สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิป วันนี้ขอพาทุกคนไปตะลุยกินแถวย่านพระนครกันครับ ใครจะไปรู้ว่ามีร้านดีๆ ซ่อนอยู่ในย่านนี้นอกเหนือจากร้านอาหารหลากหลายร้านที่เรารู้จักกันดีในแถวข้าวสาร หรือแถวศาลากลาง กทม. วันนี้ผมจะพาไปทานอาหารตั้งแต่เที่ยงยันเย็น ในร้านที่เรียกได้ว่าไซส์มินิกันเลยทีเดียวครับ บางร้านรับลูกค้าได้ไม่ถึง 20 ท่าน บางร้านเยอะหน่อยก็อาจจะซัก 40 ท่าน แต่ถึงแม้ร้านจะเล็ก แต่คุณภาพนี่ ใหญ่คับจานเลยทีเดียวครับ จะมีร้านไหนบ้าง ไปชมกันเลยครับ
ร้านที่ 1: Seven May Dragon by Pud Montha
เรื่องของเรื่องที่ได้มาทานร้านนี้ เพราะเกิดอยากทานอาหารฝรั่งดีๆ แถวพระนคร แต่ก็หาร้านทานยากเหลือเกิน อยากได้ร้านแถวๆ แยกคอกวัว เพราะจะได้ใกล้ๆ กับคาเฟ่ที่จะไปต่ออีกแห่ง (ร้านที่ 2 นี่แหละครับ รอติดตาม) หาไปหามา ก็เจอว่ามีร้านอาหารฝรั่งเล็กๆ อยู่ร้านนึง เลยได้มีโอกาสมาลองร้านนี้ครับ
ไปถึงร้านไม่มีคนเลย เจอเชฟคนเดียวที่เพิ่งกลับมาจากตลาด (เรียกได้ว่าได้วัตถุดิบสดใหม่แน่ ฮ่าๆๆ) เลยมาเป็นลูกค้าคนแรกของร้านซะเลย เมนูอาหารของร้านก็ครบครันดีตามสไตล์อาหารฝรั่ง ตั้งแต่สลัด ซุป พาสต้า จนถึงเมนคอร์ส แต่วันนี้เนื่องจากจะไปกินต่ออีกหลายร้าน เลยจัดมาจานเดียวก่อนละกันครับ
ร้านนี้เล็กจริงครับ เท่าที่ผมนับมีอยู่ 4 โต๊ะ รับลูกค้าได้ 15 คน บรรยากาศของร้านตกแต่งสไตล์โบราณๆ โดยใช้ของเก่าต่างๆ มาตกแต่งครับ มองไปในรูปก็จะเห็นโซนครัวด้านหลังได้เลย ร้านนี้ถ้าเพื่อนๆ มาทาน อาจจะต้องทำใจรอหน่อยนะครับ เพราะมีพนักงานแค่คนเดียว นั่นก็คือเชฟที่เป็นเจ้าของร้านนั่นเองครับ เลยอาจจะทำให้ใช้เวลาหน่อย (พูดแล้วก็นึกถึงร้านอาหารที่ญี่ปุ่นหลายๆ ร้านที่มีดำเนินการโดยมีแค่เชฟคนเดียวเหมือนกัน) แต่เชฟบอกเราว่าถ้าวันไหนจะมากันหลายคน สามารถโทรมาที่ร้านก่อนได้ครับ เชฟอาจจะหาลูกมือมาช่วยเพื่อที่จะให้อาหารเสร็จเร็วขึ้น
หลังจากสั่งอาหารไป เชฟก็เอาสไปรท์ (20.-) ที่ผมสั่งไปมาเสิร์ฟพร้อมน้ำแข็ง จริงๆ แช่เย็นมาอยู่แล้ว ใครไม่อยากให้น้ำแข็งมาทำให้จืดลงก็กินจากกระป๋องได้เลยครับ น่าสนใจที่อาหารในร้านนี้เป็นราคา net อยู่แล้ว ไม่ต้องมากังวลใจเรื่อง +Service charge หรือ +Vat เพิ่มอีกครับ ชัดเจนดี
