หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
[CR] รีวิว "Kappo Kazunobu" โอมากาเสะอาหารญี่ปุ่นสไตล์คัปโปะเสิร์ฟสูงสุด 16 จานต่อคอร์ส เริ่มต้น 4,000฿++
กระทู้รีวิว
อาหารญี่ปุ่น
ร้านอาหาร
ร้านอาหารย่านสุขุมวิท
อาหารคาว
อาหาร
เงินเดือนเพิ่งออกก้อนใหญ่พร้อมโบนัสประจำไตรมาสแบบนี้ถือว่าเป็นโอกาสดีๆซึ่งมีไม่ค่อยบ่อยนักเลยปรึกษากับคุณแฟนให้ช่วยค้นหาร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์โอมากาเสะที่อยากมาฉลองด้วยกันซึ่งตกลงและโทรจองคิวเรียบร้อย ชื่อว่า "Kappo Kazunobu" ได้คะแนนรีวิวจากทุกสำนักเฉลี่ย 4.2-4.6 เต็ม 5 ดาว นั้นถือว่าไม่ธรรมดา มีจุดเด่นไม่เหมือนใครตั้งแต่ประเภทของอาหารที่ยกมาเสิร์ฟภายในคอร์สที่เรียกว่า "Kappo" (คัปโปะ) ภาพรวมแล้วมีความคล้ายคลึงกับสไตล์ "Kaiseki" (ไคเซกิ) แต่เชฟจะค่อยๆแสดงการจัดเตรียมวัตถุดิบเริ่มต้นตั้งแต่การแล่/นึ่ง/ทอด/ย่างและประดับตกแต่งจานให้สวยงามก่อนวางขึ้นโต๊ะทีละจานตรงหน้าเคาน์เตอร์บาร์ ซึ่งทำให้เราเห็นถึงความตั้งใจอย่างละเมียดละไมในทุกๆขั้นตอนของการเปิดประสบการณ์สุดพิเศษครั้งนี้ตั้งแต่เริ่มจนจบ โดยแต่ละคอร์สจะเสิร์ฟอาหารให้ 13-16 เมนู ราคาเริ่มต้นที่ 4,000 บาท++ และสูงสุดที่ 7,000 บาท++ เปิดให้บริการ จ.-ศ. 2 รอบก็คือ 18.00 กับ 20.00 น. ส่วน ส.-อา. เพิ่มมาอีก 1 รอบในช่วง 12.30-14.30 น. (ไม่รับลูกค้า Walk In ทุกๆกรณี) ส่วนวิธีการเดินทางตั้งพิกัดมาที่โครงการนิฮอนมาชิชั้น 2 ตรงบันไดทางขึ้นพอดี ถ้าเดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวมีลานจอดรถขนาดใหญ่ให้บริการ 3 ชั่วโมงแรกฟรีเมื่อมีประทับตราร้านเกินกว่านั้นคิดชั่วโมงละ 20 บาท ถ้าเดินทางมาด้วยบริการขนส่งสาธารณะแนะนำให้ลง BTS สถานีพร้อมพงษ์แล้วเรียกรถเข้ามาอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร จะพบกับหน้าร้านเป็นประตูกับกำแพงไม้สีดำสนิทพร้อมป้ายเขียนด้วยลายมือภาษาญี่ปุ่นแบบนี้แสดงว่ามาถูกแล้วครับ
มาถึงแจ้งชื่อกับน้องพนักงานที่หน้าประตูแล้วก็จะถูกเชิญเข้ามาข้างในเพื่อนั่งรอเชฟเตรียมวัตถุดิบสักครู่ภายในห้องรับรองพิเศษ มีเก้าอี้พร้อมโต๊ะทรงกลมตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นวางตรงกลางซึ่งด้านล่างเต็มไปด้วยหนังสือที่เกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่มของญี่ปุ่นให้อ่านเพลินๆระหว่างรอ นอกจากนี้ฝั่งตรงข้ามที่เป็นโถงทางเดินยาวยังมีห้องส่วนตัวขนาดใหญ่ให้บริการอีก 3 ห้องรองรับลูกค้าเป็นกลุ่มใหญ่ได้ประมาณ 8-10 คน โดยอาหารแต่ละจานจะถูกปรุงใหม่แล้วยกมาเสิร์ฟภายในห้องนี้ตามคอร์สของแต่ละคนที่จองมา