นายกฯยิ่งลักษณ์ต้องไปปรากฎตัวต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 19 พ.ค. นี้

กระทู้คำถาม
ที่โดนอัยการสูงสุดสั่งฟ้องในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ตามกฎหมายอาญามาตรา 157   และกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 123/1

ผมว่า  คดีนี้   หากศาลฎีกาฯ   พิพากษาว่านายกฯยิ่งลักษณ์ผิดได้   ก็งึดล่ะครับ

เพราะอย่าลืมว่าคดีนี้   มีกระบวนการทางคดีที่พิลึกพิลั่น
หากเป็นไปตามหลักกระบวนการอย่างเคร่งครัด  ตรงไปตรงมา  และเป็นธรรม

หลุดตั้งแต่ยังไม่สอบพยานครับ   แค่ศาลเห็นกระบวนการและขั้นตอนการดำเนินคดี  ก็หลุดแล้ว



1. หลักฐาน ป.ป.ช. อ่อน   
2. กระบวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. ผิดปกติ
3. อัยการสูงสุดมีพฤติกรรมการสั่งฟ้องแบบไม่ปกติ
4. เรื่องหญิงเป็ดยิ่งทำให้เห็นชัดว่า ป.ป.ช. ขาดมาตรฐานทางการปฏิบัติหน้าที่




หลักฐานของ ป.ป.ช. อ้างมีสี่พันหน้า  แต่ที่ปรากฎเป็นข่าว   มีหลักฐานสำคัญอยู่ไม่กี่อย่าง
คือ

- ผลงานวิจัยของนักวิชาการทีดีอาร์ไอ  ที่วิจัยโครงการจำนำข้าวปี 48-49  ที่ ป.ป.ช. เป็นคนจ้างให้ทำแล้วนำมาปรักปรำยิ่งลักษณ์
  ที่สำคัญ  นักวิชาการที่ทำวิจัย  ดันมีพฤติกรรมเป็นปฏิปักษ์กับพรรคเพื่อไทยอีกด้วย

- บัญชีปิดโครงการจำนำข้าวของอดีตรองปลัดคลัง (นายสาวสุภา ปิยะจิตติ) ที่วันนี้ดำรงตำแหน่งเป็น ป.ป.ช.
  ตัวเลขของบัญชีปิดโครงการไม่ตรงกัน  ซึ่งขัดหลักการทางบัญชี  ขัดหลักการทางพยานเอกสาร  แต่ ป.ป.ช. ยังนำมาเป็นหลักฐาน

- ปากคำของ ปชป. อันเป็นฝ่ายค้าน  ที่เป็นปากคำในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และปากคำในการไต่สวนของ ป.ป.ช.
  ซึ่งปากคำเหล่านี้  ต้องมี "หลักฐาน" ชัดเจน   ไม่ใช่แค่คำกล่าวหา

- ข้ออ้างเรื่อง ป.ป.ช. เคยทำหนังสือท้วงติงแล้วแต่นายกฯยิ่งลักษณ์ไม่รับฟัง   นี่เป็นประเด็นเห่ยสุด ๆ ของหลักฐาน
  เพราะ ป.ป.ช. มีอำนาจหน้าที่ทำหนังสือเสนอแนะได้  แต่รัฐบาลไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตาม  ที่สำคัญวันเวลาและเนื้อหาในหนังสือ
  ไม่ใช่และไม่มีสาระสำคัญถึงขนาดทำให้รัฐบาลยกเลิกนโยบายอันเป็นนโยบายแห่งรัฐที่ได้แถลงต่อรัฐสภาแล้ว


หลักฐานเหล่านี้  แค่สู้กับบันทึกการประชุมของรัฐบาล  ที่มีการสั่งกำกับดูแลป้องกันการทุจริต  ก็จบเห่แล้ว

