เรื่องที่ฉันจะเล่าน่ะเหรอ เป็นเรื่องเมื่อเร็วๆนี้ คือว่างี้
เมื่อสองสามคืนก่อน ราวๆ 3 ทุ่ม ฉันกับเพื่อนชื่อ แอน เดินออกจากบ้านไปร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ปากซอย ระยะทางก็ประมาณ 400 เมตร มันช่วยไม่ได้
ร้านอาหารที่เปิดตอนดึก แถวนี้ก็มีร้านนั้นร้านเดียว ยัยแอนก็บ่นกะปอดกะแปดตั้งแต่หน้าบ้าน
"โห่ ก๋วยเตี๋ยวไก่อีกแล้วเหรอ ไปหาของอย่างเคยกินดีกว่ามั้ย"
"ของแบบนั้น จะได้กินอะไรบ่อยๆล่ะ"
"ไม่ได้กินมานานแล้วนะ"
"ไว้มีโอกาสค่อยกิน แต่ตอนนี้ยังไม่มีโอกาส ก็หาอะไรกินกันตายไปก่อน"
"แต่มันไม่อร่อยอะ"
"กินกันตาย รู้จักมั้ย ต้องมาสนใจรสชาติอะไรกันล่ะ แค่กินเข้าไปแล้วไม่ตายก็พอแล้ว ยุคนี้สมัยนี้น่ะ มันต้องรู้จักปรับตัวสิ ไม่งั้นก็อยู่ไม่ได้"
"แต่ชั้นเบื่อนี่ ชั้นต้องการอะไรที่มันมาบำรุงไอ้คู่นี้นะ" ยัยแอน แอ่นเจ้า 36 นิ้ว คัพ D ขึ้น "ไอ้คู่นี้ มันก็บ่นว่าเบื่อก๋วยเตี๋ยวไก่แล้วด้วย"
"ไอ้คู่นั้น ไม่ต้องบำรุงมากนักหรอก เธอบำรุงมันซะจนไม่เหลืออะไรไปเลี้ยงสมองแล้ว"
"อ๋อออ หะหนอยยย เธอก็พูดได้สิ เธอมัน %*ซ&^Hฑ฿$yใี เป็นยัยไก่@ๆR(แcำ=#๓fฒ@_^ฯT+;-$z็..."
อะไรนะคะ อ่านไม่รู้เรื่อง อ๋อ สงสัยสัญญานขัดข้อง
เอาล่ะ แก้ไขแล้ว กลับมาออกอากาศต่อ
ต่อจากเมื่อกี้นี้ ฉันกับยัยแอนกำลังเถียงกันโดยยังหาบทสรุปไม่ได้ แต่แล้วเราสองคนก็รู้สึกเหมือนเป็นดารา เพราะมีแสงสปอตไลต์ส่องพวกเรามาจาก
ด้านหลัง ใช่ มันสว่างมาก สว่างมากไปมากเลยล่ะ
ก็รู้ว่ามีรถวิ่งมาจากด้านหลัง ก็เห็นแสงไฟ แล้วก็ได้ยินเสียง แต่ไอ้รถบ้านั่นมันไม่วิ่งตามทางของมัน มันวิ่งมาทางเรา ฉันกับยัยแอนร้องลั่นวิ่งหนี ไอ้
รถบ้านั่นก็วิ่งตาม จนยัยแอนสะดุดล้ม ไอ้รถนั่นถึงได้เบรคเอี๊ยด ห่างไปไม่ถึงฟุต แล้วยังมีกระตุก พุ่งมาข้างหน้าอีกนิดให้ใจหายด้วย
ผู้ชายในรถสองคนก็รีบลงมา คนที่ถึงก่อนเป็นผู้ชายผมทอง แต่พอดูหน้าใกล้ๆ หน้าอย่างตี๋ ตาเล็ก ปากแหลม คางแหลม นายนั่นเอ่ยปากพูด
"เป็น..."
"เป็นสิยะ ไม่เห็นคนรึไง เรียนขับรถกับคนตาบอดงั้นเหรอ" ยัยแอนใส่เป็นชุดก่อนนายตี๋ผมทองจะได้พูด ฉันช่วยดึงยัยแอนลุกขึ้น
"ขอโทษครับ พอดีผมกับเพื่อนเล่นกันในรถ ไม่ทันเห็นพวกคุณจริงๆ"
ผู้ชายอีกคนที่มาด้วยเป็นคนขับ หน้าตาลูกครึ่ง หล่อ ตัวสูง ยังกับนายแบบ แต่
"
พั่วคุนนาจาเดินเผิดไฟ" ดันพูดไม่ชัด
"เขาว่ายังไงน่ะ"
"มันบอกว่า พวกคุณน่าจะเดินเปิดไฟ น่ะครับ" นายตี๋ผมทองช่วยแปล
"ว่าไงนะ เห็นชั้นเป็นช้างเหรอ เวลาเดินถึงต้องติดไฟกะพริบไว้ที่ก้นน่ะ"
"ไม่ใช่ครับ เพื่อนผมภาษาไทยมันไม่แข็งแรงน่ะ ผมว่ามันหมายถึง คุณน่าจะเดินในที่ที่มีไฟสว่างๆ ไม่น่ามาเดินในที่มืดๆ"
"ซอยนี้มันมืดเองนี่ ชั้นไปทำให้มันมืดที่ไหน แล้วชั้นก็ไม่อยากเดินมืดๆแบบนี้หรอก บินได้ชั้นบินไปแล้ว"
"ยังไงก็ขอโทษจริงๆครับ คุณเป็นอะไรหรือเปล่า ผมพาไปหาหมอมั้ย"