ระหว่างทางก็มีขวดวิสกี้กับสาเกสุดพรีเมี่ยมราคาแพงนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นวางบนชั้นด้านในกระจกตามกำแพงไว้กระตุ้นความอยากของลูกค้าสายดื่มทั้งหลาย ใช้เวลาเพียงไม่นานก็ถูกเรียกเข้าไปด้านในห้องโถงหลักเนื่องจากเรามาถึงค่อนข้างช้าเพราะผมเพิ่งเลิกงานแล้วก็ต้องแวะไปรับคุณแฟนต่ออีกทั้งมีปริมาณรถยนต์บนถนนสุขุมวิทผ่านแยกอโศกในช่วงเย็นทำให้การจราจรเป็นอัมพาตหนักสุดๆ อีกทั้งยังมีความโชคดีที่วันนี้ไม่มีลูกค้าคนอื่นๆนอกจากโต๊ะของเราเท่านั้นจึงได้รับอนุญาตให้มาสายนิดหน่อยครับผม
เดินเข้ามาด้านในสุดผ่านผ้าม่านกั้นสีน้ำเงินเข้มก็จะพบกับห้องโถงหลักซึ่งมีจุดเด่นเลยก็คือเคาน์เตอร์บาร์ขนาดใหญ่และยาวเป็นพิเศษที่สามารถรองรับลูกค้าได้สูงสุดถึง 10 คนต่อรอบ ทำจากไม้เนื้อแข็งโทนสีสว่างเคลือบเงามันแวววาวพร้อมเก้าอี้แบบมีที่พักแขน (ส่วนคนตัวใหญ่อย่างเราขอแบบไม่มีที่พักแขนทางร้านก็จัดหามาให้) รองก้นด้วยเบาะนุ่มชวนให้นั่งสบายๆมองเห็นครัวขนาดเล็กที่เชฟใช้ในการเตรียมวัตถุดิบพร้อมปรุงอาหารต่างๆได้อย่างชัดเจนดี ตั้งแต่เข้ามาการตกแต่งภายในร้านก็เน้นสีดำสนิทมาตลอดตัดด้วยไม้โทนสีสว่างกับของตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นโบราณให้อารมณ์ดูหรูหราตามวิถีแห่งเซน เพิ่มความอบอุ่นด้วยแสงไฟโทนสีเหลืองอมส้มยกเว้นโซนอาหารปรุงร้อนภายในครัวที่ใช้หลอดไฟแสงสีขาวปกติพร้อมชั้นวางมีดไซส์ต่างๆเรียงบนชั้นไม่ไกลกันเพื่อบ่งบอกว่าตรงนี้เป็นครัวหลักที่จะปรุงอาหารเมนูพิเศษต่างๆให้วันนี้ ไม่พูดพร่ำทำเพลงให้เสียเวลารีบนั่งเก้าอี้ที่จองไว้ก็พร้อมฟินกับมื้อสุดพิเศษนี้แล้วครับ
บนโต๊ะอุปกรณ์การทานต่างๆถูกเตรียมพร้อมเอาไว้ให้เกือบครบพร้อมอย่างยกเว้นบางเมนูที่เป็นน้ำซุปพนักงานจะค่อยหยิบช้อนออกมาให้จากชั้นด้านหลังประกอบไปด้วย 1. ถาดรองจานสำหรับวางอาหารที่เชฟเสิร์ฟทรงวงกลมตัดขอบสีทอง-ดำ 2. ตะเกียบพร้อมที่วางใช้คีบได้ทั้งสองด้าน 3. ผ้าสำหรับปูรองตักสีขาวสะอาดพิมพ์ลายชื่อร้านที่ถูกเขียนด้วยตัวอักษรภาษาญี่ปุ่น 4. ที่รองแก้วทำจากกระดาษแข็งสีขาวพิมพ์ลายแบบเดียวกับผ้ารองตัก เมื่อมานั่งที่โต๊ะแล้วบริการเสริมอื่นๆก็ถูกยกตามมาเป็น "ผ้าเย็น" มีกลิ่นหอมละมุนม้วนใส่มาในถาดทรงยาวสไตล์ญี่ปุ่นเอาไว้สำหรับเช็ดมือหรือหน้าเพื่อเพิ่มความสดชื่นก่อนมื้ออาหารและ "Yuzu Mocktail" ใส่แก้วทรงกระบอกสูงแชมเปญมาเสิร์ฟก่อนเป็นอันดับแรก เป็นน้ำจากผลส้มยูสุแท้รสหวานอมเปรี้ยวมีกลิ่นหอมและซ่าเบาๆที่ปลายลิ้นพร้อมใส่น้ำแข็งเกล็ดเล็กเคี้ยวได้กรุบกรอบเย็นชื่นใจเหมือนเป็นการเปิดต่อมรับรสให้พร้อมก่อนจะเริ่มอาหารจานแรก โดยวันนี้ผมกับแฟนจองมาเป็นชุด 4,000 บาท++ กับ 7,000 