หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
[CR] รีวิวร้าน"เฝอร้านสอง"บุฟเฟ่ต์เฝอหม้อไฟสไตล์เวียดนามเพียง 189 บาท นั่งทานได้ตั้งแต่ 5 โมงเย็นยันตี 2!
กระทู้รีวิว
ชาบู/สุกี้ยากี้
อาหารบุฟเฟ่ต์
อาหารคาว
ร้านอาหาร
อาหาร
เพื่อนผมเป็นไกด์มาทำงานแถวเอเชียทีคตรงถนนเจริญกรุง เห็นว่ามีร้านประจำที่ราคาไม่แพงชอบพาลูกค้าชาวจีนมาทานอยู่บ่อยๆ เป็นร้านเฝอหม้อไฟบุฟเฟ่ต์ชื่อร้านว่า"เฝอร้านสอง" อยู่ถัดจากโรงแรมรามาดาพลาซ่าที่เราเคยมารีวิวเล็กน้อย โดยมื้อนี้เพื่อนผมชวนมาและเป็นคนเลี้ยงครับ ตอบตกลงแบบไม่ต้องสงสัย บุฟเฟ่ต์ที่นี่ราคาไม่แพงเพียง 189 บาท (ไม่รวมเครื่องดื่ม) หรือถ้าใครเป็นคนทานน้อยจะสั่งเป็นแบบ A La Carte ก็ได้ เริ่มต้นเพียงแค่ 10 บาทเท่านั้น ที่สำคัญร้านเปิดตั้งแต่ 17.00 - 02.00 น. ใช่ครับเปิดยันตี 2 ส่วนรสชาติเฝอหม้อไฟที่ผมเคยไปทานแล้วอร่อยสุดน่าจะเป็นที่ตรงวงเวียนใหญ่ เพื่อนผมบอกว่าที่นี่อร่อยพอๆกัน แต่ไม่เชื่อ อย่างนี้ต้องมาลุยให้รู้กันครับ
เดินเข้ามาในร้านก็เป็นร้านห้องแถวเล็กๆธรรมดา ที่ใช้กระเบื้องสีขาว/โต๊ะสีขาว/เก้าอี้สีแดงดูสะอาด และมีให้บริการอยู่ไม่กี่โต๊ะ (ตอนนี้ยังไม่มีลูกค้ามาสักคนเพราะเรามาตั้งแต่เปิดร้าน17.00น.) เพื่อนผมบอกว่าพีคสุดคือทางร้านจะเปิดอีกห้องแถวข้างๆให้ลูกค้าได้รับประทานกัน(เป็นแบบ Open Air) ถ้าอยากนั่งในห้องแอร์ต้องรีบมาหน่อย ตอนนี้ที่ร้านมีโปรโมชั่นคือ แค่ถ่ายรูปและเช็คอินที่ร้านลง Facebook รับแซลมอนส่วนท้องไปเลย 1 จาน (งานของฟรีไม่มีพลาดอยู่แล้วจ้าเดี๋ยวค่อยร่วมกิจกรรมกับทางร้าน) พร้อมกับป้ายที่อธิบายว่าให้นำน้ำจิ้ม 2 สูตรมาผสมกันคือซอสสูตรฮอยซินรสหวาน-เค็ม ผสมกับซอสพริกรสเผ็ด-เปรี้ยว (มีวางไว้ให้ผสมบนโต๊ะอยู่แล้ว) สามารถปรุงรสด้วยพริกสด/กระเทียมและน้ำมะนาวของทางร้านได้อีก(ถ้ายังรู้สึกไม่แซ่บพอ) แต่ถ้าใครไม่ชอบน้ำจิ้มสไตล์เวียดนามอยากจะทานกับน้ำจิ้มสุกี้กวางตุ้ง หรือทานเป็นจิ้มแจ่วแบบแจ่วฮ้อนอีสาน ทางร้านก็มีน้ำจิ้มบริการให้เช่นเดียวกันจ้า
เราก็ทำตามที่ทางร้านแนะนำเลยผสมน้ำจิ้ม 2 สูตรให้เข้ากันอย่างเรียบร้อย น้ำจิ้มของที่นี่ถ้าเทียบกับสูตรของร้านประจำที่ผมเคยทาน มีความคล้ายคลึงกันแต่มีความกลมกล่อมกว่า(ไม่ฉุนขึ้นจมูก) เป็นรสชาติที่ทานได้เรื่อยๆเหมาะแก่การทานแบบบุฟเฟ่ต์ครับ โดยซุปวันนี้ทางร้านมีแค่ 2 สูตรนั่นก็คือ น้ำซุปเฝอสูตรน้ำใส (เป็นซุปกระดูกหมูกลมกล่อม) และน้ำซุปดำรสชาติเข้มข้น (คล้ายกับซุปสำหรับใส่ในข้าวหน้าหมูทอดสไตล์ญี่ปุ่น) ปกติแล้วน้ำซุปของร้านบุฟเฟ่ต์หลักร้อยกว่าบาทเราไม่ได้คาดหวังอะไรมากมายอยู่แล้ว แต่ที่นี่ถือว่าทำได้ดีเกินคาดมากครับ ใครที่ชอบทานซุปน้ำดำแต่งบไม่ถึงร้านราคาแพง แนะนำที่นี่มาไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน ส่วนเครื่องดื่มรีฟิลน่าจะเป็นน้ำใบเตยจ่ายเพียงแค่ 29 บาท ก็จะได้ทานน้ำใบเตยหอม รสหวานเล็กน้อย ช่วยทำให้ทานบุฟเฟ่ต์ได้อีกเยอะ นอกจากนี้เรายังได้สั่งน้ำจิ้มมาอีก 2 สูตรนั่นก็คือน้ำจิ้มสุกี้กวางตุ้ง (รสชาติหวานเปรี้ยวหอมกลิ่นน้ำมันงา) และน้ำจิ้มแจ่ว (เป็นแจ่วที่รสชาติเปรี้ยวอมหวาน หอมกลิ่นมะขามเปียกและพริกป่นสไตล์ไทย ส่วนตัวแล้วชอบน้ำจิ้มทั้ง 3 สูตรเลยครับ
ได้เวลาสั่งอาหารแล้วครับ โดยวิธีการสั่งอาหารของที่นี่มี 2 แบบ / 1. จะเป็นใบให้เราเขียนจำนวนที่ต้องการลงในใบ(เป็นภาษาไทย) 2. ถ้าเป็นชาวต่างชาติทางร้านจะนำใบที่เป็นรูปภาพมาให้และสามารถชี้สั่งกับพนักงานได้เลยทันที (ใครที่พาเพื่อนชาวต่างชาติมาแล้วกลัวว่าจะสั่งอาหารไม่รู้เรื่อง ที่นี่ก็มีทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีนกำกับอยู่ในเมนูครับ) ของที่เราสั่งไปเริ่มทยอยมาแล้วเริ่มจากผักสดต่างๆ เส้น 3 แบบได้แก่เส้นเฝอหรือเส้นเล็กสไตล์เวียดนาม / วุ้นเส้น และถ้าใครที่กลัวอ้วนทางร้านก็มีเส้นสาหร่ายให้บริการด้วย ตามมาด้วยหมูไม้ไผ่ ในเมนูเขียนว่าใส่สาหร่ายลงไปด้วยของจริงไม่มีนะ แต่ก็ไม่เป็นไรครับ เพราะว่าอร่อยหมูเด้งนุ่มหอมกลิ่นน้ำมันงาจนให้อภัย ใครที่เป็นสายหมูเด้งแต่หลายร้านมักจะเสิร์ฟมาในถาด ปั้นเป็นก้อนยากที่นี่ตอบโจทย์มากครับแค่ตักใส่หม้อ ก็ได้ทานหมูก้อนเด้งแล้ว
ตามมาด้วยเต้าหู้ไข่ไก่ (มันพิเศษตรงไหนไม่รู้แต่ที่รู้ก็คือใช้ตะเกียบคีบแล้วไม่แตกง่าย) ไม่รู้ว่าทางร้านใช้เต้าหู้ไข่ยี่ห้ออะไรเราอยากรู้มาก ! สันคอหมูสไลด์แทรกไขมันสวยงาม บางคนอาจจะรู้สึกว่ามันมากเกินไป แต่สำหรับผมนี่ชอบมาก มันกำลังดีเลยครับ เมนูเด็ดของที่นี่คือตับหมูหมัก ที่หมักมาเนื้อนุ่มหอมกลิ่นน้ำมันงา (ได้ชิมไปนิดนึงครับทานเยอะไม่ได้เพราะเป็นเก๊าท์) และปูอัดเกรดคุณภาพบุฟเฟ่ต์ที่ไม่ได้แข็งกระด้างแบบหลายๆเจ้า ถือว่าโอเคเลยนะ
เมนูถัดมาเป็นฟองเต้าหู้ แต่ไม่ใช่ฟองเต้าหู้ทอดแบบเจ เป็นลูกชิ้นปลาห่อด้วยฟองเต้าหู้ด้านนอกแล้วนำไปทอด เนื้อแน่นทานอร่อย ลูกชิ้นคริสตัลชีส หรือลูกชิ้นโมจิชีสแบบที่เราคุ้นเคยในร้านสุกี้ทั่วไป (ร้านไหนก็ใช้คุณภาพพอกัน) เนื้อไก่ที่เหมือนจะเป็นส่วนอก ตอนแรกนึกว่าจะแห้ง แต่หมักมามีความนุ่มเด้งกว่าที่คิด อย่างสุดท้ายเป็นเมนูหมูนุ่มที่หอมกลิ่นน้ำมันงาและเนื้อเด้งทานอร่อย ส่วนตัวแล้วชอบเมนูหมักนุ่มของที่นี่ครับ ทำดีไม่รู้สึกนุ่มเป็นเยลลี่จนเกินไป
จานต่อไปเป็นเมนูหมูสามชั้นสไลด์บาง ที่เนื้อเยอะมันน้อยน่าจะถูกใจสาวๆหลายๆคน ลูกชิ้นเต้าหู้ปลาสี่เหลี่ยมรสชาติและความแน่นตามมาตรฐานร้านสุกี้ทั่วไป ปิดท้ายด้วยข้าวสวยและไข่ไก่เป็นอันครบเมนูบุฟเฟ่ต์ ได้เวลาเริ่มทานแล้วครับ กำลังจะเริ่มทานเพื่อนบอกว่าอย่าเพิ่ง สั่งเมนู A La Carte ไปเพิ่มด้วย เพราะแขกชาวจีนส่วนใหญ่มาแล้วชอบสั่งกัน เคยทานแล้ว คุณภาพและรสชาติดีมาก ที่สำคัญราคาต่อถาดไม่แพงเลย อ่ะรอของออกมาเพิ่มครับ
สั่งมาเพิ่มอีกหลายเมนูทั้ง ชีสมอสซาเรลล่า (มีอยู่ในหม้อซุปตั้งแต่ตอนแรกแล้ว) ราคาที่ละ 40 บาท ลูกชิ้นหมูเนื้อแน่น ราคาถาดละ 30 บาท ส่วนท้องปลาแซลมอนนี่เราทำกิจกรรมเช็คอินกับทางร้านมาได้มาฟรีครับ ปกติราคาถาดละ 40 บาท อร่อยมากจนต้องสั่งมาเพิ่มอีกที่นึง (1 โต๊ะได้แค่ 1 ถาด) กุ้งสดถาดละ 45 บาท แต่ยังไม่หมดแค่นี้
เบคอนรมควันแบบไขมันน้อยเนื้อสีชมพูสวยราคาถาดละ 35 บาท สาหร่ายทรงเครื่องชิ้นเล็กๆแต่เนื้อแน่น ราคาถาดนี้ 40 บาท เกี๊ยวกุ้งยัดไส้เนื้อกุ้งมาแน่นเต็มๆทั้ง 3 ชิ้นราคาถาดละ 45 บาท และสุดท้ายเป็นบะหมี่หยกสไตล์เวียดนามหรือเส้นบะหมี่ผักนั่นเอง ราคาก้อนละ 15 บาทเราสั่งมา 2 ถาดเลยครับ เส้นเหนียวหนึบอร่อยดี
ส่วนใครที่เป็นสายเนื้อตัวจริง ถึงแม้ว่าร้านนี้จะไม่มีเมนูเนื้อวัวในรายการบุฟเฟ่ต์ แต่ก็มีเนื้อวัวให้บริการในเมนู A La Carte ที่คุณภาพระดับพรีเมี่ยม ที่สำคัญราคาถูกมาก ถาดแรกเป็นเนื้อเสือร้องไห้สไลด์ออสเตรเลีย ราคาแค่ถาดละ 79฿ เนื้อนุ่มแทรกไขมัน รสชาติเนื้อเข้มข้น หอมในปากเวลาเคี้ยว ส่วนอีกถาดเป็นเนื้อส่วนหนอกไขมันลายหินอ่อนสไลด์ พนักงานบอกว่าอันนี้เป็นเนื้อไทยวากิว พ่อวัวเป็นวากิวสายพันธุ์ออสเตรเลีย ส่วนแม่วัวเป็นสายพันธุ์ไทย จึงทำให้เนื้อแทรกไขมันลายหินอ่อนสวยงาม แถมราคาไม่แพงด้วยครับถาดนี้แค่ 49฿ ใครที่เป็นสายเนื้อตัวจริงลองมาทานเนื้อวัวที่นี่รับรองว่าไม่ผิดหวัง แถมราคาถูกมาก ตอนนี้อาหารทุกอย่างมาครบแล้วได้เวลาลุยกันเลยครับ
จับทุกอย่างที่มาเสิร์ฟใส่ลงไปในหม้อพร้อมๆกัน แล้วจัดการนำเนื้อสัตว์หรือลูกชิ้นที่ต้องการทานมาจุ่มชีส ทานคู่กันก็อร่อยฟินสุดๆ (ต้องยอมรับว่าวัตถุดิบต่างๆที่ทางร้านนำมาใช้นั้นคุณภาพดีสมราคา) หรือจะทานคู่กับน้ำจิ้มสูตรต่างๆที่เราสั่งมา (เวียดนาม/สุกี้/จิ้มแจ่ว) เมื่อกี้วนเวียนความอร่อยไปได้เรื่อยๆไม่มีเบื่อ นำเส้นเล็กลงไปลวกพอสุกเพื่อทานแบบเฝอสไตล์เวียดนามราดน้ำจิ้มแบบท่วมๆ ก็สามารถดัดแปลงได้ตามความชอบของแต่ละคนเลยครับ
****** เกิน 10,000 ตัวอักษร ขอรีวิวต่อในช่อง Comment นะครับ ******
ชื่อสินค้า:
เฝอร้านสอง บุฟเฟ่ต์เฝอหม้อไฟสไตล์เวียดนาม
คะแนน:
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
- จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
- ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
ร้านดังๆ มิชลีนไกด์ จากต่างจังหวัด บุก กรุงเทพ 🤤 อิเจ้แจ่วฮ้อน
เด๋วนี้ มีร้านคาเฟ่ ขนม อาหาร ชื่อดังจาก ต่างจังหวัด มาเปิดสาขาในกรุงเทพ กันเยอะเลยนะคะ และดูท่าทางไปได้สวยเลย อิเจ้ แจ่วฮ้อน&ชาบู มิชลีนไกด์ ร้านดังจากขอนแก่น…. สาขา One Bangkok เพื่อนได้ช
Lady_Simplicity
BufFeast Review :บุฟเฟ่ต์ต้มปิ้งนอกกระแส ที่มีซุปและซอสหลากรสชาติ "Sakura" @เซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้น 3
พอดีว่าได้ฤกษ์มาซื้อเสื้อออกงานที่ยูเนี่ยนมอลล์ ขากลับเลยแวะหาอะไรกินที่ เซ็นทรัลลาดพร้าว ซึ่งก็ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจนัก จนมาเตะตาเข้ากับ ร้านนอกกระแสที่มีชื่อว่า Sakura Yakiniku Shabu Sushi ซึ่งพอเห็น
TheHeatBufFeast
อุด้งซุปใส
อุด้งซุปใส เส้นอุด้งที่ซื้อมายังเหลือ ลูกชิ้นหมู หมูเด้ง ไข่ต้มวันก่อน เอาลงต้ม เส้นอุด้งยี่ห้อนี้ ซื้อมาตอนไปเดินดองกี้ เสียดายไม่มีสาหร่าย ไม่งั้นคงได้ทำซุปเหมือนรูปซอง ผักไม่มี ก็กินแบ
deauny
ร้านชาบู กับร้านเนื้อย่างเกาหลี ใช่อาหารแบบเดียวกัน หรือไม่ครับ ?
ความรู้สึกว่า ชาบู ในการ์ตูน จะนำเนื้อหั่นบางนั้นจุ่มลงไป แกว่ง รอสุก แล้วจึงนำมาจิ้มน้ำจิ้มแบบต่าง ๆ คล้ายๆ MK แต่ก็ยังไม่เน่ใจ เพราะเนื้อย่างเกาหลี บนกะทะเนื้อย่างเกาหลี จะมีทั้งส่วนกะทะย่าง และกะทะ
สมาชิกหมายเลข 7323260
รีวิวร้านหมูกระทะY.O.U รังสิต
รีวิวร้านหมูกระทะ Y.O.U.รังสิต หมูกระทะ Y.O.U แถวบ้าน—อร่อยจริง สะอาดคุ้ม ราคาเป็นมิตรที่ต้องบอกต่อ ร้านเล็กๆ แต่คุณภาพเกินตัว ฟีลกันเอง วัตถุดิบดี น้ำจิ้มเด็ด ถ้าพูดถึงหมูกระทะ หลายคนอาจนึกถึงร
สมาชิกหมายเลข 9225322
BufFeast Review :"เอี่ยวไถ่" สุกี้โบราณในห้างที่มาพร้อมโปรบุฟเฟ่ต์ @เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน ชั้น 5
นักกินตัวยงหลายๆคนคงจะเคยได้ลิ้มรสอาหารที่เรียกว่า สุกี้โบราณ กันมาแล้ว ซึ่งร้านดังๆที่หลายคนนึกออกคงไม่พ้น เรือนเพชรสุกี้ ที่ตามกระแสเปิดบุฟเฟ่ต์กับเขาด้วย แต่ก็มีอีกเจ้าหนึ่งที่เปิดอยู่ในห้างและก็แบ
TheHeatBufFeast
📅 📺 ✨ ส่งท้ายปี 2568 กับการรับประทานง่าย ๆ คลีน ๆ 🍤🧄🧅🥕
เส้นหมี่แห้งเย็นตาโฟ ผักบุ้งไทยลวก ลูกชิ้นแคะกุ้ง หมู แบบเหนียวหนึบ น้ำซุปเต้าหู้ไข่ใส่หมูสับ
บทเพลงกลางเมฆา
กับแกล้มยอดนิยมงานเลี้ยงสังสรรค์คุณ คืออะไรครับ
ของผมต้อง ส้มตำไก่ย่างข้าวคั่ว คอหมูย่างข้าวคั่ว น้ำจิ้มแจ่ว ลาบหมู ไส้กรอกอีสาน หนังกรอบ ๆ ห่อข้าวเหนียว รสแซ่บจัดจ้าน ไส้กรอกเนื้อหมูล้วน เอาผักมาเองด้วย
สมาชิกหมายเลข 4755513
BufFeast Review :"71หมูกะทะ" หมูทะแนวใหม่กับน้ำจิ้มBBQสุดเด็ดดวง @มีตอัพ แจ้งวัฒนะ
ในช่วงสองสามปีหลังมานี้ ร้านหมูกะทะซึ่งเป็นบุฟเฟ่ต์ที่อยู่คู่คนไทยมานานก็เริ่มปรับตัว โยกย้ายเข้าห้างหรือเน้นกินในร่มมีห้องแอร์กันมากขึ้น ก็ต้องขอบคุณระบบดูดควันที่ทำออกมาได้ดีตามยุคสมัย ซึ่งร้านที่ผ
TheHeatBufFeast
@@ปลาเผา ไส้ทอดและยำรวมมิตร กับเพื่อนบ้านครับ ^^ @@
สวัสดีครับ เมื่อเย็นวันอาทิตย์ (20 ธันวาคม 68) ที่ผ่านมา ไปช่วยเพื่อนบ้านติดไฟประดับตกแต่งบ้าน มาครับ ตอนเย็นเลยพากันไปตลาดหาอะไรมากินกันที่บ้านได้ปลานิลเผาเกลือ หรือย่างเกลือนี่แหล่ะครับ 2 ตัว ตัวละ
เซเว่นหน้าหอใน
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
ชาบู/สุกี้ยากี้
อาหารบุฟเฟ่ต์
อาหารคาว
ร้านอาหาร
อาหาร
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ : 49
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
[CR] รีวิวร้าน"เฝอร้านสอง"บุฟเฟ่ต์เฝอหม้อไฟสไตล์เวียดนามเพียง 189 บาท นั่งทานได้ตั้งแต่ 5 โมงเย็นยันตี 2!
เดินเข้ามาในร้านก็เป็นร้านห้องแถวเล็กๆธรรมดา ที่ใช้กระเบื้องสีขาว/โต๊ะสีขาว/เก้าอี้สีแดงดูสะอาด และมีให้บริการอยู่ไม่กี่โต๊ะ (ตอนนี้ยังไม่มีลูกค้ามาสักคนเพราะเรามาตั้งแต่เปิดร้าน17.00น.) เพื่อนผมบอกว่าพีคสุดคือทางร้านจะเปิดอีกห้องแถวข้างๆให้ลูกค้าได้รับประทานกัน(เป็นแบบ Open Air) ถ้าอยากนั่งในห้องแอร์ต้องรีบมาหน่อย ตอนนี้ที่ร้านมีโปรโมชั่นคือ แค่ถ่ายรูปและเช็คอินที่ร้านลง Facebook รับแซลมอนส่วนท้องไปเลย 1 จาน (งานของฟรีไม่มีพลาดอยู่แล้วจ้าเดี๋ยวค่อยร่วมกิจกรรมกับทางร้าน) พร้อมกับป้ายที่อธิบายว่าให้นำน้ำจิ้ม 2 สูตรมาผสมกันคือซอสสูตรฮอยซินรสหวาน-เค็ม ผสมกับซอสพริกรสเผ็ด-เปรี้ยว (มีวางไว้ให้ผสมบนโต๊ะอยู่แล้ว) สามารถปรุงรสด้วยพริกสด/กระเทียมและน้ำมะนาวของทางร้านได้อีก(ถ้ายังรู้สึกไม่แซ่บพอ) แต่ถ้าใครไม่ชอบน้ำจิ้มสไตล์เวียดนามอยากจะทานกับน้ำจิ้มสุกี้กวางตุ้ง หรือทานเป็นจิ้มแจ่วแบบแจ่วฮ้อนอีสาน ทางร้านก็มีน้ำจิ้มบริการให้เช่นเดียวกันจ้า
เราก็ทำตามที่ทางร้านแนะนำเลยผสมน้ำจิ้ม 2 สูตรให้เข้ากันอย่างเรียบร้อย น้ำจิ้มของที่นี่ถ้าเทียบกับสูตรของร้านประจำที่ผมเคยทาน มีความคล้ายคลึงกันแต่มีความกลมกล่อมกว่า(ไม่ฉุนขึ้นจมูก) เป็นรสชาติที่ทานได้เรื่อยๆเหมาะแก่การทานแบบบุฟเฟ่ต์ครับ โดยซุปวันนี้ทางร้านมีแค่ 2 สูตรนั่นก็คือ น้ำซุปเฝอสูตรน้ำใส (เป็นซุปกระดูกหมูกลมกล่อม) และน้ำซุปดำรสชาติเข้มข้น (คล้ายกับซุปสำหรับใส่ในข้าวหน้าหมูทอดสไตล์ญี่ปุ่น) ปกติแล้วน้ำซุปของร้านบุฟเฟ่ต์หลักร้อยกว่าบาทเราไม่ได้คาดหวังอะไรมากมายอยู่แล้ว แต่ที่นี่ถือว่าทำได้ดีเกินคาดมากครับ ใครที่ชอบทานซุปน้ำดำแต่งบไม่ถึงร้านราคาแพง แนะนำที่นี่มาไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน ส่วนเครื่องดื่มรีฟิลน่าจะเป็นน้ำใบเตยจ่ายเพียงแค่ 29 บาท ก็จะได้ทานน้ำใบเตยหอม รสหวานเล็กน้อย ช่วยทำให้ทานบุฟเฟ่ต์ได้อีกเยอะ นอกจากนี้เรายังได้สั่งน้ำจิ้มมาอีก 2 สูตรนั่นก็คือน้ำจิ้มสุกี้กวางตุ้ง (รสชาติหวานเปรี้ยวหอมกลิ่นน้ำมันงา) และน้ำจิ้มแจ่ว (เป็นแจ่วที่รสชาติเปรี้ยวอมหวาน หอมกลิ่นมะขามเปียกและพริกป่นสไตล์ไทย ส่วนตัวแล้วชอบน้ำจิ้มทั้ง 3 สูตรเลยครับ