"ไม่ต้อง จะไปไหนก็รีบไปให้พ้นเลย"
"พวกคุณจะไปไหนครับ ให้พวกผมไปส่งดีกว่า มาเดินกันลำพังแบบนี้มันไม่ปลอดภัย"
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พวกเราไปแค่ปากซอยนี่เอง คงไม่มีคนตาบอดขับรถมาอีกหรอก" ฉันตอบ
"โอเคครับ ไปปากซอยนะ เชิญขึ้นรถครับ ผมไปส่ง"
พวกนี้นี่มัน... ใช้ได้แฮะ ฉันสบตากับยัยแอน ซึ่งเธอก็เม้มปากเชิด
"ครับๆ เชิญครับ ไม่ต้องเกรงใจ ใกล้แค่นี้เอง ต้องขอโทษอีกครั้งนะครับ"
นายลูกครึ่งเข้าไปนั่งประจำที่คนขับ นายนี่ท่าจะรู้ตัวว่าพูดไม่ชัด ก็เลยพูดน้อย ปล่อยให้เพื่อนตี่ ต้อนพวกเราขึ้นรถ เพิ่งจะเห็นยี่ห้อ BMW ซะด้วย
ฉันกับยัยแอนนั่งหลังรถ นายตี๋ผมทองหันมาถามพวกเรา
"ไปปากซอยทำไมกันหรือครับ"
"ใช่เรื่องของนายป่ะ" ยัยแอนทำท่าเหมือนยังเคืองไม่หาย ฉันเลยต้องตอบแทน ทั้งที่ไม่ได้มีบุญคุณอะไรกับฉัน "ไปกินข้าวค่ะ"
"ดึกๆอย่างนี้น่ะหรือครับ"
"แล้วมันหนักหัวใคร"
"พวกเราไม่กลัวอ้วนค่ะ"
"ได้ครับ ให้ผมเลี้ยงนะ"
นั่งรถมันเร็วกว่าจริงๆนั่นแหละ แค่แป๊บเดียว ก็ถึงแล้ว นายตี๋ผมทองเหลือบมองร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ แล้วหันกลับมาพูด
"ร้านนี้หรือครับ"
ฉันพยักหน้า นายตี๋ผมทองก็ทำมือส่งสัญญานให้นายลูกครึ่ง
"เฮ้ยๆ จะไปไหนน่ะ" ยัยแอนร้องลั่น เมื่อรถยังแล่นไปต่อ
"ผมก็นึกว่าร้านอะไรดีๆ พวกคุณถึงต้องมากันตอนดึก ร้านกระจอกอย่างนั้นไม่ต้องไปหรอก เดี๋ยวไปปาร์ตี้ที่บ้านเพื่อนผมดีกว่า"
ปาร์ตี้ของบ้านลูกคนรวยงั้นหรือ
"มีของกินรึเปล่า"
"มีสิครับ"
ฉันว่าฉันรู้ ว่าพวกเขาต้องการอะไร ฉันถึงได้กอดอกนั่งเงียบๆ ยัยแอนไม่วายสำทับ
"ถ้าไม่มีนะ เป็นเรื่องแน่"
ฉันสังเกตว่ารถมันเร็วขึ้นพอสมควรเลย แต่เพราะเป็นรถราคาแพง เสียงเครื่องจึงเงียบมากจนแทบไม่รู้ว่าเร่งเครื่อง แค่ไม่นานก็มาถึงบ้านหลังหนึ่ง
ในบ้านเปิดไฟสว่าง แต่ไม่มีเสียงเพลง มันปาร์ตี้ยังไงกัน
รถจอด นายตี๋ผมทองลงก่อน ฉันกับยัยแอนถึงได้ลงตาม
"มีปาร์ตี้ข้างในแน่หรือ"
"ภายในบ้านทำพิเศษครับ ปูด้วยฉนวนเก็บเสียง"
จะโกหกก็ให้มันน้อยหน่อย ข้างนอกนี่ไม่มีรถซักคันเลยนะ
นายตี๋ผมทองเปิดประตู นั่นไง ไม่มีเสียงเพลงดังออกมา
ฉันกับยัยแอนเดินเข้าไป เห็นบ้านมีสองชั้น ออกใหญ่โต แต่แทบไม่มีเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งอะไรเลย ไม่มีแม้แต่กรอบรูปหรือนาฬิกา
มีแค่โซฟาตัวเดียวตั้งอยู่กลางห้องชั้นล่าง กับตู้เย็นเล็กๆอีกตู้ที่มุมห้องด้านโน้น ไม่เคยเห็นบ้านที่ตกแต่งอย่างนี้มาก่อน
"ไหนล่ะปาร์ตี้" ฉันถาม
นายตี๋ผมทองแสยะยิ้ม
"ก็นี่แหละปาร์ตี้ ที่มีแค่พวกคุณกับพวกผม 4 คนไง"
นายลูกครึ่งเข้ามาเป็นคนสุดท้าย หันไปปิดประตูแล้วใส่กลอนทั้งหกตัว เสียงดังแก๊กๆๆๆๆๆ
ฉันหันไปมองตามเสียง จึงสังเกตเห็นที่มุมห้องนั่น มีของที่ไม่เข้ากับตัวบ้านวางอยู่ อันได้แก่ ไม้ถูพื้น น้ำยาทำความสะอาด แกลลอนน้ำมัน เลื่อย เชือก