บาท++ น้องพนักงานก็เอาใบรายการอาหารที่เราจะได้ทานมาให้ดูก่อน ถ้าใครมีประวัติการแพ้หรือไม่ทานวัตถุดิบตัวไหนเป็นพิเศษรบกวนบอกทางร้านตอนจองเพื่อที่เชฟจะได้จัดเตรียมเมนูจานอื่นทดแทนให้ตามดุลยพินิจของทางร้านและมาเป็นกลุ่มจะแชร์อาหารกันก็ได้ไม่มีกฎห้าม โดยปกติในโอมากาเสะที่อื่นเชฟจะหยิบวัตถุดิบออกมาใส่ถาดโชว์ก่อนแต่ที่นี่ไม่พูดเยอะกล่าวสวัสดีแล้วเริ่มปรุงจานแรกกันเลย
เพื่อป้องกันการสับสนเนื่องจากมื้อนี้ผมกับแฟนกินโอมากาเสะคนละราคากันจึงขอเริ่มรีวิวกันที่ 4,000 บาท++ จานแรกเสิร์ฟเป็น "Yaki Goma Tofu" เป็นเต้าหู้สดโฮมเมดทำจากงาขาวแทนถั่วเหลืองตามสูตรปกติมีเนื้อสัมผัสเข้มข้นเหนียวหนึบสู้ฟันหอมมันราวกับแป้งโมจิหอมงานำย่างลงบนเตาถ่านให้พอได้กลิ่นไหม้เกรียมติดด้านนอกนิดๆ ท็อปปิ้งด้วยอูนิหรือไข่หอยเม่นสายพันธุ์มุราซากิ/โกจิเบอรี่/กระเจี๊ยบและวาซาบิขูดสดจากต้น ราดด้วยซอสพิเศษที่ปรุงจากโชยุผสมดาชิปรุงรสให้เค็มหวานกลมกล่อมเข้ากับความหอมมันของเต้าหู้และวัตถุดิบต่างๆที่ใส่ลงไปได้เป็นอย่างดี ช่วยเปิดประสาทการรับรสให้ตื่นขึ้นพร้อมที่จะรับความอร่อยใหม่ที่จะมาเสิร์ฟเป็นจานถัดไป เมนูที่สองถูกนำมาวางต่อกันทันทีเมื่อจานแรกถูกพนักงานเก็บไปคือ "Ankimo Monaka Yuzu Miso" เป็นแผ่นแป้งเวเฟอร์สีชมพูรูปดอกซากุระมีชื่อว่าโมนากะของญี่ปุ่นที่มีสัมผัสกรอบนอกเหนียวหนึบเวลาเคี้ยวนิดๆ เข้ากันได้ดีกับไส้สุดแน่นตรงกลางทำจากตับปลาอังโกะบดผสมซอสยูสุมิโสะพร้อมฟักแฟงแตงอ่อนหั่นแบบลูกเต๋ากับต้นหอมซอย ได้ความหอมมันนวลเนียนและกรุบกรอบพร้อมกลิ่นอันสดชื่นหลากหลายมิติในคำเดียวจนทำให้น้ำย่อยในกระเพาะเริ่มทำงานครับ
เมนูต่อมาเป็นซุปใสสไตล์ญี่ปุ่นเพื่อล้างกลิ่นคาวจากตับปลาในปากก่อนหน้านี้นั่นคือ "Hotate Shinjo Soup" เป็นลูกชิ้นโฮมเมดสูตรพิเศษทำมาจากเนื้อหอยเชลล์โฮตาเตะฮอกไกโดคุณภาพสูงสับละเอียด แล้วจับนวดให้เข้ากับปลาเนื้อสีขาวตามอัตราส่วนจนได้ความนุ่มเด้งเนียนละเอียดพร้อมกลิ่นหอมละมุนในปากเวลาเคี้ยว ส่วนน้ำซุปใสได้มาจากการเคี่ยวโครงกระดูกของมากุโร่กับสาหร่ายคอมบุเน้นความกลมกล่อมช่วยเสริมรสชาติของลูกชิ้นที่ทำขึ้นมาเป็นพิเศษได้อย่างลงตัว ให้สัมผัสนุ่มนวลภายในปากตอนซดด้วยไข่ไก่นึ่งสุกพอนิ่มราวกับคัสตาร์ตชิ้นเล็กๆสับใส่ลงไปและเพิ่มความหอมสดชื่นด้วยผิวของส้มยุสุกับแตงกวาญี่ปุ่นเคี้ยวกรุบกรอบ โดยรวมเป็นซุปน้ำใสที่มีรายละเอียดปลีกย่อยที่บ่งบอกถึงประสบการณ์อันสูงภายในครัวของเชฟได้อย่างดีเยี่ยม เมนูต่อไปเป็นเหล่าโปรตีนเน้นๆจากเนื้อปลาที่ถูกคัดมาแล้วว่ามีรสชาติดีสุดภายในฤดูกาลนั้นๆก็คือ "Seasonnal Sashimi" ประกอบไปด้วย 1. Katsuo