ปกติดูหนังเป็นหลัก ไม่ค่อยตามละคร ยกเว้นละครไทยพีเรียดซึ่งส่วนใหญ่สร้างได้ดี ตอนนี้เห็นกลิ่นมาลีปาเข้ามาค่อนเรื่องแล้ว อยากชวนให้ไปดูกันนะ ไม่ได้ค่าโฆษณาและไม่ได้รู้จักทีมงานแต่อย่างใด แค่อยากมาแนะนำ โดยเฉพาะคนที่ชอบประวัติศาสตร์ ถ้าดูละเอียดจริงๆ น่าจะถูกใจใน hints มากมายเกี่ยวกับช่วงท้ายกรุงศรีอยุธยา
ออกตัวก่อนว่าไม่ได้อ่านนิยาย จึงไม่รู้ว่าในนิยายเขาบอกหรือเปล่าว่าคนไหนเป็นใครในประวัติศาสตร์จริง หรือแค่จำลองภาพมา แต่อยากมาเขียนชวนให้คนสนใจประวัติศาสตร์ช่วยกันเข้าไปหา clues ต่างๆ เหล่านี้ซึ่งเขาซ่อนไว้ค่อนข้างแนบเนียน
1. หลวงอินทรบดี
พระเอก ตำแหน่งนี้น่าจะจำลองมาจากตำแหน่งหลวงอินทรเทพ ข้าราชการในเจ้ากรมพระตำรวจ แต่ไม่ใช่ตำรวจแบบที่เราเห็นกันในปัจจุบัน เพราะในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตำแหน่งนี้จะเหมือนทหารรักษาพระองค์ ทำหน้าที่อารักขาพระมหากษัตริย์ ถ้ามีสงครามก็ต้องรับหน้าที่เป็นหนึ่งในจตุลังคบาท คือผู้รักษาเท้าช้างทรง เพราะเป็นหน้าที่สำคัญ ต้องใช้นายทหารระดับสูงฝีมือเยี่ยม เป็นที่ไว้วางพระทัยได้
ตำแหน่งจริงในประวัติศาสตร์ที่คล้ายๆ กับหลวงอินทรบดียังมีอีกตำแหน่งคือ พระอินทรรักษา เป็นเจ้ากรมตำรวจใหญ่ บุคคลจริงในประวัติศาสตร์ที่รับตำแหน่งนี้คือพี่เขยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รับตำแหน่งในช่วงรัชสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ
2. พระยาพิพัฒน์โกษา
พ่อของนางเอก ในละครไม่ได้กล่าวถึงขอบเขตงานชัดเจน รู้แต่ว่าเป็นขุนนางใหญ่ ตำแหน่งนี้มีอยู่จริงในสมัยกรุงศรีอยุธยาและช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ บางเอกสารเขียนเป็นพิพัทธโกษา มีหน้าที่ประมาณรมตช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศและการคลัง
หลักฐานทางประวัติศาสตร์ในช่วงปีพ.ศ. 2312 หลังพระเจ้าเอกทัศน์สวรรคตราว 2 ปี พระเจ้าตากสินเพิ่งสถาปนากรุงธนบุรี ทรงให้พระยาพิพัฒน์โกษาเขียนจดหมายถึงข้าหลวงบริษัทอินเดียตะวันออกของฮอลันดา (VOC) ขอให้กลับมาทำการค้ากันต่อและขอซื้อปืนพันกระบอก พ่อของนางเอกในละครอาจจะเป็นคนเดียวกับพระยาพิพัฒน์โกษาคนนี้ก็ได้ หรือไม่ใช่ก็ได้ เพราะถ้าอยู่มาถึงก็ต้องมีอายุมากแล้ว น่าจะเลื่อนตำแหน่งขึ้นไปสูงกว่านี้มากกว่า แต่ถ้าจินตนาการว่าภายหลังพระเอกเข้ามารับตำแหน่งแทนพ่อตา คนที่เขียนจดหมายไปถึงฝรั่งก็จะเป็นตัวพระเอก
3. กรมหมื่นเทพพิพิธ
