RECAP : Hometown Cha-Cha-Cha Ep.16 By Nottchakun [ Spoil Alert ]

23.00 น. ผมจรดนิ้วมือลงไปบนแป้นพิมพ์และเริ่มต้นบทความนี้ ด้วยความรู้สึกที่แสนจะอิ่มเอมหัวใจ ไม่น่าเชื่อเลยว่า ซีรีส์เพียงเรื่องเดียว จะพาเรามาได้ไกลขนาดนี้ บางครั้งก็มีความสุขแทบจะบ้าตาย บางครั้งก็ร้องไห้เสียใจเพราะเจ็บปวดแทนตัวละคร แต่บางครั้งก็เผลอยิ้มออกมาอย่างโล่งใจเมื่อทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี

แต่ละช่วงเวลาที่ใช้ไปกับการดูซีรีส์เรื่อง Hometown ChaChaCha ผมจึงรู้สึกราวกับว่า ตัวเองได้รับการอนุญาตให้พักผ่อน และดื่มด่ำไปกับความงดงามที่แฝงไว้ในบทพูด ตลอดจนเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นทุกสัปดาห์ใน "กงจิน"

จริงอยู่ที่ "ความตาย" เป็นเรื่องแสนเศร้า ยิ่งเกิดกับคนที่เรารักและสนิทใจ ความเจ็บปวดยิ่งทวีคูณขึ้นอีกเท่าตัว แต่ในมุมหนึ่ง "ความตาย" คือการเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นหลังเรียนรู้ผ่านชีวิตของคนรุ่นก่อน และตระหนักถึงคุณค่าของชีวิตที่ตัวเองได้รับ เช่นเดียวกันกับ บรรยากาศในพิธีเคารพศพของ"คุณยายกัมรี" ที่จัดขึ้นท่ามกลางเสียงของผู้คนใน "กงจิน" ที่หัวเราะ พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน พวกเขาไม่ได้กำลังฉลอง แต่กำลังมีความสุขกันให้เต็มที่เหมือนกับที่คุณยายกัมรี อยากเห็นทุกคนมีความสุขในงานเลี้ยงใหญ่ครั้งสุดท้ายของคุณยาย

ก็อย่างที่หัวหน้าฮง บอกกับ ฮเยจิน เอาไว้ ไม่ว่าจะไปที่ไหน ภาพของคุณยายยังคงแจ่มชัดอยู่ในใจของเราเสมอ ถึงแม้ว่าในความเป็นจริง เราทุกคนต่างก็รู้ว่า เวลาคือสิ่งที่โหดร้ายที่สุดในโลก แต่เราต่างก็อยากให้คนที่ตัวเองรัก อยู่เคียงข้างเรานานขึ้นไปอีกหน่อย

หลังงานศพผ่านไป ฮเยจิน คอยอยู่เคียงข้าง หัวหน้าฮง ตอนที่เขาเปิดอ่านจดหมายของคุณยาย ที่เขียนไว้ให้ เนื้อความในจดหมายนั้น บอกว่า

“ดูชิก กินข้าวกินปลาหน่อยเถอะ ไม่ว่าจะมีเรื่องทุกข์ทรมานแค่ไหน แต่คนเราก็ต้องกินข้าวนะ แกมีแผลใจมาตั้งแต่เด็ก สิ่งที่ฉันทำเพื่อแกได้ ก็มีแต่กับข้าวกับปลาเท่านั้น แกกินกับข้าวฝีมือฉันจนตัวสูงใหญ่ รู้ไหมว่าฉันภูมิใจมากขนาดไหน ดูชิก จำที่แกเคยบอกฉันได้ไหม ว่าสิ่งที่พ่อแม่ควรจะทำเพื่อลูกมากที่สุด คือ การไม่เจ็บไม่ป่วย หัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ก็ไม่ต่างกันหรอก ใจของพ่อแม่แทบแหลกสลายเมื่อลูกเจ็บป่วย ดูชิก แกเป็นทั้งลูกชาย และหลานชายของฉัน ห้ามลืมเรื่องนั้นเด็ดขาดนะ ดูชิก คนเราต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางคนอื่นๆ บางครั้งการใช้ชีวิตก็ดูเหมือนแสนหนักอึ้ง แต่ถ้าเราเลือกจะอยู่ท่ามกลางคนอื่นๆ จะต้องมีใครสักคนแบกแกขึ้นหลัง เหมือนอย่างที่แกทำเพื่อฉันแน่นอน เพราะงั้นดูชิก อย่ามัวแต่ขังตัวเองไว้คนเดียวเลย กินข้าวฝีมือยาย แล้วรีบออกมาเถอะนะ”

ทันทีที่จบประโยคนั้น ทำนบน้ำตาที่หัวหน้าฮง อดกลั้นมานาน ก็พังทลายลง แต่โชคดีที่การพังทลายนั้น ถูกรองรับไว้ด้วยอ้อมกอดอันอุบอุ่นของ ฮเยจิน

