🖤🙏 สถิตในดวงใจตราบนิรันดร์ 🙏🖤
น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
ขอเชิญหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และประชาชนร่วมดาวน์โหลดพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อนำไปถวายความอาลัย
สามารถดาวน์โหลดภาพความละเอียดสูงได้ที่เว็บไซต์กรมประชาสัมพันธ์ หรือคลิกที่ลิงก์:
https://drive.google.com/drive/u/1/folders/1ir6SGy6j0pLF8ee7l4udvQJWr7i1ZYAj
🧡🙏 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
🧡พระประวัติ
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประสูติเมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๒๑ ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ
ทรงเป็นพระราชนัดดาพระองค์แรกในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระอิสริยยศเดิมเมื่อแรกประสูติคือ “พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา”
พระองค์ทรงมีพระจริยวัตรอันงดงาม เปี่ยมด้วยพระวิริยอุตสาหะในการศึกษาหาความรู้ และทรงปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและประเทศชาติ
🧡ด้านการศึกษา
ทรงศึกษาระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้น ณ โรงเรียนราชินี และทรงศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ณ โรงเรียนจิตรลดา
จากนั้นทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขานิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอกด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยคอร์แนล สหรัฐอเมริกา ขณะเดียวกันยังทรงศึกษากฎหมาย ณ สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ควบคู่กันไปด้วย
🧡การทรงงานด้านกฎหมายและงานอัยการ
ภายหลังทรงสำเร็จการศึกษา พระองค์ได้ทรงเข้ารับราชการในสำนักงานอัยการสูงสุด ในตำแหน่งอัยการผู้ช่วย และทรงปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับคดีอาญาและกระบวนการยุติธรรม
พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับ “ความเป็นธรรมในทุกมิติ” โดยเฉพาะการคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบาง อาทิ ผู้ต้องขังหญิงและเยาวชน อันเป็นที่มาของ “โครงการกำลังใจ” ซึ่งมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขัง และส่งเสริมโอกาสในการกลับคืนสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรี
จากการทรงงานด้านกระบวนการยุติธรรม สิทธิมนุษยชน และการส่งเสริมบทบาทสตรี
พระองค์ได้รับการถวายรางวัลและการยกย่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งรางวัล Model of Recognition และรางวัล UNIFEM Award of Excellence
🧡ด้านการทหาร
พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในด้านการทหาร โดยทรงเข้ารับการศึกษาและการฝึกอบรมทางทหาร ตลอดจนทรงปฏิบัติหน้าที่ในสายงานด้านความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง ด้วยพระวิริยะอุตสาหะและความมุ่งมั่นในการทรงงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้โอนย้ายมารับราชการเป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร และทรงได้รับพระราชทานยศทางทหารตามลำดับ ปัจจุบันทรงได้รับพระราชทานยศเป็น พลเอกหญิง พลเรือเอกหญิง และพลอากาศเอกหญิง อันเป็นยศทหารชั้นสูงสุดของกองทัพไทย อีกทั้งยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เลื่อนพระยศและตำแหน่ง เพื่อทรงรับราชการในพระองค์ในตำแหน่งรองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตราพลเอกพิเศษ)
พระกรณียกิจด้านการทหารของพระองค์สะท้อนให้เห็นถึงพระวิริยะอุตสาหะ ความมีระเบียบวินัย ความเข้มแข็ง และความเสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ อันเป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้นำ ทั้งยังทรงเป็นแบบอย่างอันงดงามแก่สตรีไทยในการมีส่วนร่วมรับผิดชอบภารกิจด้านความมั่นคงของชาติ และการบำเพ็ญตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมด้วยความจงรักภักดีและความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง
🧡ด้านการต่างประเทศ
พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะภายใต้กรอบความร่วมมือขององค์การสหประชาชาติ และสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC)
พระองค์ทรงมีส่วนสำคัญในการผลักดัน “ข้อกำหนดกรุงเทพ (Bangkok Rules)” ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิง โดยได้รับการรับรองจากองค์การสหประชาชาติในปี พ.ศ. 2553 นับเป็นผลงานสำคัญที่สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจแก่ประเทศไทยในระดับนานาชาติ นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐออสเตรีย และทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในฐานะทูตสันถวไมตรีของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) อันสะท้อนถึงพระปรีชาสามารถด้านการทูตและความร่วมมือระหว่างประเทศ
