JJNY : นิด้าโพลชี้วิกฤตศรัทธา!│‘ชัชชาติ’ นำลิ่ว 57% ทิ้งห่างพรรคประชาชน│สังหารผู้ต้องสงสัยใกล้ทำเนียบขาว│ทั่วไทยฝนลดลง

นิด้าโพลชี้วิกฤตศรัทธา! สื่อ-นักวิชาการแค่คาบเส้น ‘องค์กรอิสระ-อินฟลูฯ’ สอบตกไร้ความกลาง
https://www.dailynews.co.th/news/5886733/
.

.
นิด้าโพลเผยผลสำรวจ “มีใครเป็นกลางทางการเมืองบ้าง” ประชาชนโหวต “เพจการเมืองและข้าราชการ” ไร้ความกลางที่สุด ขณะที่ “องค์กรจิตอาสา” ได้รับความเชื่อมั่นสูงสุด
.
เมื่อวันที่ 24 พ.ค.ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “มีใครเป็นกลางทางการเมืองบ้าง” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 7-11 พฤษภาคม 2569 จากประชาชนที่มี อายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนต่อความเป็นกลางในการวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นทางการเมือง การสำรวจอาศัย
.
การสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล”สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนด ค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 97.0 จากการสำรวจเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อความเป็นกลางในการวิพากษ์วิจารณ์ประเด็น ทางการเมืองของกลุ่มบุคคลที่ไม่ใช่นักการเมือง พบว่า
.
1. บุคลากร องค์กรจิตอาสาเพื่อสังคม ตัวอย่าง ร้อยละ 36.11 ระบุว่า ค่อนข้างเป็นกลาง รองลงมา ร้อยละ 34.81 ระบุว่า เป็นกลางมาก ร้อยละ 18.40 ระบุว่า ไม่ค่อยเป็นกลาง ร้อยละ 9.08 ระบุว่า ไม่เป็นกลางเลย และร้อยละ 1.60 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
.
2. บุคลากรองค์กรภาคประชาชน ตัวอย่าง ร้อยละ 37.25 ระบุว่า ค่อนข้างเป็นกลาง รองลงมา ร้อยละ 25.50 ระบุว่า เป็นกลางมาก ร้อยละ 21.37 ระบุว่า ไม่ค่อยเป็นกลาง ร้อยละ 11.22 ระบุว่า ไม่เป็นกลางเลย และร้อยละ 4.66 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
.
3. พระสงฆ์ นักบวช ตัวอย่าง ร้อยละ 28.24 ระบุว่า ค่อนข้างเป็นกลาง รองลงมา ร้อยละ 23.82 ระบุว่า เป็นกลางมาก ร้อยละ 19.16 ระบุว่า ไม่ค่อยเป็นกลาง ร้อยละ 17.02 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ และร้อยละ 11.76 ระบุว่า ไม่เป็นกลางเลย
.
4. บุคลากร NGO (องค์กรพัฒนาเอกชน) ตัวอย่าง ร้อยละ 32.75 ระบุว่า ค่อนข้างเป็นกลาง รองลงมา ร้อยละ 24.27 ระบุว่า ไม่ค่อยเป็นกลาง ร้อยละ 21.30 ระบุว่า เป็นกลางมาก ร้อยละ 15.42 ระบุว่า ไม่เป็นกลางเลย และร้อยละ 6.26 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
.
5. สื่อมวลชน ตัวอย่าง ร้อยละ 32.06 ระบุว่า ค่อนข้างเป็นกลาง รองลงมา ร้อยละ 30.53 ระบุว่า ไม่ค่อยเป็นกลาง ร้อยละ 20.23 ระบุว่า เป็นกลางมาก ร้อยละ 16.26 ระบุว่า ไม่เป็นกลางเลย และร้อยละ 0.92 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
.
6. บุคลากร องค์การระหว่างประเทศ ตัวอย่าง ร้อยละ 34.43 ระบุว่า ค่อนข้างเป็นกลาง รองลงมา ร้อยละ 24.58 ระบุว่า ไม่ค่อยเป็นกลาง ร้อยละ 20.00 ระบุว่า เป็นกลางมาก ร้อยละ 12.82 ระบุว่า ไม่เป็นกลางเลย และร้อยละ 8.17 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
.
7. นักวิชาการ ตัวอย่าง ร้อยละ 35.27 ระบุว่า ค่อนข้างเป็นกลาง รองลงมา ร้อยละ 28.40 ระบุว่า ไม่ค่อยเป็นกลาง ร้อยละ 17.40 ระบุว่า เป็นกลางมาก ร้อยละ 17.02 ระบุว่า ไม่เป็นกลางเลย และร้อยละ 1.91 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
.
8. ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ตัวอย่าง ร้อยละ 30.00 ระบุว่า ค่อนข้างเป็นกลาง รองลงมา ร้อยละ 25.19 ระบุว่า ไม่ค่อยเป็นกลาง ร้อยละ 22.29 ระบุว่า ไม่เป็นกลางเลย ร้อยละ 17.18 ระบุว่า เป็นกลางมาก และร้อยละ 5.34 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
.
9. เพจวิจารณ์การเมือง/อินฟลูเอนเซอร์การเมือง ตัวอย่าง ร้อยละ 31.83 ระบุว่า ไม่เป็นกลางเลย รองลงมา ร้อยละ 26.18 ระบุว่า ไม่ค่อยเป็นกลาง ร้อยละ 23.97 ระบุว่า ค่อนข้างเป็นกลาง ร้อยละ 16.11 ระบุว่า เป็นกลางมาก และร้อยละ 1.91 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
.
10. ดารา นักร้อง นักแสดง พิธีกร ตัวอย่าง ร้อยละ 33.29 ระบุว่า ค่อนข้างเป็นกลาง รองลงมา ร้อยละ 30.15 ระบุว่า ไม่ค่อยเป็นกลาง ร้อยละ 15.34 ระบุว่า เป็นกลางมาก ร้อยละ 15.11 ระบุว่า ไม่เป็นกลางเลย และร้อยละ 6.11 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
.
11. ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กร สมาคม ชมรมทางธุรกิจ ตัวอย่าง ร้อยละ 29.69 ระบุว่า ไม่ค่อยเป็นกลาง รองลงมา ร้อยละ 28.55 ระบุว่า ค่อนข้างเป็นกลาง ร้อยละ 21.30 ระบุว่า ไม่เป็นกลางเลย ร้อยละ 12.29 ระบุว่า เป็นกลางมาก และร้อยละ 8.17 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
.
12. ข้าราชการ/เจ้าหน้าที่รัฐ ตัวอย่าง ร้อยละ 37.25 ระบุว่า ไม่ค่อยเป็นกลาง รองลงมา ร้อยละ 27.86 ระบุว่า ค่อนข้างเป็นกลาง ร้อยละ 22.75 ระบุว่า ไม่เป็นกลางเลย ร้อยละ 10.61 ระบุว่า เป็นกลางมาก และร้อยละ 1.53 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
.
ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความเป็นกลางของประชาชนในการวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นทางการเมืองโดยทั่วไป พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 37.63 ระบุว่า ค่อนข้างเป็นกลาง รองลงมา ร้อยละ 32.75 ระบุว่า เป็นกลางแน่นอน ร้อยละ 20.69 ระบุว่า ไม่ค่อยเป็นกลาง ร้อยละ 7.94 ระบุว่า ไม่เป็นกลางเลย และร้อยละ 0.99 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
.

.
‘ชัชชาติ’ นำลิ่ว 57% ทิ้งห่างพรรคประชาชน คนกรุงสับสวิตช์เลือก ‘คนทำงาน’ เมินกระแส
https://www.dailynews.co.th/news/5886818/
.
สวนดุสิตโพลชี้คนกรุงเน้นผลงานเชิงปฏิบัติ เทคะแนนให้ "ชัชชาติ" นำโด่ง ทุบกระแสคนรุ่นใหม่ของพรรคประชาชน ขณะที่เก้าอี้ สก. ค่ายส้มยังครองแชมป์ สะท้อนภาพรวมอยากเห็นกรุงเทพฯ ดีขึ้น
.
เมื่อวันที่ 24 พ.ค.“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของคนกรุงเทพฯ เฉพาะผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เรื่อง “การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.คนที่ 18 (ครั้งที่ 2)” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,179 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม)ระหว่างวันที่ 19-22 พฤษภาคม 2569 ผลการสำรวจ พบว่า คุณลักษณะของผู้ว่าฯ กทม. ที่ต้องการมากที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน คือ มีประสบการณ์ พร้อมทำงานทันที ร้อยละ 36.39 สำหรับผู้ว่าฯ กทม.คนต่อไปที่อยากให้เป็น คือ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร้อยละ 57.68 เมื่อถามเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สก.กลุ่มตัวอย่างตอบว่าจะเลือก สก.จากพรรคประชาชน ร้อยละ 35.20 และมองว่าหลังจากได้ผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่แล้ว กทม.น่าจะดีขึ้น ร้อยละ 78.03   
.
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลโพลล่าสุดพบว่าคะแนนของชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ยังคงนำและขยับเพิ่มขึ้น ด้านชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร จากพรรคประชาชนมีกระแสแผ่วลงเล็กน้อยสะท้อนว่าคนกรุงในเวลานี้อาจต้องการเห็นผลลัพธ์เชิงปฏิบัติจึงเทใจให้ผู้สมัครที่มีประสบการณ์พร้อมเริ่มงานได้ทันทีมากกว่ากระแสคนรุ่นใหม่ เพราะคาดหวังกับการแก้ปัญหาเมืองที่จับต้องได้จริงและหวังให้กรุงเทพฯ ดีขึ้น
.
