เท้ง เปิด พิรุธ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เลี่ยงสภาตรวจสอบ ห่วงล็อกสเปก หวังเงินทอนเข้าระบอบน้ำเงิน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5747144
.

.
‘เท้ง’ ซัด ‘รัฐบาล’ ลักไก่ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ชี้ เลี่ยงสภาตรวจสอบ ห่วงล็อกสเปก หวังเงินทอนให้ระบอบสีน้ำเงิน
.
เมื่อเวลา 13.17 น. วันที่ 4 มิถุนายน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นาย
โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณาญัตติด่วนเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) วงเงิน 4 แสนล้านบาท ของ นาย
ปรเมษฐ์ จินา ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคกล้าธรรม โดยมีญัตติทำนองเดียวกันอีก 2 ฉบับ ได้แก่ของ นาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน และ นาย
กรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
.
นาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายเสนอญัตติว่า การใช้เงินกู้ตาม พ.ร.ก.ดังกล่าวพบพิรุธในหลายประเด็น เช่น เงินกู้ส่วนที่ใช้เยียวยาวงเงิน 1.8 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในกองทุนประชารัฐสวัสดิการ ทั้งที่หลักการของการออก พ.ร.ก.กู้เงินต้องใช้เท่าที่จำเป็น แต่รัฐบาลไม่ทราบจริงๆ หรือว่าเงินที่ใช้ในกองทุนดังกล่าวแต่ละปีใช้จำนวนเท่าใด ที่ผ่านมาตั้งขาดทุกปีโดยใช้เงินคงคลังไปจ่ายก่อน แล้วตั้งงบประมาณปีถัดไปเพื่อใช้เงินคงคลัง ซึ่งการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณ พ.ศ.2570 ออกไปเป็นเดือนกรกฎาคม รัฐบาลมีเวลาจัดสรรงบปี 2570 ให้เพียงพอต่อกองทุนดังกล่าว แต่ไม่ทำ แต่เลือกใช้วิธีลักไก่เอาเงินกู้วงเงิน 1.8 หมื่นล้านไปใช้ดำเนินการ
.
“
ประชาชนจะได้ประโยชน์อะไรจากวิธีนี้ ไม่มีหรอก คนที่ได้ประโยชน์คือรัฐบาล ดังนั้น ถ้ารัฐบาลจะตัดสินใจทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามวิธีการ กว่าจะไปเจียดเงินออกจากรายจ่ายที่ไม่จำเป็นในร่างงบประมาณปี 2570 อาจจะส่งผลสะเทือนต่อส่วนราชการประจำที่มีเจ้าของงบประมาณอยู่แล้ว หรือจะส่งผลสะเทือนต่อพรรคร่วมรัฐบาลที่ท่านอาจจะมีแบ่งโควต้างบประมาณปี 2570 ไว้แล้วว่า แต่ละพรรคการเมืองในพรรคร่วมรัฐบาล แต่ละกระทรวงได้เท่าไหร่ ท่านถึงใช้วิธีเอาง่าย ไม่ไปเจียดจากงบรายจ่ายประจำปี แต่ลักไก่เอาจาก พ.ร.ก.เงินกู้ ไปโปะในส่วนนี้ ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ ผิดกฎหมายเต็มๆ” นาย
ณัฐพงษ์กล่าว
.
นาย
ณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า ส่วนเงินกู้ก้อนที่ 2 เพื่อเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน 2 แสนล้านบาท ถือเป็นข้ออ้าง เพราะหากต้องการยกระดับปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานไปเป็นพลังงานสะอาดจริง ไม่ต้องใช้เงินลงทุนแม้แต่บาทเดียว เพราะมีภาคเอกชนที่พร้อมจะสนับสนุน แต่สิ่งที่รัฐบาลกำลังใช้ช่องทางพิเศษ เลี่ยงการตรวจสอบของสภา เพราะรัฐบาลหาทำ โดยอาศัยวิกฤติขัดแย้ง เสกเงิน ทำเอง หวังล็อกสเปก เหมือนกับบางโครงการของรัฐบาล เอไอ ไทยแลนด์ พาสปอร์ต ที่พบการล็อกสเปกให้บริษัทที่อยู่ในเครือข่าย หวังเงินทอนให้บางพรรคการเมืองในระบอบสีน้ำเงินหรือไม่
.
.