ป.ป.ช. ไม่มีหลักฐานสักชิ้นว่านายกฯยิ่งลักษณ์เกี่ยวพัน เกี่ยวข้อง รู้เห็นเป็นใจให้มีการทุจริต
มุ่งเล่นงานด้วยข้ออ้าง "ความเสียหาย" เพราะโครงการใช้งบประมาณจำนวนมาก

แต่ไม่ได้บอกว่า  เสียหายเพราะทุจริตอะไร

ตอนนี้  ที่ฟ้องนายบุญทรงและพวก  ข้อหาจีทูจีปลอม  ก็มูลค่าความเสียหายแค่สามหมื่นกว่าล้าน
และนายกฯยิ่งลักษณ์ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด



หากนโยบายจำนำข้าวผิดพลาดเพราะตัวนโยบาย  ต่อให้ใช้เงินสามล้านล้าน ห้าล้านล้าน  ก็ไม่เป็นความผิด

ป.ป.ช. ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า  เกิดความเสียหายเพราะโกง  เพราะปล่อยปละละเลยให้มีการดำเนินการอย่างหละหลวม
แต่ ป.ป.ช. ไม่ได้พิสูจน์อะไรสักอย่าง
และหากนำหลักฐานการบันทึกการประชุม  ที่นายกฯสั่งการให้กำกับดูแลเคร่งครัดในเรื่องการดำเนินนโยบาย

ก็จบแล้ว   จะเอาผิดอะไรได้



มองยังไงมันก็ไม่เห็นช่องเอาผิดจริง ๆ ครับ

ยิ่งดูข้อกฎหมายที่ ป.ป.ช. นำมาเป็นข้อกล่าวหา   ยิ่งเห็นชัดครับว่า   นายกฯยิ่งลักษณ์ไม่รู้จะผิดได้ยังไง

กฎหมายที่ ป.ป.ช. นำมาเป็นฐานในการกล่าวหาคือ  มาตรา 123/1  พ.ร.บ. ป.ป.ช. 2542   ที่ว่า

"เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ
เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี
หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"


กฎหมายมาตรานี้   ต้องมีการพิสูจน์ "เจตนา" ประกอบด้วยครับ  ว่าเจตนาละเว้นหรือปฏิบัติอย่างมิชอบหรือไม่

ซึ่ง ป.ป.ช. ไม่สนใจไต่สวน  และหาหลักฐานเกี่ยวกับเรื่องเจตนาเลย
เช่น  บันทึกการประชุม  ปากคำผู้เกี่ยวข้องในการปฏิบัติหน้าที่
มุ่งแต่หาหลักฐานการกล่าวหา  แล้วสรุปว่า  เจตนาปล่อยปละละเลย   ดำเนินการฟ้องและถอดถอน

(หาก ป.ป.ช. ยึดหลักการทำงานแบบนี้  ผบ.ตร. ประเทศไทยต้องเปลี่ยนคนใหม่ทุกวันครับ
เพราะตำรวจรีดไถ  รับส่วย  บ่อน  ซ่อง  หวย  มีทุกหย่อมหญ้า  ถึอว่า ผบ.ตร. ปล่อยปละละเลย)




เรื่องจำนำข้าว  เป็นเรื่องนโยบายแห่งรัฐ   ที่ ป.ป.ช. ไม่มีอำนาจหน้าที่มาชี้ให้ทำอย่างใดได้
ทำได้แค่เสนอแนะ   เสนอแนะแล้ว  รัฐบาลจะทำตามหรือไม่ทำตามอย่างใด  ป.ป.ช. ไม่มีอำนาจหน้าที่มาเกี่ยวข้อง

ป.ป.ช. มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบการทุจริต   ต้องมีเรื่องทุจริตเป็นหลักในการบอกว่าผิด
หากพิสูจน์เรื่องทุจริตไม่ได้   จะไปเอาผิดเพราะนโยบายใช้งบประมาณจำนวนมาก   ไม่มีในหลักกฎหมาย

การฟ้องแพ่งเหมือนกัน  งง ๆ นะครับ
ป.ป.ช. ไม่มีหลักฐานว่านายกฯยิ่งลักษณ์ทุจริต   อ้างเพียงแค่ว่าเสียหานหกเจ็ดแสนล้าน
แต่ก็บอกไม่ได้ว่า เสียหายเพราะอะไร
ได้แค่เรื่องจีทูจีสามหมื่นกว่าล้าน  แต่จะฟ้องแพ่งหกเจ็ดแสนล้าน



การอ้างว่า  นโยบายเสียหาย   ถึงวันนี้   มีใครบอกได้บ้างครับว่าเสียหายเพราะอะไร  ตรงไหน  ยังไง  ???

