หนึ่งใจในแผ่นดิน ตอนที่ 50 (3/3)

กระทู้สนทนา
ตอนที่ผ่านมาอยู่ คห สุดท้ายค่ะ







หนึ่งใจในแผ่นดิน
ตอนที่ 50 (3/3)






วันฟ้าครึ้ม เมฆเทาก้อนใหญ่เคลื่อนตัวบังแสงอาทิตย์ทำให้มองไปทางไหนก็มืดทึม ท้องฟ้าอาจจะเศร้าใจกับเหตุการณ์รักสามเศร้าที่เกิดขึ้นอย่างนั้นหรือ หลังจากมีปากเสียงกับเอกรัตน์ ทั้งเธอ ดวงแข และเอกรัตน์ก็ไม่ได้เจอหน้ากันอีกเลย ดวงแขก็เงียบหายไป ส่วนเอกรัตน์กลับถอนตัวเองออกจากผู้สมัครเลือกตั้งทั้งๆ ที่มีคะแนนนำโด่ง และเธอก็เอาแต่ทำงานเพื่อไม่ให้คิดถึงเรื่องนี้

คุณหมอสาวกลับจากการไปออกตรวจหมู่บ้านใกล้เคียงแล้วสังเกตถึงความเงียบที่ผิดปกติของหมู่บ้านช้าง ไม่มีควาญช้างพาสัตว์คู่ชีพของเขาออกมาฝึก ไม่มีหญิงชาวบ้านเดินคุยกันอย่างปกติ

ไม่มีเด็กๆวิ่งไล่กันเหมือนทุกวัน และทุกเรือนต่างปิดหน้าต่างกันสนิทราวกับว่ากลัวฝนห่าใหญ่ที่กำลังจะถล่มลงมา
ไหมแก้วจอดรถมอเตอร์ไซค์ของเธอแล้วเดินขึ้นเรือนเพื่อขอพักให้หายเหนื่อย แต่แล้วเธอก็พบว่าประตูเรือนของเธอกลับถูกล็อค หญิงสาวงุนงงแล้วลองเคาะประตูเรียกหญิงชราที่มักมานั่งเป็นเพื่อนเธอเสมอ

“ยาย ยาย ไหมกลับมาแล้ว เปิดประตูที”

ผ่านไปหลายนาทีทีเดียวกว่าจะได้ยินเสียงฝีเท้า ประตูบานเลื่อนไม้ค่อยอ้าทีละนิดจนเห็นใบหน้าเพียงเสี้ยวหนึ่งของยายเฒ่าที่มีดวงตาหวาดผวา

“เอ็งเข้ามาเร็วๆ ไหมแก้ว” ไม่ทันจบคำ หญิงชราก็คว้าแค้นหญิงสาวเข้าไปด้านในแล้วรีบปิดประตูลงกลอน

สิ่งที่หญิงชรากำลังทำนั้นยิ่งสร้างความสงสัยให้กับคุณหมอสาวมากขึ้น ทั้งหมู่บ้านเป็นอะไรกันไปหมด หรือว่าวันนี้เป็นวันทางประเพณีอะไร แล้วทำไมเธอถึงไม่รู้เลยทั้งๆที่อยู่มานาน

“อยู่แต่ในเรือน ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด” หญิงชราหันมาสั่งหลังตรวจความแน่นหนาของประตูเรียบร้อย

“เกิดอะไรขึ้นหรือจ๊ะยาย” เธอรีบถามทันทีเมื่อมองใบหน้าของหญิงชราหวาดหวั่นเหมือนกลัวอะไรสักอย่าง

“ไอ้พนา ไอ้พนามันจะมาบุก” เสียงสั่นของยายเฒ่าเล่าพลางรีบเดินเข้าไปนั่งด้านในของเรือนให้ห่างประตูที่สุด

“บุก? เขาจะมาบุกทำไม” เธอรีบเดินตามเข้าไปถามต่อ หากว่าหญิงชราพูดจริง เธอนี่แหละจะออกไปประจันหน้ากับโจรป่าแล้วคุยกับเขาให้กลับไปเสีย

“ดวงแขมันตกเลือด มันแท้ง ไอ้พนามันโกรธมากเลยจะยกลูกสมุนมันมาเผาหมู่บ้านกะเหรี่ยง แล้วจะมาปล้นหมู่บ้านเราด้วย”

“ดวงแขแท้ง !” ไหมแก้วร้องด้วยความตกใจ “เมื่อไหร่กันยาย แล้ว...ยายรู้ได้ยังไงว่าดวงแขท้อง”

ไหมแก้วยังประหลาดใจด้วยที่หญิงชรารู้เรื่องที่ดวงแขตั้งครรภ์ได้อย่างไรกัน ตัวเธอเองก็ไม่ได้บอกใคร เอกรัตน์ก็คงยังไม่บอกใครแน่ เว้นเสียแต่นางลาโพที่อาจโพนทะนาไปแล้วเพื่อให้นายทรงชัยยอมรับลูกสะใภ้คนนี้