หรือปลาโอสดตระกูลเดียวกับมากุโร่เอามาย่างถ่านพอให้ข้างนอกสุกเกรียมด้านในสีแดงสดให้สองสัมผัสในคำเดียว 2. Kinmedai หรือปลากะพงแดงตาโตเป็นราชาแห่งปลาทะเลน้ำลึกจุดเด่นอยู่ตรงหนังสีแดงสดเด้ง/รสชาติเข้มข้นและมีกลิ่นไขมันหอมเฉพาะตัว 3. Isaki หรืออิซากิเป็นปลาเนื้อขาวตัวแทนแห่งฤดูร้อนของดีประจำเมืองชิซึโอกะซึ่งมีจุดเด่นตรงเนื้อแน่นหวานเด้งสู้ฟันแบบเดียวกับที่ผสมในลูกชิ้นโฮตาเตะจานที่แล้ว ทานคู่กับโชยุผสมขิงขูด-วาซาบิและล้างคาวให้หมดจดด้วยยำต้นหอมซอยสูตรพิเศษแทนขิงดองน้ำผึ้งแบบที่เสิร์ฟในร้านซูชิก็อร่อยดีไปอีกแบบครับ
จานต่อไปก็ยังคงเป็นปลาแต่เสิร์ฟในรูปแบบของสเต๊กชิ้นใหญ่เคี้ยวฉ่ำเต็มก็คือ "Amadai Negi Sauce" เป็นเนื้ออามะไดหรือปลาไท่เนื้อหวานเต็มไปด้วยน้ำและไขมัน โดยเชฟได้แยกส่วนหนังออกไปทอดก่อนแบบไม่ขอดเกล็ดให้มีสีเหลืองทองสวยงามส่วนเนื้อเอาไปย่างบนเตาถ่านให้ได้ระดับความสุกและรักษาความชุ่มฉ่ำของเนื้อเอาไว้อย่างครบถ้วนด้วยประสบการณ์ในครัวชั้นสูง จากนั้นนำทั้งสองส่วนมาประกอบร่างกันวางบนซอสสีเขียวสัมผัสเข้มข้นทำจากต้นหอมญี่ปุ่นรสหวานเค็มกลมกล่อมแต่ไม่เหม็นเขียวเพราะถูกกำจัดออกไปจนหมดในความร้อน เสิร์ฟพร้อมกับรากบัวทอดกรอบราวกับขนมขบเคี้ยวและเมล็ดถั่วปากอ้าต้มในกาแฟให้ความหวานปนขมราวกับขนมเพื่อเตรียมเข้าสู่จานหลักเมนูถัดไปอันแสนเย็นสดชื่นก็คือ "Hanamaki Uni Inaniwa Udon" เป็นเส้นอูด้งที่เรียวเล็กพิเศษจากจังหวัดอาคิตะในประเทศญี่ปุ่น มีจุดเด่นตรงความเหนียวนุ่มหนึบเคี้ยวสู้ฟันและสามารถเข้ากับน้ำซุปแบบใสได้ดีกว่าอูด้งที่ขายในท้องตลาดทั่วไป ลวกให้สุกแล้วบีบน้ำส่วนเกินออกราดซอสโชยุผสมดาชิสูตรเข้มข้นผสมสาหร่ายสดที่มีกลิ่นหอมละมุน เพิ่มความหอมมันให้พิเศษยิ่งขึ้นด้วยเนื้ออูนิสายพันธุ์บาฟุนจากเกาะฮอกไกโดพร้อมตัดเลี่ยนด้วยวาซาบิขูดสดอีกหน่อย โดยเชฟแนะนำให้คลุกแล้วสูดเส้นเข้าไปเสียงดังๆแบบญี่ปุ่นก็จะได้ความอร่อยฟินขั้นสูงสุดครับ
******* เกิน 10,000 ตัวอักษร ขออนุญาตเขียนรีวิวต่อในช่อง Comment แทนนะครับ *******
ชื่อสินค้า:
Kappo Kazunobu
คะแนน:
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
- จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
- ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
ซาชิมิ ทูน่า 🍣🍱แบบบ่มเชื้อรา กล้าทานกันมั้ยคะ
"Koji-Aged Tuna" หรือการบ่มปลาทูน่าด้วยเชื้อราโคจิ (Aspergillus oryzae) ซึ่งกำลังเป็นเทคนิคที่ได้รับความสนใจในวงการซาซิมิระดับไฮเอนด์ครับ นี่คือรายละเอียดว่ามันคืออะไรและทำไมถึงต้องทำให้ขึ้น
Lady_Simplicity
“ไก่สามอย่าง” กับหลากที่มาของชื่อชวนฉงน เมนูชื่อไก่ไม่มีไก่เป็นวัตถุดิบ...
