JJNY : ‘พริษฐ์’ ชี้ทีโออาร์ TH-AI Passport มีพิรุธ│พริษฐ์กาง 4 เหตุผล│ดร.ธรณ์ชี้โอกาสสูง│ญี่ปุ่นเล็งสำรวจแร่ในกรีนแลนด์

‘พริษฐ์’ แย้มฝ่ายค้านเตรียมชำแหละงบฯ 70 ควบ พ.ร.บ.โอนงบฯ 69 ชี้ทีโออาร์ TH-AI Passport มีพิรุธ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5760730
.

.
‘พริษฐ์’ แย้ม ‘ฝ่ายค้าน’ เตรียมชำแหละงบฯ 70 ควบ พ.ร.บ.โอนงบฯ 69 จี้ ตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ชี้ ทีโออาร์มีพิรุธ เผยเคยติงระบบสะสมทักษะ สมัยภูมิใจไทยเป็นเจ้ากระทรวง อว. แต่ยังดันต่อ ชม ‘ยศชนัน’ รับไม้ต่อแล้วรื้อทีโออาร์อุดรอยรั่ว รับ ซักฟอกรอบนี้ไม่ทัน
.
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 14 มิถุนายน ที่อาคารอนาคตใหม่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ที่จะเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ว่า ในช่วง 1 เดือนข้างหน้าจะมีการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับดังกล่าววาระที่ 1 คาดว่าน่าจะเป็นสิ้นเดือนมิถุนายนนี้หรือต้นเดือนกรกฎาคม โดยพรรคประชาชนได้มีการเตรียมประเด็นและคัดเลือกผู้อภิปรายไว้แล้ว เพื่อให้ครอบคลุมการตรวจสอบงบประมาณของทุกภารกิจทุกกระทรวง
.
นายพริษฐ์กล่าวอีกว่า ประเด็นที่ 2 ซึ่งเป็นวาระที่สำคัญที่รัฐบาลจะเป็นคนเสนอร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณปี 2569 ซึ่งรัฐบาลเคยอ้างว่าสามารถโยกงบประมาณที่ไม่จำเป็นในปี 2569 มาใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น จึงต้องดูปริมาณที่รัฐบาลสามารถโอนได้จริงว่าอยู่ที่เท่าไหร่ ซึ่งตนคาดว่าจะเข้าสู่ที่ประชุมสภาในช่วงเดือนเดียวกัน โดยพรรคประชาชนจะต้องเตรียมความพร้อมทั้ง 2 วาระ ขณะเดียวกันในชั้นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ก็มีการตั้ง กมธ.วิสามัญขึ้นมา เพื่อตรวจสอบการใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาทไปแล้ว ซึ่งเป็นการทำงานควบคู่กัน
.
เมื่อถามถึงเนื้อหาสาระที่จะอภิปรายนั้น นายพริษฐ์กล่าวว่า ต้องรอดูตัวร่างที่จะออกมาก่อน แต่ในส่วนของหัวข้อ เราพยายามที่จะทำให้ครอบคลุมทุกกระทรวง แต่สิ่งสำคัญคือต้องทำให้เกิดความมั่นใจว่างบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชนถูกใช้กับโครงการหรือกิจกรรมที่มีความคุ้มค่า ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้จริง และดำเนินการด้วยความโปร่งใส
.
เมื่อถามถึงการตรวจสอบงบประมาณในโครงการ TH-AI Passport ที่ไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการงบประมาณปกตินั้น นายพริษฐ์กล่าวว่า พรรคประชาชนยังยืนยันให้มีการทบทวนและยุติการเดินหน้าโครงการดังกล่าว จากข้อพิรุธที่สังเกตเห็นทั้งเรื่องกระบวนการในการดำเนินงานที่ผ่านมา และข้อกังวลที่มีต่อเนื้อหาในทีโออาร์ โดยในวันที่ 15 มิถุนายน พรรคประชาชนจะมีการแถลงอย่างละเอียด
.
นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า สิ่งที่เราพบข้อพิรุธในทีโออาร์ของโครงการนี้ เริ่มเห็นจากทีโออาร์โครงการอื่นเช่นกัน เช่น โครงการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะ (Skill/Credit Portfolio) ที่เคยมีการอนุมัติสมัยที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นคนของพรรคภูมิใจไทย และผ่าน พ.ร.บ.งบประมาณปี 2569 มาแล้ว ตนเคยตรวจสอบและอภิปรายทักท้วงในชั้น กมธ.และวาระที่ 2 แต่เสียงข้างมาก ณ เวลานั้นก็อนุมัติ
.
