พบวิธีวิปัสสนากรรมฐานแบบง่าย ๆ ( น่าจะเป็นการเจริญวิปัสสนาควบคู่สมถะด้วย ) ฝากไว้ในคลับด้วยครับ

กระทู้สนทนา
... มีครั้งนึงผมนอนฟังธรรมอยู่ ...  เห็นอาการที่จิต ... วิ่งไปรู้ความคันตามร่างกาย ... ตรงนั้นทีตรงนี้ที ... ดำริว่าดีล่ะ เอาความคันนี้แหล่ะ ... เป็นอารมณ์กรรมฐาน ... คันตรงไหนรู้ตรงนั้น ... เกิดขึ้นก็รู้ ... ตั้งอยู่ก็รู้ ... ดับไปก็รู้เกิดขึ้นไหม่ก็รู้ ... แค่ตามรู้ตามดูไปอย่างนั้น ... ไม่ไปเสริมเติมแต่ง ... ไม่ไปยุ่งไปปรุง ... จนใจมันไม่เดือดไม่ร้อนอะไรกับความคัน ... ถึงความเป็นกลางวางเฉย ... ทีนี้แหละไอความเป็นกลางวางเฉยนั้น จะพาให้เรา ... กำหนดรู้ทุกข์ได้ตามเป็นจริง 

... ฟังดูง่าย ๆ ... แต่ผมค่อนข้างมั่นใจ ... ว่าแนวทางนี้ไม่มั่ว ... เห็นอริยสัจ ๔ ได้จริง ...พอใจมันเป็นกลางวางเฉย...มันรู้ของมันเองอย่างนั้น ... ไม่ใช่นึกเอา หรือคิดไปเอง ... แต่มันรู้ของมันเอง ... พอไม่มีความยินดียินร้ายใด ๆ กับความคันแล้ว ... ความคันมันกลายเป็นความรู้ ... ว่าสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น ... ตั้งอยู่ ... ดับไป ...จนกระทั่งตระหนักชัดว่าไม่เที่ยง ... เพราะมันเกิดปั้บดับไป ดับไป ดับไป ...แล้วมันก็ตรกหนกว่า ... ไอความไม่เที่ยงนั้นแหละเป็นทุกข์ ... เพราะมันดิ้นหนีไปไหนก็มีแต่ดับ

... จนสุดท้ายมันก็สรุป ... ว่าไม่มีหรอก ... ที่จะอาศัยเกิดแล้วเที่ยง ...รอดพ้นจากความดับไปได้ ... พอสรุปแล้วจิตก็สลัดผลึบ ... เหมือนหลุดมาไกล ... ปลอดภัย ... ไม่ต้องการอะไร ...  ที่เล่าทั้งหมดนั้น ... ผมเรียบเรียงเอาภายหลัง ... ตอนเห็นสภาวะไม่ได้มีอะไรมากมายเลย ... มีเพียงไตรลักษณ์... และความรู้ที่เกิดจากการเห็นไตรลักษณ์ ... จะให้ถอดภาษามาเล่า ... ก็เล่าได้ไม่ดีเกินพระพุทธเจ้า ... สิ่งใดไม่เที่ยงสิ่งนั้นเป็นทุกข์ ... สิ่งใดเป็นทุกข์สิ่งนั้น ... ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น ( สิ่งนั้นเป็นอนัตตา )

ปล. ข้อที่อยากให้พิจารณาคือเราสามารถเอาอะไรก็ได้ในร่างกายนี้มาเป็นอารมณ์กรรมฐาน โดยมนสิการไว้ว่าจะตามเห็นโดยความเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ 
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่