การอ้างว่า  จ่ายเงินไปแปดเก้าแสนล้าน  ไม่เสียหายเร๊อะ   เป็นการอ้างแบบขาดเหตุผล
เพราะจ่ายไปเก้าแสนล้าน  หากเงินที่จ่ายไปเข้ากระเป๋าคนที่ไม่ใช่ชาวนา  มีหลักฐานชัด  นั่นคือความเสียหาย
แต่หากเงินที่ใช้ไปเก้าแสนล้านไปถึงมือชาวนา  จะเรียกว่าเสียหายได้อย่างไร

อย่างมากที่สุด  เรียกได้แค่ว่า  ภาระทางด้านงบประมาณ  เท่านั้น



เมื่อย

ผมจึงมองว่า  คดีนี้  หากนายกฯยิ่งลักษณ์โดนพิพากษาว่าผิด  ผมว่าจะน่า "งึด" กว่าคดีที่ดินรัชดาซะอีกครับ

เพราะไม่ว่ามองถึงกระบวนการไต่สวนของ ป.ป.ช.   มองถึงการปฏิบัติหน้าที่ของ ป.ป.ช. เทียบกับคดีอื่น ๆ
ศาลก็ไม่น่ารับฟังคนฟ้องแล้วครับ

(แต่อย่างว่า  คดีที่ดินรัชดาที่ทักษิณร้องค้านว่า  คตส. ทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับผู้ถูกกล่าวหา ถึงขนาดร่วมเดินขบวน
ศาลยังบอกว่า เป็นการแสดงออกตามสิทธิตามรัฐธรรมนูญของ คตส. สามารถทำได้  
มีที่ไหนในโลก  ที่ศาลเห็นว่า  คนเป็นศัตรูกันมาไต่สวนเอาผิดกันเป็นเรื่องปกติ เป็นเรื่องทำได้ในกระบวนการยุติธรรม)


หรือมองในตัวหลักฐาน   ป.ป.ช. ก็ไม่มีอะไรเลยในมือ   นอกจากคำพูด ๆ ๆ   คำใส่ร้าย  คำกล่าวหา
ถึงขนาดเผลอปากพูดว่า  ข้าวหายสองล้านตัน   ขนเงินออกนอกประเทศเจ็ดแสนล้าน
ซึ่งพอโดนถามหาหลักฐาน  ป.ป.ช. ก็แถไปอีกทางอย่างหน้ามึน ๆ




งานนี้   งานทำลายล้างครับ   ทำให้กลัว  ขู่ให้หนี
นายกฯยิ่งลักษณ์ยังมีอีกหลายเรื่องที่เขาชงกันไว้แล้ว  รอแต่ว่าจะงัดขึ้นมาหาเรื่องเมื่อไรเท่านั้นเอง

แทนที่จะเล่นกันแบบตรงไปตรงมา  ให้สมกับคำที่ชี้ว่าคนอื่นว่าชั่ว ว่าโกง

กลับชั่วกว่า  โกงกว่า  แล้วอาศัยการบิดเบือนฉ้อฉลตัวบทกฎหมายทำลายล้าง
โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อบ้านเมือง




มองเตสกิเออ   พูดไว้เมื่อสองร้อยกว่าปีก่อนว่า  

"ไม่มีความชั่วใด  จะเทียบได้กับความชั่วจากการฉ้อฉลตัวบทกฎหมายเพื่อทำลายคนอื่น"

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่