ขอบคุณทุกคนที่อ่านเรื่องนี้นะคะ
ขอบคุณ คุณลิ ลายลิขิต, คุณ พวงดารา, คุณนัน turtle_cheesecake, น้องดาว Lady Star 919, คุณ ป้าทุยบ้านทุ่ง, น้องมัด ฮิปโปโปตัวโตพุงโลชะมัด คุณซูซี่, Susisiri, คุณนะ เป่าชาง, จารย์จี GTW
ขอบคุณทุกคะแนนโหวตด้วยค่ะ
บทก่อนหน้าค่ะ
บทนำ
https://pantip.com/topic/36387078
บทที่ 1
https://pantip.com/topic/36392612
บทที่ 2
https://pantip.com/topic/36400065
บทที่ 3
https://pantip.com/topic/36407292
บทที่ 4
https://pantip.com/topic/36411315
บทที่ 5
https://pantip.com/topic/36419344
บทที่ 6
https://pantip.com/topic/36427179
บทที่ 7
พราวไหมใจหายวูบเมื่อมองผ่านลวดลายโปร่งที่ประตูใหญ่หน้าบ้านเข้าไปเห็นรถสีขาวที่ลานจอด บริเวณนั้นลึกเข้าไปทางด้านหลังของตัวบ้าน แสดงว่าเจ้าของไม่ใช่แขกที่เพียงมาเยี่ยมเยียน แต่เป็นของคนซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่น ผู้ชายร่างสันทัดกำลังขัดถูรถคันหรูราคาสูงลิ่วนั้นอย่างทะนุถนอมยิ่งช่วยยืนยัน
พอเห็นก็หันขวับมาทางคนซึ่งนั่งขับรถอยู่ข้างๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ เห็นสายตาคมกำลังจ้องเขม็งไปในทิศทางเดียวกัน เสียงทุ้มๆที่พึมพำขึ้นมาลอยๆ นั้นเครียดเคร่ง
“ไหนว่าจะกลับพรุ่งนี้เย็น”
หญิงสาวแน่ใจว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะพูดด้วย จึงได้เงียบเสีย ใจเต้นแรงแทบจะโลดออกมานอกอกด้วยความประหวั่นพรั่นพรึง ความวิตกกังวลท่วมท้นเสียจนไม่มีกะจิตกะใจแม้แต่จะเอ่ยปากพูดอะไรเสียด้วยซ้ำ
รถซึ่งกำลังชะลอเพื่อเข้าจอดเทียบหน้าประตูกลับถอยหลัง แล้วหักหัวเข้าหาแทน
“พี่จะเข้าไปส่งข้างใน”
เขาบอกให้รู้ขณะเอี้ยวตัวไปมองหลังรถ ครั้งแรกตั้งใจจะส่งหญิงสาวลงที่หน้าประตูบ้านแล้วรีบไปหาแม่ในเมื่อใกล้เวลานัดเต็มทีแล้ว แต่ตอนนี้รู้ว่าถ้าทำเช่นนั้นก็คงไม่สบายใจไปตลอดวัน ไปดูท่าทีของผู้เป็นบิดาเสียสักนิดน่าจะดีกว่า
"พราวไปเปิดประตูเองค่ะ"
พราวไหมเสนอแล้วเปิดประตูก้าวลง
ปกติประตูใหญ่เป็นประตูอัตโนมัติซึ่งเปิดปิดได้จากภายในบ้านและจากอุปกรณ์ในรถคันใหญ่ของผู้เป็นเจ้าของ ในเวลาเดียวกัน ผู้อยู่อาศัยรู้วิธีเปิดจากภายนอกได้ด้วยตัวเองเช่นกัน
