“ไม่ได้คาดฝันมาก่อน วันนั้นหลังได้เข้าไปรับพระราชทานเลี้ยงที่วังไกลกังวลเสร็จแล้วกำลังจะออกจากวัง มีนางสนองพระโอษฐ์วิ่งมาบอกว่านายตำรวจที่ยังไม่ได้พระ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้รออยู่ก่อนให้ขึ้นไปเฝ้าฯ”
“ปกติพระจิตรลดาต้องขอ ไม่ขอท่านไม่ให้ วันนั้นมีตำรวจที่ยังไม่ได้รับพระราชทาน 8 คน รวมผม แล้วขณะที่กำลังจะเข้าไปเฝ้าฯบนพระตำหนักเปี่ยมสุข มีทหารเรือ อยู่สำนักตรวจอากาศทราบข่าวมาด้วยเลยได้ไปอีกองค์
พระองค์ท่านทรงวางพระลงบนฝ่ามือให้ทีละคน ตอนรับพระราชทานผมรู้สึกว่าพระร้อนจนเกือบวาง ตอนหลังได้มาถามว่าพระองค์ท่านเอาพระเข้าเตาอบมาก่อนหรือเปล่า
พระองค์ท่านบอกว่า ‘ไม่มีอะไรเลย ฉันปั๊มด้วยมือแล้วก็เอามาให้’ แสดงว่าพระนี้มีพลังมาก”
หลังจากที่ได้รับพระราชทานแล้วทรงพระกรุณาพระราชทานพระบรมราโชวาทมีความว่า
“พระที่ให้ไปนะ ก่อนจะเอาไปบูชา ให้ปิดทองเสียก่อน แต่ให้ปิดเฉพาะข้างหลังพระเท่านั้น ที่ให้ปิดทองหลังพระก็เพื่อเตือนตัวเองว่า การทำความดีไม่จำเป็นต้องอวดใคร หรือประกาศให้ใครรู้ ให้ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ และถือว่าความสำเร็จในการทำหน้าที่เป็นบำเหน็จรางวัลที่สมบูรณ์แล้ว”
“ปีถัดมาเดือนเมษายน 2511 ได้เฝ้าฯพระองค์ท่านอีกครั้งเเละได้ร่วมโต๊ะเสวยด้วย พอเสวยเสร็จกำลังจะเสด็จขึ้นผมก็ลงกราบที่โต๊ะ และกราบบังคมทูลว่าขอพระราชทานอย่างหนึ่ง ท่านก็ถามว่า ‘จะเอาอะไร’
ผมก็ขอพระราชทานปิดทองหน้าพระ เพราะพระที่ท่านพระราชทานท่านบอกก่อนเลยให้ปิดทองหลังพระเท่านั้น เพื่อจะให้รู้ว่าจะทำความดีไม่ต้องอวดคนอื่น แต่ผมดันทะลึ่งไปขอปิดทองหน้าพระจะได้ขึ้นเงินเดือน ได้ขั้นกับเขาบ้าง
พระองค์ท่านก็รับสั่งตอบทันทีว่า
“ปิดข้างหลังให้เยอะๆ มันจะล้นออกมาข้างหน้าเอง”
เป็นคำสอนของพระองค์ท่านที่วสิษฐ เดชกุญชร จดจำได้ตลอดมา
ปิดทองข้างหลังพระให้เยอะๆ ทองจะล้นออกมาข้างหน้าเอง