มติสภา ยอมตั้งกมธ. เกาะติดกู้เงิน 4 แสนล้าน ศิริกัญญาลุกอัด ถ้ารบ.ไม่ลักไก่ คงไม่ต้องมาบี้ให้ตั้งแบบนี้
https://www.matichon.co.th/politics/news_5747609
.
สภาฯ มีมติตั้ง กมธ.กู้เงิน 4 แสนล้าน ‘ศิริกัญญา’ ซัดรัฐบาลถังแตก ลักไก่ตีเช็กเปล่า แถมยัดไส้งบฉกงบจ่ายบัตรคนจน ข้ามหัวประชาชน-สภา โอด ถ้า รบ.เปิดรายละเอียดตั้งแต่ต้น สภาคงไม่ต้องตั้งแบบนี้
.
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อวาระพิจารณาญัตติขอให้สภา ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท หลังผู้เสนอญัตติอภิปรายเสร็จสิ้น ได้เปิดให้มาชิกแสดงความคิดเห็น โดย น.ส.
ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายสรุปญัตติของ นาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน ว่า รัฐบาลพยายามข้ามการตรวจสอบของสภาถึง 2 ครั้ง คือครั้งแล้วและครั้งเล่า
.
ครั้งแรก คือการเลือกใช้ พ.ร.ก.แทนที่จะออก พ.ร.บ.เพราะเริ่มชินชาว่า เมื่อไหร่ที่ต้องการจะกู้ก็ออก พ.ร.ก. แต่ความจริงแล้วรัฐบาลทำไม่ได้ ซึ่งเป็นหลักการเบื้องต้นว่า หากจะกู้ รัฐบาลกู้เองไม่ได้ ต้องขอสภาก่อน ถือเป็นหลักการปกติ ดังนั้น อำนาจในการออก พ.ร.ก.เป็นของสภา ไม่ใช่รัฐบาล และควรใช้สภามีอำนาจในการทบทวน ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายแบบเต็มสเกล แต่ครั้งนี้ก็พอจะให้อภัยได้ เพราะรอบนี้เห็นถึงความจำเป็น ความเร่งด่วน และที่สำคัญคือ ปัญหารัฐบาลถังแตก เงินหมดคลัง ไม่มีเงินที่ไหนจะมาช่วยเหลือเยียวยาประชาชน แต่พอเห็นอกเห็นใจก็เจอว่ารัฐบาลใช้ช่อง พ.ร.ก. ที่ไม่ต้องใส่รายละเอียดในการลักไก่ขอวงเงินมาก่อน เรียกว่าตีเช็กเปล่า จะใช้เงินอย่างไรเอาไว้หลังสุด จะใช้หนี้อย่างไรก็ยังไม่พูดถึง
น.ส.
ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ครั้งที่สองคือ รัฐบาลพยายามข้ามหัวประชาชนโดยการสอดไส้และยัดไส้โครงการที่ไม่เร่งด่วนมากู้ด่วน ซึ่งตนเชื่อว่า ไม่มีใครจะคัดค้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ทุกคนอยากเห็นประเทศมุ่งใช้สัดส่วนพลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้น แต่โดยธรรมชาติของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ต้องดำเนินงานต่อเนื่องหลายปี ไม่สามารถใช้เงิน 2 แสนล้านให้หมดภายในปีครึ่ง แล้วบันดาล เสกการเปลี่ยนผ่านพลังงานได้ทันที
น.ส.
ศิริกัญญา กล่าวว่า ทุกวันนี้รัฐบาลยังไม่สามารถตอบคำถามได้เลยว่าเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านพลังงานคืออะไรกันแน่ อยากลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลให้เหลือเท่าไหร่ และแบ่งเป็นพลังงานสะอาดประเภทใดบ้าง ลำพังแค่ติดโซลารูฟท็อปให้ส่วนราชการ หรือซื้อรถยนต์อีวีอย่างเดียวจะลดได้เท่าไหร่ รัฐบาลตอบไม่ได้แม้แต่เชิญมาใน กมธ.ก็ยังตอบไม่ได้ แล้วจะไม่ให้บอกว่าตีเช็กเปล่าได้อย่างไร
.
น.ส.