ภาษิตมองตามจนร่างอ้อนแอ้นลงจากรถเรียบร้อยแล้ว จึงดึงเอาโทรศัพท์มือถือมากดหาเบอร์โทร เพียงไม่นานก็มีคนรับสาย
“ป้าจัน คุณแม่อยู่แถวนั้นหรือเปล่า…ไม่ต้องฮะไม่ต้อง ป้าช่วยบอกคุณแม่ด้วยก็แล้วกันว่าผมคงมาถึงช้าหน่อย…ฮะ...ฮะ...แค่นี้นะป้า”
จำนง…คนขับรถประจำบ้านเขม้นมองเมื่อเห็นว่ามีคนทำอะไรลับๆ ล่อๆ อยู่นอกประตู พอเห็นว่าใครกำลังสอดมือผ่านลวดลายเหล็กดัดเข้ามาเพื่อดึงกลอนจากห่วงเหล็ก ก็กดปุ่มเปิดประตูอัตโนมัติจากในรถให้ แล้ววิ่งเหยาะๆ มาต้อนรับ
"พ่อมาถึงนานแล้วหรือจำนง" ภาษิตทักทายด้วยคำถามเมื่อจอดรถเรียบร้อย
"คุณท่านมาถึงได้สักชั่วโมงกว่าๆ แล้วครับคุณ"
คนซึ่งสถาปนิกหนุ่มถามถึงนั่งอยู่บนเก้าอี้ยาวตัวใหญ่ข้างสระว่ายน้ำหลังบ้าน ในมือมีโทรศัพท์แนบอยู่กับหู ข้างกายมีหญิงสาววัยลูกนอนเหยียดยาว ร่างโปร่งได้สัดส่วนอยู่ในชุดบิกินี่สีส้มสดใส ดูสว่างโพลงแข่งกับแสงแดดที่เต้นระยิบอยู่นอกร่มผ้าใบคันใหญ่
ภูมิเหลียวมองเมื่อเห็นชายหนุ่มหญิงสาวซึ่งเดินตามกันออกมาจากภายในบ้าน ตาจับนิ่งอยู่ที่ร่างบอบบางที่อยู่ทางด้านหลังของลูกชายคนรอง
ผู้หญิงคนนั้นแม้ไม่อวบอัดในแบบที่ตัวชอบ แต่เรือนร่างอรชรมีส่วนเว้าส่วนโค้งครบครัน เอวบางรับกับสะโพกผายพองามนั้นสะดุดตาไม่น้อยไปกว่ากัน เมื่อประกอบเข้ากับผิวพรรณผุดผ่อง เนียนละเอียดซึ่งในเวลานี้เรื่อชมพูอ่อนจางหลังจากที่ไปอยู่เมืองหนาวมาสองปีร่วมด้วยแล้ว เธอน่าปรารถนาเสียยิ่งกว่าคนที่นอนเกือบเหมือนเปลือยอยู่ข้างๆ เสียด้วยซ้ำ ใบหน้ากระจ่างงาม หวานปานจะหยดนั้นก็อีก มารดาของหญิงสาวซึ่งเมื่อกว่าสิบปีก่อนเคยสวยจับตาจับใจสักเพียงไร ก็ยังเทียบไม่ได้
ที่สำคัญ ทั้งหมดที่เห็นคือของแท้ รู้แน่ว่าไม่มีอะไรแม้เพียงอย่างเดียวที่เกิดจากศัลยกรรมตกแต่งเหมือนที่สาวๆ สมัยนี้นิยมกัน ทุกวันนี้แทบจะบอกไม่ได้เสียแล้วว่าอะไรคือของจริง อะไรของเทียม
ภูมิออกจะประหลาดใจเมื่อกลับถึงบ้านแล้วรู้จากพรพรรณว่าลูกชายคนรองพาหญิงสาวผู้เป็นเสมือนลูกเลี้ยงของตัวเองออกไปกินอาหารข้างนอก สองคนนี้ไม่เคยสนิทสนมกันถึงขั้นนั้น แทบจะไม่เคยพูดคุยกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเลยด้วยซ้ำกระมัง