ไก่สามอย่าง เมนูที่ไม่มีไก่ กับที่มาของชื่อนี้ โลกออนไลน์เคยมีประเด็นให้ถกเถียงกันเกี่ยวกับเมนูเจ้าปัญหาที่ชื่อว่า “ไก่สามอย่าง” ที่เมื่อสั่งมาแล้วไม่มีไก่บนจานเลยแม้แต่ชิ้นเดียว มีเพียงกุ
ต้นโพธิ์ต้นไทร
ซ้ำรอบสอง ดื่มด่ำกับ 15 คอร์สโอมากาเสะ ย่านสาทร
ซ้ำรอบสอง ดื่มด่ำกับ 15 คอร์สโอมากาเสะสุดพรีเมียมที่ Cutts Sathorn โดดเด่นเรื่องการดึงรสชาติอูมามิของวัตถุดิบออกมาได้อย่างไร้ที่ติ ผ่านเทคนิคการ Aging และการใช้ซอสสูตรลับเฉพาะของเชฟ กับคอร์ส 15 คำ 250
The Gastro Lens by Miki
63. ไก่ตะไคร้ เชิญมาเที่ยวมากินอาหารอร่อยๆ จ.สระแก้ว ; เมนูอาหารถิ่น ๗๗ จังหวัด 'รสชาติ…ที่หายไป' พ.ศ.๒๕๖๘
ใช้ไก่ส่วนสะโพกจะได้เนื้อที่นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ระวังเวลาผัดพริกแกง อย่าให้ไหม้ไป ใครชอบกินตะไคร้ สามารถใส่เพิ่มได้ ว่าง ๆ ไม่รู้จะกินอะไรแบบนี้ วันนี้ขอเสนอเมนู “ไก่ผัดตะไคร้” โขลกเครื่องตะไคร้ผ
ต้นโพธิ์ต้นไทร
ผัดซีอิ๊วหมูหมัก เมนูง่ายๆ ทำกินที่บ้าน พร้อมเคล็ดลับหมักหมูนุ่ม เส้นไม่เละ อร่อยได้ทุกวัย 🍜✨
สวัสดีค่ะทุกคน 😊 ช่วงนี้หลายคนก็คงรู้สึกเหมือนกันนะคะ ทั้งสถานการณ์โลก ทั้งเรื่องน้ำมันที่เริ่มมีผลกับการใช้ชีวิต จขกท.เองก็แอบรู้สึกว่า “ถ้าไม่จำเป็น ก็ไม่อยากออกจากบ้าน” เลยกลายเป็นว่า
เที่ยวสบายสบาย
ข้าวผัดกะเพราเนื้อสับ คลุก กับไข่ดาว x2
เมื่อวานดูทู้ข้าวกะเพราะ กะเพรา น่าอร่อย เข้าร้านอาหารก็ไม่ต้องคิดนาน สั่งเลยครับ ข้าวผัดกะเพราเนื้อสับ คลุก กับไข่ดาว x2 .. ไข่แดงสดมากครับ รสไม่เผ็ดหอมกลิ่นกะเพราดี เนื้อสับน้อยไปนิดนึง แต่นุ่ม
สมาชิกหมายเลข 4755513
โอมากาเสะสไตล์เอโดะมาเอะแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ
โอมากาเสะสไตล์เอโดะมาเอะแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ ใจกลางทองหล่อ ที่ให้ฟีลเหมือนได้นั่งกินซูชิอยู่ญี่ปุ่น 🇯🇵🍣 ร้าน KOHAKU (โคฮาคุ) โอมากาเสะพรีเมียมที่อยู่ชั้น 3 ของ Hotel Nikko Bangkok บรรยากาศร้านเป็นเคาน์
Vichachill
แจกสูตร “ข้าวผัดกะเพราพริกแห้งหอยเชลล์” รสจัดจ้าน แซ่บสะใจ เคล็ดลับหอยเชลล์หวานเด้ง ไม่คายน้ำ 🌶️🔥
🦪🌶️ เปลี่ยนหอยเชลล์แช่แข็งในตู้เย็น ให้กลายเป็นเมนูข้าวผัดกะเพราพริกแห้งสุดพรีเมียม! ผัดแห้ง ๆ หอมกลิ่นกระทะ ทำง่าย แต่อร่อยลืมอิ่ม ใครมีของตุนไว้มาลองทำตามกันค่ะ สวัสดีค่ะทุกท่าน 😁 หอยเชลล์ที่นำมาท
เที่ยวสบายสบาย
เมนู “กุ้งอบวุ้นเส้น” ทำง่ายๆ อบในกระทะ เส้นเหนียวนุ่ม พร้อมเคล็ดลับกุ้งเด้ง เนื้อหวาน 🫚🦐
สวัสดีค่ะทุกคน 😊 เมนูวันนี้ของ จขกท. คือ “กุ้งอบวุ้นเส้น” เมนูโปรดของหลายคน ซึ่งทำง่ายมากค่ะ จริง ๆ แล้วกุ้งที่นำมาทำเมนูนี้ เป็นกุ้งที่ จขกท. แบ่งเก็บไว้ในช่องฟรีซก่อนหน้านี้ค่ะ เพราะช่ว
เที่ยวสบายสบาย
รีวิว "Tsunami Sushi Buffet" บุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่นกว่า 200 เมนูตลอด 2 ชม.เพียง 799 ฿ มี 7 สาขาทั่วไทย