ศิริกัญญา กล่าวด้วยว่า เรื่องนี้ชวนให้คิดถึงตอนเงินกู้ช่วงโควิด 19 ที่กู้ 2 พ.ร.ก. เม็ดเงินรวม 1.5 ล้านล้านบาท วันนั้นมีการทำแผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจ งบส่วนใหญ่ตอนนั้นก็เอาไปทำโครงการคนละครึ่ง แต่ก็มีอีกหลายแสนล้านที่เอาไปทำเบี้ยหัวแตกให้ส่วนราชการส่งโครงการเข้ามา แล้วมีคณะกรรมาการขึ้นมากลั่นกรองว่าจะได้รับเงินอุดหนุนหรือไม่ ถ้าไปอ่านรายงานประเมินผลโครงการแผนงานฟื้นฟูเงินกู้เศรษฐกิจที่ทำโดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ
.
“
จะเห็นว่าดูดี สวยหรู แต่ถ้าไปดูอีกสำนักหนึ่งที่ตรวจสอบเหมือนกันคือสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เจอว่าหลายโครงการไม่เป็นไปตามกฎหมาย เสี่ยงต่อการทุจริตคอร์รัปชัน จัดซื้อจัดจ้างแบบแปลกประหลาด จึงกังวลว่าอีก 2 แสนล้านบาทหลังจะซ้ำร้อยเดิมแผนงานฟื้นฟูช่วงโควิดหรือไม่” น.ส.
ศิริกัญญา กล่าว
.
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ยังมีเรื่องที่รัฐบาลข้ามหัวสภาอีกคือการเดินหน้ากู้ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย ทั้งที่พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นคำร้องไปแล้ว ทำให้ทุกวันนี้ พ.ร.ก.เงินกู้ก็ยังไม่เข้าสู่สภา ซึ่งเป็นไปตามกลไกมาตรา 173 ที่เอาไว้ปกป้องเสียงข้างน้อยในสภา ถ้ารัฐบาลคุมเสียงข้างมากได้ ออกเป็น พ.ร.บ.ยังได้ เอาเข้ามาในสภาพอเป็นพิธีก็สามารถที่จะลากให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยเสียงข้างมากอยู่แล้ว สุดท้ายก็มีคำถามว่าหากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย รัฐบาลจะทำอย่างไรกับเงินกู้ที่กู้ไปแล้ว
.
น.ส.
ศิริกัญญา กล่าวด้วยว่า ในระหว่างที่เรากำลังถกเถียงว่า ญัตตินี้ด่วนหรือไม่ รัฐบาลได้ยัดไส้โครงการที่ไม่ใช้เงินกู้ ทำแบบเนียนๆ ด้วยการทยอยอนุมัติโครงการออกมา มูลค่า 176,000 ล้านบาท ตนได้นั่งคำนวณ ได้ตัวเลขที่ไม่ตรงกับรัฐบาล เมื่อไปดูมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) พบว่า มีการสอดไส้โครงการที่ปกติต้องใช้งบประมาณปี 2569 แต่เอามาใช้ในเงินกู้แทน คืองบประมาณสำหรับกองทุนประชารัฐ ที่จ่ายสวัสดิการให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามปกติ แต่พอดีช็อต เงินหมดก่อนที่จะหมดปีงบประมาณ ซึ่งต้องจ่ายอีก 4 เดือน เลยเอาไปยัดไส้ในเงินกู้ ทั้งที่เงินกู้ต้องใช้สำหรับเหตุการณ์ที่เป็นวิกฤต
.
“
ดังนั้น เป็นการลักไก่ สอดไส้กันสุดๆ ไปเลย จึงขอเลยว่าใครที่จะนั่งเป็นตัวแทนใน กมธ.วิสามัญชุดนี้ กรุณาเอาโครงการนี้เข้าเป็นโครงการแรกๆ ในการพิจารณา ไม่เช่นนั้น เราจะต้องพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณไปทำไม ถ้าสุดท้ายแล้ว รัฐบาลอยากกู้ก็กู้ แล้วก็เอากลับมาใช้กับโครงการที่อยู่ในงบประมาณปกติ นี่ยังไม่ได้พูดถึงการเยียวยาว่าที่อนุมัติไปแล้วตรงเป้า เพราะเป็นการเยียวยาที่ประหลาด ถ้าอยากช่วยเหลือค่าครองชีพจริง ทำไมต้องให้ประชาชนออกเงินอีก 40 % ทำไมต้องมีเงื่อนไขเยอะ ต้องไปซื้อของในร้านที่ร่วมโครงการเท่านั้น จ่ายค่าไฟก็ไม่ได้ เติมน้ำมันก็ไม่ได้ ถ้ารัฐบาลทำทุกอย่างตามปกติวิสัย เร่งด่วนก็กู้เท่าที่จำเป็น ถ้าเปิดเผยรายละเอียดครบถ้วนตั้งแต่ต้น ก็ไม่มีวันที่เราต้องมาตั้งญัตติแบบนี้ รัฐบาลเลือกเดินตรงข้ามทุกขั้นตอน สภาจึงเหลือเครื่องมือสำคัญเพียงอย่างเดียวคือตั้ง กมธ.วิสามัญ เพื่อตรวจสอบเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ต้องนำไปใช้หนี้ในอนาคต” น.ส.