นายพริษฐ์กล่าวด้วยว่า จากการติดตามสอบถาม กมธ.ศึกษาและติดตามการจัดทำงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ที่ผ่านมา ได้ทราบว่ารัฐมนตรีคนปัจจุบันคือนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้สั่งให้มีการรื้อทีโออาร์ใหม่ทั้งหมด เพื่อตอบสนองต่อประเด็นที่หลายคนทักท้วง ซึ่งหวังว่าข้อกังวลที่เราได้ทักท้วงไปต่อทีโออาร์ในเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้ จะถูกแก้ไขและไม่ปรากฏในทีโออาร์ตัวใหม่
.
นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า เรื่องนี้เป็นข้อตอกย้ำกรณีที่เราพบข้อพิรุธทีโออาร์ในโครงการ TH-AI Passport ว่าอาจจะไม่ได้มีอยู่เพียงแค่โครงการเดียว ซึ่งหลายโครงการมักจะเป็นโครงการที่ถูกตั้งขึ้นมาในสมัยที่เป็นรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย แต่อย่างน้อยกระทรวง อว.ที่มีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรี ก็ได้ปรับเปลี่ยนหลังจากที่มีการพบข้อพิรุธ ทั้งนี้ ตนหวังว่าโครงการที่มีข้อพิรุธในลักษณะเดียวกันจะถูกชะลอและทบทวน เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีการดำเนินการใดๆ ที่สุ่มเสี่ยงต่อการเอื้อกลุ่มเอกชน
.
เมื่อถามว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจสมัยนี้น่าจะไม่ทันแล้วใช่หรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า จะไปอยู่ในสมัยประชุมถัดไป เนื่องจากสมัยนี้จะมีการปิดประชุมสภาช่วงกลางเดือนกรกฎาคม แต่จะเป็นช่วงเวลาไหนนั้น ต้องขอหารือกับภายในพรรคฝ่ายค้านก่อน.
.

.
พริษฐ์ กาง 4 เหตุผล จี้ กกต. ส่ง คดีฮั้วสว.ให้ศาลชี้ขาด บี้แจงปมอนุญาต นำโพยเข้าพื้นที่เลือก
https://www.matichon.co.th/politics/news_5760699
.
‘พริษฐ์’ กาง 4 เหตุผล จี้ ‘กกต.’ ส่งคดีฮั้ว สว.ให้ศาลชี้ขาด คาด ก.ย.ได้ข้อสรุป ชี้ หลักฐานหนักแน่นเพียงพอ-เสี่ยงเป็นเครื่องมือฟอกขาว เตือน เตือน หากไม่ส่งอาจถูกตั้งข้อครหาปฏิบัติหน้าที่แบบปิดตาข้างเดียว โยน กกต.แจงปมอนุญาตนำโพยเข้าสถานที่เลือก
.
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 มิถุนายน ที่อาคารอนาคตใหม่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) แถลงกรณีภาพรวมการตั้งข้อสังเกตต่อการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการตรวจสอบคดีฮั้ว สว. ว่า ขณะนี้กลุ่มบุคคลที่จะชี้ขาดว่าคดีการฮั้วสว.จะไปถึงศาลหรือไม่คือ กกต.ทั้ง 7 คน โดยเราต้องย้อนไปตอนที่มีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ขึ้นมา ซึ่งเป็นการทำหน้าที่ร่วมกันระหว่าง กกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หลังการพิจารณาข้อเท็จจริงคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ก็มีมติออกมาเห็นว่าบุคคลที่มีมูลว่ากระทำความผิดเรื่องการฮั้ว สว. อย่างน้อย 229 คน โดยมีมติเห็นควรให้ กกต. ดำเนินคดีและฟ้องทั้ง 229 คนไปที่ศาล
.