“นายทรงชัยมันมาบอกผู้ใหญ่บ้านว่าดวงแขท้องลูกของไอ้พนา”

“อะไรนะ !” ไหมแก้วร้องเสียงสูง  

“ชู่ว อย่าส่งเสียงดังสิ...นายทรงชัยเล่าความว่ายายลาโพไปขอร้องให้นายทรงชัยช่วยเรื่องที่ดวงแขพลาดท่าเสียทีไอ้พนาจนท้อง ข้าก็คิดไว้อยู่แล้วว่าไอ้นี่มันเลวยิ่งกว่าเดรัจฉาน ขนาดดวงแขช่วยมันไว้มันยังทำกันได้”

“แล้วทำไมนายทรงชัยถึงรู้ว่านายพนาจะมาบุก” ไหมแก้วรีบให้ยายเล่าต่อด้วยความสับสนกับคำบอกเล่า

“ข้าก็ไม่รู้ แค่ได้ยินว่าไอ้โจรป่าจะมาข้าก็ขวัญผวามาที่เรือนของเอ็งนี่แหละ”

ทำไมเรื่องมันถึงออกมาเป็นแบบนี้ได้ เธอให้นางลาโพไปคุยกับนายทรงชัยเพื่อให้เอกรัตน์รับผิดชอบดวงแขและลูก แต่มันเกิดอะไรขึ้นกัน และเธอไม่ได้เห็นดวงแขมาสองวันแล้วตั้งแต่ตอนที่ดวงแขได้ยินเธอและเอกรัตน์มีปากเสียงกัน แต่ในสองวันมานี้ทำไมเธอถึงไม่รู้เลยว่าดวงแขแท้ง

“ฉันต้องไปดูดวงแข”

“เอ็งอย่าออกไปเด็ดขาด !” หญิงชรารีบคว้าแขนไว้  

“คุณหมอ คุณหมอ !”

เสียงของนางลาโพเรียกเธอด้านนอก พร้อมกับการเคาะประตูที่แสนหนักหน่วง หญิงชราจ้องตาไหมแก้วเขม็งเชิงห้ามปราม

“ช่วยด้วยคุณหมอ”

“อย่าออกไป” ดวงตากร้าวของหญิงอาวุโสทำให้เธอกัดปากอย่างร้อนในอก  

เสียงขุ่นเคืองของหญิงชราที่นับถือมานานมีอำนาจเหนือกว่าผู้หญิงที่ร้องขอความช่วยเหลือด้านนอก การเก็บเสียงช่างแสนทรมาน การปฏิเสธต่อเสียงขอร้องก็ทรมาน และต้องทนฟังเสียงเรียกขอความช่วยเหลือขิงนางลาโพจนเสียงนั้นหายไป

“คุณหมอ แย่แล้ว มีคนบาดเจ็บ !” เสียงผู้ชายดังที่ด้านนอกพร้อมกับการเคาะประตู

“คุณหมอ !”

ด้วยจรรยาบรรณในวิชาชีพและหัวใจของหญิงสาวทนไม่ได้อีกต่อไป เพราะหากเธอหลบซ่อนตัวอยู่แต่ในเรือน แล้วชีวิตคนที่อยู่ด้านนอกล่ะจะเป็นอย่างไร หญิงสาวลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปที่ประตูโดยไม่ฟังเสียงทัดทานของหญิงชรา แต่เมื่อไหมแก้วเปิดประตูออกไปแล้วพบว่าผู้ชายที่ร้องเรียกเธอไม่ใช่คนในหมู่บ้าน




“ผมขอถามอีกคำถามได้ไหมครับ” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งเมื่อเห็นใบหน้าเธอเศร้าหมอง “ดวงแขมีหัวใจข้างไหน”
ดวงตาสีนิลของชายหนุ่มที่มองมาร้องขอความจริงที่เธอเก็บซ่อนอยู่ หากว่าเธอเล่าความไปตอนนี้ก็คงไม่ได้เกิดผลในวงกว้าง หญิงสาวตัดสินใจแล้ว ถือเสียว่าวันนี้เป็นวันที่ความจริงควรจะถูกเปิดเผย
“เราจะไปพบนายอำเภอด้วยกันตอนนี้ แล้วฉันจะเล่าความทุกอย่างให้ฟัง คุณจะได้รู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับดวงแข และ...บางเรื่องที่คุณต้องรู้”  


