คุณ 844999 ครับ ผมว่าคุณไม่เข้าใจนะครับ ไปเคลิ้มแต่กับพวก ปชป. ผสม ป.ป.ช. เลยจับประเด็นไม่ได้

กระทู้สนทนา
จากทู้  http://pantip.com/topic/32954496



ผมว่าคุณ (และกองเชียร์ ปชป. - สลิ่มชนทั้งหลาย)  ไม่เข้าใจประเด็นนะครับ

ผมจะสาธยายให้ฟังอีกครั้ง  ยังงี้ครับ

เรื่องแรก  
เห็นไหมครับ  ว่าทำไมอัยการสูงสุดจึงเห็นต่างกับ ป.ป.ช. ในเรื่องสั่งฟ้องนายกฯยิ่งลักษณ์
ก็เพราะ ป.ป.ช. หลักฐานอ่อน  จะฟ้องในข้อหาปล่อยปละละเลยว่าให้มีการทุจริต
แต่หลักฐานการทุจริตอ่อน  ไม่รู้ใครทุจริต  ทุจริตยังไง  ยังไม่ชัดเจนเลย  แต่มุ่งฟัองระดับนโยบายแล้ว
แถมสอบพยานไม่ครบ  พยานซึ่งสมควรสอบ  เพื่อให้ไต่สวนข้อเท็จจริงครบถ้วนรอบด้าน
อัยการสูงสุดขอให้สอบพยานเพิ่ม  ก็ไม่ยอม  เพราะเป็นพยานฝ่ายนายกฯยิ่งลักษณ์

เรื่องแบบนี้อัยการสูงสุดเขาเห็นครับ  ว่ามันอ่อน  เพราะถึงชั้นศาล  พยานที่ ป.ป.ช. ตัดออกนั้น
ก็ต้องขึ้นให้การอยู่ดี เพราะฝ่ายจำเลยต้องนำเสนอต่อศาลเพื่อขอสืบพยาน
มันก็จะทำให้การหักล้างหลักฐานของ ป.ป.ช. อ่อนยวบ  หลุดคดีเอาง่าย ๆ

แต่คงเพราะ ป.ป.ช. ทำงานแบบมีธง  และคงเชื่อว่าเมื่อคดีถึงชั้นศาล  "อำนาจนอกระบบ" ก็คงกำกับสั่งการอีก
ศาลอาจตัดพยาน หรือไม่รับฟังพยานหลักฐานฝ่ายจำเลย  พิพากษาว่าผิดไปเลยก็ได้

ผิดชนิดที่ว่า  ระดับปฏิบัติยังไม่โดนพิพากษา  แต่ฝ่ายนโยบายโดนแล้ว

มันหลุดโลกนะครับ

ซึ่งหากเป็นอย่างนั้น  ขัดหลักนิติธรรม  ขาดหลักนิติรัฐอย่างร้ายแรงเลยล่ะครับ
เพราะเมื่อเอาผิดฝ่ายนโยบายไปแล้ว  ฝ่ายปฏิบัติยังไงก็ต้องผิดตาม ไม่ผิดก็ต้องผิด ผิดน้อยก็ต้องผิดมาก
เพื่อให้สอดคล้องกับการเอาผิดระดับนโยบายไปก่อนแล้ว    
แบบนี้มันไม่ใช่ความยุติธรรมครับ  แต่มันคือการใช้กระบวนการยุติธรรมทำลายล้างกันทางการเมือง

ประเด็นที่อัยการสูงสุดขอความชัดเจน  
คือความเสียหายที่บอกว่านายกฯยิ่งลักษณ์ปล่อยปละละเลย ไม่ยับยั้งนั้น  คืออะไร  เสียหายจากอะไร

ป.ป.ช. บอกว่าเสียหายเพราะมีการโกง  มีการทุจริต  
อัยการสูงสุดเขาก็ถามอีกว่า  ทุจริตยังไง แบบไไหน  ใครทำ
ป.ป.ช. ก็บอกว่า  ถ้าอัยการสูงสุดเห็นหลักฐานแล้วจะเป็นลม    