ถุงดำ และกล่องกระดาษ
"ไหนว่าพามากินข้าว" ยัยแอนถาม
"ก็กินสิ มีไส้กรอกสองดุ้น ที่จะป้อนให้คุณทั้งคืนนี่ไง"
"
พั่วคุนคิดอาไร ตามพู่ชายแปกน่าเข้าบ้าน" นายลูกครึ่งส่ายหน้า ทำเป็นมาสั่งสอน
"อย่าเข้ามานะ" ยัยแอนตะโกนลั่น
"ผมบอกแล้วนี่ ว่าบ้านนี้ทำพิเศษ ใช้ฉนวนเก็บเสียงปูทั้งผนังและฝ้าเพดาน ร้องให้ตายก็ไม่มีใครได้ยิน" นายตี๋หัวทองหัวเราะเหี้ยมเกรียม
"แล้วอีกอย่างนะ ประตูหน้าต่างอื่นทุกบานติดลูกกรงปิดตาย ทางออกมีทางเดียวคือประตูนั่นเท่านั้น"
ว่าแล้ว นายตี๋ผมทองก็พุ่งเข้าหายัยแอนก่อน นายนี่คงชอบขึ่ม้าพยศล่ะมั้ง ยัยแอนก็ไม่ใช่ยอมให้ขี่ง่ายๆ ดิ้นสุดตัว แต่เป้าหมายของนายตี่ไม่ใช่จะจับ
ยัยแอนกดตรงนี้หรอก
แคว่กกก
มันตั้งใจฉีกเสื้อของยัยแอน แล้วมันก็ตาลุกวาว
"กูว่าแล้ว นังปากเก่งนี่ของกู มึ-เอานัง]/$(cฎ%-K๑ะ&฿*#จืดไปก็แล้วกัน"
ดูเหมือนสัญญานติดขัดเล็กน้อย
เอาเป็นว่า นายตี๋ผมทอง บังอาจมาว่าฉัน... ...หน้าจืด ฉันขอให้มันไม่ตายดี
ยัยแอนที่เหลือแค่เสื้อในหุ้ม 36 นิ้ว คัพ D ที่เจ้าตัวภูมิใจ วิ่งหนี นายตี๋ผมทองก็วิ่งตาม บ้านโล่งๆอย่างนี้ ยัยแอนจะหนีไปไหนพ้น โดนตะครุบตัวได้อีกครั้ง ยัยแอนยังสะบัดหลุดได้อีก แต่ก็สูญเสียเสื้อชั้นในติดมือนายตี๋ผมทองไป
นายตี๋เอาเสื้อชั้นในขึ้นมาสูด แล้วไล่ตามคว้ายัยแอนต่อ ยัยแอนหนีขึ้นชั้นสอง แหกปากร้อง
"ไอ้บ้า อย่าเข้ามานะ อย่าเข้ามา"
ยัยแอน ตั้งใจสินะ ปากร้องว่าอย่าเข้ามา แต่ดันเดินถอยหลังขึ้นบันได แกว่งเจ้า 36 นิ้ว คัพ D คู่นั้นไปมาน่ะ มันเหมือนเชิญชวนมากกว่านะ
นายตี๋ผมทองคงคิดอย่างนั้นแหละ จ้องมองซะจนไม่ใช่แค่ตาของมันอย่างเดียวที่ลุก มันตามยัยแอนขึ้นไป ยัยแอนก็ยังวิ่งถอยหลังขึ้นบันไดให้สองเต้ามันยิ่งเขย่าดึ๋งๆ ยั่วนายผมทองให้ยิ่งวิ่งไล่ตาม ยัยแอนขึ้นไปถึงชั้นบน ถึงได้หันหลังวิ่งไปเปิดประตูเข้าไปในห้อง นายผมทองไม่รีบร้อนไล่ตามแล้ว
ยังมีหน้าหันมาพูดกับฉัน
"ลืมบอกไปอีกเรื่อง ประตูทุกห้องในบ้านนี้ล็อคไม่ได้"
"ทำไมทำกับพวกเราแบบนี้" ฉันถามออกไป
นายตี๋ผมทองแสยะยิ้มอีกครั้ง
"พวกคุณโชคร้ายเอง ที่มาพบกันในคืนล่าเหยื่อของพวกผม"
นายนั่นหัวเราะ แล้วเปิดประตูห้องที่ยัยแอนเพิ่งเข้าไปเมื้อกี้ นายผมทองปิดประตู เสียงกรี๊ดของยัยแอนก็ดังลอดประตูออกมา
ขณะที่ข้างบนเต็มไปด้วยเสียงกรี๊ด เสียงหัวเราะ เสียงร้อง และเสียงดังโครมคราม แต่ที่ข้างล่าง ฉันกับนายลูกครึ่ง ยังยืนจ้องตาคุมเชิงกันอยู่เงียบๆ
"
มายวิงนี่รือ" (ไม่วิ่งหนีหรือ)
"ทำไมต้องหนีล่ะ" ฉันตอบอย่างถือดี
"
มายซานุกเลอ " (ไม่สนุกเลย) นายลูกครึ่งรูปหล่อเดินเข้ามาหาฉัน
แหม จะพูดก็พูดเฉยๆสิ ไม่เห็นต้องทำหน้าซังกะตายอย่างนั้น เดี๋ยวหมดอารมณ์กันพอดี
ไม่ถึงชั่วครึ่งอีดใจ
เขาก็อยู่ในอ้อมกอดของฉัน
สิ่งที่ฉันต้องการมานาน ฉันไขว่คว้าหามัน
บางสิ่งอุ่นๆของเขาได้เข้ามาในตัวฉัน มันเข้ามาเติมเต็มในตัวฉัน
อาา..