"ไปไหนกันมาล่ะนั่น" เขาร้องทักไปอย่างนั้นเอง ไม่ได้สนใจคำตอบจริงๆ จังๆ เสียด้วยซ้ำ
พราวไหมยกมือขึ้นไหว้ชายสูงอายุผู้เป็นสามีของมารดา ตะครั่นตะครอกับสายตาที่เอาแต่จ้องมองอย่างสำรวจตรวจตรา ไม่แม้แต่จะพยายามปกปิดความพึงพอใจที่สะท้อนชัดออกมาให้เห็น
พอเบี่ยงเบนสายตาไปทางหญิงสาวบนเก้าอี้ ก็เห็นว่ากำลังหยัดกายขึ้นด้วยแขนซ้าย แล้วเอี้ยวตัวมามอง หล่อนขยับลุกขึ้นนั่งทันควันเมื่อเห็นว่าเป็นใคร กะประมาณว่าอายุคงเท่าๆ กัน หรือถ้ามากกว่า ก็คงเพียงไม่กี่ปี
ถ้าคุณภูมิเพิ่งกลับจากพัทยา ก็เดาได้ไม่ยากว่าคงผู้หญิงคนนี้เองที่แม่เคยบอกให้รู้
"พี่ที่รู้จักกันเลี้ยงฉลองพราวเรียบจบครับพ่อ"
คำตอบของลูกชายแม้ฟังดูสุภาพ หากก็ยังไม่วายสะท้อนชัดถึงความห่างเหิน
ภาษิตเป็นลูกแม่อย่างแท้จริง แม้จะทำงานกับพ่อเป็นส่วนใหญ่ แต่ถ้าว่ากันถึงความเคารพนับถือแล้ว แทบจะไม่มีให้เลยทีเดียว
เขามองเลยไปทางผู้หญิงบนเก้าอี้ยาวตัวเดียวกันนั้นเพียงแวบเดียว ไม่คิดแม้แต่จะทักทาย
เมื่อกลับมาที่บิดา ก็ระอาใจกับผิวหน้าเรียบตึงพอๆ กับคนซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ นั่นเป็นผลมาจากการดึงหน้ารอบสองเมื่อปีก่อน ร่างอวบท้วม มีเสื้อเชิ้ตปล่อยชายสีฉูดฉาดสวมอยู่ครึ่งๆ เมื่อไม่ได้กลัดกระดุม จึงเห็นหน้าท้องรำไร นั่นก็ผ่านมีดหมอมาแล้วเช่นกัน จะเป็นการดูดไขมันและตัดแต่งผิวครั้งที่สองที่สามหรือที่สี่เขาก็คร้านจะจำ รู้แต่ว่าพ่อยึดเตียงคนไข้และเครื่องมือผ่าตัดเป็นตัวช่วยต่อสู้กับธรรมชาติของร่างกายมานานแล้ว นานจนน่าเป็นห่วงว่าไม่วันใดก็วันหนึ่งสังขารที่ร่วงโรยขึ้นตามวัยนี้จะรับไม่ไหวอีก
พ่อไม่ยอมแก่ ภาษิตรู้ดี หญิงสาวรุ่นลูกรุ่นหลานนับคนไม่ถ้วนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของท่านเป็นเครื่องยืนยันความ 'ไม่ยอมแก่' อีกทางหนึ่ง หากกระนั้นตัวฟ้องอายุก็มีให้เห็นอยู่ทั่วไป ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเลยทีเดียว นับแต่กล้ามเนื้อใต้แขนและขาที่เหี่ยวห้อย รวมถึงรอยคล้ำเป็นจุดๆตามผิวหนัง และรอยย่นบริเวณลำคอ ตัดกับผมซึ่งย้อมเสียดำสนิท