ตัวละครนี้ยังไม่เปิดตัวออกมาเต็มๆ ในประวัติศาสตร์จริงคือศัตรูของพระเจ้าเอกทัศน์ มีพ่อคนเดียวกันคือพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ แต่กรมหมื่นเทพพิพิธสนับสนุนพระเจ้าอุทุมพรให้ขึ้นครองราชย์ ก็เลยขัดใจกันกับพระเจ้าเอกทัศน์ พอพระเจ้าเอกทัศน์ได้เป็นกษัตริย์ กรมหมื่นเทพพิพิธเลยต้องหนีไปบวช แต่ยังคิดกบฏจนได้ โชคดีที่พระเจ้าอุทุมพรขอไว้ไม่ให้ฆ่า เลยถูกเนรเทศไปเกาะลังกา
หลังจากถูกเนรเทศไปแล้ว กรมหมื่นเทพพิพิธก็ยังไปเป็นใหญ่เป็นโตที่นั่น ถึงขนาดคณะสงฆ์จะหนุนให้ขึ้นเป็นกษัตริย์ลังกาแทนกษัตริย์เดิม ตรงนี้ใครสนใจก็ไปหาอ่านประวัติกรมหมื่นเทพพิพิธกันเองได้ นี่ยังไม่รู้ว่าตัวละครนี้จะมีบทบาทมากแค่ไหน เพราะละครเหลืออีกแค่ไม่กี่ตอน
ตามประวัติศาสตร์ กรมหมื่นเทพพิพิธเป็นคนเก่งและเป็นคนมีสีสัน แต่มีความโชคร้ายอยู่อย่าง คือไปร่วมมืออะไรกับใครก็ไปทำวงเขาแตกหมด ซวยกันหมดว่างั้น ซีนเด่นของกรมหมื่นเทพพิพิธที่ถูกกล่าวถึงอยู่เรื่อยๆ คือซีนที่พระองค์ไม่ยอมถวายบังคมพระเจ้าตาก เลยถูกประหารชีวิตไปในที่สุด
4. พระเจ้าอุทุมพร
คนไทยเรียกติดปากว่าขุนหลวงหาวัด ในละครเป็นพระ เปิดตัวครั้งแรกยังไม่รู้ว่าเป็นใคร ตอนนั้นแปลกใจว่าทำไมแม่ของพระเอกใช้คำว่าเพคะเวลากราบทูล เดาว่าน่าจะเป็นพระเจ้าอุทุมพร แต่อาจจะไม่ใช่ก็ได้ เพราะบทบาทในละครมีไม่เยอะ ออกมาทีไรก็จะเป็นฉากที่แม่พระเอกไปขอฤกษ์แต่งงานให้ลูก นี่ยังนึกไม่ออกว่ามีเจ้านายองค์ไหนอีกที่ไปบวชในช่วงนั้น
5. จีนฮุ่ย
ผู้อุปถัมภ์นางเอก คนนี้ในละครยังไม่รู้เบื้องหลังว่าเป็นใคร แต่ที่น่าสนใจคือตอนนางเอกยังเด็กแล้วมาสลบอยู่ตรงหน้า นางเอกเห็นแผ่นป้ายแขวนบอกชื่อแซ่ของจีนฮุ่ยว่าเป็นแซ่แต้ (ภาษาจีนกลางออกเสียงว่า เจิ้ง) บนแผ่นป้ายในละครเขียนแบบตัวจีนย่อ ซึ่งความจริงควรเขียนเป็นจีนตัวเต็ม เนื่องจากตัวจีนย่อเพิ่งมีใช้ช่วงรัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์นี่เอง แต่เราถือเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับงานละคร ไม่ว่ากัน เพียงแต่ถ้าทำตรงกับยุคสมัยมันก็จะดูใส่ใจมากขึ้นไปอีก
เหตุที่นางเอกอ่านตัวแซ่จีนออกเพราะนางเคยเรียนมาจากพ่อ และแซ่แต้นี้มีความสำคัญเพราะเป็นแซ่ของพระเจ้าตากสิน ไม่รู้ว่าคนเขียนนิยายจงใจผูกเรื่องให้เกี่ยวข้องกันหรือเปล่า ดูบุคลิกจีนฮุ่ยก็เป็นคนฉลาด มีการศึกษา มีปมลับๆ หวังว่าละครจะให้ความกระจ่างเกี่ยวกับตัวละครนี้ซักเล็กน้อย ไม่กล้าหวังมากเพราะละครใกล้จบแล้ว ยังเหลืออีกหลายฉากที่ยังไม่เห็น เช่นฉากนางเอกขึ้นถวายน้ำปรุง
6. คุณหญิงบัวแก้ว