สิ่งที่ฉันปรารถนา และโหยหามาเนิ่นนาน ครั้งสุดท้ายที่ได้รับมัน ก็เมื่อหลายเดือนผ่านมาแล้ว
การได้รับมันอีกครั้ง ทำให้ฉันส่งเสียงครางอย่างสุขสม ซาบซ่าน ผู้ชายนี่มันยอดเยี่ยมจริงๆ ฉันถึงได้ชอบผู้ชายไง
พวกเขาบอกเองนี่ว่าบ้านนี้เก็บเสียง ร้องให้ตายก็ไม่มีใครได้ยิน
ฉันจึงลูบไล้เรือนร่างของเขา ครางลั่นอย่างไม่สนใจใคร
...
หลังจากใช้เวลากับนายลูกครึ่งอย่างอิ่มเอมแล้ว ฉันจึงผละออกมา เดินขึ้นไปดูยัยแอนที่ชั้นบน
ฉันแลบลิ้นเลียคราบบนปากที่กลืนกินไม่ทันในตอนแรก อาจดูไม่เป็นสุภาพสตรี แต่ถ้าเอาผ้าเช็ด มันก็น่าเสียดายของอร่อยนี่ ควรส่งไปรวมอยู่ในท้องซะ
เสียงของยัยแอนกับนายตี๋ผมทอง เงียบไปนานแล้ว
ฉันผลักประตูให้เปิดออก เห็นแค่ยัยแอนเอนตัวกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง จากที่เปลือยท่อนบน ตอนนี้ท่อนล่างก็เปลือยเปล่า ไม่มีอะไรเหลือ
ยัยแอนนอนตาเบิกโพลง ครึ่งล่างของใบหน้า ตลอดจนลำคอถึงหน้าอก มีแต่เลือดสดๆอาบอยู่ทั่ว
"แอน!" ฉันตวาดเรียกอย่างตกใจ
ยัยแอนหันมาเห็นฉัน ก็ส่งยิ้มให้ แต่ฉันไม่ขำด้วยหรอก ฉันหน้าบึ้งใส่
"ขย้ำเหยื่ออีกแล้วงั้นเหรอ คราวนี้ฉันไม่ช่วยฝังหรอกนะ"
รู้หรือเปล่า การหาที่ฝังศพ การลอบขนศพ แล้วก็การขุดดินให้ลึกเป็นเมตรน่ะ มันเหนื่อยแค่ไหน
"น่า น่า มันเผลอไปน่ะ อารมณ์มันมา" ยัยแอนยังมีหน้าหัวเราะ โบกไม้โบกมือให้ฉัน "คราวนี้ไม่ต้องฝัง จุดไฟเผาเลย"
"คงต้องอย่างนั้นแหละ แล้วเสื้อผ้าเธอไปไหนหมดล่ะ"
"โดนดึงทิ้งหมดน่ะสิ เธอน่าจะได้เห็น ตอนที่ฉันตะกายขึ้นเตียงมา ทำท่ากวางเหลียวหลัง แล้วหันไปแยกเขี้ยวเป็นนางพยัคฆ์เหลียวหลังน่ะ ไอ้ตี๋นั่น
จากที่ตั้งๆอยู่ ชี้ลงพื้นทันทีเลย ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า"
ฉันเดินไปดูนายตี๋ที่อยู่ข้างเตียง อืม สภาพเละไม่มีดี สมพรปากฉันมั้ยล่ะ
แล้วยัยแอนก็ลุกไปอาบน้ำ ส่วนฉันไปลอกคราบนายลูกครึ่งที่ตัวซีดเผือดเพราะถูกฉันกัดคอสูบเลือดอุ่นๆเข้ามาเติมเต็มท้องของฉันจนหมดตัว
เอาเสื้อผ้าของนายลูกครึ่งไปให้ยัยแอนใช้ใส่กลับ
จากนั้นก็ลากนายลูกครึ่งขึ้นไปกองรวมกับนายตี๋ผมทอง ยัยแอนที่อาบน้ำ ใส่เสื้อผ้าแล้ว ก็หิ้วแกลลอนน้ำมันขึ้นมา จัดการราดน้ำมัน แล้วใช้ไฟแช็คใน
กระเป๋ากางเกงของนายลูกครึ่ง จุดไฟเผา ทำลายหลักฐาน
พอเห็นไฟติดท่วมร่างทั้งสองแล้ว ฉันกับยัยแอนเดินออกมาโดยไม่สนใจว่าบ้านจะถูกเผาวอดทั้งหลังไปด้วยหรือไม่ ยังไงก็ไม่เกี่ยวกับพวกเรานี่
"เหยื่อคืนนี้สนุกดีเนอะ" ยัยแอนดูจะชอบใจมาก ไม่ใช่ว่าเหยื่อทุกรายเตรียมน้ำมันไว้ให้เหมือนกันหมดนะ ถ้าครั้งหน้ายังทำแบบนั้นอีก เห็นทีฉันต้อง
พิจารณาเรื่องการตัดเพื่อนอย่างเป็นทางการแล้วล่ะ
หลังจากกินกันอย่างเต็มที่ในคืนนั้น พวกเราคงไม่ต้องออกล่าเหยื่อไปอีกหลายเดือน
เป็นผีดิบในยุคปัจจุบันก็ต้องรู้จักปรับตัวอย่างนี้แหละ ไม่งั้นก็อยู่ไม่ได้ จริงมั้ย
เรื่องก็จบแค่นี้ค่ะ ไว้มีโอกาส เราอาจจะได้เจอกัน บ๊ายบาย
......................................................................................................................................................................................