"ผมเพียงแวะเอาพราวกลับมาส่งเท่านั้นครับ” ไม่พลาดสายตาโลมเลียที่พ่อใช้กับหญิงสาวคนซึ่งออกมาหยุดยืนสงบเสงี่ยมเยื้องไปข้างหลังเขาหรอก
“มีนัดกับแม่บ่ายนี้ ผมคงต้องรีบไป"
ภาษิตลดสายตาลงดูนาฬิกาที่ข้อมือ เห็นว่าเลยเวลานัดไปแล้วร่วมห้านาที
"เออ…เออ…ไปเถอะ"
คนเป็นพ่อเพียงยกมือข้างที่ว่างขึ้นสะบัดน้อยๆ เป็นเชิงรับรู้ อีกมือยกโทรศัพท์ขึ้นสั่งงานต่อ การพูดคุยระหว่างพ่อลูกเป็นเช่นนี้มานาน ถ้าไม่เกี่ยวกับเรื่องงานเสียแล้ว น้อยครั้งมากที่จะพูดกันได้เกินสามประโยค
นัยน์ตาคมตวัดไปทางผู้หญิงบนม้ายาวตัวเดียวกับพ่ออีกครั้ง พยักหน้าให้น้อยๆ เป็นเชิงบอกลา แล้วแตะแขนหญิงสาวคนซึ่งยืนอยู่ข้างๆ เป็นเชิงบอกใบ้ให้ตามมาด้วย
“แฟนของคุณรองหรือคะท่าน”
ภูมิตอบโดยไม่ยอมมองคนถาม สายตามัวแต่ติดตามเรือนกายบอบบางที่กำลังเดินเข้าประตู
“ลูกสาวพรพรรณ”
คนถามกำลังมองไปในทิศทางเดียวกัน แต่เป้าสายตาต่างกับอีกฝ่าย ร่างสูงสง่า ล่ำสันนั่นต่างหากที่หล่อนสนใจ ก่อนหน้านี้เคยเห็น ‘คุณรอง’ เพียงครั้งเดียว แต่เพียงครั้งเดียวนั่นก็เพียงพอแล้วที่จะสร้างความประทับใจให้ได้มากมายจนล้นเลยทีเดียว
ระบำเงา (บทที่ 7)
ขอบคุณ คุณลิ ลายลิขิต, คุณ พวงดารา, คุณนัน turtle_cheesecake, น้องดาว Lady Star 919, คุณ ป้าทุยบ้านทุ่ง, น้องมัด ฮิปโปโปตัวโตพุงโลชะมัด คุณซูซี่, Susisiri, คุณนะ เป่าชาง, จารย์จี GTW
ขอบคุณทุกคะแนนโหวตด้วยค่ะ
บทก่อนหน้าค่ะ
บทนำ https://pantip.com/topic/36387078
บทที่ 1 https://pantip.com/topic/36392612
บทที่ 2 https://pantip.com/topic/36400065
บทที่ 3 https://pantip.com/topic/36407292
บทที่ 4 https://pantip.com/topic/36411315
บทที่ 5 https://pantip.com/topic/36419344
บทที่ 6 https://pantip.com/topic/36427179
พราวไหมใจหายวูบเมื่อมองผ่านลวดลายโปร่งที่ประตูใหญ่หน้าบ้านเข้าไปเห็นรถสีขาวที่ลานจอด บริเวณนั้นลึกเข้าไปทางด้านหลังของตัวบ้าน แสดงว่าเจ้าของไม่ใช่แขกที่เพียงมาเยี่ยมเยียน แต่เป็นของคนซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่น ผู้ชายร่างสันทัดกำลังขัดถูรถคันหรูราคาสูงลิ่วนั้นอย่างทะนุถนอมยิ่งช่วยยืนยัน
