.
“ไอซ์ รักชนก” แจงภาพคุย “ไชยชนก ชิดชอบ” กลางสภาฯ พร้อมเผยบทสนทนา ชี้ โอกาสเจอรัฐมนตรีมันไม่ง่าย เชิญแจงใน กมธ. ก็ไม่มา พร้อมเปิดมือถือให้ดูเรื่องหลักฐานล่าสุด โครงการ “TH-AI Passport”
.
เมื่อเวลา 14.38 น. วันที่ 17 มิถุนายน 2569
น.ส.รักชนก ศรีนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์
เฟซบุ๊ก เกี่ยวกับภาพการพูดคุยกับ
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กลางที่ประชุมรัฐสภา ว่า
.
ได้เจอกันในห้องประชุม เลยถาม นายไชยชนก โดยมีบทสนทนา ดังนี้
.
1. พรุ่งนี้ที่ กมธ.ติดตามงบฯ เชิญร่วมประชุมมาไหม : ตอบว่าไม่มา ให้ปลัดมา
2. ไม่คิดทบทวนเรื่องยกเลิกโครงการหรอ : ไม่ตอบ
3. เห็นหลักฐานล่าสุด ที่เราเปิดแล้วหรือยัง หลักฐานที่ว่าโครงการเริ่มทำตั้งแต่เดือนตุลาคม : ยังไม่เห็นครับ
.
น.ส.รักชนก ระบุต่อไป ถึงแม้ว่าดิฉันจะไม่เชื่อว่ายังไม่เห็น แต่ก็เลยเปิดมือถือให้ดู ว่ามีหลักฐานที่ยืนยันว่าโครงการนี้เริ่มทำก่อนจะมี TOR ซึ่งไม่ใช่เรื่องปกติ นี่คือพฤติกรรมส่อไปในทางคอร์รัปชัน และ สส. อีกท่านที่เดินมาคุยกัน แล้วมีรูปจับมือกัน ตนก็ถามว่าแค่ชวนคุณไชยชนก คุยเอง ถึงกับไม่ไว้ใจ เป็นห่วงกันต้องเดินมาคุมเลยหรอ ไม่ทำอะไรหรอกหน่า เรื่องก็มีแค่นี้
.
ส่วนใครที่เห็นรูปแล้วคิดไปไกลว่ามันจะมีการดีลอะไรกันหรือเปล่า ก็ต้องยืนยันว่าโอกาสที่จะได้เจอรัฐมนตรีมันไม่ง่าย ตั้งกระทู้ถามก็ไม่ค่อยจะมาตอบกัน เชิญมาชี้แจงในกรรมาธิการก็ไม่มา ดังนั้นก็มีโอกาสแบบนี้แหละที่ได้คุยกัน
...
ก่อนจะระบุทิ้งท้ายว่า “สำหรับใครที่แซวแล้วส่อไปในเชิงชู้สาว ถ้าคิดว่าแซวกันเล่นๆ อย่าคิดมาก ลองคิดว่าถ้าเป็นน้องสาว เป็นพี่สาว เป็นแม่ เป็นแฟนสาว หรือเป็นใครในชีวิตที่คุณรัก โดนแซวแบบนี้คุณจะชอบไหม หรือคุณจะร่วมผสมโรงด้วยไหม ป.ล. ฝากทุกท่านติดตามการประชุมร่วม กมธ.ติดตามงบฯ x กมธ.กฎหมาย ยุติธรรมฯ เรื่อง TH-AI passport พรุ่งนี้ด้วยนะคะ มีหลักฐานใหม่มาเปิดเพิ่มอีก”
.
https://www.facebook.com/nanaicez112/posts/pfbid03bJ4ersu11JTjW2cb1qjoDzmCVPyrBgJAnzpCrjoitMKxAqkCqnkjND7VPqVrd98l
.
.
พริษฐ์ บี้ภท. อย่าใช้ข้อเสนอแก้รายมาตรา เป็นข้ออ้างเตะถ่วงรธน. ชี้ปชน.เคยเสนอ แต่ภท.ไม่สนอง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5765696
.
‘พริษฐ์’ เห็นด้วย ‘ภูมิใจไทย’ เสนอแก้ รธน.รายมาตรา จี้ อย่าใช้อ้างเตะถ่วงร่างฉบับใหม่ หวั่น ‘ระบอบสีนํ้าเงิน’ ล็อกสเปกกติกา หวังใช้ รธน.60 ต่อ
.
