JJNY : ฟ้องศาลเอาผิด 7 กกต.-เลขา│ทนายอั๋น ร้องสอบจริยธรรม│'นันทนา’ข้องใจ‘พิพัฒน์’│ชายแดนระทึก! กัมพูชายิงลูกระเบิด

ฟ้องศาลอาญาทุจริต เอาผิด 7 กกต.-เลขา พิมบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด ศาลนัดตรวจพยาน 17 มี.ค.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5608676
.

.
ฟ้องศาลอาญาทุจริต เอาผิด 7 กกต.-เลขา พิมบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด ศาลนัดตรวจพยาน 17 มี.ค.
.
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ที่ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง ถนนเลียบทางรถไฟ ร.อ.ยงยุทธ เสาแก้วสถิต ทนายความ เดินทางมายื่นฟ้อง นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)กับพวกที่เป็น กกต.เเละ เลขาฯ กกต.รวม 8 คน ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ประกอบมาตรา 83, พรป.ว่าด้วย คณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2569 มาตรา69 , พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561มาตรา 149 และพรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172
.
คำฟ้องระบุว่า ตนเองใช้สิทธิ์ในฐานะประชาชนชาวไทยขอยืนฟ้องจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้ดำรง ตำแหน่งประธานกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของสำนักงานคณะกรรรมการการเลือกตั้ง จำเลยที่ 2-7 ในฐานะกรรมการการเลือกตั้งและจำเลยที่ 8ในฐานะเลขาธิการสำนักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้ง
.
จำเลยที่ 1-7 มีอำนาจและหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องร่วมกันเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยสุจริตและเที่ยงธรรม แต่จำเลยทั้ง 8 ได้ร่วมกัมกันกระทำความผิดต่อกฎหมาย
.
จำเลยทั้ง 8 มีเจตนาทุจริตร่วมกันสั่งผู้รับพิมพ์บัตร เลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งบัตรสีเขียวใส่คิวอาร์โค้ดด้านล่างซ้ายของบัตรเลือกตั้งทุกใบ บัตรเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ บัตรสีชมพู ใส่บาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้ง
.
โดยจำเลยทั้ง 8 มีเจตนาใช้ตรวจสอบเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง อันแสดงถึงความไม่สุจริตและโมโปร่งใส เป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

ต่อมาในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จำเลยทั้ง 8 เจตนาร่วมกันกันสั่งการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งนำบัตรเลือกตั้งทั้งสองแบบดังกล่าวไปใช้ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
.
โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลผู้ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ที่หน่วยเลือกแขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร ได้สังเกตเห็นคิวอาร์โค้ดอยู่ด้านล่างซ้าย ของบัตรสีเขียวและบาร์โค้ดด้านล่างสุดของบัตรสีชมพูก็ได้สอบถามเจ้าหน้าที่ประจำเขต ซึ่งไม่สามารถอธิบายได้
.
ดังนั้น การที่มีคิวอารโค้ดและบาร์โค้ดปรากฏอยู่ในบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งสองแบบนั้นเกิดจากการที่จำเลยทั้ง 8 มีเจตนาร่วมกันสั่งให้ผู้พิมพ์บัตรเลือกตั้งทั้งสองแบบดำเนินการ
.
แสดงให้เห็นถึงเจตนาไม่สุจริตของจำเลยทั้ง 8 ทั้งยังยังเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนในการพิมพ์บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยไม่จำเป็นด้วย ทำให้โจทก์รวมถึงประชาชนชาวไทยทั่วประเทศที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันดังกล่าวหลายล้านคน ไม่เป็นความลับและหรือถูกจำเลยทั้ง8ละเมิดสิทธิอันเป็นความผิดตามกฎหมายและเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 85
.
โดยศาลรับคำฟ้องไว้เเละนัดฟังคำสั่งชั้นตรวจฟ้องในวันที่ 17 มีนาคม เวลา 09.30 น.
.