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า แต่เมื่อมีมติออกมาเช่นนั้นในช่วงกลางปี 2568 ที่ผ่านมา แต่กกต.ทั้ง 7 คน กลับไม่ได้มีมติเห็นชอบตามคณะไต่สวนฯ ชุดที่ 26 แต่กลับมีการตั้งคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ขึ้นมา ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วกลับมีมติสวนทางกับคณะไต่สวนฯ คือมีมติว่าทั้ง 229 คนไม่มีมูลความผิดใดๆ และมีมติให้ กกต.ยกคำร้อง มาจนถึงวันนี้ลูกบอลจึงตกอยู่ที่กกต.ทั้ง 7 คนว่าจะเห็นอย่างไร ซึ่งตนมองว่าทางเลือกหรือความเป็นไปได้มีอยู่ 3 ทางคือ 1.กกต.มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการไต่สวนฯ 2.กกต.เห็นชอบตามคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 และ 3.กกต.อาจมีการฟ้องหรือส่งคำร้องเฉพาะบางคน แล้วยกคำร้องเฉพาะบางคน โดยหลายคนมีความกังวลใจว่าอาจจะเป็นวิธีการในการสลัดบางคน เพื่อปกป้องบุคคลสำคัญที่ถูกกล่าวหาหรือไม่
.
นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า แม้ว่าท้ายที่สุดแล้ว กกต.จะตัดสินใจในทางเลือกไหนนั้น เราก็คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนกันยายนนี้ เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมา กกต. แถลงว่าได้เริ่มพิจารณาคดีนี้แล้ว อีกทั้งระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวนไต่สวนและวินิจฉัยชี้ขาดข้อที่ 82 เขียนไว้ชัดว่าให้คณะกรรมการพิจารณาชี้ขาด ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 90 วัน ฉะนั้น จึงคาดว่าภายในเดือนกันยายนหรือต้นเดือนกันยายน เราควรที่จะได้ข้อสรุปในเรื่องนี้ ซึ่งเข้าใจว่านัดแรกจะเป็นการพิจารณาเกี่ยวกับข้อกล่าวหาบุคคลในจังหวัดสุราษฎร์ธานี คาดว่าจะมีการพัวพันกับสว. 4 คนที่มาจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี
.
นายพริษฐ์ กล่าวด้วยว่า ฉะนั้น ตนจึงอยากชี้ให้เห็น 4 เหตุผลที่ตนมองว่า กกต.ควรส่งเรื่องทั้ง 229 คนไปยังศาลได้แก่ เหตุผลที่ 1 หลักฐานในคดีนี้มีความชัดเจนและหนักแน่นกว่าหลักฐานในคดีก่อนๆ ที่ กกต.เคยส่งเรื่องไปที่ศาล แม้ว่าขณะนี้เราจะยังไม่สามารถเข้าถึงรายละเอียดของคณะไต่สวนได้ เนื่องจากอยู่ในระหว่างการพิจารณา แต่จากการสำรวจและรวบรวมข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ และมีการยื่นเข้ามาจากผู้ที่ไปให้การกับคณะไต่สวนฯ เราพอจะคาดการณ์ได้อย่างชัดเจนในระดับหนึ่งว่าหลักฐานที่อยู่ในสำนวนมีหลักฐานประเภทใดบ้าง เช่น สถิติการลงคะแนนในบัตร ที่มีบัตรจำนวนมากที่มีการเลือกกลุ่มตัวเลขกลุ่มเดียวกัน
.
นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า โดยสถิติมีความยากมากที่จะเกิดขึ้นตามธรรมชาติหากไม่มีการจัดตั้ง ซึ่งสอดคล้องกับหลักฐานโพยตัวเลขต่างๆ หรือหลักฐานเรื่องการนัดหมายของกลุ่มสว.ต่างๆ ว่านัดที่โรงแรมใด จังหวัดไหนบ้าง หลักฐานการเดินทาง อุปกรณ์ที่แจก คลิปเสียง และที่ชัดเจนที่สุดคือเรื่องเส้นทางการเงิน ซึ่งจากหลักฐานที่ตนได้รับมานั้นพบว่าแม้กระทั่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี ก็มีเส้นทางการเงินชัดที่เชื่อมโยงกลุ่มบุคคลบางกลุ่ม ซึ่งบางคนที่เป็นสว.ขณะนี้ รวมถึงกลุ่มที่เป็นทีมงานสส. ในจังหวัดดังกล่าวด้วย
.
