึง! ตึง!
เสียงทุบประตูดังก้องรุนแรงราวกับแรงอาฆาตกำลังพยายามทะลุออกมา ทั้งบานประตูสั่นสะเทือนราวกับพร้อมแตกหักทุกเมื่อ
“เฮ้ย…!”
เสียงตะโกนหลุดออกจากปากของเขาโดยไม่ทันคิด
ทุกอย่างดับวูบลงทันที—ภาพ เสียง ความรู้สึก—ราวกับไฟถูกปิดลงในเสี้ยววินาที
มินสะดุ้งตื่นขึ้นมา หัวใจเต้นกระหน่ำจนเจ็บกลางอก ร่างทั้งร่างเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อเย็น ทั้งที่เครื่องปรับอากาศยังคงทำงานปกติ เขากวาดตามองรอบห้อง—ทุกอย่างคงที่ เงียบงัน มืดสนิทเหมือนเคย แต่เสียงกระซิบเมื่อครู่ยังคงวนเวียนชัดเจนในหู
“เปิดประตูสิ่…
…”
มือที่ยังสั่นคว้าโน้ตบุ๊กบนโต๊ะข้างเตียง หน้าจอสว่างสีฟ้าสาดตัดความมืดรอบตัวออกไป เขารีบพิมพ์บันทึกลงในบล็อกส่วนตัว—บล็อกที่เหมือนพื้นที่รกร้างที่แทบไม่มีใครแวะเข้ามา
“ฉันฝันถึงประตูสีดำหมายเลข 404 …มันเรียกชื่อฉันให้เปิด”
เขากดปุ่มโพสต์ หวังว่าการเขียนมันออกไปจะทำให้ความหนาวเย็นในความรู้สึกเบาบางลง แต่ก่อนจะได้ถอนหายใจ เสียง
ติ๊ง เบา ๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ
การแจ้งเตือนคอมเมนต์ใหม่—ทั้งที่บล็อกนี้แทบไม่มีใครรู้จัก
หัวใจเขาหยุดเต้นไปชั่ววินาที สายตาค้างอยู่ที่หน้าจอ
มีเพียงประโยคเดียวปรากฏขึ้นในช่องคอมเมนต์—
“ฉันก็อยู่ที่นั่น…หลังประตู”
บันทึกฝันที่ 404 ตอนที่ 1 : เสียงเรียกในความฝัน
เขายืนอยู่ที่ไหน?
คำถามนั้นค้างคาในหัว แต่สายตากลับไม่ยอมละจากสิ่งหนึ่งเบื้องหน้า—ประตูไม้บานเก่าเพียงบานเดียวที่ตั้งตระหง่านท้าทายความมืด
ผิวไม้ของมันเต็มไปด้วยรอยผุกร่อน สีดำที่เคยทาทับลอกหลุดเป็นแผ่น ๆ เผยให้เห็นเสี้ยนไม้แหลมที่เหมือนจะทิ่มแทงใครก็ตามที่กล้าเอื้อมมือไปใกล้ มันไม่ใช่เพียงแค่ "เก่า" แต่เหมือนถูกสาปให้ยืนค้ำตรงนั้นมานานเกินกว่าที่ควรมีอยู่ในโลกนี้
สิ่งที่ทำให้เลือดในกายมินเย็นเฉียบยิ่งกว่าคือ ป้ายเหล็กสนิมดำคล้ำ ที่ตอกแน่นอยู่บนแผ่นไม้ ตรึงตัวเลขเพียงสามตัว— 404
ตัวเลขที่ว่างเปล่า เย็นชา แต่กลับจ้องมองเขาตอบราวกับมีดวงตา
บรรยากาศรอบกายอึดอัดจนเขาได้ยินเสียงหัวใจตัวเองชัดเจน ทุกลมหายใจเหมือนสะท้อนกลับมาเป็นเสียงก้องในความว่างเปล่า—หนัก อึดอัด และเต็มไปด้วยความกังวลที่อธิบายไม่ได้
แล้ว…เสียงหนึ่งก็เล็ดลอดมา
เสียงกระซิบบางเบา—แต่คมชัดราวกับเล็มข้างใบหู
“ยามินทร์ …”
ขาทั้งสองแข็งทื่อทันที เหงื่อเย็นไหลซึมตรงขมับ เสียงนั้น…มันเรียกชื่อเขา โดยตรง เสียงยังไม่หยุด
“เปิดประตูสิ่…”
ทันใดนั้น ประตูไม้เริ่มสั่นสะท้านเบา ๆ แผ่วแรกคล้ายแรงสะกิด แต่ค่อย ๆ หนักขึ้นเหมือนมีใครบางคนกำลังเคาะอยู่จากอีกฟากหนึ่ง
เคาะด้วยความตั้งใจ…หรือกำลังหาทางออก?