เมื่อวันก่อนแฟนผมเล่นมือถือเห็นเพื่อนสมัยเรียนปัจจุบันทำงานอยู่จังหวัดชลบุรีถ่ายรูปพร้อมลงรีวิวร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่งดูน่าทานสุดๆแต่อยู่ไกลมากตรงโครงการ J-Park อำเภอศรีราชาได้แก่ "Tsunami Sush
Food Addicts
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
อาหารญี่ปุ่น
ร้านอาหาร
ร้านอาหารย่านสุขุมวิท
อาหารคาว
อาหาร
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ :
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
[CR] รีวิว "Kappo Kazunobu" โอมากาเสะอาหารญี่ปุ่นสไตล์คัปโปะเสิร์ฟสูงสุด 16 จานต่อคอร์ส เริ่มต้น 4,000฿++
มาถึงแจ้งชื่อกับน้องพนักงานที่หน้าประตูแล้วก็จะถูกเชิญเข้ามาข้างในเพื่อนั่งรอเชฟเตรียมวัตถุดิบสักครู่ภายในห้องรับรองพิเศษ มีเก้าอี้พร้อมโต๊ะทรงกลมตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นวางตรงกลางซึ่งด้านล่างเต็มไปด้วยหนังสือที่เกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่มของญี่ปุ่นให้อ่านเพลินๆระหว่างรอ นอกจากนี้ฝั่งตรงข้ามที่เป็นโถงทางเดินยาวยังมีห้องส่วนตัวขนาดใหญ่ให้บริการอีก 3 ห้องรองรับลูกค้าเป็นกลุ่มใหญ่ได้ประมาณ 8-10 คน โดยอาหารแต่ละจานจะถูกปรุงใหม่แล้วยกมาเสิร์ฟภายในห้องนี้ตามคอร์สของแต่ละคนที่จองมา ระหว่างทางก็มีขวดวิสกี้กับสาเกสุดพรีเมี่ยมราคาแพงนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นวางบนชั้นด้านในกระจกตามกำแพงไว้กระตุ้นความอยากของลูกค้าสายดื่มทั้งหลาย ใช้เวลาเพียงไม่นานก็ถูกเรียกเข้าไปด้านในห้องโถงหลักเนื่องจากเรามาถึงค่อนข้างช้าเพราะผมเพิ่งเลิกงานแล้วก็ต้องแวะไปรับคุณแฟนต่ออีกทั้งมีปริมาณรถยนต์บนถนนสุขุมวิทผ่านแยกอโศกในช่วงเย็นทำให้การจราจรเป็นอัมพาตหนักสุดๆ อีกทั้งยังมีความโชคดีที่วันนี้ไม่มีลูกค้าคนอื่นๆนอกจากโต๊ะของเราเท่านั้นจึงได้รับอนุญาตให้มาสายนิดหน่อยครับผม
เดินเข้ามาด้านในสุดผ่านผ้าม่านกั้นสีน้ำเงินเข้มก็จะพบกับห้องโถงหลักซึ่งมีจุดเด่นเลยก็คือเคาน์เตอร์บาร์ขนาดใหญ่และยาวเป็นพิเศษที่สามารถรองรับลูกค้าได้สูงสุดถึง 10 คนต่อรอบ ทำจากไม้เนื้อแข็งโทนสีสว่างเคลือบเงามันแวววาวพร้อมเก้าอี้แบบมีที่พักแขน (ส่วนคนตัวใหญ่อย่างเราขอแบบไม่มีที่พักแขนทางร้านก็จัดหามาให้) รองก้นด้วยเบาะนุ่มชวนให้นั่งสบายๆมองเห็นครัวขนาดเล็กที่เชฟใช้ในการเตรียมวัตถุดิบพร้อมปรุงอาหารต่างๆได้อย่างชัดเจนดี ตั้งแต่เข้ามาการตกแต่งภายในร้านก็เน้นสีดำสนิทมาตลอดตัดด้วยไม้โทนสีสว่างกับของตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นโบราณให้อารมณ์ดูหรูหราตามวิถีแห่งเซน เพิ่มความอบอุ่นด้วยแสงไฟโทนสีเหลืองอมส้มยกเว้นโซนอาหารปรุงร้อนภายในครัวที่ใช้หลอดไฟแสงสีขาวปกติพร้อมชั้นวางมีดไซส์ต่างๆเรียงบนชั้นไม่ไกลกันเพื่อบ่งบอกว่าตรงนี้เป็นครัวหลักที่จะปรุงอาหารเมนูพิเศษต่างๆให้วันนี้ ไม่พูดพร่ำทำเพลงให้เสียเวลารีบนั่งเก้าอี้ที่จองไว้ก็พร้อมฟินกับมื้อสุดพิเศษนี้แล้วครับ