แม่ของพระเอก ตอนแรกนึกว่าตัวละครนี้พูดอีสาน เพราะเราแยกสำเนียงทางฝั่งลาวและฝั่งอีสานไม่ออก จนได้ยินคำว่า โดยข้าน้อย ไปค้นดูเลยรู้ว่าเป็นภาษาลาว ตัวละครนี้คงสมมุติขึ้นมา แต่ก็ทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างกรุงศรีอยุธยากับอาณาจักรล้านช้าง ซึ่งเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนช่วงเสียกรุงครั้งแรก
สมัยที่บุเรงนองกำลังพีค กรุงศรีอยุธยากับล้านช้างมีไมตรีต่อกัน มีการสู่ขอพระเทพกษัตรีไปเป็นมเหสีของพระไชยเชษฐาธิราช พอพ้นช่วงนั้นมา ล้านช้างกับกรุงศรีอยุธยาก็ยังติดต่อกันมาเรื่อยๆ ประมาณรัชสมัยพระเพทราชา ล้านช้างเกิดศึกภายใน เวียงจันทน์กับหลวงพระบางแยกจากกัน เวียงจันทน์จึงมาขอให้อโยธยาช่วยในการศึกกับหลวงพระบาง พระเพทราชาก็ใจดีจะส่งทหารไปให้หมื่นนาย หลวงพระบางได้ยินเข้าก็เกิดความกลัว ยุติศึกไป กษัตริย์ล้านช้างเลยส่งพระราชธิดามาถวายเป็นการตอบแทน พระเจ้าเสือผู้เป็นรัชทายาทอยู่ขณะนั้นเลยขอรับไว้เอง
อธิบายมาเพื่อให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างไทยลาว เพราะไม่รู้ว่าในนิยายให้ประวัติคุณหญิงบัวแก้วไว้อย่างไร แต่ได้เป็นถึงเมียหลวงของพ่อพระเอก ก็แสดงว่าต้องมีบุญหนักศักดิ์ใหญ่พอสมควร อาจจะอยู่ในระดับเดียวกับนางสร้อยฟ้าเรื่องขุนช้างขุนแผน ที่พระพันวษาพระราชทานให้พลายงามจนเกิดเรื่องหึงหวงระดับมหากาพย์
7. พระรามณรงค์
แก้ไขเขียนเพิ่มอีกหนึ่งคน พ่อบุญธรรมของแม่บุปผา พอดีได้ยินคนบ่นว่าทำไมเอาลูกเขาไปเลี้ยงแล้วไม่ติดต่อพามาเยี่ยมพ่อแม่บ้าง ในละครก็ชัดเจนนะว่านางไปอยู่กับลุงแท้ๆก่อน แต่พระรามณรงค์มาขอไปเป็นลูกทีหลัง เพราะฉะนั้นพระรามณรงค์ก็ไม่ได้รู้จักกับเจ้าคุณพ่อของแม่บุปผา ไม่มีความจำเป็นต้องมาติดต่อกัน และน่าจะไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเด็กที่รับมาเลี้ยงเป็นลูกของใคร
อีกอย่าง ปกติขุนนางที่ใช้ราชทินนามโดยมีคำว่า ‘ราม’ มักจะเป็นฝ่ายทหาร คุมหัวเมืองสำคัญหน้าด่าน คอยป้องกันข้าศึก ขุนนางเหล่านี้คงไม่ได้เข้ามาเมืองหลวงบ่อยๆ อยู่แล้ว
ราชทินนามที่มีคำว่ารามณรงค์ ในประวัติศาสตร์ช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา จะมีขุนรามณรงค์ พี่ชายร่วมท้องเดียวกันของสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ขุนรามณรงค์ผู้นี้มีลูกสาวคนเดียว ถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลยช่วงกรุงแตก เลยบวชเป็นชี และได้กลับมากรุงรัตนโกสินทร์อีกครั้งช่วงที่ทรงชราแล้ว ซึ่งก็หวังว่าชีวิตแม่บุปผาในละครจะไม่ต้องเป็นเช่นนั้น