พอเห็นก็หันขวับมาทางคนซึ่งนั่งขับรถอยู่ข้างๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ เห็นสายตาคมกำลังจ้องเขม็งไปในทิศทางเดียวกัน เสียงทุ้มๆที่พึมพำขึ้นมาลอยๆ นั้นเครียดเคร่ง
“ไหนว่าจะกลับพรุ่งนี้เย็น”
หญิงสาวแน่ใจว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะพูดด้วย จึงได้เงียบเสีย ใจเต้นแรงแทบจะโลดออกมานอกอกด้วยความประหวั่นพรั่นพรึง ความวิตกกังวลท่วมท้นเสียจนไม่มีกะจิตกะใจแม้แต่จะเอ่ยปากพูดอะไรเสียด้วยซ้ำ
รถซึ่งกำลังชะลอเพื่อเข้าจอดเทียบหน้าประตูกลับถอยหลัง แล้วหักหัวเข้าหาแทน
“พี่จะเข้าไปส่งข้างใน”
เขาบอกให้รู้ขณะเอี้ยวตัวไปมองหลังรถ ครั้งแรกตั้งใจจะส่งหญิงสาวลงที่หน้าประตูบ้านแล้วรีบไปหาแม่ในเมื่อใกล้เวลานัดเต็มทีแล้ว แต่ตอนนี้รู้ว่าถ้าทำเช่นนั้นก็คงไม่สบายใจไปตลอดวัน ไปดูท่าทีของผู้เป็นบิดาเสียสักนิดน่าจะดีกว่า
"พราวไปเปิดประตูเองค่ะ"
พราวไหมเสนอแล้วเปิดประตูก้าวลง
ปกติประตูใหญ่เป็นประตูอัตโนมัติซึ่งเปิดปิดได้จากภายในบ้านและจากอุปกรณ์ในรถคันใหญ่ของผู้เป็นเจ้าของ ในเวลาเดียวกัน ผู้อยู่อาศัยรู้วิธีเปิดจากภายนอกได้ด้วยตัวเองเช่นกัน
ภาษิตมองตามจนร่างอ้อนแอ้นลงจากรถเรียบร้อยแล้ว จึงดึงเอาโทรศัพท์มือถือมากดหาเบอร์โทร เพียงไม่นานก็มีคนรับสาย
“ป้าจัน คุณแม่อยู่แถวนั้นหรือเปล่า…ไม่ต้องฮะไม่ต้อง ป้าช่วยบอกคุณแม่ด้วยก็แล้วกันว่าผมคงมาถึงช้าหน่อย…ฮะ...ฮะ...แค่นี้นะป้า”
จำนง…คนขับรถประจำบ้านเขม้นมองเมื่อเห็นว่ามีคนทำอะไรลับๆ ล่อๆ อยู่นอกประตู พอเห็นว่าใครกำลังสอดมือผ่านลวดลายเหล็กดัดเข้ามาเพื่อดึงกลอนจากห่วงเหล็ก ก็กดปุ่มเปิดประตูอัตโนมัติจากในรถให้ แล้ววิ่งเหยาะๆ มาต้อนรับ
"พ่อมาถึงนานแล้วหรือจำนง" ภาษิตทักทายด้วยคำถามเมื่อจอดรถเรียบร้อย
"คุณท่านมาถึงได้สักชั่วโมงกว่าๆ แล้วครับคุณ"
คนซึ่งสถาปนิกหนุ่มถามถึงนั่งอยู่บนเก้าอี้ยาวตัวใหญ่ข้างสระว่ายน้ำหลังบ้าน ในมือมีโทรศัพท์แนบอยู่กับหู ข้างกายมีหญิงสาววัยลูกนอนเหยียดยาว ร่างโปร่งได้สัดส่วนอยู่ในชุดบิกินี่สีส้มสดใส ดูสว่างโพลงแข่งกับแสงแดดที่เต้นระยิบอยู่นอกร่มผ้าใบคันใหญ่
ภูมิเหลียวมองเมื่อเห็นชายหนุ่มหญิงสาวซึ่งเดินตามกันออกมาจากภายในบ้าน ตาจับนิ่งอยู่ที่ร่างบอบบางที่อยู่ทางด้านหลังของลูกชายคนรอง