🧡ด้านการสาธารณกุศล
พระองค์ทรงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ซึ่งดำเนินงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอย่างเป็นระบบและครบวงจร
นอกจากนี้ ยังทรงก่อตั้ง “โครงการกำลังใจในพระดำริ” เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขัง ส่งเสริมสิทธิสตรี และสนับสนุนการคืนคนดีสู่สังคมอย่างยั่งยืน
🧡 “กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร”
พระเกียรติยศแห่งพระวิริยอุตสาหะและการอุทิศเพื่อแผ่นดิน
เมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม สถาปนา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ขึ้นเป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายใน มีพระนามตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า
“สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา”
พร้อมทั้งพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์
โดยทรงพระราชดำริว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ ซึ่งได้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยพระวิริยอุตสาหะและพระกตัญญูกตเวทิตา สนองพระเดชพระคุณมาตั้งแต่รัชกาลก่อน สืบเนื่องมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน ทรงปฏิบัติพระราชกิจแทนพระองค์ในหลายวาระ และทรงรับเป็นพระธุระในส่วนพระองค์ให้ดำเนินลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย อันเป็นการแบ่งเบาพระราชภาระได้เป็นอันมาก และเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยยิ่ง
นอกจากนั้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ได้ทรงปฏิบัติ พระกรณียกิจในด้านสาธารณกุศลมาเป็นเวลายาวนาน ผ่านมูลนิธิอาสา เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ซึ่งทรงรับเป็นประธานกรรมการ ทรงรับปฏิบัติงานที่คณะทูตถาวรแห่งประเทศไทย ประจำองค์การสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก อีกทั้งทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในด้านกฎหมาย ซึ่งทรงพระปรีชาสามารถเป็นอย่างยิ่ง ทรงรับราชการในตำแหน่งอัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการสูงสุด ทรงก่อตั้งโครงการกำลังใจ ในพระดำริ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขัง นับว่าได้ทรงปฏิบัติงาน สร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนเป็นอเนกประการ สมควรที่จะสถาปนา พระเกียรติยศ ให้สูงขึ้น ตามแบบอย่างโบราณราชประเพณี
ประกาศ
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์
ประกาศสำนักพระราชวัง
เรื่อง การถวายน้ำสรงและถวายสักการะพระศพ
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี
กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์
ขอพระราชทานถวายกำลังพระทัยแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
🖤🙏พระประวัติ พระองค์ภา-สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
ขอเชิญหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และประชาชนร่วมดาวน์โหลดพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อนำไปถวายความอาลัย
สามารถดาวน์โหลดภาพความละเอียดสูงได้ที่เว็บไซต์กรมประชาสัมพันธ์ หรือคลิกที่ลิงก์: https://drive.google.com/drive/u/1/folders/1ir6SGy6j0pLF8ee7l4udvQJWr7i1ZYAj
🧡ด้านการศึกษา
ทรงศึกษาระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้น ณ โรงเรียนราชินี และทรงศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ณ โรงเรียนจิตรลดา
จากนั้นทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขานิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอกด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยคอร์แนล สหรัฐอเมริกา ขณะเดียวกันยังทรงศึกษากฎหมาย ณ สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ควบคู่กันไปด้วย
🧡การทรงงานด้านกฎหมายและงานอัยการ
ภายหลังทรงสำเร็จการศึกษา พระองค์ได้ทรงเข้ารับราชการในสำนักงานอัยการสูงสุด ในตำแหน่งอัยการผู้ช่วย และทรงปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับคดีอาญาและกระบวนการยุติธรรม
พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับ “ความเป็นธรรมในทุกมิติ” โดยเฉพาะการคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบาง อาทิ ผู้ต้องขังหญิงและเยาวชน อันเป็นที่มาของ “โครงการกำลังใจ” ซึ่งมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขัง และส่งเสริมโอกาสในการกลับคืนสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรี
จากการทรงงานด้านกระบวนการยุติธรรม สิทธิมนุษยชน และการส่งเสริมบทบาทสตรี
พระองค์ได้รับการถวายรางวัลและการยกย่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งรางวัล Model of Recognition และรางวัล UNIFEM Award of Excellence