แสงแดดทอประกายบนท้องฟ้า รูปคู่ของหัวหน้าฮง กับคุณกัมรี ก็ถูกนำมาวางไว้ข้างๆ รูปถ่ายของคุณปู่ที่เขารัก มันคือวิธีแสดงความรักในแบบของ หัวหน้าฮง คนที่เขารักจากไปอีกคนแล้ว เหลือก็แต่ ฮเยจิน ที่ยังคงอยู่ แม้ว่าจะได้รับคำเชิญให้กลับไปทำงานที่โซล แต่เธอก็เลือกจะยืนหยัดเพื่ออยู่ข้างๆหัวหน้าฮง และทำหน้าที่ของตัวเองในฐานะ หมอฟันเพียงคนเดียวของกงจิน

ในที่สุดความรักที่ถูกรดน้ำพรวนดินจนเติบโตเป็นความรักที่แข็งแรงใน กงจิน ก็ออกดอกออกผลอย่างงดงาม มีซอน ค้นพบเพชรเม็ดงาม และค้นพบเรื่องลี้ลับเรื่องที่สามใน กงจิน นั่นคือ คนที่ถูกล็อตเตอรี่มูลค่าพันล้านวอน คือ ชเวอึนชอล แฟนของเธอเอง

ฮวาจอง กับยองกุก คืนดีกันอย่างสมบูรณ์แบบ เขาประกาศจะดูแลสุขภาพ และความสุขของ ฮวาจอง ตลอดไป ในขณะที่ อีจุน ลงทุนส่งแผ่นน้ำตาลที่แกะออกมาเป็นรูปหัวใจส่งให้ กับโบรา 

รถคันเดิม คนขับคนเดิม แต่ไม่ได้หลงทางเหมือนเดิม ขับมาหา หัวหน้าฮง ถึง กงจิน วันนั้น ซองฮยอน ขอความเห็นจาก หัวหน้าฮง ว่าคิดยังไงเกี่ยวกับเรื่องนี้ คำตอบคือ "อย่ามัวแต่ลังเล จนจังหวะนั้นหลุดมือไป" ในที่สุด ซองฮยอน ก็ให้คำตอบกับตัวเองได้ว่า ไม่มีอะไรดีไปการได้ใช้ชีวิตอยู่กับ จีวอน ตลอดไปอีกแล้ว 

และนี่คือสิ่งที่ซีรีส์เน้นย้ำกับเรามากที่สุดใน EP นี้ เกี่ยวกับชีวิตคู่ และการประคับประคองความรัก ตัวอย่างหนึ่งที่ชัดเจน คือ ฉากการสนทนาระหว่าง แม่เลี้ยง กับฮเยจิน ที่กรุงโซล ในฉากนั้น แม่เลี้ยงของฮเยจิน เล่าย้อนความถึงครั้งแรกที่ต้องเจอหน้า ฮเยจิน ว่า เธอตื่นเต้นมาก แต่แค่การได้ยินคำชมจากปากของ ฮเยจิน ว่ามันฝรั่งตุ๋นอร่อยมาก แค่นั้นก็รู้สึกอบอุ่นแล้ว และคิดไปถึงอนาคตของเราสามคนที่จะมีร่วมกันในฐานะครอบครัว

หลังจบการสนทนานั้น ฮเยจิน ที่เดินทางกลับมายัง กงจิน ก็กลับมาพร้อมกับความปรารถนาที่จะแต่งงานกับ หัวหน้าฮง เธอนัดหัวหน้าฮงให้ออกมาเจอกันที่ชายหาด 

ชายหาดที่โชคชะตา และคลื่นทะเลซัดให้ทั้งคู่มาเจอกัน และเดินทางมาถึงจุดนี้ แต่แล้ว ฮเยจิน ก็พบความจริงว่า หัวหน้าฮง ตั้งใจจะขอเธอแต่งงานวันนี้เหมือนกัน ฉากการขอแต่งงานที่ควรจะมาจากฝั่งใดฝั่งหนึ่ง จึงกลายเป็นการวิ่งผลัด ที่ฮเยจิน ยอมเป็นไม้แรก และส่งต่อไม้ที่สองให้ หัวหน้าฮง เป็นการเข้าเส้นชัย

สิ่งหนึ่งที่ผมชอบจากฉากขอแต่งงานนั้น คือ มุมมองที่ทั้งคู่มีต่อเหตุการณ์ที่ชายหาดวันนั้น ถึงจะดูแตกต่างกันแค่ไหน แต่มันก็ทำให้พวกเขาได้เริ่มเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ฮเยจิน ได้พบกับผู้ชายที่ทำทุกอย่างใน กงจิน ส่วนเขาก็ได้พบและตกหลุมรักผู้หญิงที่นั่งทำหน้าเศร้าอยู่คนเดียววันนั้นเช่นกัน