ผู้หญิงคนนั้นแม้ไม่อวบอัดในแบบที่ตัวชอบ แต่เรือนร่างอรชรมีส่วนเว้าส่วนโค้งครบครัน เอวบางรับกับสะโพกผายพองามนั้นสะดุดตาไม่น้อยไปกว่ากัน เมื่อประกอบเข้ากับผิวพรรณผุดผ่อง เนียนละเอียดซึ่งในเวลานี้เรื่อชมพูอ่อนจางหลังจากที่ไปอยู่เมืองหนาวมาสองปีร่วมด้วยแล้ว เธอน่าปรารถนาเสียยิ่งกว่าคนที่นอนเกือบเหมือนเปลือยอยู่ข้างๆ เสียด้วยซ้ำ ใบหน้ากระจ่างงาม หวานปานจะหยดนั้นก็อีก มารดาของหญิงสาวซึ่งเมื่อกว่าสิบปีก่อนเคยสวยจับตาจับใจสักเพียงไร ก็ยังเทียบไม่ได้
ที่สำคัญ ทั้งหมดที่เห็นคือของแท้ รู้แน่ว่าไม่มีอะไรแม้เพียงอย่างเดียวที่เกิดจากศัลยกรรมตกแต่งเหมือนที่สาวๆ สมัยนี้นิยมกัน ทุกวันนี้แทบจะบอกไม่ได้เสียแล้วว่าอะไรคือของจริง อะไรของเทียม
ภูมิออกจะประหลาดใจเมื่อกลับถึงบ้านแล้วรู้จากพรพรรณว่าลูกชายคนรองพาหญิงสาวผู้เป็นเสมือนลูกเลี้ยงของตัวเองออกไปกินอาหารข้างนอก สองคนนี้ไม่เคยสนิทสนมกันถึงขั้นนั้น แทบจะไม่เคยพูดคุยกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเลยด้วยซ้ำกระมัง
"ไปไหนกันมาล่ะนั่น" เขาร้องทักไปอย่างนั้นเอง ไม่ได้สนใจคำตอบจริงๆ จังๆ เสียด้วยซ้ำ
พราวไหมยกมือขึ้นไหว้ชายสูงอายุผู้เป็นสามีของมารดา ตะครั่นตะครอกับสายตาที่เอาแต่จ้องมองอย่างสำรวจตรวจตรา ไม่แม้แต่จะพยายามปกปิดความพึงพอใจที่สะท้อนชัดออกมาให้เห็น
พอเบี่ยงเบนสายตาไปทางหญิงสาวบนเก้าอี้ ก็เห็นว่ากำลังหยัดกายขึ้นด้วยแขนซ้าย แล้วเอี้ยวตัวมามอง หล่อนขยับลุกขึ้นนั่งทันควันเมื่อเห็นว่าเป็นใคร กะประมาณว่าอายุคงเท่าๆ กัน หรือถ้ามากกว่า ก็คงเพียงไม่กี่ปี
ถ้าคุณภูมิเพิ่งกลับจากพัทยา ก็เดาได้ไม่ยากว่าคงผู้หญิงคนนี้เองที่แม่เคยบอกให้รู้
"พี่ที่รู้จักกันเลี้ยงฉลองพราวเรียบจบครับพ่อ"
คำตอบของลูกชายแม้ฟังดูสุภาพ หากก็ยังไม่วายสะท้อนชัดถึงความห่างเหิน
ภาษิตเป็นลูกแม่อย่างแท้จริง แม้จะทำงานกับพ่อเป็นส่วนใหญ่ แต่ถ้าว่ากันถึงความเคารพนับถือแล้ว แทบจะไม่มีให้เลยทีเดียว
เขามองเลยไปทางผู้หญิงบนเก้าอี้ยาวตัวเดียวกันนั้นเพียงแวบเดียว ไม่คิดแม้แต่จะทักทาย