ศิริกัญญา กล่าว
.
จากนั้น ที่ประชุมได้มีมติตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ จำนวน 25 คน โดยมีกรอบระยะเวลาศึกษาพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน90 วัน
.
.
‘ศิริกัญญา’ จวกเกณฑ์ทำโทษลูกกตัญญูลดหย่อนภาษีเลี้ยงบุพการี พ่อ-แม่ไร้สวัสดิการแห่งรัฐทันที
https://www.dailynews.co.th/news/5918736/
.
‘ศิริกัญญา’ จวกรัฐบาล ออกเกณฑ์ทำโทษลูกกตัญญู ตัดสิทธิลดหย่อนภาษีเลี้ยงบุพการี พ่อ-แม่ไม่ไร้รับสวัสดิการแห่งรัฐ ถามเอาอะไรไปตัดสิทธิเขา
.
เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. นางสาว
ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความถึงกรณีกระทรวงการคลังได้ออกหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยพ่อ แม่ ที่ลูกนำรายชื่อไปลดหย่อนภาษี 30,000 บาท จะไม่ได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ว่า
.
“
นี่มันเกณฑ์อะไรกัน ลูกหักลดหย่อนอุปการะบุพการีได้ปีละ 30,000 บาท ให้กับพ่อแม่ที่อายุเกิน 60 ปี และมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท เท่ากับว่ารัฐสนับสนุนให้ลูกส่งเงินให้พ่อแม่ใช้เดือนละไม่ถึง 3,000 แต่ถ้าเอาไปลดหย่อนเมื่อไหร่ พ่อแม่โดนตัดสิทธิรับบัตรสวัสดิการทันที ทั้งๆ ที่เกณฑ์รายได้ หากจะได้บัตรสวัสดิการคือ ไม่เกิน 100,000 บาท ลูกส่งเงินมารวมกับรายได้ของพ่อแม่ยังไงก็ไม่เกิน 60,000 บาท เอาอะไรไปตัดสิทธิเขา…??? ทำลายเป็นทำโทษลูกกตัญญู ถ้าให้ลดหย่อนอุปการะบุพการี 100,000 บาทก็ว่าไปอย่าง”
.
https://www.facebook.com/SirikanyaOfficial/posts/pfbid0U8d6METuAidpqYAvghFgn3DZbCAhrGAzwuLE3MUjQ4Hniui85D8ZTZ92wyki8yrul
.
.
ปิยบุตร ยันงานเขียน ไม่เกี่ยวพรรคปชน. รับอ้างอิงทฤษฎีต่างยุค ถกเถียงได้
https://www.matichon.co.th/politics/news_5747742
.
ปิยบุตร ขอ แยกความเห็นของผมออกจากการดำเนินงานของพรรคประชาชน ย้ำเขียนเรื่องแนวร่วม ไม่เกี่ยว ‘ปชน.’ แต่ต้องการให้เข้าถึงคณะนำในพรรค เผยทำเพื่อต่อยอดรวมเล่มหนังสือใหม่
.
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน นาย
ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า มีผู้วิจารณ์ และก่นด่าการแสดงความเห็นของตนกันมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ตนอยากทำความเข้าใจเล็กน้อย ดังนี้ ขอเรียนว่าการแสดงความเห็นของตนเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่ได้เป็นของหรือเกี่ยวกับพรรคประชาชน เป็นการค้นคว้าและเขียน ซึ่งจะรวมเป็นเล่มต่อไปในธีมว่าด้วยพรรคว่าด้วยรัฐ ตนแจ้งไว้แต่แรก ตั้งแต่ตอนที่ตนหมดพันธะกับพรรคประชาชนช่วงจบการหาเสียงแล้ว ว่าจะมาเขียนงานเรื่องเหล่านี้ หากไล่ดูในเฟซบุ๊กตนดูก็ได้ ตนโพสเรื่องพวกนี้บ่อย ๆ
JJNY : 5in1 เท้งเปิดพิรุธ│ศิริกัญญาลุกอัด│‘ศิริกัญญา’จวกเกณฑ์│ปิยบุตรยันงานเขียน ไม่เกี่ยว│จับตา กกต.ถกลับ ปมแสวงส่อหลุด
https://www.matichon.co.th/politics/news_5747144
.