"รองเท้า" กลายเป็นสัญลักษณ์ที่ถูกหยิบมาใช้งานอีกครั้ง ไม่ว่าจะเรื่องดี หรือเรื่องร้าย แต่สำหรับ EP นี้ รองเท้ากลายเป็นสัญลักษณ์ของการอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต 

"ฉันอยากให้รองเท้าของเรา วางอยู่ข้างกัน หน้าประตูบ้านไปตลอด ไม่โดดเดี่ยว" นั่นคือคำขอแต่งงานของ ฮเยจิน

และนี่คือการตอบกลับตามแบบฉบับของ หัวหน้าฮง

"เรามาวางรองเท้าสองคู่ที่หน้าประตูบ้าน วางแปรงสีฟันสองด้ามในห้องน้ำ
วางผ้ากันเปื้อนสองผืนไว้ที่ห้องครัว มาวางทุกอย่างเป็นคู่กันนะ แล้วมาใช้ชีวิตวันนี้ วันพรุ่งนี้ และทุกช่วงเวลาในบ้านหลังนั้นกับผมนะ"


รองเท้าข้างหนึ่งถูกน้ำทะเลพัดพาไป เหมือนวันแรกที่พบกันบนชายหาดแห่งนี้ ข่าวการแต่งงานของทั้งคู่ เติมเต็มชีวิตให้กับผู้คนในกงจิน เช่นเดียวกับที่ รายการของ ซองฮยอน เติมเต็มความฝันให้กับ ชุนแจ หรือนักร้องโอยุน ประจำคาเฟ่ในกงจิน เขาได้ไปออกรายการ ชูก้าพีเพิ่ล ที่ตัวเองเฝ้ารอมานานแสนนาน



วันแต่งงานจริงยังไม่มาถึง แต่หัวหน้าฮง กับฮเยจิน นัดกันแต่งตัวเพื่อออกมาถ่ายเก็บความทรงจำใน "กงจิน" ก่อนจะไปจัดงานแต่งจริงที่กรุงโซล

รู้ตัวอีกที เขาสองคนก็พาตัวเองฝ่าวงล้อมของชาวบ้านที่แสนจะวุ่นวาย มาอยู่บนเรือปลดระวางของคุณปู่ที่อยู่บนภูเขา ฮเยจิน เพิ่งเห็นว่าเรือลำนี้มีชื่อว่า "ซุนอิม" ชื่อของ คุณย่า ที่คุณปู่เอามาใช้ตั้งเป็นชื่อเรือ

วันนั้น ในฐานะว่าที่สมาชิกครอบครัว เธอบอกหัวหน้าฮง ว่าอยากมีชื่อตัวเล็กๆ บนเรือลำนี้บ้าง เขาตอบเธอว่า ไม่ได้ ต้องเขียนชื่อตัวใหญ่ๆ ติดอยู่ที่หน้าเรือเลยสิ เธอยิ้มให้กับคำตอบนั้น และสัญญาว่าจะเป็นคนคอยเปิดทางให้กับชีวิตของเขาเอง 

ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น เขาก็โอบตัวของเธอไว้ และบอกว่า

"....ทะเลของเราคงไม่สงบแบบนี้เสมอไปหรอก อาจจะมีวันที่มีคลื่นลม วันที่พายุไต้ฝุ่นถาโถมเข้ามา..."

ฮเยจิน ตอบกลับประโยคนั้นด้วยทัศนคติที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนว่า
"...เปียกฝนหน่อยจะเป็นไร ลมเหรอ ให้มันพัดข้ามาบ้างจะเป็นอะไร ในเมื่อเราลงเรือลำเดียวกันแล้ว..."

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำลายบรรยากาศ ความวุ่นวายที่ต้องการความช่วยเหลือไม่จบสิ้นจากพวกเขาทั้งสองคน ยังคงเกิดขึ้นต่อไปใน "กงจิน" นี่แหละชีวิตคู่ แค่เดินไปด้วยกัน วิ่งไปด้วยกัน ล้มลุกคลุกคลานไปด้วยกัน ฝ่าคลื่นลม มรสุมที่พัดผ่านเข้ามาไปพร้อมๆกัน
ขอบคุณทุกคนที่ร่วมเดินทางมาด้วยกัน นี่คือซีรีส์ที่ผมขอยกให้เป็นที่หนึ่งในใจประจำปี 2021 ขอบคุณชาวกงจินทุกคน ขอบคุณทุกเรื่องราวที่ทำให้เรารู้จักว่า "ชีวิต" แท้จริงคืออะไร

จนกว่าจะพบกันใหม่ ขอบคุณครับ


:: สารบัญ RECAP ของซีรีส์เรื่องนี้ ::


แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่