สาขานี้ติด BTS สยามครับ
ผมเคยมากินร้านนี้ตั้งแต่สมัยราคาเบาๆ ประมาณหัวละ 300 กว่าบาท จนตอนนี้อัปเกรดทั้งเรื่องราคาและชนิดปลา เลยอยากลองรสชาติแห่งความสุขอีกครั้ง และอยากระลึกถึงความหลังสมัยวัยนักศึกษา ซึ่งเป็นรสชาติแห่งความเศร้าด้วย
ตัวแพงสุดอยู่ที่ 899+ ตกแล้วคนละพัน ดูในเมนูเห็นฟัวกราส์กับมันปูย่าง ยังพอให้รู้สึกหลุดพ้นเรื่องความไม่คุ้มค่าไปได้ เพราะหากไปร้านอื่นที่มีฟัวกราส์ไม่อั้น ถ้าจ่ายแบงก์พัน พนักงานจะเรียกให้จ่ายเพิ่ม หรือไม่ก็ต้องยอมโดนชก

มาถึงเรื่องอาหาร ปลาดิบสดดีตามมาตรฐาน แต่ก็มีหนังปลาทอดคอยตัดกำลังเพิ่มความเลี่ยนจนเป็นวายร้ายในชามซาชิมิ

“หนวดหมึกยักษ์” นุ่มมาก น่าจะโดนนวดมาจนน่วม แต่ก็สะดุดหนวดตัวเองล้มเพราะความเค็มจากน้ำเกลือที่แช่มา ผมเคี้ยวไปคำเดียวรู้สึกเหมือนลงไปงับหมึกยักษ์สดๆ ใต้น้ำ แต่ดันสำลักน้ำทะเล

อีกเมนูที่รอคอย “มันปูย่าง” มันปูถูกโอบไว้ด้วยกระดองปูที่ย่างมาอุ่นๆ บนเตาถ่าน ปรุงรสมาหวานน้อยๆ เค็มหนักๆ โรยเนื้อปูมาเต็มอิ่ม เอามาคลุกกับข้าวญี่ปุ่นก็ยังพอเอาตัวรอดไปได้ แนะนำว่าอย่าปล่อยไว้ให้เย็น เพราะจะเค็มซ่านตั้งแต่ปลายลิ้นจนสุดโคน

สิ่งที่แย่ที่สุดมักจะมาพร้อมกับสิ่งที่เราคาดหวังไว้มากที่สุดอย่าง “ซูชิฟัวกราส์” ที่มาเสิร์ฟโคตรช้าเพราะหลบไปพักร้อน อาบแดดตากลมจนผิวแห้งกร้านขาดน้ำ ฝืดคอเหมือนกินตับไก่ปิ้งค้างคืน ส่วนรสเฉพาะตัวของฟัวกราส์ที่ถูกซ่อนไว้ก็ลึกลับจนตอนนี้ยังหาไม่เจอ

จานสุดท้ายที่จะพูดถึงคือ “เนื้อย่างบนใบโฮบะ” ที่ขณะยกมาเสิร์ฟเนื้อก็เริ่มสุกจนเหนียว สีเริ่มคล้ำดำกว่าใจคนที่ทิ้งผมไปอีก เป็นเมนูตอกย้ำความเศร้าได้อย่างซึ้ง

สรุปว่าไม่คุ้ม สอบผ่านแค่จานซาชิมิ โดยรวมผมช้ำในรสชาติ ส่วนบรรยากาศก็หวนความหลังได้ชัดเจน เพราะสภาพร้านเหมือนเดิมแทบไม่เปลี่ยนเลยจาก 7-8 ปีก่อน