คืนล่าเหยื่อ
เมื่อสองสามคืนก่อน ราวๆ 3 ทุ่ม ฉันกับเพื่อนชื่อ แอน เดินออกจากบ้านไปร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ปากซอย ระยะทางก็ประมาณ 400 เมตร มันช่วยไม่ได้
ร้านอาหารที่เปิดตอนดึก แถวนี้ก็มีร้านนั้นร้านเดียว ยัยแอนก็บ่นกะปอดกะแปดตั้งแต่หน้าบ้าน
"โห่ ก๋วยเตี๋ยวไก่อีกแล้วเหรอ ไปหาของอย่างเคยกินดีกว่ามั้ย"
"ของแบบนั้น จะได้กินอะไรบ่อยๆล่ะ"
"ไม่ได้กินมานานแล้วนะ"
"ไว้มีโอกาสค่อยกิน แต่ตอนนี้ยังไม่มีโอกาส ก็หาอะไรกินกันตายไปก่อน"
"แต่มันไม่อร่อยอะ"
"กินกันตาย รู้จักมั้ย ต้องมาสนใจรสชาติอะไรกันล่ะ แค่กินเข้าไปแล้วไม่ตายก็พอแล้ว ยุคนี้สมัยนี้น่ะ มันต้องรู้จักปรับตัวสิ ไม่งั้นก็อยู่ไม่ได้"
"แต่ชั้นเบื่อนี่ ชั้นต้องการอะไรที่มันมาบำรุงไอ้คู่นี้นะ" ยัยแอน แอ่นเจ้า 36 นิ้ว คัพ D ขึ้น "ไอ้คู่นี้ มันก็บ่นว่าเบื่อก๋วยเตี๋ยวไก่แล้วด้วย"
"ไอ้คู่นั้น ไม่ต้องบำรุงมากนักหรอก เธอบำรุงมันซะจนไม่เหลืออะไรไปเลี้ยงสมองแล้ว"
"อ๋อออ หะหนอยยย เธอก็พูดได้สิ เธอมัน %*ซ&^Hฑ฿$yใี เป็นยัยไก่@ๆR(แcำ=#๓fฒ@_^ฯT+;-$z็..."
อะไรนะคะ อ่านไม่รู้เรื่อง อ๋อ สงสัยสัญญานขัดข้อง
เอาล่ะ แก้ไขแล้ว กลับมาออกอากาศต่อ
ต่อจากเมื่อกี้นี้ ฉันกับยัยแอนกำลังเถียงกันโดยยังหาบทสรุปไม่ได้ แต่แล้วเราสองคนก็รู้สึกเหมือนเป็นดารา เพราะมีแสงสปอตไลต์ส่องพวกเรามาจาก
ด้านหลัง ใช่ มันสว่างมาก สว่างมากไปมากเลยล่ะ
ก็รู้ว่ามีรถวิ่งมาจากด้านหลัง ก็เห็นแสงไฟ แล้วก็ได้ยินเสียง แต่ไอ้รถบ้านั่นมันไม่วิ่งตามทางของมัน มันวิ่งมาทางเรา ฉันกับยัยแอนร้องลั่นวิ่งหนี ไอ้
รถบ้านั่นก็วิ่งตาม จนยัยแอนสะดุดล้ม ไอ้รถนั่นถึงได้เบรคเอี๊ยด ห่างไปไม่ถึงฟุต แล้วยังมีกระตุก พุ่งมาข้างหน้าอีกนิดให้ใจหายด้วย
ผู้ชายในรถสองคนก็รีบลงมา คนที่ถึงก่อนเป็นผู้ชายผมทอง แต่พอดูหน้าใกล้ๆ หน้าอย่างตี๋ ตาเล็ก ปากแหลม คางแหลม นายนั่นเอ่ยปากพูด
"เป็น..."
"เป็นสิยะ ไม่เห็นคนรึไง เรียนขับรถกับคนตาบอดงั้นเหรอ" ยัยแอนใส่เป็นชุดก่อนนายตี๋ผมทองจะได้พูด ฉันช่วยดึงยัยแอนลุกขึ้น
"ขอโทษครับ พอดีผมกับเพื่อนเล่นกันในรถ ไม่ทันเห็นพวกคุณจริงๆ"
ผู้ชายอีกคนที่มาด้วยเป็นคนขับ หน้าตาลูกครึ่ง หล่อ ตัวสูง ยังกับนายแบบ แต่
"พั่วคุนนาจาเดินเผิดไฟ" ดันพูดไม่ชัด
"เขาว่ายังไงน่ะ"
"มันบอกว่า พวกคุณน่าจะเดินเปิดไฟ น่ะครับ" นายตี๋ผมทองช่วยแปล
"ว่าไงนะ เห็นชั้นเป็นช้างเหรอ เวลาเดินถึงต้องติดไฟกะพริบไว้ที่ก้นน่ะ"
"ไม่ใช่ครับ เพื่อนผมภาษาไทยมันไม่แข็งแรงน่ะ ผมว่ามันหมายถึง คุณน่าจะเดินในที่ที่มีไฟสว่างๆ ไม่น่ามาเดินในที่มืดๆ"
"ซอยนี้มันมืดเองนี่ ชั้นไปทำให้มันมืดที่ไหน แล้วชั้นก็ไม่อยากเดินมืดๆแบบนี้หรอก บินได้ชั้นบินไปแล้ว"
"ยังไงก็ขอโทษจริงๆครับ คุณเป็นอะไรหรือเปล่า ผมพาไปหาหมอมั้ย"
"ไม่ต้อง จะไปไหนก็รีบไปให้พ้นเลย"