.
‘เท้ง’ ซัด ‘รัฐบาล’ ลักไก่ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ชี้ เลี่ยงสภาตรวจสอบ ห่วงล็อกสเปก หวังเงินทอนให้ระบอบสีน้ำเงิน
.
เมื่อเวลา 13.17 น. วันที่ 4 มิถุนายน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณาญัตติด่วนเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) วงเงิน 4 แสนล้านบาท ของ นายปรเมษฐ์ จินา ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคกล้าธรรม โดยมีญัตติทำนองเดียวกันอีก 2 ฉบับ ได้แก่ของ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน และ นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
.
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายเสนอญัตติว่า การใช้เงินกู้ตาม พ.ร.ก.ดังกล่าวพบพิรุธในหลายประเด็น เช่น เงินกู้ส่วนที่ใช้เยียวยาวงเงิน 1.8 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในกองทุนประชารัฐสวัสดิการ ทั้งที่หลักการของการออก พ.ร.ก.กู้เงินต้องใช้เท่าที่จำเป็น แต่รัฐบาลไม่ทราบจริงๆ หรือว่าเงินที่ใช้ในกองทุนดังกล่าวแต่ละปีใช้จำนวนเท่าใด ที่ผ่านมาตั้งขาดทุกปีโดยใช้เงินคงคลังไปจ่ายก่อน แล้วตั้งงบประมาณปีถัดไปเพื่อใช้เงินคงคลัง ซึ่งการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณ พ.ศ.2570 ออกไปเป็นเดือนกรกฎาคม รัฐบาลมีเวลาจัดสรรงบปี 2570 ให้เพียงพอต่อกองทุนดังกล่าว แต่ไม่ทำ แต่เลือกใช้วิธีลักไก่เอาเงินกู้วงเงิน 1.8 หมื่นล้านไปใช้ดำเนินการ
.
“ประชาชนจะได้ประโยชน์อะไรจากวิธีนี้ ไม่มีหรอก คนที่ได้ประโยชน์คือรัฐบาล ดังนั้น ถ้ารัฐบาลจะตัดสินใจทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามวิธีการ กว่าจะไปเจียดเงินออกจากรายจ่ายที่ไม่จำเป็นในร่างงบประมาณปี 2570 อาจจะส่งผลสะเทือนต่อส่วนราชการประจำที่มีเจ้าของงบประมาณอยู่แล้ว หรือจะส่งผลสะเทือนต่อพรรคร่วมรัฐบาลที่ท่านอาจจะมีแบ่งโควต้างบประมาณปี 2570 ไว้แล้วว่า แต่ละพรรคการเมืองในพรรคร่วมรัฐบาล แต่ละกระทรวงได้เท่าไหร่ ท่านถึงใช้วิธีเอาง่าย ไม่ไปเจียดจากงบรายจ่ายประจำปี แต่ลักไก่เอาจาก พ.ร.ก.เงินกู้ ไปโปะในส่วนนี้ ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ ผิดกฎหมายเต็มๆ” นายณัฐพงษ์กล่าว
.
นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า ส่วนเงินกู้ก้อนที่ 2 เพื่อเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน 2 แสนล้านบาท ถือเป็นข้ออ้าง เพราะหากต้องการยกระดับปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานไปเป็นพลังงานสะอาดจริง ไม่ต้องใช้เงินลงทุนแม้แต่บาทเดียว เพราะมีภาคเอกชนที่พร้อมจะสนับสนุน แต่สิ่งที่รัฐบาลกำลังใช้ช่องทางพิเศษ เลี่ยงการตรวจสอบของสภา เพราะรัฐบาลหาทำ โดยอาศัยวิกฤติขัดแย้ง เสกเงิน ทำเอง หวังล็อกสเปก เหมือนกับบางโครงการของรัฐบาล เอไอ ไทยแลนด์ พาสปอร์ต ที่พบการล็อกสเปกให้บริษัทที่อยู่ในเครือข่าย หวังเงินทอนให้บางพรรคการเมืองในระบอบสีน้ำเงินหรือไม่
.