รอไม่นานประมาณ 15 นาทีอาหารก็มาเสิร์ฟครับ กับเมนู Spaghetti Carbonara with Bacon, Egg Yolk and 4 Cheeses (140.-) เส้นสปาเกตตี้ลวกมาได้ดีมาก มีความ Al dente มากๆ ครับ กำลังดีเลย คลุกเคล้ามาด้วยไข่แดงและชีสขลุกขลิกกำลังดี ทานกับเบคอนที่หอมๆ แล้ว อร่อยมากครับ สำหรับปริมาณนี่ ที่เห็นว่าจานเล็กๆ นี่บอกเวลามันเสิร์ฟมาในจานแบบเป็นหลุมครับ กินเสร็จมีจุกเลย แถมเบคอนให้มาเยอะด้วย มีกินในทุกๆ คำเลยครับ
ได้มีโอกาสพูดคุยกับเชฟหลังทานเสร็จ เป็นกันเองมากครับ เลยได้รู้ความลับว่าแต่เดิมเคยเป็นเชฟอยู่ที่โรงแรม Mandarin Oriental มากว่า 30 ปี แต่เชฟเบื่อเลยอยากออกมาลองทำอะไรเองดูครับ แหม่ มื้อนี้เรียกได้ว่าได้ทานอาหารระดับ 5 ดาวในราคาย่อมเยาแบบนี้ หาไม่ได้ง่ายๆ เลยนะครับ
ร้านที่ 2: PARADAi Crafted Chocolate & Café
กินสปาเกตตี้เสร็จอิ่มๆ เราก็อยากมานั่งพักหนีแดดร้อนกันหน่อย เลยเลือกร้าน Café ที่มีชื่อเสียงในเรื่อง Chocolate เชื่อว่าเพื่อนๆ ต้องรู้จักแน่นอน ร้านนี้ใช้ Cocoa ที่ปลูกใน จ.นครศรีธรรมราชเป็นวัตถุดิบในการรังสรรค์เมนูต่างๆ จน Chocolate bar ของทางร้านไปชนะเลิศในการแข่งขันระดับโลกมาแล้ว เรียกได้ว่าไม่ธรรมดาจริงๆ
วันนี้เลยต้องมาหาโอกาสลองทาน Chocolate ของร้านนี้ซักหน่อย เลยสั่ง Signature Iced Chocolate (100.-) มาทานครับ ราคาไม่ได้แพงเลยถ้าเราเทียบกับร้านเครื่องดื่มระดับ Top ต่างๆ แถมยังได้มีโอกาสอุดหนุนคนไทยที่มีความสามารถโดดเด่น และเกษตรกรปลูก Cocoa ไทยอีกด้วยครับ หลังจากจ่ายเงินเสร็จแล้วรอเครื่องดื่ม ก็สามารถยืนดูพนักงานเตรียมเครื่องดื่มของเราได้ที่ Counter เลยครับ
รอไม่นานมากครับ เพราะองค์ประกอบส่วนใหญ่ก็เตรียมไว้แล้ว เพียงแค่เอามาใส่แก้วเท่านั้น ไม่นานพนักงานก็เอามาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะครับ หน้าตาน่ากินมาก โดยด้านล่างสุดจะเป็นโกโก้แบบเข้มข้นรสชาติหวานกำลังดี (ปกติผมเป็นคนไม่ทานหวานเท่าไหร่ สั่งเครื่องดื่มสั่งหวานน้อยประจำ แต่ที่นี่หวานกำลังพอดีจริงๆ ครับ) ด้านบนเป็นนมสด แล้ว Top มาด้วย Dark Chocolate ฝานละเอียดที่รสชาติตัดกับโกโก้เข้มข้นด้านล่างกำลังดี แก้วนี้คือลงตัวมากครับ
ร้านที่ 3: ผัดไทยไฟทะลุ
