เราเชื่อในพระเจ้า แต่เราวางใจในพระองค์หรือเปล่า?
หลายคนคิดว่าความเชื่อและการวางใจนั้นเหมือนกัน แต่จริงๆแล้วมันไม่เหมือนกัน
ความเชื่อคือการยอมรับว่าพระเจ้าอยู่จริง แต่ก็หยุดอยู่แค่นั้น เป็นเพียงความรู้ที่ไม่ได้ส่งผลต่อชีวิตประจำวันของเรา เหมือนกับการรู้ว่าดาวพลูโตอยู่จริงแล้วก็แค่นั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเราเลย
ส่วนการวางใจนั่นคือการยอมให้พระเจ้าเข้ามามีบทบาทในชีวิต ยอมให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเรา จนเราสามารถมอบความกังวลไว้กับพระเจ้าได้
ลองนึกภาพง่ายๆว่า เมื่อเพื่อนอาสาจะขับรถให้เรา เราเชื่อว่าเขาขับได้แต่เราก็ยังกังวลตลอดทาง คอยจู้จี้บอกทางเพื่อน นั่นคือความเชื่อที่ยังไม่มีการวางใจ
ถ้าเราวางใจเพื่อนจริงๆเราจะวางใจปล่อยให้เพื่อนขับรถไป ส่วนเราก็ผ่อนคลายจนหลับในรถได้
เมื่อเราเรียนรู้ที่จะวางใจพระเจ้า เราจะพบกับใจสงบแม้ในสถานการณ์ที่เราควบคุมไม่ได้ เราจะก้าวเดินด้วยความมั่นใจในเส้นทางชีวิต ไม่ต้องรู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไป เพราะมีพระองค์อยู่เคียงข้างเสมอ เราจะได้พบกับสิ่งดีๆที่ไม่เคยคาดคิดและเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง
เชื่อหรือวางใจ
เราเชื่อในพระเจ้า แต่เราวางใจในพระองค์หรือเปล่า?
หลายคนคิดว่าความเชื่อและการวางใจนั้นเหมือนกัน แต่จริงๆแล้วมันไม่เหมือนกัน
ความเชื่อคือการยอมรับว่าพระเจ้าอยู่จริง แต่ก็หยุดอยู่แค่นั้น เป็นเพียงความรู้ที่ไม่ได้ส่งผลต่อชีวิตประจำวันของเรา เหมือนกับการรู้ว่าดาวพลูโตอยู่จริงแล้วก็แค่นั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเราเลย
ส่วนการวางใจนั่นคือการยอมให้พระเจ้าเข้ามามีบทบาทในชีวิต ยอมให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเรา จนเราสามารถมอบความกังวลไว้กับพระเจ้าได้
ลองนึกภาพง่ายๆว่า เมื่อเพื่อนอาสาจะขับรถให้เรา เราเชื่อว่าเขาขับได้แต่เราก็ยังกังวลตลอดทาง คอยจู้จี้บอกทางเพื่อน นั่นคือความเชื่อที่ยังไม่มีการวางใจ
ถ้าเราวางใจเพื่อนจริงๆเราจะวางใจปล่อยให้เพื่อนขับรถไป ส่วนเราก็ผ่อนคลายจนหลับในรถได้
เมื่อเราเรียนรู้ที่จะวางใจพระเจ้า เราจะพบกับใจสงบแม้ในสถานการณ์ที่เราควบคุมไม่ได้ เราจะก้าวเดินด้วยความมั่นใจในเส้นทางชีวิต ไม่ต้องรู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไป เพราะมีพระองค์อยู่เคียงข้างเสมอ เราจะได้พบกับสิ่งดีๆที่ไม่เคยคาดคิดและเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง