แชร์แนวคิด การจัดงานแต่งงาน ในงบไม่เกิน 150,000 บาท (ตอน2 อาหาร สถานที่และการตกแต่ง)

สวัสดีครับทุกท่านที่ตามอ่านบทความที่ผมเขียนหรือมีโอกาสได้มาอ่านเป็นครั้งแรกนะครับ ถ้าท่านได้อ่านในตอนแรกที่ผมเขียนไปก่อนหน้านี้แล้ว เกี่ยวกับงานแต่งงานที่ทำให้อยู่ในงบตามที่ระบุข้างต้น หรือถ้าคุณยังไม่อ่าน ลองไปอ่านก่อนนะครับ เพื่อความเข้าใจว่าแนวคิดก่อนจัดงานจริงและหลังจากจัดงานเสร็จแล้ว อะไรเกิดขึ้นบ้าง ผมกะว่าการเขียนครั้งนี้เพื่อแบ่งปันแนวคิดให้สำหรับท่านที่จะจัดงานแต่งงานด้วยตนเองและต้องการควบคุมค่าใช้จ่ายให้อยู่ในงบประมาณที่ตอนแรกผมก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อว่า มันจะอยู่ในงบนี้ได้จริงๆ มาลองดูครับ แต่ทั้งนี้  ผมขอสงวนที่จะไม่บอกชื่อสถานที่และบางรายละเอียดนะครับ ถ้ายังไง อยากทราบว่าคือที่ไหนอย่างไร สามารถไลน์มาคุยกันครับ ไอดีผม Gamemun มาเริ่มกันเลยดีกว่า

1. ส่วนอาหารและสถานที่ 
ส่วนนี้ต้องถือเป็นส่วนหลักของค่าใช้จ่ายเลยครับ ส่วนนี้ ผมใช้จ่ายไปประมาณ 93,500 บาท (ค่าอาหารพร้อมค่าสถานที่ เท่ากับ 63% ของงบประมาณที่ตั้งไว้เลยครับ) สำหรับอาหารเช้า 50 ที่และอาหารเที่ยง 70 ที่ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า แขกที่ผมได้รับการยืนยันว่าจะมาร่วมงานประมาณ 80 ท่าน (วันจริงมาประมาณ 75 ท่าน) ผมได้แจ้งทางร้านเกี่ยวกับจำนวนแขกและได้รับการยืนยันว่าอาหารเพียงพอสำหรับแขกทั้งหมดแน่นอนครับ ผมและบ่าวสาวเลือกร้านอาหารแถวประชาชื่น เป็นตัวอาคารแบบไทยสีขาวครับ อาหารที่เราเสิร์ฟวันงานเป็นลักษณะบุฟเฟต์ โดยอาหารเช้าเป็นข้าวต้ม, เดนิส,                          ครัวซองค์,ชา,กาแฟ,โอวันติน เริ่มเสิร์ฟเวลา 7.00-10.00 น. ส่วนอาหารกลางวัน ซึ่งประกอบไปด้วยอาหารคาวประมาณ 7-8 อย่าง, ข้าวสวย,ขนมหวานเป็นลองช่องน้ำกระทิ,ผลไม้สดและน้ำดื่มมีทั้งน้ำเปล่าและน้ำสมุนไพร เริ่มเสิร์ฟเวลา 10.30-13.30 น. 