นายพริษฐ์ กล่าวด้วยว่า ตนยืนยันว่าหลักฐานที่อยู่ในสำนวนของคณะไต่สวนชุดที่ 26 มีความหนักแน่นและชัดเจนเพียงพอที่ กกต.จะส่งเรื่องไปยังศาล โดยหลังจากนี้ตนและพรรคประชาชนจะรวบรวมหลักฐานเท่าที่มีอยู่เพื่อนำมาสื่อสารกับประชาชนให้เห็นถึงความหนักแน่นของชุดหลักฐานดังกล่าว โดยอาจจะทยอยเปิดข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับแต่ละจังหวัด และในเมื่อกกต. เคยส่งหลักฐานที่เป็นแชตไลน์สนทนาระหว่างบุคคลสองบุคคลไปที่ศาลได้หลักฐานต่างๆ ที่ตนกล่าวไปข้างต้นจะไม่หนักแน่นที่กกต.ควรจะส่งไปยังศาลเลยหรือ หากเรื่องนี้กกต.ไม่ส่งเรื่องไปที่ศาลก็อาจจะทำให้ถูกมองว่าใช้มาตรฐานที่แตกต่างกันหรือไม่
.
นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า เหตุผลที่ 2 คืออนุวินิจฉัยฯชุดที่ 36 มีปัญหาเรื่องความชอบธรรมและเสี่ยงเป็นเครื่องมือฟอกขาว ซึ่งตนมีคำถามว่าทำไมจึงต้องตั้งคณะอนุชุดที่ 36 ขึ้นมาวินิจฉัยเป็นกาลเฉพาะทั้งที่มีคณะอนุอยู่แล้วถึง 35 คณะ ทั้งนี้ตนเคยได้สอบถามตัวแทนของดีเอสไอก็พบว่าคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ไม่เคยเรียกตัวแทนของดีเอสไอหรือตัวแทนของคณะคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 เข้าไปให้ข้อมูลเลย จึงเกิดคำถามตามมาว่าคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ได้พิจารณาอย่างรอบด้านหรือไม่ โดยที่กรรมการในชุดอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 มีทั้งหมด 7 คน ซึ่งมีบางคนที่ถูกสังคมตั้งคำถามอยู่เช่น มี 2 คนถูกตั้งคำถามเรื่องพัวพันการทุจริตคอร์รัปชั่น 1 คนเป็นจำเลยอยู่ในคดีทุจริตรถไฟฟ้าสายสีส้ม ที่ศาลอุทธรณ์ประทับรับฟ้องไปแล้ว มี 1 คนถูกลงโทษทางวินัยให้ออกจากราชการ หลังถูกชี้มูลว่าเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนในการซื้อคอมพิวเตอร์ แม้ว่าขณะนี้ศาลจะมีคำสั่งยกฟ้องไปแล้ว
.
นายพริษฐ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนอีก 1 ท่าน แม้จะไม่ถูกตั้งคำถามเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นแต่ก็ถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นกลางทางการเมือง เพราะมีการเชื่อมโยงประวัติที่ถูกเลื่อนขั้นในตำแหน่งราชการภายในรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงมีภาพปรากฎว่าไปต้อนรับนายอนุทินถึงสนามบิน ในลักษณะที่มีการตั้งคำถามว่าจะสามารถปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นกลางทางการเมืองได้หรือไม่ ดังนั้น หาก กกต.จะเอาหลังพิงอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 แล้วไม่ส่งเรื่องไปที่ศาล ตนคิดว่าก็จะถูกตั้งคำถามอย่างหนัก
.
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า เหตุผลที่ 3 เราเห็นว่ากกต.ส่วนใหญ่ มีผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจากมีกกต. 4 ใน 7 คนถูกรองรับให้เข้าสู่ตำแหน่งโดยสว.ที่อยู่ในสำนวนที่กำลังพิจารณาอยู่ เมื่อเข้าสู่ตำแหน่งเช่นนี้ก็อาจจะปฏิเสธไม่ได้ว่า 4 คนนี้ก็อาจจะถูกตั้งคำถามหรือตั้งข้อครหาเป็นพิเศษหากมีการตัดสินใจใดๆ ที่ค้านสายตาประชาชน ฉะนั้น ตนจึงมองว่าหาก กกต. อยากหลุดพ้นจากการถูกตั้งข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน วิธีการที่เรียบง่ายที่สุดและตรงไปตรงมาคือ การมีมติส่งเรื่องทั้งหมดไปให้ศาลพิจารณาว่าใน 229 คนนั้นใครผิดหรือไม่ผิด
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่