"พวกคุณจะไปไหนครับ ให้พวกผมไปส่งดีกว่า มาเดินกันลำพังแบบนี้มันไม่ปลอดภัย"
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พวกเราไปแค่ปากซอยนี่เอง คงไม่มีคนตาบอดขับรถมาอีกหรอก" ฉันตอบ
"โอเคครับ ไปปากซอยนะ เชิญขึ้นรถครับ ผมไปส่ง"
พวกนี้นี่มัน... ใช้ได้แฮะ ฉันสบตากับยัยแอน ซึ่งเธอก็เม้มปากเชิด
"ครับๆ เชิญครับ ไม่ต้องเกรงใจ ใกล้แค่นี้เอง ต้องขอโทษอีกครั้งนะครับ"
นายลูกครึ่งเข้าไปนั่งประจำที่คนขับ นายนี่ท่าจะรู้ตัวว่าพูดไม่ชัด ก็เลยพูดน้อย ปล่อยให้เพื่อนตี่ ต้อนพวกเราขึ้นรถ เพิ่งจะเห็นยี่ห้อ BMW ซะด้วย
ฉันกับยัยแอนนั่งหลังรถ นายตี๋ผมทองหันมาถามพวกเรา
"ไปปากซอยทำไมกันหรือครับ"
"ใช่เรื่องของนายป่ะ" ยัยแอนทำท่าเหมือนยังเคืองไม่หาย ฉันเลยต้องตอบแทน ทั้งที่ไม่ได้มีบุญคุณอะไรกับฉัน "ไปกินข้าวค่ะ"
"ดึกๆอย่างนี้น่ะหรือครับ"
"แล้วมันหนักหัวใคร"
"พวกเราไม่กลัวอ้วนค่ะ"
"ได้ครับ ให้ผมเลี้ยงนะ"
นั่งรถมันเร็วกว่าจริงๆนั่นแหละ แค่แป๊บเดียว ก็ถึงแล้ว นายตี๋ผมทองเหลือบมองร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ แล้วหันกลับมาพูด
"ร้านนี้หรือครับ"
ฉันพยักหน้า นายตี๋ผมทองก็ทำมือส่งสัญญานให้นายลูกครึ่ง
"เฮ้ยๆ จะไปไหนน่ะ" ยัยแอนร้องลั่น เมื่อรถยังแล่นไปต่อ
"ผมก็นึกว่าร้านอะไรดีๆ พวกคุณถึงต้องมากันตอนดึก ร้านกระจอกอย่างนั้นไม่ต้องไปหรอก เดี๋ยวไปปาร์ตี้ที่บ้านเพื่อนผมดีกว่า"
ปาร์ตี้ของบ้านลูกคนรวยงั้นหรือ
"มีของกินรึเปล่า"
"มีสิครับ"
ฉันว่าฉันรู้ ว่าพวกเขาต้องการอะไร ฉันถึงได้กอดอกนั่งเงียบๆ ยัยแอนไม่วายสำทับ
"ถ้าไม่มีนะ เป็นเรื่องแน่"
ฉันสังเกตว่ารถมันเร็วขึ้นพอสมควรเลย แต่เพราะเป็นรถราคาแพง เสียงเครื่องจึงเงียบมากจนแทบไม่รู้ว่าเร่งเครื่อง แค่ไม่นานก็มาถึงบ้านหลังหนึ่ง
ในบ้านเปิดไฟสว่าง แต่ไม่มีเสียงเพลง มันปาร์ตี้ยังไงกัน
รถจอด นายตี๋ผมทองลงก่อน ฉันกับยัยแอนถึงได้ลงตาม
"มีปาร์ตี้ข้างในแน่หรือ"
"ภายในบ้านทำพิเศษครับ ปูด้วยฉนวนเก็บเสียง"
จะโกหกก็ให้มันน้อยหน่อย ข้างนอกนี่ไม่มีรถซักคันเลยนะ
นายตี๋ผมทองเปิดประตู นั่นไง ไม่มีเสียงเพลงดังออกมา
ฉันกับยัยแอนเดินเข้าไป เห็นบ้านมีสองชั้น ออกใหญ่โต แต่แทบไม่มีเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งอะไรเลย ไม่มีแม้แต่กรอบรูปหรือนาฬิกา
มีแค่โซฟาตัวเดียวตั้งอยู่กลางห้องชั้นล่าง กับตู้เย็นเล็กๆอีกตู้ที่มุมห้องด้านโน้น ไม่เคยเห็นบ้านที่ตกแต่งอย่างนี้มาก่อน
"ไหนล่ะปาร์ตี้" ฉันถาม
นายตี๋ผมทองแสยะยิ้ม
"ก็นี่แหละปาร์ตี้ ที่มีแค่พวกคุณกับพวกผม 4 คนไง"
นายลูกครึ่งเข้ามาเป็นคนสุดท้าย หันไปปิดประตูแล้วใส่กลอนทั้งหกตัว เสียงดังแก๊กๆๆๆๆๆ
ฉันหันไปมองตามเสียง จึงสังเกตเห็นที่มุมห้องนั่น มีของที่ไม่เข้ากับตัวบ้านวางอยู่ อันได้แก่ ไม้ถูพื้น น้ำยาทำความสะอาด แกลลอนน้ำมัน เลื่อย เชือก
ถุงดำ และกล่องกระดาษ