ผู้ช่วยศาสตราจารย์มนตรี พานิชยานุวัฒน์ หัวหน้าศูนย์พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการด้านกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ผลสำรวจสวนดุสิตโพลสะท้อนให้เห็นว่า คนกรุงเทพฯ ในปี 2569 ให้ความสำคัญกับ “ประสิทธิภาพในการบริหาร”มากกว่ากระแสทางการเมือง โดยต้องการผู้ว่าฯ กทม.ที่ “มีประสบการณ์และพร้อมทำงานทันที” ขณะเดียวกัน คะแนนนิยมของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่สูงถึงร้อยละ 57.68
.
สรุปวิเคราะห์ผลโพล : การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. คนที่ 18 (ครั้งที่ 2)แสดงถึงความเชื่อมั่นต่อผลงานและภาพลักษณ์การทำงานเชิงปฏิบัติใกล้ชิดประชาชน นอกจากนี้การที่พรรคประชาชนได้รับความนิยมในการเลือก สก. สูงสุด สะท้อนแนวโน้มของคนเมืองที่ยังให้ความสำคัญกับการเมืองแนวใหม่ โปร่งใส และการมีส่วนร่วมของประชาชน
.
ที่น่าสนใจคือส่วนใหญ่เชื่อว่า กทม.จะ “ดีขึ้น” หลังการเลือกตั้ง สะท้อนความคาดหวังเชิงบวกต่อการเมืองท้องถิ่นในฐานะกลไกสำคัญในการแก้ปัญหาเมืองและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ อย่างไรก็ตาม ยังมีประชาชนไม่น้อยที่ยังไม่ตัดสินใจ แสดงให้เห็นว่าฐานเสียงในกรุงเทพฯ ยังมีความผันผวนและสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในช่วงหาเสียง
.

.
สังหารผู้ต้องสงสัยยิงปืนใกล้ทำเนียบขาว
.
วอชิงตัน ดีซี 24 พ.ค. - เจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาประธานาธิบดีสหรัฐฯ (Secret Service) ได้วิสามัญฆาตกรรมชายคนหนึ่ง ที่เปิดฉากยิงใส่ป้อมตรวจความปลอดภัย บริเวณใกล้กับทำเนียบขาว เมื่อช่วงเย็นวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น (23 พ.ค.)
.
สื่อท้องถิ่นหลายสำนักรายงานว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 18:00 น. เย็นวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น (23 พ.ค.) ชายคนหนึ่งได้เดินเข้ามาที่จุดตรวจความปลอดภัยบริเวณถนนสายที่ 17 (17th Street) และเพนน์ซิลเวเนีย เอเวอนิว (Pennsylvania Avenue) ก่อนหยิบอาวุธปืนออกจากกระเป๋าและเปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่ราว 15-30 นัด เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจได้ยิงโต้ตอบทันที เป็นเหตุให้คนร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล นอกจากนี้ ยังมีประชาชนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บ 1 คน ส่วนเจ้าหน้าที่ของ Secret Service ไม่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้
ในขณะเกิดเหตุ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ อยู่ภายในทำเนียบขาวเพื่อปฏิบัติภารกิจเจรจาข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน ส่งผลให้ทำเนียบขาวเข้าสู่มาตรการล็อกดาวน์ชั่วคราว ก่อนจะยกเลิกในเวลา 18:46 น. หลังจากควบคุมสถานการณ์ได้
.
แหล่งข่าวความมั่นคงระบุว่าผู้เสียชีวิตชื่อ นาซีร์ เบสต์ (Nasire Best) วัย 21 ปี ซึ่งเคยมีประวัติพยายามบุกเข้าใกล้ทำเนียบขาวมาแล้วเมื่อเดือนมิถุนายน 2025 และมีคำสั่งศาลสั่งห้ามเข้าใกล้พื้นที่ดังกล่าว
.
ขณะนี้ หน่วยงานรัฐบาลกลาง ทั้ง Secret Service สหรัฐฯ ร่วมกับสำนักงานสอบสวนกลาง หรือเอฟบีไอ (FBI) รวมถึงตำรวจท้องถิ่น วอชิงตัน ดีซี กำลังร่วมกันสืบสวนหาแรงจูงใจในการก่อเหตุรอบนี้ ซึ่งถือเป็นเหตุความมั่นคงร้ายแรงครั้งที่ 3 ที่เกิดขึ้นบริเวณรอบทำเนียบขาวและผู้บริหารระดับสูงในช่วงเวลาเพียงหนึ่งเดือน ต่อจากเหตุพยายามโจมตีในงานเลี้ยงอาหารค่ำผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 25 เมษายน และเหตุเจ้าหน้าที่ยิงสกัดผู้ต้องสงสัยใกล้กับอนุสาวรีย์วอชิงตัน เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา
.
815-สำนักข่าวไทย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่