มันคนละทีปกับหลักการทางคดีเลยครับเรื่องเป็นลมนี่  ไม่รู้พูดออกมาได้ไง  เหมือนเด็กเถียงเอาชนะ

แล้ว ป.ป.ช. ก็ส่งหลักฐานการทุจริตให้อัยการเพิ่ม
ตรงนี้แหละครับ  หลักฐานการทุจริตนี่แหละ  ที่ ป.ป.ช. อ้างนักอ้างหนานี่แหละ
มันแค่ "หลักฐานการกล่าวหา"  ซึ่งต้องพิสูจน์กันต่อไปว่าทุจริตจริงหรือไม่

ทีนี้  หากอัยการสูงสุด  เขาเห็นว่าหลักฐานแน่น  เขาคงสั่งฟ้องไปนานแล้ว  ไม่ใช่ติดแหง็กอยู่อย่างนี้

เห็นไหมครับ  เดือน ก.ย. 57  
นายวิชาว่าจะชี้มูลและส่งฟ้องนายบุญทรง เตยาภิรมย์  อดีต รมว.พาณิชย์ เดือน ต.ค.57
แต่ก็ทำไม่ได้  

วันก่อนนายวิชาออกมาพูดอีก  ว่าจะชี้มูลและส่งฟ้องนายบุญทรงภายในเดือน ธ.ค. 57
และจะเดินทางไปจีน  เพื่อขอหลักฐานเรื่องจีทูจี

เห็นไหมครับ  หลักฐานการเอาผิดระดับปฏิบัติยังทำไม่ได้เลย  ยังชี้มูลไม่ได้  ยังสอบไม่เสร็จ  หลักฐานยังไม่ครบ
แต่ดันต้องฟ้องระดับนโยบายว่าปล่อยปละละเลยให้ได้

เรื่องแบบนี้ไม่เห็นเหรอครับว่า  มันพิลึก  มันไม่ปกติ  มันไม่ยุติธรรม

ผมกล้าพูดเลยว่า ที่ ป.ป.ช. ดันทุรังมั่วได้ขนาดนี้  เพราะทำงานแบบมีธง มีอำนาจนอกระบบคุมหลังให้
หวังส่งฟ้อง  ให้เรื่องถึงศาลให้ได้  เพื่อจะได้สั่งให้ศาลเล่นงานเอาผิดให้ได้



เรื่องที่สอง   เรื่องดิสเครดิต ปชป.
เรื่องนี้  บอกตามตรงครับ  ปชป. น่ะ  มีอะไรให้ดิสเครดิตเหรอครับ ?

ปชป. นี่  ผมเห็นว่า เป็นพรรคการเมืองที่ไร้ความน่าเชื่อถือที่สุดในโลกครับ
มีพรรคการเมืองที่ไหนในโลก  เอาคนหนีทหารมาเป็นหัวหน้าพรรค


สิ้นคิดและไร้ยางอายกันทั้งพรรค ทั้งหัวหงอกหัวดำ

พรรคนี้ก็แค่นักการเมืองที่พูดเก่ง  โกหกเก่ง  แหลเก่ง   พูดสิบเรื่องจริงสักเรื่องนี่บุญหัวคนไทย

การอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาฯ  ใครจะเก่งเท่าพวก ปชป.  
แต่ถ้าคุณศึกษาสืบค้น  จะเห็นครับว่า  มันมีความจริงไม่ถึงสิบเปอร์เซนต์

พรรคนี้  เก่งในทางพูดทำลายคนอื่นครับ  จนได้ฉายา  พูดเอาดีใส่ตัว ยัดชั่วคนอื่น



เรื่องที่สาม  เรื่องคำอภิปรายไม่ไว้วางใจ
เรื่องนี้  ฝ่ายรัฐบาลยิ่งลักษณ์จะตอบโต้ได้หรือไม่ได้  มันคนละเรื่องครับกับหลักฐานการฟ้องของ ป.ป.ช.

การอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น  คือ "การกล่าวหา" ครับ  
ปชป. พูดเก่ง  ทำให้ประชาชนหลงเชื่อได้ง่าย  ว่าสิ่งที่อภิปรายนั้นคือเรื่องจริง  มีหลักฐานจริง

พูดเก่งแค่ไหน  ก็ขนาดอภิสิทธิ์มีสองสัญชาติ  หนีทหาร  นายร้อยเก๊   ซึ่งมีหลักฐานชนิดดิ้นไม่ได้
พวก ปชป. ยังตอบในสภาฯ ซะจนสลิ่มชนเชื่อกันเต็มสมองอันพิการว่า  ไม่มีสองสัญชาติ  ไม่ได้หนีทหาร  ไม่ได้เป็นนายร้อยเก๊

การอภิปรายไม่ไว้วางใจ  มันเป็นเรื่องทางการเมืองครับ  ที่ต้องพูดเก่ง  โกหกเก่ง  แหลคล่อง  ข้อมูลเป็นเรื่องรอง
มันต่างกับเรื่องการฟ้องร้องทางคดี  ที่เป็นเรื่องทางข้อกฎหมาย  แค่คำพูดคำกล่าวหาไม่พอ  ต้องมัดด้วยหลักฐาน

แล้ววันนี้  ป.ป.ช.  มีหลักฐานอะไรหรือยัง ?



เรื่อง ป.ป.ช. ที่พยายามเอาผิดนายกฯยิ่งลักษณ์ฐานปล่อยปละละเลยนี่  มันควรจะมีลำดับยังงี้ครับ

1. ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า  มีการทุจริต  ใครทุจริต  ทุจริตยังไง
     หากพิสูจน์ไม่ได้   ก็จบเรื่องไป  ฟ้องใครไม่ได้  ไม่ว่าระดับปฏิบัติหรือระดับนโยบาย
     หากมีหลักฐานชัด  มัดตัวคนทุจริตได้  ก็ต้องไปสู่ขั้นต่อไป  คือ

2. เมื่อมีการทุจริต  ก็ต้องดูว่า  นายกฯในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาตินั้น  ปล่อยปละละเลยหรือไม่
     หากมีหลักฐานว่าไม่ได้ปล่อยปละละเลย  มีการกำชับสั่งการป้องกันการทุจริต  ก็เอาผิดไม่ได้
     หากมีหลักฐานว่าไม่ได้กำชับ  ไม่ได้เน้นเรื่องป้องกันการทุจริต   ก็ต้องไปสู่ขั้นสาม  คือ

3. ต้องพิสูจน์เจตนาอีกว่า  นายกฯยิ่งลักษณ์มีเจตนาปล่อยปละละเลยหรือไม่  ต้องพิสูจน์เจตนาครับ ว่าเจตนาให้เกิดการโกงจริง ๆ
     ไม่ใช่จะเอาผิดได้เลย  ต้องพิสูจน์เจตนาให้เห็นชัดว่า  เจตนาให้เกิดการทุจริต
     เพราะข้าราชการการเมือง  ไม่มีเรื่องวินัยเหมือนข้าราชการประจำครับ
     ข้าราชการประจำ  ปล่อยปละละเลยโดยไม่เจตนา ก็ผิดวินัย  หากเจตนาก็ผิดกฎหมาย
     แต่ข้าราชการการเมือง  หากไม่เจตนา  ก็เอาผิดอะไรไม่ได้  แต่เป็นเรื่องความผิดพลาดขาดความเชื่อถือทางการเมือง
    


ผมว่าคุณ(และกองเชียร์ ปชป. - สลิ่มชน) เอาแต่เชื่อโดยไม่คิดไม่พิจารณาอะไรเลยครับ

พอ ปชป. บอกว่าผิด ๆ ๆ  ทุจริต ๆ ๆ  ก็เย้ว ๆ ตาม  
พอ ป.ป.ช. ว่าต้องฟ้อง ๆ  ต้องผิด ๆ  ก็เฮ้ว ๆ ตาม
ตามแบบไม่รู้ห่าน ไม่คิดอะไร  ไม่พิจารณาอะไร

ประเด็นมันอยู่ที่  ตอนนี้  ป.ป.ช. ดำเนินการตามลำดับขึ้นถึงไหนแล้ว
ใครทุจริต  ทุจริตยังไง  รู้หรือยัง ?
ถึงจะไปเอาผิดนายกฯ  ข้อหาปล่อยปละละเลย




ส่วนประเด็นที่ว่า  นายกฯยิ่งลักษณ์ไม่ยับยั้งความเสียหาย
ก็ถามว่า  ความเสียหายเกิดจากอะไรล่ะ ?

