JJNY : สมชัยท้าอย่าถอนแจ้งความ│วิโรจน์ชี้กกต.อาจเข้าข่ายกลั่นแกล้งปชช.│พลทหารเหยียบกับระเบิด│เปิดชื่อ 44 จว.เตือนฝนถล่ม

สมชัย ซัด กกต.เมาหมัด ท้าอย่าถอนแจ้งความ จะได้เรียกเปิดพยายานหลักฐานในชั้นศาล
https://www.matichon.co.th/politics/news_5613013
.

.
สมชัย ซัด กกต.เมาหมัด ปมฟ้องเอาผิดขวางเลือกตั้ง ลั่นอย่าถอนแจ้งความ จะได้เรียกเปิดพยานหลักฐานในชั้นศาล
 .
กรณี กกต.แจ้งความกองปราบปราบให้ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตรเลือกตั้งและพยายามถอดรหัสคิวอาร์โค้ด บาร์โค้ดบนบัตรเลือกต้ง ทั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและบัญชีรายชื่อเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลไปถึงผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งว่าลงคะแนนให้กับผู้ใด จำนวน 6 ราย ประกอบไปด้วย
1. นายธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม
2. นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของ Domecloud ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยี blockchain
3. นายชัยพนธ์ ชวาลวณิชชัย หรือครูชัย เจ้าของแฟนเพจ M.I.B Marketing In Black.
4. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง
5. นายพริษฐ์ วัชรสินธ์ โฆษกพรรคประชาชน
และ 6. นายทรงพล เรืองสมุทร หัวหน้าช่างภาพ spacebar นั้น
.
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ผู้เป็นหนึ่งในรายชื่อที่ถูก กกต. โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ระบุว่า
.
โปรดอย่าถอนการแจ้งความ เพราะ
.
1. เมื่อตำรวจเรียกไปรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว จะได้ทราบว่า กกต. ได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ แจ้งความเท็จ หรือ กลั่นแกล้งประชาชนให้ได้รับความเสียหายอย่างไร
.
2. หากเป็นการแจ้งความเท็จ ผู้ถูกดำเนินคดี จะแจ้งความกลับในคดี อาญา 157 เจ้าพนักงานของรัฐกระทำการโดยมิชอบเพื่อกลั่นแกล้งประชาชนให้ได้รับความเสียหาย
.
3. เนื่องจากผัเสียหาย มีความเสียหายที่เกิดขึ้นจากค่าใช้จ่ายในการแก้คดี และ ค่าเสียหายจากการเสียโอกาสในการประกอบวิชาชีพ และมีการถูกทำให้เสื่อมเกียรติ จึงจะมีการฟ้องดำเนินคดีทางแพ่ง เพื่อให้ กกต. ชดใช้ตามสมควรด้วย และหากแพ้โปรดใช้เงินส่วนตัว อย่าเอาภาษีประชาชนมาจ่าย
.
4. การขึ้นถึงศาล เป็นโอกาสในการใช้อำนาจศาลในการเรียกพยานหลักฐานทุกอย่างที่ กกต. ไม่เปิดเผยต่อประชาชน อาทิ TOR การพิมพ์บัตร สัญญาจ้าง รายงานการตรวจรับ รายงานการประชุม การเปิดหีบบัตรเพื่อดูพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่อาจนำไปสู่การดำเนินคดีอื่น ๆ อีก เป็นต้น
.
5. ขอบคุณ กกต. ครับ ที่เมาหมัด
.
https://www.facebook.com/somchaivision/posts/1484378506588096
.

.
วิโรจน์ ชี้ กกต. อาจเข้าข่ายกลั่นแกล้งปชช. หลังแจ้งความ 6 ชื่อขวางเลือกตั้ง แนะแจ้งความกลับทันที
https://www.matichon.co.th/politics/news_5612982
.
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Wiroj Lakkhanaadisorn – วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” ระบุว่า
.