"ไหนว่าพามากินข้าว" ยัยแอนถาม
"ก็กินสิ มีไส้กรอกสองดุ้น ที่จะป้อนให้คุณทั้งคืนนี่ไง"
"พั่วคุนคิดอาไร ตามพู่ชายแปกน่าเข้าบ้าน" นายลูกครึ่งส่ายหน้า ทำเป็นมาสั่งสอน
"อย่าเข้ามานะ" ยัยแอนตะโกนลั่น
"ผมบอกแล้วนี่ ว่าบ้านนี้ทำพิเศษ ใช้ฉนวนเก็บเสียงปูทั้งผนังและฝ้าเพดาน ร้องให้ตายก็ไม่มีใครได้ยิน" นายตี๋หัวทองหัวเราะเหี้ยมเกรียม
"แล้วอีกอย่างนะ ประตูหน้าต่างอื่นทุกบานติดลูกกรงปิดตาย ทางออกมีทางเดียวคือประตูนั่นเท่านั้น"
ว่าแล้ว นายตี๋ผมทองก็พุ่งเข้าหายัยแอนก่อน นายนี่คงชอบขึ่ม้าพยศล่ะมั้ง ยัยแอนก็ไม่ใช่ยอมให้ขี่ง่ายๆ ดิ้นสุดตัว แต่เป้าหมายของนายตี่ไม่ใช่จะจับ
ยัยแอนกดตรงนี้หรอก
แคว่กกก
มันตั้งใจฉีกเสื้อของยัยแอน แล้วมันก็ตาลุกวาว
"กูว่าแล้ว นังปากเก่งนี่ของกู มึ-เอานัง]/$(cฎ%-K๑ะ&฿*#จืดไปก็แล้วกัน"
ดูเหมือนสัญญานติดขัดเล็กน้อย
เอาเป็นว่า นายตี๋ผมทอง บังอาจมาว่าฉัน... ...หน้าจืด ฉันขอให้มันไม่ตายดี
ยัยแอนที่เหลือแค่เสื้อในหุ้ม 36 นิ้ว คัพ D ที่เจ้าตัวภูมิใจ วิ่งหนี นายตี๋ผมทองก็วิ่งตาม บ้านโล่งๆอย่างนี้ ยัยแอนจะหนีไปไหนพ้น โดนตะครุบตัวได้อีกครั้ง ยัยแอนยังสะบัดหลุดได้อีก แต่ก็สูญเสียเสื้อชั้นในติดมือนายตี๋ผมทองไป
นายตี๋เอาเสื้อชั้นในขึ้นมาสูด แล้วไล่ตามคว้ายัยแอนต่อ ยัยแอนหนีขึ้นชั้นสอง แหกปากร้อง
"ไอ้บ้า อย่าเข้ามานะ อย่าเข้ามา"
ยัยแอน ตั้งใจสินะ ปากร้องว่าอย่าเข้ามา แต่ดันเดินถอยหลังขึ้นบันได แกว่งเจ้า 36 นิ้ว คัพ D คู่นั้นไปมาน่ะ มันเหมือนเชิญชวนมากกว่านะ
นายตี๋ผมทองคงคิดอย่างนั้นแหละ จ้องมองซะจนไม่ใช่แค่ตาของมันอย่างเดียวที่ลุก มันตามยัยแอนขึ้นไป ยัยแอนก็ยังวิ่งถอยหลังขึ้นบันไดให้สองเต้ามันยิ่งเขย่าดึ๋งๆ ยั่วนายผมทองให้ยิ่งวิ่งไล่ตาม ยัยแอนขึ้นไปถึงชั้นบน ถึงได้หันหลังวิ่งไปเปิดประตูเข้าไปในห้อง นายผมทองไม่รีบร้อนไล่ตามแล้ว
ยังมีหน้าหันมาพูดกับฉัน
"ลืมบอกไปอีกเรื่อง ประตูทุกห้องในบ้านนี้ล็อคไม่ได้"
"ทำไมทำกับพวกเราแบบนี้" ฉันถามออกไป
นายตี๋ผมทองแสยะยิ้มอีกครั้ง
"พวกคุณโชคร้ายเอง ที่มาพบกันในคืนล่าเหยื่อของพวกผม"
นายนั่นหัวเราะ แล้วเปิดประตูห้องที่ยัยแอนเพิ่งเข้าไปเมื้อกี้ นายผมทองปิดประตู เสียงกรี๊ดของยัยแอนก็ดังลอดประตูออกมา
ขณะที่ข้างบนเต็มไปด้วยเสียงกรี๊ด เสียงหัวเราะ เสียงร้อง และเสียงดังโครมคราม แต่ที่ข้างล่าง ฉันกับนายลูกครึ่ง ยังยืนจ้องตาคุมเชิงกันอยู่เงียบๆ
"มายวิงนี่รือ" (ไม่วิ่งหนีหรือ)
"ทำไมต้องหนีล่ะ" ฉันตอบอย่างถือดี
"มายซานุกเลอ " (ไม่สนุกเลย) นายลูกครึ่งรูปหล่อเดินเข้ามาหาฉัน
แหม จะพูดก็พูดเฉยๆสิ ไม่เห็นต้องทำหน้าซังกะตายอย่างนั้น เดี๋ยวหมดอารมณ์กันพอดี
ไม่ถึงชั่วครึ่งอีดใจ
เขาก็อยู่ในอ้อมกอดของฉัน
สิ่งที่ฉันต้องการมานาน ฉันไขว่คว้าหามัน
บางสิ่งอุ่นๆของเขาได้เข้ามาในตัวฉัน มันเข้ามาเติมเต็มในตัวฉัน
อาา..