สิ่งที่เกิดขึ้นวันงาน 
1. สำหรับอาหารเช้า ไม่มีปัญหาครับ เสิร์ฟตรงตามเวลา แขกทานบ้าง ไม่ทานบ้าง แต่ก็ตามอัธยาศัย  อันนี้ ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของคนนั้นๆเพราะบางท่านอาจจะไม่นิยมทานอาหารเช้า แต่ทางเราก็จัดเตรียมไว้เผื่อว่าท่านได้หิว ก็สามารถทานรองท้องไว้ก่อนได้ รสชาติอาหารก็โอเคครับ มาตราฐานไม่มีอะไรพิเศษ เพราะเราไม่ได้เน้นอะไรมากมายกับอาหารเช้า ตอนแรกผมแอบกังวลเรื่องของกาแฟเพราะเค้าใช้เป็นกาแฟ 3-1 เสิร์ฟด้วยแก้วกระดาษ ตอนแรกผมก็แอบไม่ค่อยชอบใจนัก แต่พอมานั่งนึกว่า เป็นแค่เพียงส่วนการรองท้อง ก็เลยไม่ได้ซีเรียสอะไร เพราะประเด็นนี้ผมได้คุยกับทางร้าน ว่าถ้าเราเปลี่ยนเป็นกาแฟสด ทางร้านจะคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือไม่ ซึ่งทางร้านขอคิดเพิ่ม ดังนั้นพอเรามานั่งคำนวนดูแล้ว อาหารกลางวันกับอาหารเช้าไม่ได้ห่างกันมากนัก ก็เลยไม่ลงทุนกับส่วนนี้น่าจะดีกว่า  

2. ไลน์อาหารกลางวัน ก็จัดโซนแยกกันกับไลน์ของอาหารเช้า โดยที่อาหารพร้อมเสิร์ฟประมาณ 10.15 น. อาหารทั้งหมดเสิร์ฟร้อนเป็นส่วนใหญ่และมีภาชนะที่ใส่สะอาด ดูดีครับ ถือว่าโอเคทีเดียว ส่วนเครื่องดื่มก็แยกส่วนออกไปอีกจุดนึงซึ่งผมว่าดีทีเดียวครับ (แต่ต้องขออภัยไม่ได้ถ่ายจุดเสิร์ฟเครื่องดื่มมาด้วย) แต่ทางสถานที่มีเจ้าหน้าที่มาคอยดูแลความสะอาดและเก็บแก้วที่ใช้แล้วตลอดเวลา อันนี้ถือว่าผ่านครับ

3. ส่วนเรื่องของรสชาติอาหาร ผมขอไม่ลงลึกประเด็นนี้มากนะครับ เพราะมันเป็นเรื่องของรสนิยมส่วนบุคคลเพราะบางท่านก็ว่าอร่อย บางท่านก็ติว่าติดหวานไป เค็มไป อันนี้ ผมขอถือว่าเป็นส่วนของความชอบส่วนตัวครับ แต่ถ้าถามในความคิดเห็นผมนะครับ ขอย้ำว่าเป็นความคิดเห็นส่วนตัวครับ  จากที่ผมได้ชิมอาหารของทางร้านทั้งสามครั้ง คือผมได้ไปชิมส่วนตัวกับครอบครัวครั้งที่หนึ่ง ไปชิมอาหารพร้อมบ่าวสาวเป็นครั้งที่สองและครั้งที่สามคือ วันงาน  อาหารบางอย่างรสชาติคงที่ครับแต่บางอย่างรสชาติคุมไม่อยู่ เค็มไปบ้าง หวานไปบ้าง ซึ่งมันเกิดขึ้นในวันงาน ทั้งที่ได้ส่งเมลแจ้งทางร้านแล้วว่าขอให้ควบคุมเรื่องรสชาติอาหารตามที่เราได้ชิมในครั้งที่สอง แต่มันก็เกิดขึ้นจริงๆครับ คือเค็มไปจริงๆ แต่ที่สำคัญที่สุด ที่ถือว่าผมเคืองมากครับ คือ ห่อหมกไม่สุก เนื้อปลาในห่อหมกยังดิบอยู่ อันนี้ผมถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะการที่ทำอาหารแล้วไม่ตรวจสอบก่อนเสิร์ฟว่าอาหารที่ปรุงสุกหรือไม่ ถือว่าไม่โอเคครับ ทันทีที่ผมได้พบปัญหา ผมรีบแจ้งให้ทางสถานที่เอาไปแก้ไขทันที เพราะมันไม่ได้เกิดขึ้นแค่เพียง 1-2 ถ้วย แต่มันเป็นทั้งหมด ทางร้านก็รีบนำไปแก้ไขให้ทันทีและขอโทษขอโพยมา ซึ่งผมรู้สึกว่าแอบเสียความรู้สึกไปพอสมควรเพราะได้โฆษณาไปอย่างดี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับทำให้รู้สึกเสียหน้าพอสมควร อันนี้ผมถือว่าผมติเพื่อก่อนะครับ ทางร้านก็ได้ให้ส่วนลดมานิดหน่อย แต่ผมว่ามันไม่ควรเกิดขึ้น ทั้งเรื่อง อาหารไม่สุกและอาหารรสชาติไม่คงที

