แชร์การลดน้ำหนัก แบบมีตัวช่วย (trainer) 5 กิโลกรัม ภายใน 5 เดือน ยากมากและแพงมาก

สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ

เราอ่านเรื่องการลดน้ำหนักจากคนในห้องนี้หลายต่อหลายคน บางคนลดได้เป็น สิบๆ กิโลกรัม ภายใน 5 เดือน แค่ออกกำลังกาย คุมอาหาร ดูเหมือนจะง่ายๆ  เราเลยตั้งเป้าหมายว่า ภายใน 5 เดือน คือ ตั้งแต่เดือน มิถุนายนที่ผ่านมา ถึงสิ้นเดือน พฤศจิกายน  จะลดน้ำหนักให้ได้เดือนละ 1 กิโลกรัม  จาก 55.5 กิโลกรัม ให้ได้ 50 กิโลกรัม หรืออย่างน้อย แตะ 50 กิโลกรัม เราก็พอใจล่ะ 
 
เพื่อให้เรามั่นใจมากขึ้น เราตัดสินใจไป Fitness จ้าง  trainer บอกวัตถุประสงค์ชัดเจน  คุยไปมาแล้ว ดูไม่ยาก ถึงแม้จะอายุ 54 ปี ตั้งแต่วันนั้น ถึงวันนี้ เราไปออกกำลังกายกับ  trainer  ตอนเช้าก่อนไปทำงาน และตอนเย็น ทีว่าง แวะฟิตเนสเดินกับเครื่อง treadmill  ประมาณ 500 แคลอรี่ขึ้นไป ผลคือเดือน มิย- สค       น้ำหนักค่อยๆลดลง แต่เราสงสัยตลอดว่า น้ำหนักมันควรจะลงเร็วกว่านี้หรือเปล่า 
 
ในเดือน สิงหาคม ไปตรวจสุขภาพ ปรากฏว่า  LDL สูงเกิน 200    Cloresteral รวม 279  เราไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน หมอให้กินยาลดไขมันทันที เพราะถ้าไม่กิน จะทำให้ไขมันจับหลอดเลือด และนำไปสู่การเป็นโรคหัวใจ เราปฏิเสธ มาบอกเทรนเนอร์ ให้ช่วยเรื่องนี้ด้วย เทรนเนอร์ให้ออกกำลังกายให้หนักขึ้น  แต่พอทำไป น้ำหนักและไขมันกลับขึ้น ทำให้เรางง ว่าทำไมมันย้อนแย้ง  ยังไม่เข้าใจจนบัดนี้

เราเริ่มกลับมาดูอาหาร  เช้ากินกาแฟดำ กับ  biscuit กลางวัน อาหารจานเดียวทั่วไป มีอาหารทอดบ้าง มันบ้าง แต่ไม่บ่อย  เย็น ผลไม้  เราไม่กินหวาน   แต่ถ้าวันไหนมีนัดกินก็กิน แต่ไม่มาก เพราะเด๋วนอนไม่หลับ พอ LDL  สูง เรากังวลมากเริ่มรู้ว่า ออกกำลังกายอย่างเดียวไม่พอ  เราเปลี่ยนโดยการงดเบเกอรี่ทุกชนิด  อาหารหวาน มัน ทอด กุ้ง หมึก งด ออกกำลังกายกับ trainer ตอนเช้า เย็นไปเดินอีก 600-800 calories.  เราหันไปกินอาหารของ ป้านิดดา ร้านแสงแดดเฮ้ลมาร์ท เป็นพวกอาหารธรรมชาติกินทุกเช้า กลางวันกินอาหารที่ไม่มีมัน ทอด หลังบ่ายสองโมงเป็นต้นไปเลิกกินอาหาร  ถ้าหิวมากก็จะกินแค่ผลไม้นิดหน่อย
 
เดือน พฤศจิกายน เราไปตรวจ  LDL ใหม่ ปรากฏว่า  LDL จาก 205 ลดเหลือ 130  คือ อยู่ในเกณฑ์ปกติ  ทำให้คลอเรสเตอรอลรวมเหลือ  205  HDL ก็สูงขึ้นนิดนึง ไตรกลีเซอไรด์ลด พูดง่ายๆ คือ คลอเรสเตอรอล เราลดฮวบทีนึง 75 ตอนที่รู้ผล เราดีใจสุดๆ ขนาดหมอยังมีงงว่า ไปทำอะไรมา เราก็บอกว่า คุมอาหาร ออกกำลังกาย  ตอนนี้ก็เหลืออีกเรื่องเดียวคือ น้ำหนัก ตอนที่ไป ตรวจ  LDL ครั้งที่สอง น้ำหนักเราอยู่ที่ 52  แต่มันก็ไม่ลดลง เราพยายามคุมอาหารก็ไม่ยอมลด ก็ไม่รู้ทำไง ถอดใจ  แต่ก็ยังไม่เลิกออกกำลังกาย เช้าไปเจอเทรนเนอร์ เย็นเดิน 600-800 calories   งดอาหารเย็นจริงจัง หลังบ่ายสอง จนวันนี้ 27/11/2563   น้ำหนักก็แตะ 50 จนได้ 
 
เบื้องหลังกว่าจะมาถึงตอนนี้ มีดราม่าเกิดขึ้นมากมาย  เหนื่อยแสนเหนื่อย บางวันวิ่งไป 600 cal น้ำหนักลดไปขีดเดียว ท้อโคตรๆ  เราถือว่า นี่คือความภูมิใจเรื่องสุขภาพของเราในปีนี้

สิ่งที่เราได้เรียนรู้

1.      การลดน้ำหนัก 1 KG ไม่ง่ายเลย ถึงจะอดอาหารเย็นก็เถอะ มันขึ้นกับอายุและการทำงานด้วย เรานั่งโต๊ะทั้งวัน กะ ขับรถ  

2.      ค่าเทรนเนอร์แพงมาก เราหมดไป 80xxx บาท แต่เราจ่ายได้ ถือว่ามาหาตัวช่วย แต่หลักๆ เราต้องทำเอง ทั้งๆ ที่เราเกลียดการออกกำลังกายที่สุด บางทีก็แลกเปลี่ยนเรื่องนี้ ซึ่งปกติเราไม่สนใจ HIIT LIIS  child pose downward dog  burpy jumping jack  mountain climber  etc อะไรพวกนี้

3.      การชนะใจจากการไม่กินอาหารเย็นนี้ โคตรยากเลย  เราใช้วิธีเข้านอนเร็วๆ ตื่นเช้าๆ

ต่อไปที่ยากกว่าคือ การ รักษาน้ำหนักให้เป็นแบบนี้  เพราะชม. ฟิตเนสกะ ชม.เทรนเนอร์หมดพอดี  ต่อไปต้องเทรนเองการเดินทางในการรักษาน้ำหนักหลังจากลดมาได้ กำลังจะเริ่มล่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่