สิ่งที่ฉันปรารถนา และโหยหามาเนิ่นนาน ครั้งสุดท้ายที่ได้รับมัน ก็เมื่อหลายเดือนผ่านมาแล้ว
การได้รับมันอีกครั้ง ทำให้ฉันส่งเสียงครางอย่างสุขสม ซาบซ่าน ผู้ชายนี่มันยอดเยี่ยมจริงๆ ฉันถึงได้ชอบผู้ชายไง
พวกเขาบอกเองนี่ว่าบ้านนี้เก็บเสียง ร้องให้ตายก็ไม่มีใครได้ยิน
ฉันจึงลูบไล้เรือนร่างของเขา ครางลั่นอย่างไม่สนใจใคร
...
หลังจากใช้เวลากับนายลูกครึ่งอย่างอิ่มเอมแล้ว ฉันจึงผละออกมา เดินขึ้นไปดูยัยแอนที่ชั้นบน
ฉันแลบลิ้นเลียคราบบนปากที่กลืนกินไม่ทันในตอนแรก อาจดูไม่เป็นสุภาพสตรี แต่ถ้าเอาผ้าเช็ด มันก็น่าเสียดายของอร่อยนี่ ควรส่งไปรวมอยู่ในท้องซะ
เสียงของยัยแอนกับนายตี๋ผมทอง เงียบไปนานแล้ว
ฉันผลักประตูให้เปิดออก เห็นแค่ยัยแอนเอนตัวกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง จากที่เปลือยท่อนบน ตอนนี้ท่อนล่างก็เปลือยเปล่า ไม่มีอะไรเหลือ
ยัยแอนนอนตาเบิกโพลง ครึ่งล่างของใบหน้า ตลอดจนลำคอถึงหน้าอก มีแต่เลือดสดๆอาบอยู่ทั่ว
"แอน!" ฉันตวาดเรียกอย่างตกใจ
ยัยแอนหันมาเห็นฉัน ก็ส่งยิ้มให้ แต่ฉันไม่ขำด้วยหรอก ฉันหน้าบึ้งใส่
"ขย้ำเหยื่ออีกแล้วงั้นเหรอ คราวนี้ฉันไม่ช่วยฝังหรอกนะ"
รู้หรือเปล่า การหาที่ฝังศพ การลอบขนศพ แล้วก็การขุดดินให้ลึกเป็นเมตรน่ะ มันเหนื่อยแค่ไหน
"น่า น่า มันเผลอไปน่ะ อารมณ์มันมา" ยัยแอนยังมีหน้าหัวเราะ โบกไม้โบกมือให้ฉัน "คราวนี้ไม่ต้องฝัง จุดไฟเผาเลย"
"คงต้องอย่างนั้นแหละ แล้วเสื้อผ้าเธอไปไหนหมดล่ะ"
"โดนดึงทิ้งหมดน่ะสิ เธอน่าจะได้เห็น ตอนที่ฉันตะกายขึ้นเตียงมา ทำท่ากวางเหลียวหลัง แล้วหันไปแยกเขี้ยวเป็นนางพยัคฆ์เหลียวหลังน่ะ ไอ้ตี๋นั่น
จากที่ตั้งๆอยู่ ชี้ลงพื้นทันทีเลย ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า"
ฉันเดินไปดูนายตี๋ที่อยู่ข้างเตียง อืม สภาพเละไม่มีดี สมพรปากฉันมั้ยล่ะ
แล้วยัยแอนก็ลุกไปอาบน้ำ ส่วนฉันไปลอกคราบนายลูกครึ่งที่ตัวซีดเผือดเพราะถูกฉันกัดคอสูบเลือดอุ่นๆเข้ามาเติมเต็มท้องของฉันจนหมดตัว
เอาเสื้อผ้าของนายลูกครึ่งไปให้ยัยแอนใช้ใส่กลับ
จากนั้นก็ลากนายลูกครึ่งขึ้นไปกองรวมกับนายตี๋ผมทอง ยัยแอนที่อาบน้ำ ใส่เสื้อผ้าแล้ว ก็หิ้วแกลลอนน้ำมันขึ้นมา จัดการราดน้ำมัน แล้วใช้ไฟแช็คใน
กระเป๋ากางเกงของนายลูกครึ่ง จุดไฟเผา ทำลายหลักฐาน
พอเห็นไฟติดท่วมร่างทั้งสองแล้ว ฉันกับยัยแอนเดินออกมาโดยไม่สนใจว่าบ้านจะถูกเผาวอดทั้งหลังไปด้วยหรือไม่ ยังไงก็ไม่เกี่ยวกับพวกเรานี่
"เหยื่อคืนนี้สนุกดีเนอะ" ยัยแอนดูจะชอบใจมาก ไม่ใช่ว่าเหยื่อทุกรายเตรียมน้ำมันไว้ให้เหมือนกันหมดนะ ถ้าครั้งหน้ายังทำแบบนั้นอีก เห็นทีฉันต้อง
พิจารณาเรื่องการตัดเพื่อนอย่างเป็นทางการแล้วล่ะ
หลังจากกินกันอย่างเต็มที่ในคืนนั้น พวกเราคงไม่ต้องออกล่าเหยื่อไปอีกหลายเดือน
เป็นผีดิบในยุคปัจจุบันก็ต้องรู้จักปรับตัวอย่างนี้แหละ ไม่งั้นก็อยู่ไม่ได้ จริงมั้ย
เรื่องก็จบแค่นี้ค่ะ ไว้มีโอกาส เราอาจจะได้เจอกัน บ๊ายบาย
......................................................................................................................................................................................