แรงกดดันที่มองไม่เห็นบดขยี้อยู่รอบตัว มินพยายามบอกตัวเองให้หันหลังถอย แต่ร่างกายกลับไม่เชื่อฟัง เท้าก้าวไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า ราวกับถูกชักนำด้วยเชือกที่มองไม่เห็น
กลิ่นสนิมคลุ้งหนาแน่นผสมกับกลิ่นอับชื้นที่เล็ดรอดจากรอยแยกรอบขอบประตู บาดจมูกเหมือนกลิ่นเลือดเก่าที่ฝังลึก เสียงครูดแหลมเหมือนเล็บขูดกับไม้ดังขึ้นจากอีกฝั่งของประตู ทิ่มแทงเส้นประสาทจนขนลุกทั้งตัว
ปลายนิ้วของมินเอื้อมไปใกล้ลูกบิด—เย็นเฉียบจนเจ็บแปลบที่ปลายนิ้ว—
แต่ก่อนที่เขาจะได้หมุน ม่านความมืดก็กระโจนเข้ามาอีกครั้ง
ตึง! ตึง! ตึง!
เสียงทุบประตูดังก้องรุนแรงราวกับแรงอาฆาตกำลังพยายามทะลุออกมา ทั้งบานประตูสั่นสะเทือนราวกับพร้อมแตกหักทุกเมื่อ
“เฮ้ย…!”
เสียงตะโกนหลุดออกจากปากของเขาโดยไม่ทันคิด
ทุกอย่างดับวูบลงทันที—ภาพ เสียง ความรู้สึก—ราวกับไฟถูกปิดลงในเสี้ยววินาที
มินสะดุ้งตื่นขึ้นมา หัวใจเต้นกระหน่ำจนเจ็บกลางอก ร่างทั้งร่างเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อเย็น ทั้งที่เครื่องปรับอากาศยังคงทำงานปกติ เขากวาดตามองรอบห้อง—ทุกอย่างคงที่ เงียบงัน มืดสนิทเหมือนเคย แต่เสียงกระซิบเมื่อครู่ยังคงวนเวียนชัดเจนในหู
“เปิดประตูสิ่……”
มือที่ยังสั่นคว้าโน้ตบุ๊กบนโต๊ะข้างเตียง หน้าจอสว่างสีฟ้าสาดตัดความมืดรอบตัวออกไป เขารีบพิมพ์บันทึกลงในบล็อกส่วนตัว—บล็อกที่เหมือนพื้นที่รกร้างที่แทบไม่มีใครแวะเข้ามา
“ฉันฝันถึงประตูสีดำหมายเลข 404 …มันเรียกชื่อฉันให้เปิด”
เขากดปุ่มโพสต์ หวังว่าการเขียนมันออกไปจะทำให้ความหนาวเย็นในความรู้สึกเบาบางลง แต่ก่อนจะได้ถอนหายใจ เสียง ติ๊ง เบา ๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ
การแจ้งเตือนคอมเมนต์ใหม่—ทั้งที่บล็อกนี้แทบไม่มีใครรู้จัก
หัวใจเขาหยุดเต้นไปชั่ววินาที สายตาค้างอยู่ที่หน้าจอ
มีเพียงประโยคเดียวปรากฏขึ้นในช่องคอมเมนต์—
“ฉันก็อยู่ที่นั่น…หลังประตู”