.
มติสภา ยอมตั้งกมธ. เกาะติดกู้เงิน 4 แสนล้าน ศิริกัญญาลุกอัด ถ้ารบ.ไม่ลักไก่ คงไม่ต้องมาบี้ให้ตั้งแบบนี้
https://www.matichon.co.th/politics/news_5747609
.
สภาฯ มีมติตั้ง กมธ.กู้เงิน 4 แสนล้าน ‘ศิริกัญญา’ ซัดรัฐบาลถังแตก ลักไก่ตีเช็กเปล่า แถมยัดไส้งบฉกงบจ่ายบัตรคนจน ข้ามหัวประชาชน-สภา โอด ถ้า รบ.เปิดรายละเอียดตั้งแต่ต้น สภาคงไม่ต้องตั้งแบบนี้
.
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อวาระพิจารณาญัตติขอให้สภา ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท หลังผู้เสนอญัตติอภิปรายเสร็จสิ้น ได้เปิดให้มาชิกแสดงความคิดเห็น โดย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายสรุปญัตติของ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน ว่า รัฐบาลพยายามข้ามการตรวจสอบของสภาถึง 2 ครั้ง คือครั้งแล้วและครั้งเล่า
.
ครั้งแรก คือการเลือกใช้ พ.ร.ก.แทนที่จะออก พ.ร.บ.เพราะเริ่มชินชาว่า เมื่อไหร่ที่ต้องการจะกู้ก็ออก พ.ร.ก. แต่ความจริงแล้วรัฐบาลทำไม่ได้ ซึ่งเป็นหลักการเบื้องต้นว่า หากจะกู้ รัฐบาลกู้เองไม่ได้ ต้องขอสภาก่อน ถือเป็นหลักการปกติ ดังนั้น อำนาจในการออก พ.ร.ก.เป็นของสภา ไม่ใช่รัฐบาล และควรใช้สภามีอำนาจในการทบทวน ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายแบบเต็มสเกล แต่ครั้งนี้ก็พอจะให้อภัยได้ เพราะรอบนี้เห็นถึงความจำเป็น ความเร่งด่วน และที่สำคัญคือ ปัญหารัฐบาลถังแตก เงินหมดคลัง ไม่มีเงินที่ไหนจะมาช่วยเหลือเยียวยาประชาชน แต่พอเห็นอกเห็นใจก็เจอว่ารัฐบาลใช้ช่อง พ.ร.ก. ที่ไม่ต้องใส่รายละเอียดในการลักไก่ขอวงเงินมาก่อน เรียกว่าตีเช็กเปล่า จะใช้เงินอย่างไรเอาไว้หลังสุด จะใช้หนี้อย่างไรก็ยังไม่พูดถึง
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ครั้งที่สองคือ รัฐบาลพยายามข้ามหัวประชาชนโดยการสอดไส้และยัดไส้โครงการที่ไม่เร่งด่วนมากู้ด่วน ซึ่งตนเชื่อว่า ไม่มีใครจะคัดค้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ทุกคนอยากเห็นประเทศมุ่งใช้สัดส่วนพลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้น แต่โดยธรรมชาติของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ต้องดำเนินงานต่อเนื่องหลายปี ไม่สามารถใช้เงิน 2 แสนล้านให้หมดภายในปีครึ่ง แล้วบันดาล เสกการเปลี่ยนผ่านพลังงานได้ทันที
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ทุกวันนี้รัฐบาลยังไม่สามารถตอบคำถามได้เลยว่าเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านพลังงานคืออะไรกันแน่ อยากลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลให้เหลือเท่าไหร่ และแบ่งเป็นพลังงานสะอาดประเภทใดบ้าง ลำพังแค่ติดโซลารูฟท็อปให้ส่วนราชการ หรือซื้อรถยนต์อีวีอย่างเดียวจะลดได้เท่าไหร่ รัฐบาลตอบไม่ได้แม้แต่เชิญมาใน กมธ.ก็ยังตอบไม่ได้ แล้วจะไม่ให้บอกว่าตีเช็กเปล่าได้อย่างไร
.