ได้เวลาสั่งอาหารแล้วครับ โดยวิธีการสั่งอาหารของที่นี่มี 2 แบบ / 1. จะเป็นใบให้เราเขียนจำนวนที่ต้องการลงในใบ(เป็นภาษาไทย) 2. ถ้าเป็นชาวต่างชาติทางร้านจะนำใบที่เป็นรูปภาพมาให้และสามารถชี้สั่งกับพนักงานได้เลยทันที (ใครที่พาเพื่อนชาวต่างชาติมาแล้วกลัวว่าจะสั่งอาหารไม่รู้เรื่อง ที่นี่ก็มีทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีนกำกับอยู่ในเมนูครับ) ของที่เราสั่งไปเริ่มทยอยมาแล้วเริ่มจากผักสดต่างๆ เส้น 3 แบบได้แก่เส้นเฝอหรือเส้นเล็กสไตล์เวียดนาม / วุ้นเส้น และถ้าใครที่กลัวอ้วนทางร้านก็มีเส้นสาหร่ายให้บริการด้วย ตามมาด้วยหมูไม้ไผ่ ในเมนูเขียนว่าใส่สาหร่ายลงไปด้วยของจริงไม่มีนะ แต่ก็ไม่เป็นไรครับ เพราะว่าอร่อยหมูเด้งนุ่มหอมกลิ่นน้ำมันงาจนให้อภัย ใครที่เป็นสายหมูเด้งแต่หลายร้านมักจะเสิร์ฟมาในถาด ปั้นเป็นก้อนยากที่นี่ตอบโจทย์มากครับแค่ตักใส่หม้อ ก็ได้ทานหมูก้อนเด้งแล้ว
ตามมาด้วยเต้าหู้ไข่ไก่ (มันพิเศษตรงไหนไม่รู้แต่ที่รู้ก็คือใช้ตะเกียบคีบแล้วไม่แตกง่าย) ไม่รู้ว่าทางร้านใช้เต้าหู้ไข่ยี่ห้ออะไรเราอยากรู้มาก ! สันคอหมูสไลด์แทรกไขมันสวยงาม บางคนอาจจะรู้สึกว่ามันมากเกินไป แต่สำหรับผมนี่ชอบมาก มันกำลังดีเลยครับ เมนูเด็ดของที่นี่คือตับหมูหมัก ที่หมักมาเนื้อนุ่มหอมกลิ่นน้ำมันงา (ได้ชิมไปนิดนึงครับทานเยอะไม่ได้เพราะเป็นเก๊าท์) และปูอัดเกรดคุณภาพบุฟเฟ่ต์ที่ไม่ได้แข็งกระด้างแบบหลายๆเจ้า ถือว่าโอเคเลยนะ
เมนูถัดมาเป็นฟองเต้าหู้ แต่ไม่ใช่ฟองเต้าหู้ทอดแบบเจ เป็นลูกชิ้นปลาห่อด้วยฟองเต้าหู้ด้านนอกแล้วนำไปทอด เนื้อแน่นทานอร่อย ลูกชิ้นคริสตัลชีส หรือลูกชิ้นโมจิชีสแบบที่เราคุ้นเคยในร้านสุกี้ทั่วไป (ร้านไหนก็ใช้คุณภาพพอกัน) เนื้อไก่ที่เหมือนจะเป็นส่วนอก ตอนแรกนึกว่าจะแห้ง แต่หมักมามีความนุ่มเด้งกว่าที่คิด อย่างสุดท้ายเป็นเมนูหมูนุ่มที่หอมกลิ่นน้ำมันงาและเนื้อเด้งทานอร่อย ส่วนตัวแล้วชอบเมนูหมักนุ่มของที่นี่ครับ ทำดีไม่รู้สึกนุ่มเป็นเยลลี่จนเกินไป
จานต่อไปเป็นเมนูหมูสามชั้นสไลด์บาง ที่เนื้อเยอะมันน้อยน่าจะถูกใจสาวๆหลายๆคน ลูกชิ้นเต้าหู้ปลาสี่เหลี่ยมรสชาติและความแน่นตามมาตรฐานร้านสุกี้ทั่วไป ปิดท้ายด้วยข้าวสวยและไข่ไก่เป็นอันครบเมนูบุฟเฟ่ต์ ได้เวลาเริ่มทานแล้วครับ กำลังจะเริ่มทานเพื่อนบอกว่าอย่าเพิ่ง สั่งเมนู A La Carte ไปเพิ่มด้วย เพราะแขกชาวจีนส่วนใหญ่มาแล้วชอบสั่งกัน เคยทานแล้ว คุณภาพและรสชาติดีมาก ที่สำคัญราคาต่อถาดไม่แพงเลย อ่ะรอของออกมาเพิ่มครับ