เมื่อเวลา 13.35 น. วันที่ 17 มิถุนายน ที่รัฐสภา นาย
พริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยมีมติ จะเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา จะทำให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ทับซ้อนกันหรือไม่ ว่า เราสามารถทำคู่ขนานกันได้ ซึ่งการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องเดินหน้าเพราะมีผลการทำประชามติ จึงไม่มีเหตุผลที่เราจะไม่เดินหน้า แต่หากมีบางประเด็นที่เราต้องแก้ไขรายมาตรา ที่จะสามารถแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนได้ก็สามารถทำคู่ขนานกันได้ อย่างไรก็ตาม ต้องไม่นำเรื่องนี้มาเป็นเหตุผลในการชะลอการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
.
นาย
พริษฐ์กล่าวว่า ตั้งแต่สภาชุดที่แล้วพรรคประชาชน ได้มีการยื่นแก้ไขรายมาตรา คู่ขนานกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 10 กว่าฉบับ ก็ไม่เห็นว่า ครม. จะยืนยันให้ฉบับไหนไปต่อ และตั้งแต่เปิดสมัยประชุมสภาชุดปัจจุบันเราก็ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไปอีก 2 ฉบับ
.
เมื่อถามว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่พรรคภูมิใจไทยจะเสนอแก้ไขเรื่องการเพิ่มอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) พรรคประชาชนสนับสนุนหรือไม่ นาย
พริษฐ์กล่าวว่า ต้องดูรายละเอียดของร่างก่อน แต่จากเนื้อหาที่พรรคภูมิใจไทยแถลงมี 2 เรื่อง ได้แก่ 1.ยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ 2.กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ซึ่งโดยหลักการแล้วพรรคประชาชนเคยเสนอเรื่องนี้ เข้าสู่สภาตั้งแต่สภาชุดที่แล้ว แต่ไม่เคยได้รับการตอบสนองจากพรรคภูมิใจไทยก่อนหน้านี้ และ ครม. ก็ไม่ได้มีมติยืนยันให้ร่างกฎหมายดังกล่าวไปต่อ
.
ผู้สื่อข่าวถามว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบรายมาตราในลักษณะนี้ จะเป็นการเอื้อกับระบอบสีน้ำเงินหรือไม่ นาย
พริษฐ์กล่าวว่า ภาพใหญ่ของระบอบสีน้ำเงินคือ การเห็นกลุ่มการเมืองหนึ่ง สามารถฉวยโอกาสจากช่องโหว่ในรัฐธรรมนูญ 60 เพื่อควบคุมการเมือง และเกิดปรากฏการณ์ฮั้ว ทั้งกระดาน เพราะรัฐธรรมนูญ 60 ออกแบบ ส.ว. มาจากการเลือกกันเอง จนเปิดช่องให้กลุ่มการเมืองเข้ามาแทรกแซงกระบวนการ และกุมสภาพเสียงของ ส.ว.ได้
.
นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญ 60 ยังกำหนดให้ ส.ว. มีอำนาจชี้ขาดบุคคลที่จะไปนั่งในองค์กรอิสระ ซึ่งหากรัฐบาลและองค์กรอิสระสามารถฮั้วกันได้ กลไกในการตรวจสอบจะอ่อนแอลง นี่คือข้อกังวลที่เราย้ำมาตลอด ดังนั้นเป้าหมายของระบอบสีน้ำเงินมี 2 อย่าง คือ 1.ทำอย่างไรก็ได้ให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่สะดุดหยุดลง เพื่อให้ประเทศยังอยู่ในรัฐธรรมนูญ 60 ซึ่งเป็นปุ๋ยชั้นดีของระบอบสีน้ำเงิน แต่หากจำเป็นต้องเดินหน้า เชื่อว่าเขาจะพยายามทำให้อยู่ภายใต้เงื่อนไข และกติกาในการเลือกผู้ร่าง เพื่อชี้ขาดเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อย่างที่ตนเคยวิจารณ์ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 15/1 ของพรรคภูมิใจไทย ที่ไม่ได้ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ และยังมีกฎเกณฑ์ที่คลุมเครือ รวมถึงเพิ่มอำนาจพิเศษให้ ส.ว. ด้วย
.