2. เรื่องการจัดสถานที่
ข้อนี้ผมชื่นชมความพร้อมของสถานที่เลยครับ ทั้งเรื่องของพื้นที่การจัดงานที่เหมาะสมกับจำนวนแขกของงานของพี่ชายผม เก้าอี้และโต๊ะพร้อมผ้าคลุมสีขาวที่ทางสถานที่จัดเตรียมไว้อย่างดี  ส่วนการตกแต่งอื่นๆ เป็นของทางผมนำเข้าทั้งหมด โดยจะขอแบ่งให้พอเข้าใจดังนี้นะครับ


2.1 ฉากพิธีการ 
ผมเช่าโครงเหล็กมาจากร้านทำไวนิล เค้ามีโครงเหล็กให้เช่าในราคา ชิ้นละ 800 บาท โดยแต่ละชิ้น ขนาดกว้าง 1.20 ม., สูง 2.40 ม. ลึก 60 ซม ผมเช่ามา 4 ชิ้น เท่ากับ ค่าเช่าทั้งหมด 3,200 บาท โดยต้องเสียค่ารถไปขนของเที่ยวละ 1,300 บาท พร้อมคนช่วยขนของ 1 คน ไป-กลับ เท่ากับ 2,600 บาท ส่วนผ้าสีขาวที่ใช้คลุม ผมมีอยู่แล้ว เลยเอามาใช้ตกแต่งงานนี้ครับ  ไม่มีค่าใช้จ่าย ส่วนโครงสร้างด้านใน ผมขึงด้วยลวดสุ่มไก่ ซื้อมาม้วนละ 700 บาท ใช้ได้ไปอีกนานครับ รวมแล้ว ส่วนของโครงเท่ากับ 3,200+2,600+700 = 6,500 บาท
 
2.2 ส่วนประกอบการตกแต่ง
2.2.1พรมขาวก่อนเลยนะครับ ผมไปซื้อยางกันลื่นปูพื้นที่ถนนเสือป่า ราคาเมตรละ 185 บาท ใช้ 3 เมตร เป็นเงิน 555 บาท ส่วนผ้าขนสีขาวด้านบน ผมไปซื้อที่พาหุรัต ราคาเมตรละ 150 บาท ใช้ 3.25 เมตร  เป็นเงิน 487.50 บาท ต้องซื้อผ้ามามากกว่ายางปูพื้นนะครับ จะได้หุ้มขอบได้ พอได้มาแล้ว ก็มาเย็บประกบกันเข้า แปปเดียวก็เสร็จครับ ง่ายๆไม่ยากเท่าไหร่ เท่ากับพรมนี้ ราคา 555+487.5 = 1,042.25 บาท  

2.2.2 โต๊ะกลางคลุมผ้าขาว ด้วยความที่สถานที่ไม่มีโต๊ะกลางให้ครับ ผมเลยเอาโต๊ะที่บ้านไปใช้ เพราะยังไงเรามีรถขนของอยู่แล้ว ขนไปได้เลย เต็มที่ เสียค่าผ้าคลุม 200 บาท จบครับ

2.2.3 โครงทรงหกเหลี่ยมตกแต่งบนฉากผ้า ผมบังเอิญไปเจอท่านนึงในเฟส เค้าเป็นคนทำโครงลวดสำหรับครอบขันหมาก ผมกำลังจะสั่งโครงมาใช้สำหรับชุดขันหมากอยู่พอดี เลยลองถามเค้าไปว่าทำให้ตามแบบที่ผมต้องการได้หรือไม่ ผลคือได้เลยครับ เขียนขนาดที่ต้องการมาได้เลย เยี่ยมครับ ไม่กี่วันได้ของทันที ทำสีตามต้องการ ผมสั่งมาทั้งหมด 8 ชิ้น เป็นทรงหกเหลี่ยม 6 ชิ้นและทรงสามเหลี่ยม 2 ชิ้น ทำสีเงิน ทั้งหมดพร้อมค่าส่ง ผมจ่ายไปแค่  1,350 บาท โดยโครงดังกล่าวติดตั้งด้วยการผูกเอนแขวนได้เลยครับ น้ำหนักเบามาก