หลังจากจิบ Chocolate เพลินๆ แล้วนั่งทำงานที่คาเฟ่จนถึงเย็น ก็ไปทานอาหารต่อกับเพื่อนครับ เพื่อนอยากกินผัดไทย แต่ผมนี่ ส่วนตัวไม่ชอบของทิพย์สมัยเลยครับ ลองหาร้านทางเลือกย่านนี้เลยไปเจอกับร้านนี้ครับ ได้รางวัล Bib Gourmard จาก Michelin Guide ปีล่าสุดมาด้วยครับ เดินไม่ไกลจากโรงเรียนสตรีวิทยาก็ถึงหน้าร้านที่ตกแต่งด้วยไฟนีออนรูปเปลวไฟขนาดใหญ่ครับ
ร้านนี้ดำเนินการโดยเชฟ Andy Yang ที่เปิดร้านอาหารไทยใน New York แล้วได้ Michelin Star มาแล้ว แต่รอบนี้มาเปิดร้านผัดไทยเดี่ยวๆ ใน กทม. ให้คนไทยได้ลองชิมฝีมือกันบ้างครับ ตอนแรกก็งง เห็นนามสกุล Yang นี่คนจีนป่าววะ ฮ่าๆๆ แต่ไม่ใช่ครับ จริงๆ เชฟนามสกุลยังเอกสกุล ไปต่างประเทศเลยย่อให้ฝรั่งเรียกง่ายๆ เป็น Yang ไป
มื้อนี้ทานผัดไทยทั้งที ขอทานคู่กับน้ำอัดลมเหมือนเดิมครับแก้เลี่ยน เลยจัดโค๊กมา 1 กระป๋อง (20.-)
มื้อนี้ผมสั่งเมนูที่ Basic ที่สุดของร้านก็คือ “ผัดไทยไฟทะลุ” (75.-) ครับ เส้นผัดไทยผัดมาได้สีน้ำตาลสวย เหนียวนุ่มกำลังดีเลย ให้อารมณ์ Al Dente มากครับ คลุกเคล้ามากับน้ำมะขามเปียกอร่อยดี ใครอยากได้ความเปรี้ยวเพิ่มก็บีบมะนาวลงไปได้ นอกจากนี้ยังมีวัตถุดิบอื่นๆ เช่นเต้าหู้ หมูสับซึ่งจะมีความเกรียมนิดๆ เพราะทางร้านใช้ไฟความร้อนสูงในการผัด แต่ก็หอมดีครับ ร้านยังเสิร์ฟมาพร้อมกับกากหมูเจียวและถั่วลิสง ยิ่งช่วยในการเพิ่ม Texture ของจานนี้มากขึ้นไปอีกครับ
นอกจากนี้ยังได้สั่ง “โคตรคอหมู” (160.-) มาแบ่งกันทานอีกครับ โดยร้านใช้เนื้อหมูพันธุ์ Berkshire 1 ขีดมาหมักกับผัดชี พริกไทย และซิอิ้วขาว หลังจากนั้นมารมควันกับถ่าน Charcoal แล้วเอามาเผาต่อจนหอมครับ จานนี้ก่อนสั่งทางร้านจะแจ้งมาว่าติดมันเยอะหน่อย ใครไม่ชอบอาจจะเลี่ยงเมนูนี้ได้นะครับ แต่สำหรับผมแล้วอร่อยมากครับ หมูปรุงมาได้นุ่มกำลังดี มีกลิ่นหอม ยิ่งพอมาจิ้มกับน้ำจิ้มเปรี้ยวเผ็ดของทางร้านแล้วนั้น รสชาติอร่อยมากครับ
ก็จบเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับสำหรับรีวิวฉบับนี้ ใครสนใจร้านไหน ไปลองชิมกันได้นะครับ เดินทางไม่ยากเลย นั่งรถเมล์มาลงแถวถนนราชดำเนินกลางแล้วเดินต่อไม่ไกลครับ ร้านวันนี้ทั้งหมดเป็นร้านเล็กๆ อาจจะต้องทำใจรอคิวหน่อยนะครับถ้าบังเอิญไปในช่วงคนเยอะพอดี แต่ร้านเหล่านี้ก็ล้วนดำเนินการโดยคนไทยที่มีความสามารถครับ ถ้าเป็นไปได้ก็อย่าลืมไปช่วยกันอุดหนุนคนไทยด้วยกันนะครับ
[CR] DinnerXplorer: พาตะลุยกินสามร้านย่านพระนคร ร้านเล็กๆ แต่เด็ดทั้งนั้น
