JJNY : นิด้าโพล ปชช.ค้านเรียนออนไลน์/แห่ขุด"วรรณสิงห์"ร่วมล้างคราบเลือด/ทั่วโลกป่วยทะลุ5.4ล./ไทยป่วยใหม่ศูนย์ราย

“นิด้าโพล”ปชช.ค้านเรียนออนไลน์มองความพร้อมไม่เท่ากัน
https://www.innnews.co.th/social/news_682766/

 
"นิด้าโพล" เผยประชาชนเห็นด้วยกำหนดเปิดเทอม 1 ก.ค. แต่ไม่เห็นด้วยกับการเรียนออนไลน์ มองเด็กมีความพร้อมด้านอุปกรณ์การเรียนไม่เท่ากัน

“นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจของประชาชน ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,256 หน่วยตัวอย่าง เรื่อง “เรียนออนไลน์” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 18 – 21 พฤษภาคม 2563 เมื่อถามถึงการมีบุตรหรือเป็นผู้ปกครองนักเรียนที่กำลังเรียนหนังสือในระดับอนุบาล ประถมศึกษา หรือมัธยมศึกษา ในประเทศไทย พบว่า 
ส่วนใหญ่ ร้อยละ 52.87 ระบุว่า มีบุตรหรือเป็นผู้ปกครองนักเรียนที่กำลังเรียนหนังสือ 
ขณะที่ ร้อยละ 47.13 ระบุว่า ไม่มีบุตรหรือเป็นผู้ปกครองนักเรียนที่กำลังเรียนหนังสือ

“นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจของประชาชน ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,256 หน่วยตัวอย่าง เรื่อง “เรียนออนไลน์” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 18 – 21 พฤษภาคม 2563 เมื่อถามถึงการมีบุตรหรือเป็นผู้ปกครองนักเรียนที่กำลังเรียนหนังสือในระดับอนุบาล ประถมศึกษา หรือมัธยมศึกษา ในประเทศไทย พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 52.87 ระบุว่า มีบุตรหรือเป็นผู้ปกครองนักเรียนที่กำลังเรียนหนังสือ ขณะที่ ร้อยละ 47.13 ระบุว่า ไม่มีบุตรหรือเป็นผู้ปกครองนักเรียนที่กำลังเรียนหนังสือ
 
ซึ่งผู้ที่ระบุว่ามีบุตรหรือเป็นผู้ปกครองนักเรียนที่กำลังเรียนหนังสือในระดับอนุบาล ประถมศึกษา หรือมัธยมศึกษา ในประเทศไทย พบว่า 
ส่วนใหญ่ ร้อยละ 53.61 ระบุว่า มีบุตรหรือเป็นผู้ปกครองนักเรียนที่กำลังเรียนหนังสือในระดับประถมศึกษา 
รองลงมา ร้อยละ 29.37 ระบุว่า ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 
ร้อยละ 27.26 ระบุว่า ระดับอนุบาล 
และร้อยละ 14.91 ระบุว่า ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
 
เมื่อถามผู้ที่มีบุตรหรือเป็นผู้ปกครองนักเรียนที่กำลังเรียนหนังสือในระดับอนุบาล ประถมศึกษา หรือมัธยมศึกษา ในประเทศไทย ถึงบุตรหลานศึกษาในสถานศึกษาของเอกชนหรือของรัฐบาล พบว่า 
ส่วนใหญ่ ร้อยละ 81.48 ระบุว่า เป็นสถานศึกษาของรัฐบาล 
ขณะที่ ร้อยละ 23.19 ระบุว่า เป็นสถานศึกษาของเอกชน
ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อคำสั่งให้เปิดเทอมสำหรับการศึกษาระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 พบว่า 
ร้อยละ 51.51 ระบุว่า เห็นด้วยมาก เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด – 19 คงหมดแล้ว และโรงเรียนควรมีมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด เด็ก ๆ ควรจะสวมหน้ากากอนามัยไปเรียนทุกครั้ง 
ร้อยละ 28.27 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย เพราะช่วงระยะเวลาที่จะเปิดเรียน น่าจะปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด – 19 แล้ว และอยากให้เปิดทีละชั้นเรียนหรือผลัดกันเปิดของแต่ละชั้นเรียนเพื่อความปลอดภัยสำหรับเด็ก 
ร้อยละ 9.87 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะ อยากให้เปิดเร็วขึ้นกว่านี้ เนื่องจากการปิดเทอมนานทำให้พัฒนาการเด็กช้าลง และจะทำให้ไม่อยากไปโรงเรียน