เขียนถึงตัวละครเท่านี้ อยากชวนให้ไปดูกันเยอะๆ สนุกจริงจ้า
กลิ่นมาลี : เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในประวัติศาสตร์
ออกตัวก่อนว่าไม่ได้อ่านนิยาย จึงไม่รู้ว่าในนิยายเขาบอกหรือเปล่าว่าคนไหนเป็นใครในประวัติศาสตร์จริง หรือแค่จำลองภาพมา แต่อยากมาเขียนชวนให้คนสนใจประวัติศาสตร์ช่วยกันเข้าไปหา clues ต่างๆ เหล่านี้ซึ่งเขาซ่อนไว้ค่อนข้างแนบเนียน
1. หลวงอินทรบดี
พระเอก ตำแหน่งนี้น่าจะจำลองมาจากตำแหน่งหลวงอินทรเทพ ข้าราชการในเจ้ากรมพระตำรวจ แต่ไม่ใช่ตำรวจแบบที่เราเห็นกันในปัจจุบัน เพราะในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตำแหน่งนี้จะเหมือนทหารรักษาพระองค์ ทำหน้าที่อารักขาพระมหากษัตริย์ ถ้ามีสงครามก็ต้องรับหน้าที่เป็นหนึ่งในจตุลังคบาท คือผู้รักษาเท้าช้างทรง เพราะเป็นหน้าที่สำคัญ ต้องใช้นายทหารระดับสูงฝีมือเยี่ยม เป็นที่ไว้วางพระทัยได้
ตำแหน่งจริงในประวัติศาสตร์ที่คล้ายๆ กับหลวงอินทรบดียังมีอีกตำแหน่งคือ พระอินทรรักษา เป็นเจ้ากรมตำรวจใหญ่ บุคคลจริงในประวัติศาสตร์ที่รับตำแหน่งนี้คือพี่เขยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รับตำแหน่งในช่วงรัชสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ
2. พระยาพิพัฒน์โกษา
พ่อของนางเอก ในละครไม่ได้กล่าวถึงขอบเขตงานชัดเจน รู้แต่ว่าเป็นขุนนางใหญ่ ตำแหน่งนี้มีอยู่จริงในสมัยกรุงศรีอยุธยาและช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ บางเอกสารเขียนเป็นพิพัทธโกษา มีหน้าที่ประมาณรมตช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศและการคลัง
หลักฐานทางประวัติศาสตร์ในช่วงปีพ.ศ. 2312 หลังพระเจ้าเอกทัศน์สวรรคตราว 2 ปี พระเจ้าตากสินเพิ่งสถาปนากรุงธนบุรี ทรงให้พระยาพิพัฒน์โกษาเขียนจดหมายถึงข้าหลวงบริษัทอินเดียตะวันออกของฮอลันดา (VOC) ขอให้กลับมาทำการค้ากันต่อและขอซื้อปืนพันกระบอก พ่อของนางเอกในละครอาจจะเป็นคนเดียวกับพระยาพิพัฒน์โกษาคนนี้ก็ได้ หรือไม่ใช่ก็ได้ เพราะถ้าอยู่มาถึงก็ต้องมีอายุมากแล้ว น่าจะเลื่อนตำแหน่งขึ้นไปสูงกว่านี้มากกว่า แต่ถ้าจินตนาการว่าภายหลังพระเอกเข้ามารับตำแหน่งแทนพ่อตา คนที่เขียนจดหมายไปถึงฝรั่งก็จะเป็นตัวพระเอก
3. กรมหมื่นเทพพิพิธ
