JJNY : มติ7พรรคเร่งสภาเลื่อนญัตติแก้ไขรธน.ฯ/พท.ชี้พรรคร่วมรัฐบาลขาดเอกภาพฯ/ร้านของฝากทั่วไทยยอดดิ่งรอบ 20 ปีฯ

มติ7พรรคฝ่ายค้าน เร่งดันให้สภาเลื่อนญัตติแก้ไขรธน.มาพิจารณาเร็วขึ้น
https://www.matichon.co.th/politics/news_1664065



“วัฒนา” เผย มติ 7 พรรคร่วมเคาะให้ทุกพรรคดันญัตติศึกษาวิธีแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้สภาเลื่อนขึ้นมาพิจารณาเร็วๆ

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 10 กันยายน ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคพท. ในฐานะประธานคณะทำงานศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญของ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน พร้อมตัวแทนจาก 7 พรรคร่วม แถลงถึงความคืบหน้ากรณีการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ 60

โดยนายวัฒนา กล่าวว่า ที่ประชุม 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติร่วมกันผลักดันญัตติตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาวิธีแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยให้ทุกพรรคร่วมกันเร่งผลักดันญัตติดังกล่าวเพื่อให้สภาเลื่อนขึ้นมาพิจารณาไวขึ้น เนื่องจากประธานสภาไม่ได้บรรจุเป็นญัตติเร่งด่วน นอกจากนี้ ขอเรียกร้องไปยังพรรคร่วมรัฐบาล อย่างประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่เคยเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้หยิบเอาญัตตินี้มาพิจารณาเนื่องจากเป็นประโยชน์ต่อประชาชน
ทั้งนี้ หากไม่เร่งผลักดันให้ทันสมัยประชุมนี้ อีก 4 ปีก็อาจจะยังไม่ได้พิจารณา โดยการพิจารณาญัตติต้องใช้เวลา 90 วันเป็นอย่างน้อย เมื่อเสนอเข้าไปแล้ว
กว่าจะพิจารณาแก้ไขก็ใช้เวลาอย่างน้อยอีก 30 วัน จากนั้นจะเป็นประบวนการเลือก ส.ส.ร.อีกอย่างน้อย 120 วัน และส.ส.ร.จะใช้เวลาประมาณ 240 วัน
จากนั้นต้องใช้เวลาในการทำประชามติอีกอย่างน้อย 120-150 วัน ในการแก้รัฐธรรมนูญ ดังนั้น กระบวนการทั้งหมดจะใช้เวลา 2 ปี กว่าจะแแก้ไขได้ มิฉะนั้น
ในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะต้องใช้รัฐธรรมนูญฉบับเดิม อย่างไรก็ตาม ฝ่ายค้านไม่ได้ม่ีวัตถุประสงค์ที่จะให้ประชาชนไปลงถนนแบบที่ฝ่ายรัฐบาลพยายามจะสร้างข่าว



เพื่อไทย ชี้ พรรคร่วมรัฐบาลขาดเอกภาพ มองดาวคนละดวง ปัญหาปชช.ถูกทอดทิ้ง
https://www.matichon.co.th/politics/news_1663936

“อนุสรณ์” ชี้ พรรคร่วมรัฐบาลขาดเอกภาพ มองดาวคนละดวง ปัญหา ปชช. จึงถูกทอดทิ้ง

เมื่อวันที่ 10 กันยายน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี นิด้าโพลและสวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน โดยกลุ่มตัวอย่างเสียงส่วนใหญ่ระบุว่ารัฐบาลไม่มีความสามารถในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจว่า

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ จะอธิบายปัญหาวิกฤติศรัทธานี้อย่างไร เพราะทั้งนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมรัฐมนตรีลูกข่าย ต่างออกมาดิ้นหนีตาย ปฏิเสธกันพัลวันว่า นายสมคิด ไม่ได้เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจแล้ว และยังยอมรับอีกว่าการเป็นรัฐบาลผสมหลายพรรคทำให้นโยบายด้านเศรษฐกิจไม่มีเอกภาพ ถือเป็นใบเสร็จยืนยันว่า การปฏิรูปการเมืองไม่มีอยู่จริง รัฐธรรมนูญ ทำให้รัฐบาลขาดเสถียรภาพ เพิ่มอำนาจการต่อรองให้กับพรรคร่วมรัฐบาล ไม่เว้นกระทั่งพรรคขนาดเล็กที่รายทางอยากได้อะไรก็ข่มขู่กรรโชกทรัพย์เอาตามอำเภอใจ

แม้พรรคพลังประชารัฐจะใจดีทำตัวเป็นฤาษีแจกกล้วย แต่เมื่อกล้วยหมดก็ตัวใครตัวมัน แทนที่จะลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน กลับเพิ่มอำนาจต่อรองให้กับบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลไม่มีที่สิ้นสุด ในความเป็นจริงพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นานๆจะมีโอกาสได้เป็นรัฐบาล

และครั้งนี้ที่ได้เป็นก็เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้เปิดโอกาส เมื่อมีโอกาสแล้วคงไม่ปล่อยให้ช่วงนาทีทองหลุดมือ นโยบายใดที่จะสร้างคะแนนนิยม ขยายฐานของพรรคตัวเอง พรรคเหล่านั้นต้องพยายามทำอย่างเต็มที่ ยิ่งคะแนนนิยมของสองพรรคนั้นเพิ่ม คะแนนนิยมที่พอมีอยู่บ้างของพรรคพลังประชารัฐก็จะลดลงโดยปริยาย เพราะฐานเสียงของ 3 พรรค ก็อยู่ในกลุ่มใกล้เคียงกัน จึงเกิดอาการลักลั่นทั้งในทีมเศรษฐกิจและนโยบาย

“เมื่อพรรคร่วมรัฐบาลแต่ละพรรคต่างมีเป้าหมายของตัวเองที่แตกต่างกัน เสมือนการมองดาวคนละดวง ปัญหาของประชาชน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจปากท้องที่วิกฤติอยู่ในขณะนี้ จึงไม่ได้รับการแก้ไขอย่างบูรณาการถูกทิศทาง ต่างคน ต่างทำ เป็นนโยบายตัดแปะ ที่ขาดเอกภาพ ประชาชนจึงเหมือนถูกทอดทิ้ง
สะท้อนผ่านสารพัดโพลที่ให้รัฐบาลสอบตกด้านเศรษฐกิจ” นายอนุสรณ์ กล่าว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่