ไม่ใช้เห็นตัวเลขว่าขาดทุนห้าแสนกว่าล้านแล้ว  บอกว่านี่คือความเสียหายแน่ ๆ ทันที

เงินห้าแสนล้านนี่  ยังไม่รู้เลยครับว่าไปไหน  อยู่ในมือใคร
หากไปถึงชาวนา  โรงสี  โกดังเก็บข้าว  ฯลฯ   มันก็ไม่ใช่ความเสียหาย  แต่คือทุนในการดำเนินการตามนโยบาย
เงินก็ไปหมุนในวงจรเศรษฐกิจ  สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ  ซึ่งอาจหมุนจนสร้างมูลว่ามากกว่าห้าแสนล้านหลายเท่า


หรือหากขาดทุนจริง  ถือว่าเป็นความเสียหายจริง
ก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ามีการทุจริต  ไม่ใช่แค่บอกว่าเสียหายแล้วผิด

เพราะ ป.ป.ช. ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบนโยบายรัฐบาล

ตัวนโยบายจำนำข้าว เป็นนโยบายแห่งรัฐที่นายกฯยิ่งลักษณ์ได้แถลงต่อรัฐสภา
ตัวนโยบายไม่ผิดกฎหมาย  ไม่ว่ากฎหมายพรรคการเมือง และกฎหมายอื่น ๆ
เมื่อตัวนโยบายไม่ผิด  แล้วจะเอาผิดตรงไหนได้


ป.ป.ช. ไม่มีอำนาจหน้าที่สะเออะเข้าไปยุ่งในเรื่องนโยบาย
ต้นทุนนโยบายจะสูง  ใช้งบประมาณมากแค่ไหน  เป็นภาระด้านงบประมารเพียงใด   ป.ป.ช.ก็ยุ่งไม่ได้
ยุ่งได้แค่เรื่องการทุจริต ประพฤติมิชอบ

การอ้างว่า ทำหนังสือทักท้วงแล้ว  ก็แค่ทักท้วงครับ  ไมใช่รัฐบาลต้องทำตาม
ทักท้วงแล้ว  หากรัฐบาลมีการป้องกันการทุจริต  รัฐบาลเขาก็ไม่ผิด
หาก ป.ป.ช. อยากเอาผิด ก็ต้องหาหลักฐานมามัดว่ารัฐบาลทุจริตจริง   นายกฯ ปล่อยปละละเลยจริง ๆ

ไม่ใช่แค่กล่าวหา  แล้วก็มั่วเอาผิดแบบกลับหัวกลับหางอย่างนี้



เรื่องราวอะไรก็ตาม  ขอเพียงให้สืบค้น  ค้นคว้า  ศึกษา  มันก็ทำให้เข้าใจได้ครับ  ว่าอะไรเป็นอะไร
ไม่ใช่โดนกรอกหูครอบหัวอะไรมาก็เชื่อตามทันที



เรื่องจำนำข้าวนี่   รีบผิดปกติครับ   รีบเหมือน ป.ป.ช. กลัวตัวเองตายก่อน  จะไม่ได้ทำคดี
และไม่ใช่รีบธรรมดา   รีบแบบมั่วด้วย


ส่วนคุณ 844999 และพวก  จะเชื่อ จะเห็นว่า ป.ป.ช. ทำหน้าที่อย่างเป็นธรรมและปกติ
ก็ตามสบายครับ

เรื่องอย่างนี้มันขึ้นกับสติปัญญาของใครของมัน

นะครับ
อมยิ้ม01
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่