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิป วันนี้ขอพาทุกคนไปตะลุยกินแถวย่านพระนครกันครับ ใครจะไปรู้ว่ามีร้านดีๆ ซ่อนอยู่ในย่านนี้นอกเหนือจากร้านอาหารหลากหลายร้านที่เรารู้จักกันดีในแถวข้าวสาร หรือแถวศาลากลาง กทม. วันนี้ผมจะพาไปทานอาหารตั้งแต่เที่ยงยันเย็น ในร้านที่เรียกได้ว่าไซส์มินิกันเลยทีเดียวครับ บางร้านรับลูกค้าได้ไม่ถึง 20 ท่าน บางร้านเยอะหน่อยก็อาจจะซัก 40 ท่าน แต่ถึงแม้ร้านจะเล็ก แต่คุณภาพนี่ ใหญ่คับจานเลยทีเดียวครับ จะมีร้านไหนบ้าง ไปชมกันเลยครับ
เรื่องของเรื่องที่ได้มาทานร้านนี้ เพราะเกิดอยากทานอาหารฝรั่งดีๆ แถวพระนคร แต่ก็หาร้านทานยากเหลือเกิน อยากได้ร้านแถวๆ แยกคอกวัว เพราะจะได้ใกล้ๆ กับคาเฟ่ที่จะไปต่ออีกแห่ง (ร้านที่ 2 นี่แหละครับ รอติดตาม) หาไปหามา ก็เจอว่ามีร้านอาหารฝรั่งเล็กๆ อยู่ร้านนึง เลยได้มีโอกาสมาลองร้านนี้ครับ
ไปถึงร้านไม่มีคนเลย เจอเชฟคนเดียวที่เพิ่งกลับมาจากตลาด (เรียกได้ว่าได้วัตถุดิบสดใหม่แน่ ฮ่าๆๆ) เลยมาเป็นลูกค้าคนแรกของร้านซะเลย เมนูอาหารของร้านก็ครบครันดีตามสไตล์อาหารฝรั่ง ตั้งแต่สลัด ซุป พาสต้า จนถึงเมนคอร์ส แต่วันนี้เนื่องจากจะไปกินต่ออีกหลายร้าน เลยจัดมาจานเดียวก่อนละกันครับ
ร้านนี้เล็กจริงครับ เท่าที่ผมนับมีอยู่ 4 โต๊ะ รับลูกค้าได้ 15 คน บรรยากาศของร้านตกแต่งสไตล์โบราณๆ โดยใช้ของเก่าต่างๆ มาตกแต่งครับ มองไปในรูปก็จะเห็นโซนครัวด้านหลังได้เลย ร้านนี้ถ้าเพื่อนๆ มาทาน อาจจะต้องทำใจรอหน่อยนะครับ เพราะมีพนักงานแค่คนเดียว นั่นก็คือเชฟที่เป็นเจ้าของร้านนั่นเองครับ เลยอาจจะทำให้ใช้เวลาหน่อย (พูดแล้วก็นึกถึงร้านอาหารที่ญี่ปุ่นหลายๆ ร้านที่มีดำเนินการโดยมีแค่เชฟคนเดียวเหมือนกัน) แต่เชฟบอกเราว่าถ้าวันไหนจะมากันหลายคน สามารถโทรมาที่ร้านก่อนได้ครับ เชฟอาจจะหาลูกมือมาช่วยเพื่อที่จะให้อาหารเสร็จเร็วขึ้น
หลังจากสั่งอาหารไป เชฟก็เอาสไปรท์ (20.-) ที่ผมสั่งไปมาเสิร์ฟพร้อมน้ำแข็ง จริงๆ แช่เย็นมาอยู่แล้ว ใครไม่อยากให้น้ำแข็งมาทำให้จืดลงก็กินจากกระป๋องได้เลยครับ น่าสนใจที่อาหารในร้านนี้เป็นราคา net อยู่แล้ว ไม่ต้องมากังวลใจเรื่อง +Service charge หรือ +Vat เพิ่มอีกครับ ชัดเจนดี