สั่งมาเพิ่มอีกหลายเมนูทั้ง ชีสมอสซาเรลล่า (มีอยู่ในหม้อซุปตั้งแต่ตอนแรกแล้ว) ราคาที่ละ 40 บาท ลูกชิ้นหมูเนื้อแน่น ราคาถาดละ 30 บาท ส่วนท้องปลาแซลมอนนี่เราทำกิจกรรมเช็คอินกับทางร้านมาได้มาฟรีครับ ปกติราคาถาดละ 40 บาท อร่อยมากจนต้องสั่งมาเพิ่มอีกที่นึง (1 โต๊ะได้แค่ 1 ถาด) กุ้งสดถาดละ 45 บาท แต่ยังไม่หมดแค่นี้
เบคอนรมควันแบบไขมันน้อยเนื้อสีชมพูสวยราคาถาดละ 35 บาท สาหร่ายทรงเครื่องชิ้นเล็กๆแต่เนื้อแน่น ราคาถาดนี้ 40 บาท เกี๊ยวกุ้งยัดไส้เนื้อกุ้งมาแน่นเต็มๆทั้ง 3 ชิ้นราคาถาดละ 45 บาท และสุดท้ายเป็นบะหมี่หยกสไตล์เวียดนามหรือเส้นบะหมี่ผักนั่นเอง ราคาก้อนละ 15 บาทเราสั่งมา 2 ถาดเลยครับ เส้นเหนียวหนึบอร่อยดี
ส่วนใครที่เป็นสายเนื้อตัวจริง ถึงแม้ว่าร้านนี้จะไม่มีเมนูเนื้อวัวในรายการบุฟเฟ่ต์ แต่ก็มีเนื้อวัวให้บริการในเมนู A La Carte ที่คุณภาพระดับพรีเมี่ยม ที่สำคัญราคาถูกมาก ถาดแรกเป็นเนื้อเสือร้องไห้สไลด์ออสเตรเลีย ราคาแค่ถาดละ 79฿ เนื้อนุ่มแทรกไขมัน รสชาติเนื้อเข้มข้น หอมในปากเวลาเคี้ยว ส่วนอีกถาดเป็นเนื้อส่วนหนอกไขมันลายหินอ่อนสไลด์ พนักงานบอกว่าอันนี้เป็นเนื้อไทยวากิว พ่อวัวเป็นวากิวสายพันธุ์ออสเตรเลีย ส่วนแม่วัวเป็นสายพันธุ์ไทย จึงทำให้เนื้อแทรกไขมันลายหินอ่อนสวยงาม แถมราคาไม่แพงด้วยครับถาดนี้แค่ 49฿ ใครที่เป็นสายเนื้อตัวจริงลองมาทานเนื้อวัวที่นี่รับรองว่าไม่ผิดหวัง แถมราคาถูกมาก ตอนนี้อาหารทุกอย่างมาครบแล้วได้เวลาลุยกันเลยครับ
จับทุกอย่างที่มาเสิร์ฟใส่ลงไปในหม้อพร้อมๆกัน แล้วจัดการนำเนื้อสัตว์หรือลูกชิ้นที่ต้องการทานมาจุ่มชีส ทานคู่กันก็อร่อยฟินสุดๆ (ต้องยอมรับว่าวัตถุดิบต่างๆที่ทางร้านนำมาใช้นั้นคุณภาพดีสมราคา) หรือจะทานคู่กับน้ำจิ้มสูตรต่างๆที่เราสั่งมา (เวียดนาม/สุกี้/จิ้มแจ่ว) เมื่อกี้วนเวียนความอร่อยไปได้เรื่อยๆไม่มีเบื่อ นำเส้นเล็กลงไปลวกพอสุกเพื่อทานแบบเฝอสไตล์เวียดนามราดน้ำจิ้มแบบท่วมๆ ก็สามารถดัดแปลงได้ตามความชอบของแต่ละคนเลยครับ
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น