[ ข้อกล่าวหาของ กกต. หากพิจารณาตามองค์ประกอบของกฎหมาย กกต. อาจเข้าข่ายกลั่นแกล้งให้ประชาชนต้องโทษคดีอาญา ควรแจ้งความดำเนินคดีกลับกับ กกต. ทันที ]
……………………………
✔ ตามข่าวที่ปรากฏ ทราบว่า กกต. แจ้งความดำเนินคดีกับประชาชนที่มาสังเกตการณ์การนับคะแนน ซึ่งต้องดำเนินการอย่างเปิดเผย ตามมาตรา 117 ของ พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส. ซึ่งความหมายของคำว่า “เปิดเผย” หมายถึง ประชาชนจะดูก็ได้ จะถ่ายภาพ ถ่ายคลิป เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานก็ได้ และในอดีตกลายกรณี ภาพ และคลิปที่ประชาชนได้ถ่ายเอาไว้ กกต. ก็เอาไปใช้ในการพิจารณา ดังนั้นทั้งการเปิดเผยให้ประชาชนได้สังเกตการณ์ และเก็บหลักฐานการนับคะแนน จึงเป็นกระบวนการสำคัญที่ทำให้การเลือกตั้งมีความเที่ยงธรรม ซึ่งสิทธิในการสังเกตการณ์การนับคะแนน เป็นสิทธิอันโดยชอบตามกฎหมาย ที่ผู้ใดจะขัดขวาง หรือละเมิดมิได้ กกต. ต้องเข้าใจในจุดนี้เสียก่อน (คิดไม่ถึงว่าผมจะต้องมาสอน กกต. ในเรื่องนี้)
.
✔ ดังนั้น หากการสังเกตการณ์ หรือการทำบันทึกหลักฐานของประชาชน อยู่ในความสงบเรียบร้อย ไม่มีการขัดขวางกระบวนการนับคะแนนของเจ้าหน้าที่ และข้อเท็จจริงในนะหว่างการนับคะแนนเจ้าหน้าที่ก็สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องจนเสร็จสิ้นไม่ทีอุปสรรคอันใด ก็ถือว่าการสังเกตการณ์นั้น เป็นการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. แต่อย่างใด ดังนั้นข้อกล่าวตามมาตรา 66 ของ พ.ร.ป.คณะกรรมการเลือกตั้ง ที่ระบุว่าประชาชนทั้ง 6 คนขัดขวางการเลือกตั้ง ยิ่งมาตรา 66 วรรคสอง ที่ระบุว่ามีการขู่เข็ญว่าจะประทุษร้าย นี่ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่เลย ดังนั้น จึงอาจพิจารณาได้ว่าการแจ้งความของ กกต. อาจเข้าข่ายเป็นการใส่ความประชาชนให้ต้องโทษคดีอาญาได้
.
📌 สำหรับข้อกล่าวหาตามมาตรา 116 ของ ป.อาญา ว่ายุยงปลุกปั่นให้ประชาชนฝ่าฝืนกฎหมาย อันนี้ยิ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริงเลย เพราะประชาชนที่เข้าไปสังเกตการณ์ ล้วนมีเจตนาให้การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นเป็นไปตามกฎหมาย เสรีภาพในการเลือกตั้งของประชาชนได้รับความคุ้มครองจากรัฐธรรมนูญ จะเป็นการยุยงปลุกปั่นได้อย่างไร
.
📌 มาตรา 209 ของ ป.อาญา ที่กล่าวหาว่าประชาชนที่มาสังเกตการณ์การเลือกตั้งเป็นอั้งยี่ ตระเตรียมการทำผิดกฎหมาย อันนี้ก็เกินเบอร์ไปมากเลย เพราะประชาชนที่มาสังเกตการณ์การนับคะแนน มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนที่จะปกป้องเสรีภาพในการเลือกตั้งของประชาชนตามมาตรา 85 ของ รัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้การจัดการการเลือกตั้งต้องกระทำโดยตรงและลับ และเป็นการสังเกตการณ์ตามมาตรา 117 ของ พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส. ถ้า กกต. ยืนยันว่าระบบการเลือกตั้ง ตลอดทุกกระบวนการล้วนเป็นระบบที่ลับตามรัฐธรรมนูญ กกต. จะหวาดหวั่นอะไร
.
📌 มาตรา 322 ที่กล่าวหาว่าประชาชนที่ไปสังเกตการณ์การนับคะแนน ได้เปิดผนึกเอกสารใดๆ เพื่อนำข้อความในเอกสารออกเปิดเผย ซึ่งน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ก็ต้องยืนยันว่า การสังเกตการณ์ของประชาชน นั้นมีวัตถุประสงค์ในการพิสูจน์ว่าเสรีภาพในการเลือกตั้งของประชาชนนั้น กกต. ได้ดำเนินการโดยลับ ตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ไม่ได้มีเจตนาในการเปิดเผยข้อมูลแต่อย่างใด จริงๆ แล้ว การสังเกตการณ์ของประชาชนกลุ่มนี้ นั้นมุ่งที่จะปกป้องเสรีภาพในการเลือกตั้งของประชาชนด้วยซ้ำ ไม่ได้สร้างความเสียหายอะไรให้กับประชาชนเลย
.