รอไม่นานประมาณ 15 นาทีอาหารก็มาเสิร์ฟครับ กับเมนู Spaghetti Carbonara with Bacon, Egg Yolk and 4 Cheeses (140.-) เส้นสปาเกตตี้ลวกมาได้ดีมาก มีความ Al dente มากๆ ครับ กำลังดีเลย คลุกเคล้ามาด้วยไข่แดงและชีสขลุกขลิกกำลังดี ทานกับเบคอนที่หอมๆ แล้ว อร่อยมากครับ สำหรับปริมาณนี่ ที่เห็นว่าจานเล็กๆ นี่บอกเวลามันเสิร์ฟมาในจานแบบเป็นหลุมครับ กินเสร็จมีจุกเลย แถมเบคอนให้มาเยอะด้วย มีกินในทุกๆ คำเลยครับ
ได้มีโอกาสพูดคุยกับเชฟหลังทานเสร็จ เป็นกันเองมากครับ เลยได้รู้ความลับว่าแต่เดิมเคยเป็นเชฟอยู่ที่โรงแรม Mandarin Oriental มากว่า 30 ปี แต่เชฟเบื่อเลยอยากออกมาลองทำอะไรเองดูครับ แหม่ มื้อนี้เรียกได้ว่าได้ทานอาหารระดับ 5 ดาวในราคาย่อมเยาแบบนี้ หาไม่ได้ง่ายๆ เลยนะครับ
กินสปาเกตตี้เสร็จอิ่มๆ เราก็อยากมานั่งพักหนีแดดร้อนกันหน่อย เลยเลือกร้าน Café ที่มีชื่อเสียงในเรื่อง Chocolate เชื่อว่าเพื่อนๆ ต้องรู้จักแน่นอน ร้านนี้ใช้ Cocoa ที่ปลูกใน จ.นครศรีธรรมราชเป็นวัตถุดิบในการรังสรรค์เมนูต่างๆ จน Chocolate bar ของทางร้านไปชนะเลิศในการแข่งขันระดับโลกมาแล้ว เรียกได้ว่าไม่ธรรมดาจริงๆ
วันนี้เลยต้องมาหาโอกาสลองทาน Chocolate ของร้านนี้ซักหน่อย เลยสั่ง Signature Iced Chocolate (100.-) มาทานครับ ราคาไม่ได้แพงเลยถ้าเราเทียบกับร้านเครื่องดื่มระดับ Top ต่างๆ แถมยังได้มีโอกาสอุดหนุนคนไทยที่มีความสามารถโดดเด่น และเกษตรกรปลูก Cocoa ไทยอีกด้วยครับ หลังจากจ่ายเงินเสร็จแล้วรอเครื่องดื่ม ก็สามารถยืนดูพนักงานเตรียมเครื่องดื่มของเราได้ที่ Counter เลยครับ
รอไม่นานมากครับ เพราะองค์ประกอบส่วนใหญ่ก็เตรียมไว้แล้ว เพียงแค่เอามาใส่แก้วเท่านั้น ไม่นานพนักงานก็เอามาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะครับ หน้าตาน่ากินมาก โดยด้านล่างสุดจะเป็นโกโก้แบบเข้มข้นรสชาติหวานกำลังดี (ปกติผมเป็นคนไม่ทานหวานเท่าไหร่ สั่งเครื่องดื่มสั่งหวานน้อยประจำ แต่ที่นี่หวานกำลังพอดีจริงๆ ครับ) ด้านบนเป็นนมสด แล้ว Top มาด้วย Dark Chocolate ฝานละเอียดที่รสชาติตัดกับโกโก้เข้มข้นด้านล่างกำลังดี แก้วนี้คือลงตัวมากครับ
หลังจากจิบ Chocolate เพลินๆ แล้วนั่งทำงานที่คาเฟ่จนถึงเย็น ก็ไปทานอาหารต่อกับเพื่อนครับ เพื่อนอยากกินผัดไทย แต่ผมนี่ ส่วนตัวไม่ชอบของทิพย์สมัยเลยครับ ลองหาร้านทางเลือกย่านนี้เลยไปเจอกับร้านนี้ครับ ได้รางวัล Bib Gourmard จาก Michelin Guide ปีล่าสุดมาด้วยครับ เดินไม่ไกลจากโรงเรียนสตรีวิทยาก็ถึงหน้าร้านที่ตกแต่งด้วยไฟนีออนรูปเปลวไฟขนาดใหญ่ครับ