ตัวละครนี้ยังไม่เปิดตัวออกมาเต็มๆ ในประวัติศาสตร์จริงคือศัตรูของพระเจ้าเอกทัศน์ มีพ่อคนเดียวกันคือพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ แต่กรมหมื่นเทพพิพิธสนับสนุนพระเจ้าอุทุมพรให้ขึ้นครองราชย์ ก็เลยขัดใจกันกับพระเจ้าเอกทัศน์ พอพระเจ้าเอกทัศน์ได้เป็นกษัตริย์ กรมหมื่นเทพพิพิธเลยต้องหนีไปบวช แต่ยังคิดกบฏจนได้ โชคดีที่พระเจ้าอุทุมพรขอไว้ไม่ให้ฆ่า เลยถูกเนรเทศไปเกาะลังกา
หลังจากถูกเนรเทศไปแล้ว กรมหมื่นเทพพิพิธก็ยังไปเป็นใหญ่เป็นโตที่นั่น ถึงขนาดคณะสงฆ์จะหนุนให้ขึ้นเป็นกษัตริย์ลังกาแทนกษัตริย์เดิม ตรงนี้ใครสนใจก็ไปหาอ่านประวัติกรมหมื่นเทพพิพิธกันเองได้ นี่ยังไม่รู้ว่าตัวละครนี้จะมีบทบาทมากแค่ไหน เพราะละครเหลืออีกแค่ไม่กี่ตอน
ตามประวัติศาสตร์ กรมหมื่นเทพพิพิธเป็นคนเก่งและเป็นคนมีสีสัน แต่มีความโชคร้ายอยู่อย่าง คือไปร่วมมืออะไรกับใครก็ไปทำวงเขาแตกหมด ซวยกันหมดว่างั้น ซีนเด่นของกรมหมื่นเทพพิพิธที่ถูกกล่าวถึงอยู่เรื่อยๆ คือซีนที่พระองค์ไม่ยอมถวายบังคมพระเจ้าตาก เลยถูกประหารชีวิตไปในที่สุด
4. พระเจ้าอุทุมพร
คนไทยเรียกติดปากว่าขุนหลวงหาวัด ในละครเป็นพระ เปิดตัวครั้งแรกยังไม่รู้ว่าเป็นใคร ตอนนั้นแปลกใจว่าทำไมแม่ของพระเอกใช้คำว่าเพคะเวลากราบทูล เดาว่าน่าจะเป็นพระเจ้าอุทุมพร แต่อาจจะไม่ใช่ก็ได้ เพราะบทบาทในละครมีไม่เยอะ ออกมาทีไรก็จะเป็นฉากที่แม่พระเอกไปขอฤกษ์แต่งงานให้ลูก นี่ยังนึกไม่ออกว่ามีเจ้านายองค์ไหนอีกที่ไปบวชในช่วงนั้น
5. จีนฮุ่ย
ผู้อุปถัมภ์นางเอก คนนี้ในละครยังไม่รู้เบื้องหลังว่าเป็นใคร แต่ที่น่าสนใจคือตอนนางเอกยังเด็กแล้วมาสลบอยู่ตรงหน้า นางเอกเห็นแผ่นป้ายแขวนบอกชื่อแซ่ของจีนฮุ่ยว่าเป็นแซ่แต้ (ภาษาจีนกลางออกเสียงว่า เจิ้ง) บนแผ่นป้ายในละครเขียนแบบตัวจีนย่อ ซึ่งความจริงควรเขียนเป็นจีนตัวเต็ม เนื่องจากตัวจีนย่อเพิ่งมีใช้ช่วงรัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์นี่เอง แต่เราถือเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับงานละคร ไม่ว่ากัน เพียงแต่ถ้าทำตรงกับยุคสมัยมันก็จะดูใส่ใจมากขึ้นไปอีก
เหตุที่นางเอกอ่านตัวแซ่จีนออกเพราะนางเคยเรียนมาจากพ่อ และแซ่แต้นี้มีความสำคัญเพราะเป็นแซ่ของพระเจ้าตากสิน ไม่รู้ว่าคนเขียนนิยายจงใจผูกเรื่องให้เกี่ยวข้องกันหรือเปล่า ดูบุคลิกจีนฮุ่ยก็เป็นคนฉลาด มีการศึกษา มีปมลับๆ หวังว่าละครจะให้ความกระจ่างเกี่ยวกับตัวละครนี้ซักเล็กน้อย ไม่กล้าหวังมากเพราะละครใกล้จบแล้ว ยังเหลืออีกหลายฉากที่ยังไม่เห็น เช่นฉากนางเอกขึ้นถวายน้ำปรุง
6. คุณหญิงบัวแก้ว