📌 สำหรับมาตรา 14 ของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่กล่าวหาว่าประชาชนดังกล่าวนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ ทุจริต หลอกลวง ลามก หรือเป็นภัยความมั่นคง เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ อันนี้ยิ่งไม่เข้าเลย เพราะการสังเกตการณ์นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจว่า เสรีภาพในการเลือกตั้งของประชาชนได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้งมีความเที่ยงธรรม และการเผยแพร่เอกสาร และข้อมูลใดๆ ที่มาจากการนับคะแนน ซึ่ง พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส. กำหนดให้ทำอย่างเปิดเผย ในเมื่อเอาเอกสาร หรือข้อมูลที่เปิดเผย มาเผยแพร่ต่อ แล้วจะเป็นการผิดกฎหมายได้อย่างไร
.
√จริงๆ แล้วการแจ้งความประชาชนของ กกต. อาจมองได้ว่า กกต. กำลังละเมิดสิทธิในการสังเกตการณ์การนับคะแนนของประชาชน ซึ่งถือเป็นกระบวนการสำคัญในการทำให้การเลือกตั้งดำเนินไปอย่างเที่ยงธรรม เท่ากับว่า กกต. กำลังบั่นทอนความเที่ยงธรรมของการเลือกตั้งด้วยน้ำมือของ กกต. เอง
.
📌ผมคิดว่าประชาชนที่ถูก กกต. แจ้งความ ควรจะแจ้งความดำเนินคดีกับ กกต. กลับทันที ตาม ป.อาญา มาตรา 172 ฐานให้ข้อมูลอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดทางอาญาแก่เจ้าหน้าที่ ซึ่งอาจทำให้ประชาชนเสียหาย (จำคุก 2 ปี ปรับ 4,000 บาท) มาตรา 173 ด้วยความที่เป็น กกต. ย่อมรู้อยู่แล้วว่าการสังเกตการณ์การนับคะแนน ที่ต้องทำอย่างเปิดเผย นั้นไม่ใช่การกระทำผิด แต่ กกต. กลับมาแจ้งว่าเป็นความผิด (จำคุก 3 ปี ปรับ 6,000 บาท) และมาตรา 175 แจ้งความเพื่อจะแกล้งให้ประชาชนต้องรับโทษทางอาญา (จำคุก 5 ปี ปรับ 10,000 บาท)
.
✔ เพื่อให้คดี เดินไปควบคู่กัน และหากศาลท่านพิจารณาแล้วว่า ประชาชนที่เข้าไปสังเกตการณ์การนับคะแนนไม่มีความผิด กกต. ก็สมควรที่จะได้รับโทษอย่างสาสม ตามที่ได้ก่อกรรมทำเข็ญเอาไว้กับประชาชน
.
https://www.facebook.com/wirojlak/posts/pfbid0NWMiDSLSTsodnPmpGtMFyGquiWSuawQm9BzfDbUEfBDGTqeHBj5pVArAR8vwNcs1l
.

.
ด่วน! พลทหารเหยียบกับระเบิดในฐานเอราวัณ ขาขวาขาด อาการสาหัส เร่งส่งรพ.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5613123
.
ด่วน! พลทหารเหยียบกับระเบิดในฐานเอราวัณ ขาขวาขาด อาการสาหัส ส่ง รพ.กาบเชิงแล้ว
.
เมื่อเวลา 06.44 น. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาได้ เกิดเหตุสังกัดหน่วยร.23 พัน.3 เหยียบกับระเบิดสังหารบุคคล ภายในฐานปฏิบัติการเอราวัณ อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์
.
ผู้บาดเจ็บทราบชื่อคือ พลทหารเดชศักดิ์ ตรีคำ แรงระเบิดส่งผลให้ขาขวาขาด และแขนซ้ายกับขาซ้ายได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด อาการสาหัส เจ้าหน้าที่ในหน่วยได้เข้าปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างเร่งด่วน ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลกาบเชิง เพื่อให้แพทย์ทำการรักษาอย่างใกล้ชิด
.
ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามอาการและตรวจสอบรายละเอียดของเหตุการณ์เพิ่มเติม
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่