ร้านนี้ดำเนินการโดยเชฟ Andy Yang ที่เปิดร้านอาหารไทยใน New York แล้วได้ Michelin Star มาแล้ว แต่รอบนี้มาเปิดร้านผัดไทยเดี่ยวๆ ใน กทม. ให้คนไทยได้ลองชิมฝีมือกันบ้างครับ ตอนแรกก็งง เห็นนามสกุล Yang นี่คนจีนป่าววะ ฮ่าๆๆ แต่ไม่ใช่ครับ จริงๆ เชฟนามสกุลยังเอกสกุล ไปต่างประเทศเลยย่อให้ฝรั่งเรียกง่ายๆ เป็น Yang ไป
มื้อนี้ทานผัดไทยทั้งที ขอทานคู่กับน้ำอัดลมเหมือนเดิมครับแก้เลี่ยน เลยจัดโค๊กมา 1 กระป๋อง (20.-)
มื้อนี้ผมสั่งเมนูที่ Basic ที่สุดของร้านก็คือ “ผัดไทยไฟทะลุ” (75.-) ครับ เส้นผัดไทยผัดมาได้สีน้ำตาลสวย เหนียวนุ่มกำลังดีเลย ให้อารมณ์ Al Dente มากครับ คลุกเคล้ามากับน้ำมะขามเปียกอร่อยดี ใครอยากได้ความเปรี้ยวเพิ่มก็บีบมะนาวลงไปได้ นอกจากนี้ยังมีวัตถุดิบอื่นๆ เช่นเต้าหู้ หมูสับซึ่งจะมีความเกรียมนิดๆ เพราะทางร้านใช้ไฟความร้อนสูงในการผัด แต่ก็หอมดีครับ ร้านยังเสิร์ฟมาพร้อมกับกากหมูเจียวและถั่วลิสง ยิ่งช่วยในการเพิ่ม Texture ของจานนี้มากขึ้นไปอีกครับ
นอกจากนี้ยังได้สั่ง “โคตรคอหมู” (160.-) มาแบ่งกันทานอีกครับ โดยร้านใช้เนื้อหมูพันธุ์ Berkshire 1 ขีดมาหมักกับผัดชี พริกไทย และซิอิ้วขาว หลังจากนั้นมารมควันกับถ่าน Charcoal แล้วเอามาเผาต่อจนหอมครับ จานนี้ก่อนสั่งทางร้านจะแจ้งมาว่าติดมันเยอะหน่อย ใครไม่ชอบอาจจะเลี่ยงเมนูนี้ได้นะครับ แต่สำหรับผมแล้วอร่อยมากครับ หมูปรุงมาได้นุ่มกำลังดี มีกลิ่นหอม ยิ่งพอมาจิ้มกับน้ำจิ้มเปรี้ยวเผ็ดของทางร้านแล้วนั้น รสชาติอร่อยมากครับ
ก็จบเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับสำหรับรีวิวฉบับนี้ ใครสนใจร้านไหน ไปลองชิมกันได้นะครับ เดินทางไม่ยากเลย นั่งรถเมล์มาลงแถวถนนราชดำเนินกลางแล้วเดินต่อไม่ไกลครับ ร้านวันนี้ทั้งหมดเป็นร้านเล็กๆ อาจจะต้องทำใจรอคิวหน่อยนะครับถ้าบังเอิญไปในช่วงคนเยอะพอดี แต่ร้านเหล่านี้ก็ล้วนดำเนินการโดยคนไทยที่มีความสามารถครับ ถ้าเป็นไปได้ก็อย่าลืมไปช่วยกันอุดหนุนคนไทยด้วยกันนะครับ
สามารถเข้าไปกดไลค์กันได้ตามลิ้งค์นี้เลยครับ https://www.facebook.com/dinnerxplorer/ ฝากด้วยนะครับ
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้