********************


ระหว่างทางจากโรงพยาบาลไปหมู่บ้านช้าง ในหัวของธิดายังคิดวนเวียนถึงเรื่องที่ก้องปฐพีบอก สิ่งที่ได้รู้เหมือนกับค้อนปอนด์ที่ทุบหัวเธออย่างแรง และเธอคงผิดหวังมากหากร่างของผู้หญิงที่เธอพบในหมู่บ้านกลางป่าไม่ใช่คุณดวงแขแต่เป็นคุณดุจดาว เพราะในหัวเธอมีแต่คุณดวงแขมาตลอด อีกทั้งเรื่องเล่าของหมู่บ้านช้างก็ทำให้เชื่อของดวงแขฝังในใจเธอไปแล้ว


หญิงสาวคลี่กระดาษเขียนจดหมายแผ่นที่ลอบเข้าไปค้นจากห้องของคุณดวงแขแต่เกิดเหตุจนถูกจับได้ ความว่างเปล่าของกระดาษแผ่นนี้ยังเป็นข้อกังขาที่ไม่ได้คำตอบ แต่เธอต้องนำมันกลับไปคืนยังที่เดิมตามคำสั่งของพี่ชาย ในใจก็นึกเสียดายที่ต้องล้มเลิกความพยายามไว้เพียงแค่นี้  

    แต่แล้วเธอก็นึกถึงความฝันในคืนก่อนที่จะออกเดินทางไปทองผาภูมิ ในฝันนั้นเป็นผู้หญิงที่มีน่าตาสวยมาก และผู้หญิงในฝันคือคุณดวงแขและเธอกำลังเต้นรำ เดี๋ยวนะ คุณดวงแขเป็นพยาบาล แต่ในฝันคุณดวงแขบอกว่าเธอเป็นนักเต้น หญิงสาวพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวย้อนกลับไปถึงคำพูดของเสี่ยบัญชา เจ้าของห้องเดิมนั้นคือภรรยาของเสี่ย และเธอคือ ดารา พราวรัตติกาล...

    “พี่ปราณคะ เรื่องที่พี่ก้องพูดเกี่ยวกับฝาแฝดคุณดวงแข...” เธอหันไปถามชายหนุ่มที่กำลังทำหน้าที่สารถี “คนไหนที่มีความผิดปกติทางเม็ดเลือดนะคะ”

    “คนที่ชื่อ ดุจดาว ทะหมุคู” ปราณนารายณ์หันมาตอบแล้วเลิกคิ้วเชิงถาม

    “ถ้าดุจดาว ทะหมุคู คือคนเดียวกับที่นอนอยู่บนเตียงในบ้านของนายพนา...” ธิดารำพึงกับตัวเอง      

        “ธิดาสงสัยอะไรหรือครับ” ดวงตากลมโตของหญิงสาวฉายแววที่เปลี่ยนไปจนชายหนุ่มที่คุ้นเคยกับดวงตาคู่นี้สังหรณ์ใจว่าแม่สาวคนนี้มีอะไรอยู่ในใจเป็นแน่ แม้เธอกำลังจะอ้าปากพูดว่า

    “เปล่าค่ะ” แต่เป็นเสียงของชายหนุ่มที่ตอบแทนหญิงสาว และเธอก็ย่นจมูกใส่คนรู้ทัน

     “คดีนี้มีเงื่อนงำเกี่ยวกับผู้หญิงที่ชื่อดารา พราวรัตติกาล และยังไม่รู้ว่าเป็นใครมาจากไหน ข้อมูลเดียวที่มีคือเธอเคยเป็นโคโยตี้มาก่อนเท่านั้น” ปราณเอ่ยเรื่องที่เขารู้ว่าหญิงสาวกำลังสงสัย

    “แปลกนะ โคโยตี้อะไรใช้มีดหมอเป็น” ตฤณที่นั่งด้านหลังเปรยขึ้น

    “เธอพูดว่าอะไรนะ” หญิงสาวหันขวับไปถามทันที

    “ก็คุณนายดาราอะไรนั่นน่ะ เป็นคนที่เอากระสุนออกจากตัวกลางตอนที่มันโดนยิงที่ผับนั่นไง” ชายหนุ่มดวงตาเรียวตอบพลางแสยะยิ้มอย่างนึกขำขัน

    ธิดาไม่ได้ขำขันไปด้วย ที่อยู่ผู้รับซองจดหมายในมือของเธอเกี่ยวอะไรกับดารา พราวรัตติกาล ที่เป็นอดีตโคโยตี้แต่กลับใช้มีดหมอเป็น ส่วนคนที่เป็นมะเร็งเม็ดเลือดคือคนที่ชื่อดุจดาว ดังนั้นแฝดอีกคนต้องมีหัวใจข้างขวา นั่นคือดวงแข เธอรู้สึกเหมือนกับค้นพบคำใบ้ครั้งใหญ่จากลายแทงที่จะนำไปขุดมหาสมบัติ และมหาสมบัติที่ว่านั้นคือศพของหญิงสาวที่อยู่ใต้พิภพ

แต่เธอจะกล้าขุดขึ้นมาหรือเปล่า !
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่