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวด้วยว่า เรื่องนี้ชวนให้คิดถึงตอนเงินกู้ช่วงโควิด 19 ที่กู้ 2 พ.ร.ก. เม็ดเงินรวม 1.5 ล้านล้านบาท วันนั้นมีการทำแผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจ งบส่วนใหญ่ตอนนั้นก็เอาไปทำโครงการคนละครึ่ง แต่ก็มีอีกหลายแสนล้านที่เอาไปทำเบี้ยหัวแตกให้ส่วนราชการส่งโครงการเข้ามา แล้วมีคณะกรรมาการขึ้นมากลั่นกรองว่าจะได้รับเงินอุดหนุนหรือไม่ ถ้าไปอ่านรายงานประเมินผลโครงการแผนงานฟื้นฟูเงินกู้เศรษฐกิจที่ทำโดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ
.
“จะเห็นว่าดูดี สวยหรู แต่ถ้าไปดูอีกสำนักหนึ่งที่ตรวจสอบเหมือนกันคือสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เจอว่าหลายโครงการไม่เป็นไปตามกฎหมาย เสี่ยงต่อการทุจริตคอร์รัปชัน จัดซื้อจัดจ้างแบบแปลกประหลาด จึงกังวลว่าอีก 2 แสนล้านบาทหลังจะซ้ำร้อยเดิมแผนงานฟื้นฟูช่วงโควิดหรือไม่” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
.
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ยังมีเรื่องที่รัฐบาลข้ามหัวสภาอีกคือการเดินหน้ากู้ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย ทั้งที่พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นคำร้องไปแล้ว ทำให้ทุกวันนี้ พ.ร.ก.เงินกู้ก็ยังไม่เข้าสู่สภา ซึ่งเป็นไปตามกลไกมาตรา 173 ที่เอาไว้ปกป้องเสียงข้างน้อยในสภา ถ้ารัฐบาลคุมเสียงข้างมากได้ ออกเป็น พ.ร.บ.ยังได้ เอาเข้ามาในสภาพอเป็นพิธีก็สามารถที่จะลากให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยเสียงข้างมากอยู่แล้ว สุดท้ายก็มีคำถามว่าหากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย รัฐบาลจะทำอย่างไรกับเงินกู้ที่กู้ไปแล้ว
.
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวด้วยว่า ในระหว่างที่เรากำลังถกเถียงว่า ญัตตินี้ด่วนหรือไม่ รัฐบาลได้ยัดไส้โครงการที่ไม่ใช้เงินกู้ ทำแบบเนียนๆ ด้วยการทยอยอนุมัติโครงการออกมา มูลค่า 176,000 ล้านบาท ตนได้นั่งคำนวณ ได้ตัวเลขที่ไม่ตรงกับรัฐบาล เมื่อไปดูมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) พบว่า มีการสอดไส้โครงการที่ปกติต้องใช้งบประมาณปี 2569 แต่เอามาใช้ในเงินกู้แทน คืองบประมาณสำหรับกองทุนประชารัฐ ที่จ่ายสวัสดิการให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามปกติ แต่พอดีช็อต เงินหมดก่อนที่จะหมดปีงบประมาณ ซึ่งต้องจ่ายอีก 4 เดือน เลยเอาไปยัดไส้ในเงินกู้ ทั้งที่เงินกู้ต้องใช้สำหรับเหตุการณ์ที่เป็นวิกฤต
.
“ดังนั้น เป็นการลักไก่ สอดไส้กันสุดๆ ไปเลย จึงขอเลยว่าใครที่จะนั่งเป็นตัวแทนใน กมธ.วิสามัญชุดนี้ กรุณาเอาโครงการนี้เข้าเป็นโครงการแรกๆ ในการพิจารณา ไม่เช่นนั้น เราจะต้องพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณไปทำไม ถ้าสุดท้ายแล้ว รัฐบาลอยากกู้ก็กู้ แล้วก็เอากลับมาใช้กับโครงการที่อยู่ในงบประมาณปกติ นี่ยังไม่ได้พูดถึงการเยียวยาว่าที่อนุมัติไปแล้วตรงเป้า เพราะเป็นการเยียวยาที่ประหลาด ถ้าอยากช่วยเหลือค่าครองชีพจริง ทำไมต้องให้ประชาชนออกเงินอีก 40 % ทำไมต้องมีเงื่อนไขเยอะ ต้องไปซื้อของในร้านที่ร่วมโครงการเท่านั้น จ่ายค่าไฟก็ไม่ได้ เติมน้ำมันก็ไม่ได้ ถ้ารัฐบาลทำทุกอย่างตามปกติวิสัย เร่งด่วนก็กู้เท่าที่จำเป็น ถ้าเปิดเผยรายละเอียดครบถ้วนตั้งแต่ต้น ก็ไม่มีวันที่เราต้องมาตั้งญัตติแบบนี้ รัฐบาลเลือกเดินตรงข้ามทุกขั้นตอน สภาจึงเหลือเครื่องมือสำคัญเพียงอย่างเดียวคือตั้ง กมธ.วิสามัญ เพื่อตรวจสอบเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ต้องนำไปใช้หนี้ในอนาคต” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
.