.
ทนายอั๋น ร้องสอบจริยธรรม ‘อนุทิน’ ตั้ง ‘ธรรมนัส’ นั่งรมต. จ่อยื่นดีเอสไอ เอาผิด ‘แสวง-กกต.’
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10148876
.
ทนายอั๋น ลั่น “สารหนู” อันตรายที่สุด ร้องผู้ตรวจฯ สอบจริยธรรม “อนุทิน” ตั้ง “ธรรมนัส” นั่ง รมต. ชงส่งศาลรธน.วินิจฉัย จ่อยื่นดีเอสไอ แจ้งความเอาผิด “แสวง-กกต.”
.
เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภัทรพงศ์ ศุภอักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ ยื่นคำร้องต่อ กกต. คัดค้านการประกาศผลการเลือกตั้ง โดยระบุว่า วันนี้มีข่าวที่ทำให้คนไทยไม่สบายใจ คือ กกต. และนายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. คิดการใหญ่จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส. ทั้งๆ ที่เพิ่งนับไปได้แค่ 95%
.
ทั้งนี้ ในการเลือกตั้งวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา มีการใช้บัตรเลือกตั้งแตกต่างจากบัตรเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. โดยที่ใช้ใหม่นั้นไม่มีเลขต้นขั้วบัตร ซึ่งถือเป็นใบเสร็จสำคัญสะท้อนว่า กกต. ยอมรับว่าการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.มีปัญหา แต่การไม่ใส่ซีเรียลนัมเบอร์ก็อาจจะขัดกับระเบียบ กกต.
.
ซึ่งตอนนี้มีนักวิชาการมองว่ากกต.ทำผิดมหันต์ เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของระเบียบ กกต. ข้อ 129 ว่าต้องใส่เครื่องป้องกันบัตรผี แต่ กกต.ดันไม่ใส่ เพราะถ้าใส่ไปมันจะย้อนหลังกลับมาได้ว่าใครเลือกใคร
.
แต่ก็ไม่พ้น เพราะถึงไม่ใส่ก็ไม่ได้หมายความว่าสังคมจะไม่รู้ ไม่สามารถย้อนกลับไปได้ว่าใครลงคะแนนให้ใคร เพราะมีคนมาตั้งกล้องถ่ายตั้งแต่คนแรกจนถึงคนสุดท้ายที่มาใช้สิทธิที่หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้ง 15 กรุงเทพมหานคร
.
และเมื่อนำบัตรทั้ง 308 ใบที่มีบาร์โค้ดมาตรวจสอบก็พบเลขรันไปจนครบ โดยที่ไม่ต้องมีเลขต้นขั้ว เลขน้อยก็หมายถึงคนที่มาใช้สิทธิคนแรก แค่นี้ก็เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เป็นความลับ ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ดิ้นไม่ออก
.
กรณีเรื่องบัตร ผมก็ไม่รู้ว่าเขาไปแอบทำกันตอนไหน ทำทีโออาร์กันตอนไหนที่บัตรวันที่ 22 ก.พ. แตกต่างกันกับบัตรเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. กกต.ขยับเขยื้อนอะไรก็มีพิรุธไปหมด วันก่อนกลุ่มนักศึกษาเล่นมุกกันว่า สารอะไรอันตรายที่สุดในประเทศไทย เพื่อนอีกคนตอบว่าสารไซยาไนด์มั้ง บางคนบอกสารปรอท ไม่ถูกๆ สารที่อันตรายที่สุดคือ สารหนู
.
ผมก็งง เขาเฉลยว่า ศาลคือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าเป็นองคาพยพของเสี่ยหนู ประเทศไทยเจ๊ง -ิบหาย อีกคนก็ร้องเพลง กกต.ของหนูอยู่ไกลไกล๊ไกล หมายความว่า กกต.เป็นของหนูไหม” นายภัทรพงศ์ กล่าว
.
นายภัทรพงศ์ กล่าวอีกว่า วันนี้ตนจะไปร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้วินิจฉัยตรวจสอบข้อเท็จจริงเรียกพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง กรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แต่งตั้งบุคคลที่อาจจะมีความบกพร่องหรือไม่สมบูรณ์เรื่องคุณสมบัติมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี คือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรมว.เกษตรและสหกรณ์
.
นอกจากนี้ นายอนุทินยังพาตนเองเข้าไปอยู่ในทะเบียนบ้านที่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเขากระโดง และในวันที่ 20 เม.ย.นี้ จะมีการเข้าไปรังวัดตรวจสอบ ในโลกนี้คงมีที่นี่ที่เดียวที่นายกฯ ถูกภาครัฐฟ้อง รวมถึงกรณีการใช้ถนนหลวงของ อบต. แห่งหนึ่งใน อ.ปากช่อง เป็นรันเวย์ขึ้นลงสนามบินส่วนตัว เอื้อผลประโยชน์ธุรกิจของตนเอง
.
ซึ่งจะขอให้ส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยต่อไป โดยขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินระบุให้ตนไปเป็นพยานในชั้นพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ โดยตนจะเขียนคำร้องของภาคประชาชนแนบไปด้วย
.
อย่างไรก็ตาม ในเวลา 10.30 น. วันที่ 26 ก.พ.นี้ ตนจะไปยื่นร้องต่อ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แจ้งความเอาผิดกับนายแสวง และ กกต.ชุดปัจจุบัน จะเป็นพรรคพวกของกลุ่มเครือข่ายสีน้ำเงินหรือไม่ตนไม่สนใจ ขอประชาชนสักร้อยคนพันคนมาแจ้งความดำเนินคดี
.
พร้อมฝากถึง ร.อ.ธรรมนัส ว่า “สู้ ๆ ผมทนายอั๋นอยู่ข้างพี่ หากประกาศว่าจะสู้เป็นฝ่ายค้าน การเลือกตั้งครั้งนี้สกปรกไม่ชอบด้วยกฎหมาย หากประกาศว่าจะล้มการเลือกตั้งโดยชอบด้วยกฎหมาย ตนจะร่วมหัวจมท้ายด้วย
.
เมื่อถามกรณีมีผู้ไปถ่ายซูมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา หวังให้เห็นว่าใครลงคะแนนให้ใคร เข้าข่ายกระทำผิดฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า การตรวจสอบการทำงานที่อาจชอบด้วยกฎหมาย เป็นหน้าที่ของพลเมืองไทยที่จะกระทำได้ เพราะจากการตรวจสอบแล้วการเลือกตั้งเป็นความลับจริง ๆ