บนโต๊ะอุปกรณ์การทานต่างๆถูกเตรียมพร้อมเอาไว้ให้เกือบครบพร้อมอย่างยกเว้นบางเมนูที่เป็นน้ำซุปพนักงานจะค่อยหยิบช้อนออกมาให้จากชั้นด้านหลังประกอบไปด้วย 1. ถาดรองจานสำหรับวางอาหารที่เชฟเสิร์ฟทรงวงกลมตัดขอบสีทอง-ดำ 2. ตะเกียบพร้อมที่วางใช้คีบได้ทั้งสองด้าน 3. ผ้าสำหรับปูรองตักสีขาวสะอาดพิมพ์ลายชื่อร้านที่ถูกเขียนด้วยตัวอักษรภาษาญี่ปุ่น 4. ที่รองแก้วทำจากกระดาษแข็งสีขาวพิมพ์ลายแบบเดียวกับผ้ารองตัก เมื่อมานั่งที่โต๊ะแล้วบริการเสริมอื่นๆก็ถูกยกตามมาเป็น "ผ้าเย็น" มีกลิ่นหอมละมุนม้วนใส่มาในถาดทรงยาวสไตล์ญี่ปุ่นเอาไว้สำหรับเช็ดมือหรือหน้าเพื่อเพิ่มความสดชื่นก่อนมื้ออาหารและ "Yuzu Mocktail" ใส่แก้วทรงกระบอกสูงแชมเปญมาเสิร์ฟก่อนเป็นอันดับแรก เป็นน้ำจากผลส้มยูสุแท้รสหวานอมเปรี้ยวมีกลิ่นหอมและซ่าเบาๆที่ปลายลิ้นพร้อมใส่น้ำแข็งเกล็ดเล็กเคี้ยวได้กรุบกรอบเย็นชื่นใจเหมือนเป็นการเปิดต่อมรับรสให้พร้อมก่อนจะเริ่มอาหารจานแรก โดยวันนี้ผมกับแฟนจองมาเป็นชุด 4,000 บาท++ กับ 7,000 บาท++ น้องพนักงานก็เอาใบรายการอาหารที่เราจะได้ทานมาให้ดูก่อน ถ้าใครมีประวัติการแพ้หรือไม่ทานวัตถุดิบตัวไหนเป็นพิเศษรบกวนบอกทางร้านตอนจองเพื่อที่เชฟจะได้จัดเตรียมเมนูจานอื่นทดแทนให้ตามดุลยพินิจของทางร้านและมาเป็นกลุ่มจะแชร์อาหารกันก็ได้ไม่มีกฎห้าม โดยปกติในโอมากาเสะที่อื่นเชฟจะหยิบวัตถุดิบออกมาใส่ถาดโชว์ก่อนแต่ที่นี่ไม่พูดเยอะกล่าวสวัสดีแล้วเริ่มปรุงจานแรกกันเลย
เพื่อป้องกันการสับสนเนื่องจากมื้อนี้ผมกับแฟนกินโอมากาเสะคนละราคากันจึงขอเริ่มรีวิวกันที่ 4,000 บาท++ จานแรกเสิร์ฟเป็น "Yaki Goma Tofu" เป็นเต้าหู้สดโฮมเมดทำจากงาขาวแทนถั่วเหลืองตามสูตรปกติมีเนื้อสัมผัสเข้มข้นเหนียวหนึบสู้ฟันหอมมันราวกับแป้งโมจิหอมงานำย่างลงบนเตาถ่านให้พอได้กลิ่นไหม้เกรียมติดด้านนอกนิดๆ ท็อปปิ้งด้วยอูนิหรือไข่หอยเม่นสายพันธุ์มุราซากิ/โกจิเบอรี่/กระเจี๊ยบและวาซาบิขูดสดจากต้น ราดด้วยซอสพิเศษที่ปรุงจากโชยุผสมดาชิปรุงรสให้เค็มหวานกลมกล่อมเข้ากับความหอมมันของเต้าหู้และวัตถุดิบต่างๆที่ใส่ลงไปได้เป็นอย่างดี ช่วยเปิดประสาทการรับรสให้ตื่นขึ้นพร้อมที่จะรับความอร่อยใหม่ที่จะมาเสิร์ฟเป็นจานถัดไป เมนูที่สองถูกนำมาวางต่อกันทันทีเมื่อจานแรกถูกพนักงานเก็บไปคือ "Ankimo Monaka Yuzu Miso" เป็นแผ่นแป้งเวเฟอร์สีชมพูรูปดอกซากุระมีชื่อว่าโมนากะของญี่ปุ่นที่มีสัมผัสกรอบนอกเหนียวหนึบเวลาเคี้ยวนิดๆ เข้ากันได้ดีกับไส้สุดแน่นตรงกลางทำจากตับปลาอังโกะบดผสมซอสยูสุมิโสะพร้อมฟักแฟงแตงอ่อนหั่นแบบลูกเต๋ากับต้นหอมซอย ได้ความหอมมันนวลเนียนและกรุบกรอบพร้อมกลิ่นอันสดชื่นหลากหลายมิติในคำเดียวจนทำให้น้ำย่อยในกระเพาะเริ่มทำงานครับ