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการเรียนการสอนออนไลน์สำหรับการศึกษาระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา พบว่า
ส่วนใหญ่ ร้อยละ 46.90 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยในทุกระดับ เพราะ เด็กมีความพร้อมด้านอุปกรณ์การเรียนออนไลน์ไม่เท่ากัน โดยเฉพาะเด็กต่างจังหวัด และบางครอบครัวผู้ปกครองไม่มีเวลาคอยดูแลหรือให้คำแนะนำระหว่างเรียนออนไลน์
รองลงมา ร้อยละ 29.86 ระบุว่า เห็นด้วยในบางระดับ
ร้อยละ 22.05 ระบุว่า เห็นด้วยในทุกระดับ เพราะ เด็กจะได้พัฒนาความรู้ระหว่างรอเปิดเทอม ได้ทบทวนเนื้อหาวิชาที่เรียน และทำให้ปลอดภัยจากการแพร่ระบาดโควิด- 19

ซึ่งผู้ที่ระบุว่า เห็นด้วยในการสอนออนไลน์บางระดับ พบว่า 
ส่วนใหญ่ ร้อยละ 63.47 ระบุว่า ควรสอนออนไลน์ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เพราะ มีวุฒิภาวะที่สามารถควบคุมตัวเองให้อยู่ในการเรียนได้ และมีความรับผิดชอบและความสามารถในการใช้อุปกรณ์สื่อสาร สื่อออนไลน์ได้ดี 
รองลงมา ร้อยละ 60.80 ระบุว่า ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เพราะ เด็กมีความรับผิดชอบ มีสมาธิ ในการเรียนด้วยตัวเองได้ดี และสามารถเรียนรู้เทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็ว 
ร้อยละ 21.33 ระบุว่าเป็น ระดับประถมศึกษา เพราะ ควรจัดให้มีการเรียนการสอนออนไลน์ตั้งแต่ประถมศึกษา เป็นต้นไป เนื่องจากเด็กจะมีความเข้าใจมากกว่าระดับอนุบาล 
และร้อยละ 10.40 ระบุว่าเป็น ระดับอนุบาล เพราะ ช่วงเวลานี้เด็กอยู่ในความดูแลของผู้ปกครองสามารถเรียนออนไลน์ได้


แห่ขุด "วรรณสิงห์" ร่วมล้างคราบเลือด หลังสังหารหมู่ ปี 53 โร่ทวีตแจง
https://www.khaosod.co.th/politics/news_4186823

โลกออนไลน์แห่ขุดภาพ "วรรณสิงห์" ร่วม Big cleaning day หลังสังหารหมู่ปี 53 เมื่อ 10 ปีที่แล้ว เจ้าตัวโร่ทวีตแจง แกนนำ นปช. ชี้ คือวันจงใจทำลายหลักฐาน

ผ่านไปกว่า 10 ปี เหตุการณ์ Big cleaning day ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว เป็นกิจกรรมที่ชาวกรุงเทพมหานครบางส่วน และ กลุ่มกิจกรรมจำนวนหนึ่ง ออกมาล้างทำความสะอาดพื้นที่ชุมนุมของกลุ่ม คนเสื้อแดง หลังวันที่ 19 พ.ค. 2553 ซึ่งอยู่ในช่วงเดียวกันกับเหตุการณ์การสังหารหมู่ "เมษา-พฤษภา 2553" มีผู้เสียชีวิตเกือบร้อยศพ บาดเจ็บกว่าสองพันคน

กิจกรรมนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์หลากหลายจำนวนมากในเวลานั้น เนื่องจากมองในมุมของการทำความสะอาดและการร่วมแรงร่วมใจเพื่อก้าวข้ามความขัดแย้งแล้ว หากมองอีกด้าน ก็คือการทำลายหลักฐานและพยายามลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในแง่ของเหตุการณ์การปราบปรามผู้ชุมนุมทางการเมือง ที่มีการเสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย

เมื่อวานนี้ (23 พ.ค.) ครบรอบ 10 ปี สำหรับเหตุดังกล่าวที่เกิดขึ้น ทำให้ห้ผู้คนจำนวนมาก เริ่มตั้งคำถามในอีกแง่มุม สำหรับคนที่เคยไปล้างถนนในวันนั้น ว่าในวันนี้ยังรู้สึกแบบเดิมอยู่หรือไม่ จนกระทั่งเรื่องดังกล่าว กลายเป็นดราม่าในโลกออนไลน์

มีผู้นำภาพ "วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล" พิธีกรรายการโทรทัศน์ที่เคยร่วมกิจกรรมดังกล่าวมาโพสต์ เพื่อตั้งคำถามว่า วรรณสิงห์ ได้ทบทวนสิ่งที่ตัวเองเคยทำหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีผู้ใช้ทวิตเตอร์ กระดกดื้บดึ๊ยดื้บดืบ REST. @nongfierceheee แท็ค @wannasingh ซึ่งเป็นบัญชีของ วรรณสิงห์ เพื่อทวีตตั้งคำถาม

 
ต่อมา วรรณสิงห์ ทวีตตอบว่า ยอมรับครับตอนนี้ไม่ได้เข้าใจอะไรเรื่องบ้านเมืองมากนัก อายุ 25 ปี ชนชั้นกลาง ไม่ได้เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมถึงมีการชุมนุม แต่ตอนชุมนุมก็พยายามลงไปคุยกับผู้ชุมนุมอยู่หลายๆครั้งเพราะอยากจะเข้าใจมากขึ้น ทำให้ตอนนั้นไม่ได้มองคนเสื้อแดงเป็นคนน่ากลัวอย่างที่หลายๆ เคยรอบตัวรู้สึก ก็เลยไป
 
คิดว่าความรู้สึกหลักๆคืออยากไปสำรวจเพื่อ make sense ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับบ้านเมืองเรา วันนั้นจำได้ว่าเห็นตึกเซ็นทรัลเวิลด์หลังไฟไหม้ถล่ม ก่อนจะถูกเอาฉากกั้นมาปิดไว้ ยอมรับว่าไม่ได้เข้าใจว่าการไป ตอนนั้นในเชิงการเมือง มันมีความหมายอะไร
 
"มองย้อนกลับไป เข้าใจแล้วว่ามันเป็นเข้าร่วมการทำลายหลักฐาน และการไม่ให้เกียรติผู้ตายอย่างไรบ้าง ตอนนั้นไม่เข้าใจ "ขอโทษครับ" หลังจากนั้นก็พยายามเข้าใจ สังคมไทย และบริบทของสิ่งต่างๆให้มากขึ้นเรื่อยมาครับ อย่างไรก็ตามแต่ ขอโทษด้วยครับ ไม่น่าไปเลยครับ" วรรณสิงห์ ทวีตยอมรับความผิดพลาด

ด้าน น.พ.เหวง โตจิราการ แสดงความคิดเห็นต่อกรณีนี้เช่นกัน โดยระบุว่า บิ๊กคลีนนิ่งเดย์ คือวันจงใจทำลายหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ ของการฆ่าประชาชนสองมือเปล่ากลางเมือง เมื่อพฤษภา 53 ไปจนหมดสิ้น
 
ทุกคนที่ไม่ได้เรียนกฎหมาย ไม่ได้เรียนตำรวจ ไม่ได้เกี่ยวข้องทางด้านนิติศาสตร์เลยแม้แต่น้อย
 
ก็พอจะรู้ว่าในคดีอาชญกรรมทุกๆคดี หลักฐานเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการที่จะนำอาชญกรมาดำเนินคดี ดังนั้นอาชญกรที่มีสติปัญญาไหวพริบในการก่ออาชญกรรมทุกคนล้วนทำลายหลักฐานของการก่ออาชญกรรมของตนให้ไม่เหลือหลอเพื่อที่ตนเองจะได้พ้นเงื้อมมือกฏหมายลอยนวลภายหลังการก่ออาชญกรรมไปได้เพื่อไปก่ออาชญกรรมครั้งต่อๆไป
 