2.2.4 ดอกไม้ประดิษฐ์ ผมก็สั่งมาจากในเฟสเช่นกันโดยคำนวนปริมาณที่คิดว่าจะใช้ โดยลองประเมินแบบคร่าวๆดูครับ ส่วนนี้ท้าทายผมมากเพราะไม่เคยจัดดอกไม้มาก่อน แต่ก็ลองดูได้ ใช้เวลาศึกษาในยูทูปไม่นานก็พอเข้าใจวิธีการ ไม่ยากเกินไปครับ โดยใช้ลวดสุ่มไก่บิดเป็นแกนสำหรับเสียบก้านดอกไม้ดอกไม้ที่สั่งมา ทั้งหมด ในงบประมาณ 5,000 บาท  นี่ยังเหลือสำหรับการจัดตกแต่งบนโต๊ะทานข้าวอีกต่างหากนะครับ ซึ่งอุปกรณ์จัดตกแต่งบนโต๊ะ เป็นอุปกรณ์ที่ผมมีอยู่แล้ว เอามาประยุกต์จัดเรียงให้สวยงาม ได้งานตามที่เห็นในภาพก่อนหน้านี้ครับ

2.2.5 โลโก้โฟม อันนี้ ผมก็สั่งทางเฟสอีกเช่นกันครับ เค้าตัดให้ทำสีให้เสร็จสวยงามตามแบบและขนาดที่เราต้องการเลยครับ วิธีการแขวนก็แค่ใช้เข็มหมุดยึดกับผ้าเพราะน้ำหนักเบาๆมาก เข็มหมุดสี่เล่มก็อยู่แล้วครับ โลโก้โฟม ผมเสียค่าใช้จ่ายไป 1,050 บาท อันในรูปขนาดความยาว 1 เมตรนะครับ

2.2.6 ค่าแรงที่มาจัด ส่วนนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายนะครับ เพราะพี่ๆและหลานๆมาช่วยกันจัดครับ ส่วนบ่าวสาวเป็นแผนกซื้อขนมและน้ำมาให้คนจัดทาน ดังนั้นก็เลยเป็นความสุขภายในครอบครัวเลยครับที่ได้ช่วยเหลือกันจัดงานนี้ให้ออกมาสมบูรณ์ ผมว่ามันน่ารักดีครับที่ทุกคนช่วยกันตั้งแต่เริ่มจัดตกแต่ง และหลังเสร็จงานก็ช่วยกันเก็บของเสร็จทั้งหมดภายในเวลา ไม่เกินสองชั่วโมง มันเยี่ยมมมากจริงๆครับ

2.2.7 ที่ทางเดินขึ้นงาน มีป้ายต้อนรับอีกหนึ่งป้าย ผมสั่งผ่านทางเฟสอีกเช่นกันในราคา 500 บาท รวมค่าออกแบบแล้ว ส่วนขาตั้ง ผมมีอยู่แล้ว ก็ประหยัดไปครับ  

ดังนั้นผมสรุปค่าใช้จ่าย ของฉาก,ป้ายและการตกแต่งของงานนี้นะครับ 6,500+1,042.25+200+1,350+5,000+1,050+500 = 15,642.25 บาท (ถือเป็น 10% ของค่าใช้จ่ายที่ตั้งไว้นะครับ)

เอาละครับ ขอจบไว้เพียงเท่านี้ก่อนนะครับ สำหรับตอนสาม จะมีส่วนของค่าใช้จ่ายอื่นๆอีก มารออ่านนะครับว่ามีอะไรอีกบ้าง นับว่างานนี้ผมภูมิใจมากทีเดียว ที่สามารถบริหารจัดการให้เกิดงานขึ้นได้ ภายในงบประมาณที่กำหนด วันนี้ขอแค่นี้ก่อนแล้วกันนะครับ ปวดตาละ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่