.
“ไอติม” แฉ มีเส้นเงิน ฮั้ว สว. ไหลจากกลุ่มทุนสุราษฎร์ธานี
https://www.thairath.co.th/news/politic/2940219
.
“ไอติม” ตามติด “มงคล” ไม่ตอบคลิปโพยฮั้ว สว. แฉ มีเส้นเงินไหลจากกลุ่มทุนสุราษฎร์ธานี ดักคอ สังเวยน้ำเงินอ่อน ปกป้องน้ำเงินเข้ม
.
วันที่ 17 มิ.ย. 2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้า พรรคปชน.ให้สัมภาษณ์กรณีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ปฏิเสธตอบคำถามหลังมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอโพยฮั้วเลือก สว. ว่า ก็งงว่าทำไมถึงย้อนกลับมาที่ตน เพราะตนไม่ใช่คนในคลิป และคำถามก็ชัดเจน คือ แค่จะให้นายมงคลยืนยันว่าบุคคลในคลิปใช่นายมงคลหรือไม่ นายมงคลน่าจะรู้ดีที่สุด แค่ตอบว่าใช่หรือไม่ แต่ก็เห็นว่าคุณมงคลไม่ได้ตอบ และคิดว่าบางครั้ง การไม่ตอบ ก็เป็นคำตอบแบบหนึ่ง
.
ฉะนั้น เราก็ดูได้จากหลักฐานในคลิป และการไม่ตอบคำถาม ของประธานวุฒิสภาว่า บุคคลในคลิปก็คือคุณมงคล และตนคิดว่ายิ่งตอกย้ำว่า คำถามที่ตนถามถึง กกต. ตั้งแต่ที่ตนได้เผยแพร่คลิปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา จนถึงอีกชุดคำถามที่ตนถามประธานวุฒิสภาว่าใช่บุคคลในคลิปหรือไม่ รวมถึงเอกสารที่มีการยื่นกับ กกต. เป็นเอกสารที่เขียนอะไรไว้บ้าง ใครเป็นคนจัดทำ แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้รับคำตอบ
.
ย้ำชุดตัวเลขบ่งชี้ขบวนการจัดตั้ง
.
นายพริษฐ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม คลิปที่ได้เผยแพร่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของชุดข้อมูล และชุดหลักฐานที่ได้รวบรวมเพื่อตั้งคำถาม การทำหน้าที่ กกต. เกี่ยวกับคดีฮั้ว สว. และเข้าใจดี กกต. จะชี้แจงว่าสามารถจดตัวเลขเพื่อกันลืม ซึ่งไม่ได้ผิดกฎหมาย แต่สิ่งที่ตั้งคำถามว่าเหตุการณ์ในคลิปเห็นปฏิกิริยาของ กกต. มีการเรียกเอกสารและตักเตือนผู้สมัคร หากเอกสารที่เก็บไม่ได้มีปัญหาอะไร และพฤติกรรมในวันดังกล่าวไม่ได้มีข้อพิรุธ เหตุใด กกต. จึงเรียกเก็บเอกสารและตักเตือนผู้สมัคร และที่รับรู้มาในคณะไต่สวนชุดที่ 26 ยังมีเอกสารหลักฐานอีกหลายชุด หลายประเภท เช่น บัตรการลงคะแนนที่ชุดตัวเลขเดิมๆ ปรากฏซ้ำ ซึ่งนำมาคำนวณตามหลักคณิตศาสตร์ สรุปได้ว่าไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยธรรมชาติ แต่มาจากขบวนการจัดตั้ง และจากหลักฐานจัดตั้งคาดว่าในสำนวนจะมีหลักฐานการนัดหมายรวมตัวกันก่อนวันเลือก มีหลักฐานการจ่ายค่าเดินทางให้กลุ่มคนที่อยู่ในกระบวนการจัดตั้ง รวมถึงเส้นทางการเงินเกี่ยวข้องกับผู้ที่ถูกกล่าวหา
...
แฉ เส้นเงินไหลจากกลุ่มทุนสุราษฎร์ธานี
.
“และตามที่ได้รับทราบข้อมูล กกต. จะพิจารณาที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นที่แรก โดยได้รับข้อมูลและเบาะแสจากการยื่นวิปฝ่ายค้านสัปดาห์ที่แล้ว มีเส้นทางการเงินเกี่ยวข้องด้วย ไหลจากกลุ่มทุนกลุ่มหนึ่งที่เป็นผู้สนับสนุนไปยังหลายเส้นทาง รวมถึงบุคคลที่ขณะนี้เป็น สว. จังหวัดดังกล่าว และบุคคลที่เป็นทีมงาน รวมถึง สส. ในจังหวัดดังกล่าว อยากให้มองหลักฐานประกอบรวมกันและเห็นพิรุธเกิดขึ้น แล้วตรวจสอบว่า กกต. จะปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาและไม่ตัดตอนกระบวนการยุติธรรม โดยทำให้เรื่องนี้ไปไม่ถึงศาล และล่าสุดเห็นว่าอธิบดีดีเอสไอให้สัมภาษณ์ว่าเหตุการณ์ที่เกิดในคลิป และ กกต.ตั้งคำถาม ไม่เคยถูกรวมในสำนวนที่ดีเอสไอมีการสอบสวน และไม่เคย กกต.คนดังกล่าวมาชี้แจงในฐานะพยาน และต้องถามคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ว่าคำถามที่ได้ถามตั้งแต่วันเสาร์ โพยอยู่ที่ไหน รวมในสำนวนหรือไม่ เหตุการณ์ในวันดังกล่าวรวมอยู่ในสำนวนเพื่อตรวจสอบหรือไม่ ตอนนี้ยังไม่ได้รับความชัดเจน“ นายพริษฐ์กล่าว
.
ดักคอ สังเวยน้ำเงินอ่อน
.
นายพริษฐ์ กล่าวถึงกรณีที่มองว่าเป็นการยื้อเวลาหรือไม่นั้นว่า ตามกรอบกฎหมาย กกต. จำเป็นที่จะต้องมีมติภายใน 90 วัน หลังจากพิจารณาวันแรก เราต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่าสุดท้ายแล้วจะมีการพยายามตัดตอนกระบวนการยุติธรรมเพื่อทำให้การส่งคำร้องของผู้ถูกกล่าวหาใดที่แม้มีหลักฐานชัดจะไปไม่ถึงฝันหรือไม่
.
เมื่อถามว่าหากสุดท้ายแล้ว กกต. มีมติว่าเรื่องดังกล่าวไม่มีมูลจะตรวจสอบต่อไปอย่างไร นายพริษฐ์ กล่าวว่า เบื้องต้นจะต้องทวงถามเหตุผลและคำอธิบายของ กกต. เพราะคณะไต่สวนชุดที่ 26 ที่เป็นการทำงานร่วมกันของ กกต. และดีเอสไอมีข้อสรุปออกมาว่าหลักฐานมีเพียงพอที่จะเสนอเรื่องไปยังศาลอย่างน้อย 229 คน หาก กกต. จะมีมติออกมาแล้วสวนทาง คือไม่มีการส่งคำร้องใด ๆ ไปที่ศาล คิดว่า กกต. ต้องอธิบายกับสังคมว่าทำไมจึงตัดสินใจเช่นนั้น
JJNY : 5in1 “ไอซ์”แจงภาพคุย“ไชยชนก”│พริษฐ์บี้ภท.│“ไอติม”แฉมีเส้นเงินฮั้วสว.│โรมแฉบิ๊กภาคใต้สกัดพยาน│“ทนายอั๋น”เบรก 3กกต.
https://www.thairath.co.th/news/politic/2940154
.
https://www.facebook.com/nanaicez112/posts/pfbid03bJ4ersu11JTjW2cb1qjoDzmCVPyrBgJAnzpCrjoitMKxAqkCqnkjND7VPqVrd98l
.
.
พริษฐ์ บี้ภท. อย่าใช้ข้อเสนอแก้รายมาตรา เป็นข้ออ้างเตะถ่วงรธน. ชี้ปชน.เคยเสนอ แต่ภท.ไม่สนอง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5765696
.