จากนั้น ที่ประชุมได้มีมติตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ จำนวน 25 คน โดยมีกรอบระยะเวลาศึกษาพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน90 วัน
.
.
‘ศิริกัญญา’ จวกเกณฑ์ทำโทษลูกกตัญญูลดหย่อนภาษีเลี้ยงบุพการี พ่อ-แม่ไร้สวัสดิการแห่งรัฐทันที
https://www.dailynews.co.th/news/5918736/
.
‘ศิริกัญญา’ จวกรัฐบาล ออกเกณฑ์ทำโทษลูกกตัญญู ตัดสิทธิลดหย่อนภาษีเลี้ยงบุพการี พ่อ-แม่ไม่ไร้รับสวัสดิการแห่งรัฐ ถามเอาอะไรไปตัดสิทธิเขา
.
เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความถึงกรณีกระทรวงการคลังได้ออกหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยพ่อ แม่ ที่ลูกนำรายชื่อไปลดหย่อนภาษี 30,000 บาท จะไม่ได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ว่า
.
“นี่มันเกณฑ์อะไรกัน ลูกหักลดหย่อนอุปการะบุพการีได้ปีละ 30,000 บาท ให้กับพ่อแม่ที่อายุเกิน 60 ปี และมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท เท่ากับว่ารัฐสนับสนุนให้ลูกส่งเงินให้พ่อแม่ใช้เดือนละไม่ถึง 3,000 แต่ถ้าเอาไปลดหย่อนเมื่อไหร่ พ่อแม่โดนตัดสิทธิรับบัตรสวัสดิการทันที ทั้งๆ ที่เกณฑ์รายได้ หากจะได้บัตรสวัสดิการคือ ไม่เกิน 100,000 บาท ลูกส่งเงินมารวมกับรายได้ของพ่อแม่ยังไงก็ไม่เกิน 60,000 บาท เอาอะไรไปตัดสิทธิเขา…??? ทำลายเป็นทำโทษลูกกตัญญู ถ้าให้ลดหย่อนอุปการะบุพการี 100,000 บาทก็ว่าไปอย่าง”
.
https://www.facebook.com/SirikanyaOfficial/posts/pfbid0U8d6METuAidpqYAvghFgn3DZbCAhrGAzwuLE3MUjQ4Hniui85D8ZTZ92wyki8yrul
.
.
ปิยบุตร ยันงานเขียน ไม่เกี่ยวพรรคปชน. รับอ้างอิงทฤษฎีต่างยุค ถกเถียงได้
https://www.matichon.co.th/politics/news_5747742
.
ปิยบุตร ขอ แยกความเห็นของผมออกจากการดำเนินงานของพรรคประชาชน ย้ำเขียนเรื่องแนวร่วม ไม่เกี่ยว ‘ปชน.’ แต่ต้องการให้เข้าถึงคณะนำในพรรค เผยทำเพื่อต่อยอดรวมเล่มหนังสือใหม่
.
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า มีผู้วิจารณ์ และก่นด่าการแสดงความเห็นของตนกันมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ตนอยากทำความเข้าใจเล็กน้อย ดังนี้ ขอเรียนว่าการแสดงความเห็นของตนเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่ได้เป็นของหรือเกี่ยวกับพรรคประชาชน เป็นการค้นคว้าและเขียน ซึ่งจะรวมเป็นเล่มต่อไปในธีมว่าด้วยพรรคว่าด้วยรัฐ ตนแจ้งไว้แต่แรก ตั้งแต่ตอนที่ตนหมดพันธะกับพรรคประชาชนช่วงจบการหาเสียงแล้ว ว่าจะมาเขียนงานเรื่องเหล่านี้ หากไล่ดูในเฟซบุ๊กตนดูก็ได้ ตนโพสเรื่องพวกนี้บ่อย ๆ