การฆ่าประชาชนสองมือเปล่ากลางเมืองเมื่อพฤษภาคม2553” น่าจะเริ่มลงมือภายหลังจาก “เล็งยิงกบาลเสธ.แดง พล.ต.แห่งกองทัพบก โดยการดำเนินไปตามแผนอำมหิตของ ศอฉ.” เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2553 ซึ่งในเสนาธิปัตย์วารสารกรมยุทธศึกษาทหารบกได้เขียนไว้ชัดเจนว่า ต้องกำจัดเสธ.แดง ภายหลังกำจัดฝ่ายนำทางการเมืองคือ วีระ มุสิกพงศ์ ได้แล้ว
 
ฝ่ายศอฉ.ถือว่า เสธ.แดงเป็นฝ่ายนำทางการทหาร ซึ่งเป็นเรื่องโกหก เพราะคนเสื้อแดงนปช.ไม่มีกองกำลังติดอาวุธไม่ได้ต่อสู้ด้วยอาวุธเป็นเพียงการต่อสู้ทางการเมืองล้วนๆ จึงเริ่มมีการเล็งยิงฆ่าประชาชนกระจายเป็นบริเวณกว้าง

ตั้งแต่ สนามมวยลุมพินี(เดิม) ที่ถนนพระราม4 แถวบ่อนไก่ แถวสี่แยกสวนลุมพินี ตัดถนนสาธร แถวถนนสีลม แถวถนนราชปรารภ แถวประตูน้ำ แถวสามเหลี่ยมดินแดง แถวอนุสาวรีย์ชัย แถวถนนสีลม แถวถนนสุขุมวิทพุ่งตรงไปยังเซนทรัลชิดลม และบริเวณโดยรอบเวทีใหญ่สี่แยกราชประสงค์
 
ฆาตกร ล้วนทิ้งร่องรอยไว้จำนวนมาก ถ้าให้ผู้เชี่ยวชาญในการพิสูจน์หลักฐานที่เที่ยงธรรมเข้าไปเก็บหลักฐานทุกชนิด ตั้งแต่ภาพถ่ายไปจนถึงวัตถุต่างๆที่น่าสงสัย ก็จะสามารถปะติปะต่อภาพของการ “ฆ่าประชาชนสองมือเปล่ากลางเมือง”ได้ไม่ยากและสาวลึกลงไปจนถึงชื่อพลทหาร นายทหาร ผู้บังคับบัญชาการฆ่าทั้งหมดได้
 
ดังนั้นฟากอาชญกร จึง สร้างกระแส “บิ๊กคลินนิ่ง” ขึ้นมา เพื่อทำลายหลักฐานของการฆ่าประชาชนสองมือเปล่ากลางเมืองให้หมดสิ้น หรือให้มากที่สุดจนไม่อาจจะต่อภาพของการ “ฆ่าประชาชนกลางเมือง”ได้ พวกที่เข้าร่วมใน “บิ๊กคลินนิ่ง” ก็รู้ดีว่า นี่คือการทำลายหลักฐานอย่างเป็นระบบครั้งมโหฬารและเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายความมั่นคงรวมไปถึงฝ่ายรักษาความยุติธรรมทั้งหลายก็รู้ดี

แต่ไม่เห็นมีการห้ามปรามหรือ กล่าวถึงแม้สักนิด

นี่เป็นการชี้บ่งชัดเจนว่า เป็นการดำเนินการของ “ฝ่ายฆ่าประชาชน”ต้องการสร้างมาตรการที่ทำลายหลักฐานทั้งหมดทำให้ไม่สามารถสาวถึงตัวพวกเขาได้ ยิ่งเป็นการยืนยันว่า “การฆ่าประชาชนสองมือเปล่ากลางเมืองปี2553นั้น” เป็นการกระทำของฝ่ายรัฐ ฝ่ายศอฉ.ฝ่ายรัฐบาลอภิสิทธิ์นั่นเอง
คนที่เข้าร่วมใน “บิ๊กคลินนิ่ง” ครั้งนั้นก็ไม่ต่างอะไรจากเครื่องมือ หรือผู้ช่วยสำคัญในการฆ่าประชาชนสองมือเปล่ากลางเมือง ทางกฎหมายถือว่าเป็นผู้มีส่วนร่วมโดยตรงในการกระทำฆาตกรรม
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่