🧡ด้านการทหาร
พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในด้านการทหาร โดยทรงเข้ารับการศึกษาและการฝึกอบรมทางทหาร ตลอดจนทรงปฏิบัติหน้าที่ในสายงานด้านความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง ด้วยพระวิริยะอุตสาหะและความมุ่งมั่นในการทรงงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้โอนย้ายมารับราชการเป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร และทรงได้รับพระราชทานยศทางทหารตามลำดับ ปัจจุบันทรงได้รับพระราชทานยศเป็น พลเอกหญิง พลเรือเอกหญิง และพลอากาศเอกหญิง อันเป็นยศทหารชั้นสูงสุดของกองทัพไทย อีกทั้งยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เลื่อนพระยศและตำแหน่ง เพื่อทรงรับราชการในพระองค์ในตำแหน่งรองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตราพลเอกพิเศษ)
พระกรณียกิจด้านการทหารของพระองค์สะท้อนให้เห็นถึงพระวิริยะอุตสาหะ ความมีระเบียบวินัย ความเข้มแข็ง และความเสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ อันเป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้นำ ทั้งยังทรงเป็นแบบอย่างอันงดงามแก่สตรีไทยในการมีส่วนร่วมรับผิดชอบภารกิจด้านความมั่นคงของชาติ และการบำเพ็ญตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมด้วยความจงรักภักดีและความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง
🧡ด้านการต่างประเทศ
พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะภายใต้กรอบความร่วมมือขององค์การสหประชาชาติ และสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC)
พระองค์ทรงมีส่วนสำคัญในการผลักดัน “ข้อกำหนดกรุงเทพ (Bangkok Rules)” ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิง โดยได้รับการรับรองจากองค์การสหประชาชาติในปี พ.ศ. 2553 นับเป็นผลงานสำคัญที่สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจแก่ประเทศไทยในระดับนานาชาติ นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐออสเตรีย และทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในฐานะทูตสันถวไมตรีของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) อันสะท้อนถึงพระปรีชาสามารถด้านการทูตและความร่วมมือระหว่างประเทศ
🧡ด้านการสาธารณกุศล
พระองค์ทรงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ซึ่งดำเนินงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอย่างเป็นระบบและครบวงจร
นอกจากนี้ ยังทรงก่อตั้ง “โครงการกำลังใจในพระดำริ” เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขัง ส่งเสริมสิทธิสตรี และสนับสนุนการคืนคนดีสู่สังคมอย่างยั่งยืน
🧡 “กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร”
พระเกียรติยศแห่งพระวิริยอุตสาหะและการอุทิศเพื่อแผ่นดิน
เมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม สถาปนา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ขึ้นเป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายใน มีพระนามตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า
“สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา”
พร้อมทั้งพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์
โดยทรงพระราชดำริว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ ซึ่งได้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยพระวิริยอุตสาหะและพระกตัญญูกตเวทิตา สนองพระเดชพระคุณมาตั้งแต่รัชกาลก่อน สืบเนื่องมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน ทรงปฏิบัติพระราชกิจแทนพระองค์ในหลายวาระ และทรงรับเป็นพระธุระในส่วนพระองค์ให้ดำเนินลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย อันเป็นการแบ่งเบาพระราชภาระได้เป็นอันมาก และเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยยิ่ง
นอกจากนั้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ได้ทรงปฏิบัติ พระกรณียกิจในด้านสาธารณกุศลมาเป็นเวลายาวนาน ผ่านมูลนิธิอาสา เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ซึ่งทรงรับเป็นประธานกรรมการ ทรงรับปฏิบัติงานที่คณะทูตถาวรแห่งประเทศไทย ประจำองค์การสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก อีกทั้งทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในด้านกฎหมาย ซึ่งทรงพระปรีชาสามารถเป็นอย่างยิ่ง ทรงรับราชการในตำแหน่งอัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการสูงสุด ทรงก่อตั้งโครงการกำลังใจ ในพระดำริ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขัง นับว่าได้ทรงปฏิบัติงาน สร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนเป็นอเนกประการ สมควรที่จะสถาปนา พระเกียรติยศ ให้สูงขึ้น ตามแบบอย่างโบราณราชประเพณี