เมื่อกลับมาที่บิดา ก็ระอาใจกับผิวหน้าเรียบตึงพอๆ กับคนซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ นั่นเป็นผลมาจากการดึงหน้ารอบสองเมื่อปีก่อน ร่างอวบท้วม มีเสื้อเชิ้ตปล่อยชายสีฉูดฉาดสวมอยู่ครึ่งๆ เมื่อไม่ได้กลัดกระดุม จึงเห็นหน้าท้องรำไร นั่นก็ผ่านมีดหมอมาแล้วเช่นกัน จะเป็นการดูดไขมันและตัดแต่งผิวครั้งที่สองที่สามหรือที่สี่เขาก็คร้านจะจำ รู้แต่ว่าพ่อยึดเตียงคนไข้และเครื่องมือผ่าตัดเป็นตัวช่วยต่อสู้กับธรรมชาติของร่างกายมานานแล้ว นานจนน่าเป็นห่วงว่าไม่วันใดก็วันหนึ่งสังขารที่ร่วงโรยขึ้นตามวัยนี้จะรับไม่ไหวอีก
พ่อไม่ยอมแก่ ภาษิตรู้ดี หญิงสาวรุ่นลูกรุ่นหลานนับคนไม่ถ้วนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของท่านเป็นเครื่องยืนยันความ 'ไม่ยอมแก่' อีกทางหนึ่ง หากกระนั้นตัวฟ้องอายุก็มีให้เห็นอยู่ทั่วไป ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเลยทีเดียว นับแต่กล้ามเนื้อใต้แขนและขาที่เหี่ยวห้อย รวมถึงรอยคล้ำเป็นจุดๆตามผิวหนัง และรอยย่นบริเวณลำคอ ตัดกับผมซึ่งย้อมเสียดำสนิท
"ผมเพียงแวะเอาพราวกลับมาส่งเท่านั้นครับ” ไม่พลาดสายตาโลมเลียที่พ่อใช้กับหญิงสาวคนซึ่งออกมาหยุดยืนสงบเสงี่ยมเยื้องไปข้างหลังเขาหรอก
“มีนัดกับแม่บ่ายนี้ ผมคงต้องรีบไป"
ภาษิตลดสายตาลงดูนาฬิกาที่ข้อมือ เห็นว่าเลยเวลานัดไปแล้วร่วมห้านาที
"เออ…เออ…ไปเถอะ"
คนเป็นพ่อเพียงยกมือข้างที่ว่างขึ้นสะบัดน้อยๆ เป็นเชิงรับรู้ อีกมือยกโทรศัพท์ขึ้นสั่งงานต่อ การพูดคุยระหว่างพ่อลูกเป็นเช่นนี้มานาน ถ้าไม่เกี่ยวกับเรื่องงานเสียแล้ว น้อยครั้งมากที่จะพูดกันได้เกินสามประโยค
นัยน์ตาคมตวัดไปทางผู้หญิงบนม้ายาวตัวเดียวกับพ่ออีกครั้ง พยักหน้าให้น้อยๆ เป็นเชิงบอกลา แล้วแตะแขนหญิงสาวคนซึ่งยืนอยู่ข้างๆ เป็นเชิงบอกใบ้ให้ตามมาด้วย
“แฟนของคุณรองหรือคะท่าน”
ภูมิตอบโดยไม่ยอมมองคนถาม สายตามัวแต่ติดตามเรือนกายบอบบางที่กำลังเดินเข้าประตู
“ลูกสาวพรพรรณ”
คนถามกำลังมองไปในทิศทางเดียวกัน แต่เป้าสายตาต่างกับอีกฝ่าย ร่างสูงสง่า ล่ำสันนั่นต่างหากที่หล่อนสนใจ ก่อนหน้านี้เคยเห็น ‘คุณรอง’ เพียงครั้งเดียว แต่เพียงครั้งเดียวนั่นก็เพียงพอแล้วที่จะสร้างความประทับใจให้ได้มากมายจนล้นเลยทีเดียว