เมนูต่อมาเป็นซุปใสสไตล์ญี่ปุ่นเพื่อล้างกลิ่นคาวจากตับปลาในปากก่อนหน้านี้นั่นคือ "Hotate Shinjo Soup" เป็นลูกชิ้นโฮมเมดสูตรพิเศษทำมาจากเนื้อหอยเชลล์โฮตาเตะฮอกไกโดคุณภาพสูงสับละเอียด แล้วจับนวดให้เข้ากับปลาเนื้อสีขาวตามอัตราส่วนจนได้ความนุ่มเด้งเนียนละเอียดพร้อมกลิ่นหอมละมุนในปากเวลาเคี้ยว ส่วนน้ำซุปใสได้มาจากการเคี่ยวโครงกระดูกของมากุโร่กับสาหร่ายคอมบุเน้นความกลมกล่อมช่วยเสริมรสชาติของลูกชิ้นที่ทำขึ้นมาเป็นพิเศษได้อย่างลงตัว ให้สัมผัสนุ่มนวลภายในปากตอนซดด้วยไข่ไก่นึ่งสุกพอนิ่มราวกับคัสตาร์ตชิ้นเล็กๆสับใส่ลงไปและเพิ่มความหอมสดชื่นด้วยผิวของส้มยุสุกับแตงกวาญี่ปุ่นเคี้ยวกรุบกรอบ โดยรวมเป็นซุปน้ำใสที่มีรายละเอียดปลีกย่อยที่บ่งบอกถึงประสบการณ์อันสูงภายในครัวของเชฟได้อย่างดีเยี่ยม เมนูต่อไปเป็นเหล่าโปรตีนเน้นๆจากเนื้อปลาที่ถูกคัดมาแล้วว่ามีรสชาติดีสุดภายในฤดูกาลนั้นๆก็คือ "Seasonnal Sashimi" ประกอบไปด้วย 1. Katsuo หรือปลาโอสดตระกูลเดียวกับมากุโร่เอามาย่างถ่านพอให้ข้างนอกสุกเกรียมด้านในสีแดงสดให้สองสัมผัสในคำเดียว 2. Kinmedai หรือปลากะพงแดงตาโตเป็นราชาแห่งปลาทะเลน้ำลึกจุดเด่นอยู่ตรงหนังสีแดงสดเด้ง/รสชาติเข้มข้นและมีกลิ่นไขมันหอมเฉพาะตัว 3. Isaki หรืออิซากิเป็นปลาเนื้อขาวตัวแทนแห่งฤดูร้อนของดีประจำเมืองชิซึโอกะซึ่งมีจุดเด่นตรงเนื้อแน่นหวานเด้งสู้ฟันแบบเดียวกับที่ผสมในลูกชิ้นโฮตาเตะจานที่แล้ว ทานคู่กับโชยุผสมขิงขูด-วาซาบิและล้างคาวให้หมดจดด้วยยำต้นหอมซอยสูตรพิเศษแทนขิงดองน้ำผึ้งแบบที่เสิร์ฟในร้านซูชิก็อร่อยดีไปอีกแบบครับ
จานต่อไปก็ยังคงเป็นปลาแต่เสิร์ฟในรูปแบบของสเต๊กชิ้นใหญ่เคี้ยวฉ่ำเต็มก็คือ "Amadai Negi Sauce" เป็นเนื้ออามะไดหรือปลาไท่เนื้อหวานเต็มไปด้วยน้ำและไขมัน โดยเชฟได้แยกส่วนหนังออกไปทอดก่อนแบบไม่ขอดเกล็ดให้มีสีเหลืองทองสวยงามส่วนเนื้อเอาไปย่างบนเตาถ่านให้ได้ระดับความสุกและรักษาความชุ่มฉ่ำของเนื้อเอาไว้อย่างครบถ้วนด้วยประสบการณ์ในครัวชั้นสูง จากนั้นนำทั้งสองส่วนมาประกอบร่างกันวางบนซอสสีเขียวสัมผัสเข้มข้นทำจากต้นหอมญี่ปุ่นรสหวานเค็มกลมกล่อมแต่ไม่เหม็นเขียวเพราะถูกกำจัดออกไปจนหมดในความร้อน เสิร์ฟพร้อมกับรากบัวทอดกรอบราวกับขนมขบเคี้ยวและเมล็ดถั่วปากอ้าต้มในกาแฟให้ความหวานปนขมราวกับขนมเพื่อเตรียมเข้าสู่จานหลักเมนูถัดไปอันแสนเย็นสดชื่นก็คือ "Hanamaki Uni Inaniwa Udon" เป็นเส้นอูด้งที่เรียวเล็กพิเศษจากจังหวัดอาคิตะในประเทศญี่ปุ่น มีจุดเด่นตรงความเหนียวนุ่มหนึบเคี้ยวสู้ฟันและสามารถเข้ากับน้ำซุปแบบใสได้ดีกว่าอูด้งที่ขายในท้องตลาดทั่วไป ลวกให้สุกแล้วบีบน้ำส่วนเกินออกราดซอสโชยุผสมดาชิสูตรเข้มข้นผสมสาหร่ายสดที่มีกลิ่นหอมละมุน เพิ่มความหอมมันให้พิเศษยิ่งขึ้นด้วยเนื้ออูนิสายพันธุ์บาฟุนจากเกาะฮอกไกโดพร้อมตัดเลี่ยนด้วยวาซาบิขูดสดอีกหน่อย โดยเชฟแนะนำให้คลุกแล้วสูดเส้นเข้าไปเสียงดังๆแบบญี่ปุ่นก็จะได้ความอร่อยฟินขั้นสูงสุดครับ
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น