หากใครที่ถูก กกต.ดำเนินคดี ตนพร้อมช่วยเหลือทางคดี สำหรับการถ่ายภาพอาจจะเข้าข่ายจงใจเปิดเผยทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับนั้น ในบริบทนี้ ประชาชนต้องการพิสูจน์ทราบว่าการเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ซึ่งเป็นวิธีการเดียวในการจะเผยแพร่ต่อสังคม
.
เมื่อถามว่า การเชียร์ ร.อ.ธรรมนัส คืออยากให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ใช่อยากให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และอยากบอก ร.อ.ธรรมนัส ว่า ไหน ๆ ก็เป็นชายชาติทหารไปอยู่ออสเตรเลีย ถ้าเขามาอ้อนเรียกไปรับประทานอาหารที่ซอยรางน้ำหรือเขากระโดง หากท่านไปก็ถือว่าเป็นชายชาติทหาร
.
อย่างไรก็ตาม หากวันนี้ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งก็ถือว่าไปสุด อาจจะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 157 ละเว้นปฏิบัติหน้าที่มากขึ้น ซึ่งอาจจะมีการเข้าชื่อโดย สส.และ สว.ร้องตรงไปยังศาลรัฐธรรมนูญ
.

.
'นันทนา’ ข้องใจ ‘พิพัฒน์’ บอกเร่งตั้งรัฐบาลใหม่ช่วงสงกรานต์ ส่อก้าวก่าย ‘กกต.’
https://www.dailynews.co.th/news/5630724/
.
”นันทนา“ ข้องใจ “พิพัฒน์” บอกรัฐบาลใหม่ได้ก่อนสงกรานต์ จ่อก้าวก่าย “กกต.” ให้เร่งรับรองผลเลือกตั้ง จี้ใช้ 60 วันให้คุ้มค่า เคลียร์ทุกปมปัญหาให้กระจ่าง
.
เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 69 ที่รัฐสภา น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส. เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ภายในสิ้นเดือน ก.พ. นี้ ว่า ขณะนี้ยังมีประเด็นข้อสงสัยที่ กกต. ยังไม่ชี้แจงรายละเอียดให้สังคมได้รับความกระจ่าง โดยเฉพาะจำนวนตัวเลขของผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งที่แท้จริง รวมถึงกระบวนการเลือกตั้งที่ยังมีปัญหาเรื่องการลงคะแนน เรื่องบัตรเขย่งที่ไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน ดังนั้นหาก กกต. เร่งรับรองการเลือกตั้ง เชื่อว่าจะค้านกับความรู้สึกของประชาชน
.
เมื่อถามว่า  ล่าสุดนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทยระบุว่าการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ต้องแล้วเสร็จก่อนเทศกาลสงกรานต์  น.ส.นันทนา กล่าวว่า หากเป็นแบบนั้น อาจเรียกได้ว่าเข้าไปก้าวก่าย แทรกแซงการทำงานของ กกต. เพราะกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลควรรอการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งที่ได้ตรวจสอบในทุกประเด็นให้กระจ่างชัดเจนจากกกต.ก่อน ไม่ใช่ว่าให้เร่งรีบประกาศรับรอง หากเป็นเช่นนั้นจริง อาจถูกมองได้ว่ารับคำสั่ง และไม่เป็นอิสระ
.
กกต. ควรเร่งชี้แจง สื่อสารกับประชาชชนในทุกประเด็นข้อสงสัยต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้ง รวมไปถึงควรรอผลการพิจารณาของผู้ตรวจการแผ่นดินที่อยู่ระหว่างพิจารณาคำร้องของบุคคลที่ยื่นให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญต่อกระบวนการเลือกตั้ง และในวันที่ 27 ก.พ. นี้ ยังรอคำชี้แจงจาก กกต. ด้วย ดังนั้นเมื่อคนยังสงสัย แต่กกต.รีบร้อนรับรองผล อาจถูกมองได้ว่าทำไปเพื่อสร้างความได้เปรียบให้กับพรรคการเมืองใดหรือไม่” น.ส.นันทนา กล่าว
.
น.ส.นันทนา กล่าวต่อว่ากับการตรวจสอบผลการเลือกตั้งก่อนประกาศรับรอง กกต. มีเวลา 60 วันนับจากวันเลือกตั้ง ดังนั้นควรใช้เวลาที่ได้รับตรวจสอบอย่างเต็มที่ เพื่อให้หมดข้อสงสัย ไม่มีปัญหา อีกทั้งหาก กกต. เร่งรับรองผลเลือกตั้ง เท่ากับว่าได้รับรองความถูกต้อง ชอบธรรม ของ สส.  ทั้งที่ยังมีประเด็นที่อยู่ในกระบวนการตรวจสอบของกระบวนการเลือกตั้งที่ถูกมองว่ามีปัญหา
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่