แม่ของพระเอก ตอนแรกนึกว่าตัวละครนี้พูดอีสาน เพราะเราแยกสำเนียงทางฝั่งลาวและฝั่งอีสานไม่ออก จนได้ยินคำว่า โดยข้าน้อย ไปค้นดูเลยรู้ว่าเป็นภาษาลาว ตัวละครนี้คงสมมุติขึ้นมา แต่ก็ทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างกรุงศรีอยุธยากับอาณาจักรล้านช้าง ซึ่งเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนช่วงเสียกรุงครั้งแรก
สมัยที่บุเรงนองกำลังพีค กรุงศรีอยุธยากับล้านช้างมีไมตรีต่อกัน มีการสู่ขอพระเทพกษัตรีไปเป็นมเหสีของพระไชยเชษฐาธิราช พอพ้นช่วงนั้นมา ล้านช้างกับกรุงศรีอยุธยาก็ยังติดต่อกันมาเรื่อยๆ ประมาณรัชสมัยพระเพทราชา ล้านช้างเกิดศึกภายใน เวียงจันทน์กับหลวงพระบางแยกจากกัน เวียงจันทน์จึงมาขอให้อโยธยาช่วยในการศึกกับหลวงพระบาง พระเพทราชาก็ใจดีจะส่งทหารไปให้หมื่นนาย หลวงพระบางได้ยินเข้าก็เกิดความกลัว ยุติศึกไป กษัตริย์ล้านช้างเลยส่งพระราชธิดามาถวายเป็นการตอบแทน พระเจ้าเสือผู้เป็นรัชทายาทอยู่ขณะนั้นเลยขอรับไว้เอง
อธิบายมาเพื่อให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างไทยลาว เพราะไม่รู้ว่าในนิยายให้ประวัติคุณหญิงบัวแก้วไว้อย่างไร แต่ได้เป็นถึงเมียหลวงของพ่อพระเอก ก็แสดงว่าต้องมีบุญหนักศักดิ์ใหญ่พอสมควร อาจจะอยู่ในระดับเดียวกับนางสร้อยฟ้าเรื่องขุนช้างขุนแผน ที่พระพันวษาพระราชทานให้พลายงามจนเกิดเรื่องหึงหวงระดับมหากาพย์
7. พระรามณรงค์
แก้ไขเขียนเพิ่มอีกหนึ่งคน พ่อบุญธรรมของแม่บุปผา พอดีได้ยินคนบ่นว่าทำไมเอาลูกเขาไปเลี้ยงแล้วไม่ติดต่อพามาเยี่ยมพ่อแม่บ้าง ในละครก็ชัดเจนนะว่านางไปอยู่กับลุงแท้ๆก่อน แต่พระรามณรงค์มาขอไปเป็นลูกทีหลัง เพราะฉะนั้นพระรามณรงค์ก็ไม่ได้รู้จักกับเจ้าคุณพ่อของแม่บุปผา ไม่มีความจำเป็นต้องมาติดต่อกัน และน่าจะไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเด็กที่รับมาเลี้ยงเป็นลูกของใคร
อีกอย่าง ปกติขุนนางที่ใช้ราชทินนามโดยมีคำว่า ‘ราม’ มักจะเป็นฝ่ายทหาร คุมหัวเมืองสำคัญหน้าด่าน คอยป้องกันข้าศึก ขุนนางเหล่านี้คงไม่ได้เข้ามาเมืองหลวงบ่อยๆ อยู่แล้ว
ราชทินนามที่มีคำว่ารามณรงค์ ในประวัติศาสตร์ช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา จะมีขุนรามณรงค์ พี่ชายร่วมท้องเดียวกันของสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ขุนรามณรงค์ผู้นี้มีลูกสาวคนเดียว ถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลยช่วงกรุงแตก เลยบวชเป็นชี และได้กลับมากรุงรัตนโกสินทร์อีกครั้งช่วงที่ทรงชราแล้ว ซึ่งก็หวังว่าชีวิตแม่บุปผาในละครจะไม่ต้องเป็นเช่นนั้น
เขียนถึงตัวละครเท่านี้ อยากชวนให้ไปดูกันเยอะๆ สนุกจริงจ้า