‘พริษฐ์’ เห็นด้วย ‘ภูมิใจไทย’ เสนอแก้ รธน.รายมาตรา จี้ อย่าใช้อ้างเตะถ่วงร่างฉบับใหม่ หวั่น ‘ระบอบสีนํ้าเงิน’ ล็อกสเปกกติกา หวังใช้ รธน.60 ต่อ
.
เมื่อเวลา 13.35 น. วันที่ 17 มิถุนายน ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยมีมติ จะเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา จะทำให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ทับซ้อนกันหรือไม่ ว่า เราสามารถทำคู่ขนานกันได้ ซึ่งการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องเดินหน้าเพราะมีผลการทำประชามติ จึงไม่มีเหตุผลที่เราจะไม่เดินหน้า แต่หากมีบางประเด็นที่เราต้องแก้ไขรายมาตรา ที่จะสามารถแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนได้ก็สามารถทำคู่ขนานกันได้ อย่างไรก็ตาม ต้องไม่นำเรื่องนี้มาเป็นเหตุผลในการชะลอการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
.
นายพริษฐ์กล่าวว่า ตั้งแต่สภาชุดที่แล้วพรรคประชาชน ได้มีการยื่นแก้ไขรายมาตรา คู่ขนานกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 10 กว่าฉบับ ก็ไม่เห็นว่า ครม. จะยืนยันให้ฉบับไหนไปต่อ และตั้งแต่เปิดสมัยประชุมสภาชุดปัจจุบันเราก็ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไปอีก 2 ฉบับ
.
เมื่อถามว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่พรรคภูมิใจไทยจะเสนอแก้ไขเรื่องการเพิ่มอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) พรรคประชาชนสนับสนุนหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า ต้องดูรายละเอียดของร่างก่อน แต่จากเนื้อหาที่พรรคภูมิใจไทยแถลงมี 2 เรื่อง ได้แก่ 1.ยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ 2.กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ซึ่งโดยหลักการแล้วพรรคประชาชนเคยเสนอเรื่องนี้ เข้าสู่สภาตั้งแต่สภาชุดที่แล้ว แต่ไม่เคยได้รับการตอบสนองจากพรรคภูมิใจไทยก่อนหน้านี้ และ ครม. ก็ไม่ได้มีมติยืนยันให้ร่างกฎหมายดังกล่าวไปต่อ
.
ผู้สื่อข่าวถามว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบรายมาตราในลักษณะนี้ จะเป็นการเอื้อกับระบอบสีน้ำเงินหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า ภาพใหญ่ของระบอบสีน้ำเงินคือ การเห็นกลุ่มการเมืองหนึ่ง สามารถฉวยโอกาสจากช่องโหว่ในรัฐธรรมนูญ 60 เพื่อควบคุมการเมือง และเกิดปรากฏการณ์ฮั้ว ทั้งกระดาน เพราะรัฐธรรมนูญ 60 ออกแบบ ส.ว. มาจากการเลือกกันเอง จนเปิดช่องให้กลุ่มการเมืองเข้ามาแทรกแซงกระบวนการ และกุมสภาพเสียงของ ส.ว.ได้
.
นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญ 60 ยังกำหนดให้ ส.ว. มีอำนาจชี้ขาดบุคคลที่จะไปนั่งในองค์กรอิสระ ซึ่งหากรัฐบาลและองค์กรอิสระสามารถฮั้วกันได้ กลไกในการตรวจสอบจะอ่อนแอลง นี่คือข้อกังวลที่เราย้ำมาตลอด ดังนั้นเป้าหมายของระบอบสีน้ำเงินมี 2 อย่าง คือ 1.ทำอย่างไรก็ได้ให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่สะดุดหยุดลง เพื่อให้ประเทศยังอยู่ในรัฐธรรมนูญ 60 ซึ่งเป็นปุ๋ยชั้นดีของระบอบสีน้ำเงิน แต่หากจำเป็นต้องเดินหน้า เชื่อว่าเขาจะพยายามทำให้อยู่ภายใต้เงื่อนไข และกติกาในการเลือกผู้ร่าง เพื่อชี้ขาดเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อย่างที่ตนเคยวิจารณ์ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 15/1 ของพรรคภูมิใจไทย ที่ไม่ได้ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ และยังมีกฎเกณฑ์ที่คลุมเครือ รวมถึงเพิ่มอำนาจพิเศษให้ ส.ว. ด้วย
.
.
.