ส่วนรูปสุดท้ายนี้เป็นเทคนิคการจัดจานหลังรับประทานเสร็จของผมเองครับ
.
ฝากติดตามกันได้ที่นี่อีกช่องทางนะครับ
https://www.facebook.com/aahaankon/
[CR] รีวิว "Kin Japanese Buffet" สวยแต่รูป จูบแล้วเหมือนไม่ได้แปรงฟัน
ผมเคยมากินร้านนี้ตั้งแต่สมัยราคาเบาๆ ประมาณหัวละ 300 กว่าบาท จนตอนนี้อัปเกรดทั้งเรื่องราคาและชนิดปลา เลยอยากลองรสชาติแห่งความสุขอีกครั้ง และอยากระลึกถึงความหลังสมัยวัยนักศึกษา ซึ่งเป็นรสชาติแห่งความเศร้าด้วย
ตัวแพงสุดอยู่ที่ 899+ ตกแล้วคนละพัน ดูในเมนูเห็นฟัวกราส์กับมันปูย่าง ยังพอให้รู้สึกหลุดพ้นเรื่องความไม่คุ้มค่าไปได้ เพราะหากไปร้านอื่นที่มีฟัวกราส์ไม่อั้น ถ้าจ่ายแบงก์พัน พนักงานจะเรียกให้จ่ายเพิ่ม หรือไม่ก็ต้องยอมโดนชก
มาถึงเรื่องอาหาร ปลาดิบสดดีตามมาตรฐาน แต่ก็มีหนังปลาทอดคอยตัดกำลังเพิ่มความเลี่ยนจนเป็นวายร้ายในชามซาชิมิ
“หนวดหมึกยักษ์” นุ่มมาก น่าจะโดนนวดมาจนน่วม แต่ก็สะดุดหนวดตัวเองล้มเพราะความเค็มจากน้ำเกลือที่แช่มา ผมเคี้ยวไปคำเดียวรู้สึกเหมือนลงไปงับหมึกยักษ์สดๆ ใต้น้ำ แต่ดันสำลักน้ำทะเล
อีกเมนูที่รอคอย “มันปูย่าง” มันปูถูกโอบไว้ด้วยกระดองปูที่ย่างมาอุ่นๆ บนเตาถ่าน ปรุงรสมาหวานน้อยๆ เค็มหนักๆ โรยเนื้อปูมาเต็มอิ่ม เอามาคลุกกับข้าวญี่ปุ่นก็ยังพอเอาตัวรอดไปได้ แนะนำว่าอย่าปล่อยไว้ให้เย็น เพราะจะเค็มซ่านตั้งแต่ปลายลิ้นจนสุดโคน
สิ่งที่แย่ที่สุดมักจะมาพร้อมกับสิ่งที่เราคาดหวังไว้มากที่สุดอย่าง “ซูชิฟัวกราส์” ที่มาเสิร์ฟโคตรช้าเพราะหลบไปพักร้อน อาบแดดตากลมจนผิวแห้งกร้านขาดน้ำ ฝืดคอเหมือนกินตับไก่ปิ้งค้างคืน ส่วนรสเฉพาะตัวของฟัวกราส์ที่ถูกซ่อนไว้ก็ลึกลับจนตอนนี้ยังหาไม่เจอ
จานสุดท้ายที่จะพูดถึงคือ “เนื้อย่างบนใบโฮบะ” ที่ขณะยกมาเสิร์ฟเนื้อก็เริ่มสุกจนเหนียว สีเริ่มคล้ำดำกว่าใจคนที่ทิ้งผมไปอีก เป็นเมนูตอกย้ำความเศร้าได้อย่างซึ้ง
สรุปว่าไม่คุ้ม สอบผ่านแค่จานซาชิมิ โดยรวมผมช้ำในรสชาติ ส่วนบรรยากาศก็หวนความหลังได้ชัดเจน เพราะสภาพร้านเหมือนเดิมแทบไม่เปลี่ยนเลยจาก 7-8 ปีก่อน
ส่วนรูปสุดท้ายนี้เป็นเทคนิคการจัดจานหลังรับประทานเสร็จของผมเองครับ
.
ฝากติดตามกันได้ที่นี่อีกช่องทางนะครับ https://www.facebook.com/aahaankon/
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้