มิน่า ป.ป.ช. ถึงไม่เอาผิดระดับปฏิบัติการก่อน มุ่งเล่นงานระดับนโยบายทันที
อย่างที่รู้กันครับ ว่า ป.ป.ช. ชี้มูลและส่งฟ้องนายกฯยิ่งลักษณ์ข้อหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ฐานปล่อยปละละเลย ไม่ยอมระงับยุติโครงการรับจำนำข้าว ที่ ป.ป.ช. บอกว่าสร้างความเสียหายห้าแสนล้านบาท
หลักฐานก็คือ
1. งานวิจัยของทีดีอาร์ไอ
2. หนังสือจาก สตง.ถึงนายกรัฐมนตรีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 4 ฉบับ ที่แนะนำให้รัฐบาลยุติโครงการ
3. หนังสือจาก ป.ป.ช. ถึงนายกรัฐมนตรีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าโครงการรับจำนำข้าวมีปัญหาการทุจริต
(หลักฐานทั้งสามอย่าง ค้นหากันเองนะครับ ขี้เกียจค้นมาแปะ)
ป.ป.ช. มองว่า โครงการจำนำข้าวนั้น สร้างความเสียหายหลายด้าน
ทั้งเรื่องกลไกตลาดข้าว เรื่องการขาดทุนจากโครงการ การทุจริตทุกขั้นตอน ฯลฯ
ซึ่งได้มีหนังสือถึงยิ่งลักษณ์ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ
พร้อมแนะนำให้ระงับโครงการแล้ว แต่ยิ่งลักษณ์กลับไม่สนใจ
ก่อให้เกิดความเสียหาย จึงมีความผิดละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ฐานปล่อยปละละเลยไม่ระงับยับยั้งโครงการ
ผมพิจารณาเรื่องราวแล้ว ผมก็มึนครับ
มึนว่า งานวิจัยของทีดีอาร์ไอ คำแนะนำท้วงติงของ ป.ป.ช. และ สตง. คือคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ที่รัฐบาลต้องทำตามยังงั้นหรือ ?
หากไม่ทำตาม เกิดความเสียหาย แปลว่ามีความผิดยังงั้นหรือ ?
ทีดีอาร์ไอ ป.ป.ช. สตง. คือผู้มีอำนาจในการกำกับแนวทางการดำเนินนโยบายของรัฐบาลยังงั้นหรือ ?
มึนครับ
ผมมองว่า มันเป็นการพาลเอาผิดให้ได้
คือแทนที่จะพิสูจน์ว่า ความเสียหายนั้น เกิดจากการปล่อยปละละเลยจริงหรือไม่
ยิ่งลักษณ์ได้มีการกระทำใด ๆ ในการป้องกันและแก้ไขความเสียหายไหม
หากไม่มี ก็พอจะมองได้ว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ แต่หากมี ก็ย่อมไม่ใช่การละเว้น
แต่กลับสรุปเอาผิดง่าย ๆ ว่า ท้วงติงแล้ว ไม่ยอมหยุด เกิดความเสียหาย ถือว่ามีความผิดฐานละเว้น ปล่อยปละละเลย
พิลึกครับ พาลครับ
เพราะหากใช้ตรรกะแบบนี้ ประเทศไทยไม่ต้องทำอะไรล่ะครับ นอนเกาสะดือกันไปวัน ๆ เท่านั้นพอ
ตำรวจจราจรไม่ต้องมี เพราะรีดไถกันทุกวัน
อบต. อบจ. เลิก
หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ยุบ
เพราะปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต สร้างความเสียหายตลอดมา
ประเด็นสำคัญสุด ความผิดฐานในการปฏิบัติหน้าที่นั้น ไม่ว่าจะปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ต้องพิจารณาที่ "เจตนา" เป็นหลัก หากเจตนาปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติโดยมิชอบ จึงจะมีความผิด
หากขาดเจตนา ย่อมไม่มีความผิด
นโยบายแห่งรัฐที่ได้แถลงต่อรัฐสภา ต้องแยกออกเป็นสองประเด็น
หนึ่ง คือเรื่องทุจริต
สอง คือเรื่องความรับผิดชอบทางนโยบาย
หากมีการทุจริต ก็ต้องเอาผิดผู้เกี่ยวข้องทุกคน ใครทำ ใครเกี่ยวข้อง ใครกำกับดูแล
ส่วนเรื่องนโยบาย หากเกิดความเสียหายเพราะนโยบาบผิดพลาด บกพร่อง เป็นเรื่องความรับผิดชอบทางการเมือง
ไม่ใช่ความผิดฐานประพฤติมิชอบ
หากจะมีความผิดก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ ให้ชัด ว่าเจตนาทำให้เกิดความเสียหาย
ไม่ใช่แค่อ้างว่า ท้วงติงแล้ว แนะนำแล้ว แต่ไม่ยอมฟัง ไม่หยุด ผิด
ทำให้คิดถึง ตรรกะที่ว่า การเลือกตั้งคือปัญหาของประเทศครับ
เป็นตรรกะที่อ้างเพื่อไม่ให้มีการเลือกตั้ง
ทำให้คิดว่า การเลือกตั้งมีโกง กกต.ต้องติดคุก เพราะเลือกตั้งทีไรก็โกงกันทุกที
กกต. ปล่อยปละละเลยให้มีการเลือกตั้งได้ไง
ฯลฯ
ตรรกะที่ ป.ป.ช. มุ่งเอาผิดยิ่งลักษณ์แบบนี้ ผมว่ามันจะทำให้บ้านเมืองอลเวงนะครับ
หลักมันง่าย ๆ แค่ว่า ยิ่งลักษณ์เจตนาปล่อยปละละเลยหรือไม่เท่านั้นเอง
แต่กลับไม่ทำตรงนี้ กลับไม่พิสูจน์ตรงนี้ ใช้วิธีอ้างถึงคำท้วงติง กล่าวหา แล้วสรุปว่าผิดแบบพาลเอาผิด
แถมทำเหมือนไม่อยากรับฟังคำชี้แจง ไม่รับฟังพยานของยิ่งลักษณ์ซะงั้น
แบบนี้จะกลายเป็นว่า นอกจากศาลรัฐธรรมนูญที่ขยายอำนาจตัวเองจนกลายเป็นพ่อทุกสถาบันไปแล้ว
(ยกเว้นเรื่องหนีทหารของไอ้แหล ที่ศาลรัฐธรรมนูญยอมสยบ)
ต่อไปเราจะมีทีดีอาร์ไอ ป.ป.ช. สตง. ที่มีอำนาจเหนือรัฐบาล
รัฐบาลไหนเข้ามา หากองค์กรเหล่านี้ไม่ท้วงติง ก็รอดตัวไป
แต่หากมีการท้วงติง แล้วยังดำเนินนโยบาย หากเกิดความเสียหายขึ้นมา ติดคุก
แปลว่ารัฐบาลต้องฟัง ทำตามทีดีอาร์ไอ ป.ป.ช. สตง. ในเรื่องนโยบาย
พาลเอาผิดให้ได้ ด้วยการประสานระหว่างทีดีอาร์ไอ(แต่ได้ออกมาปฏิเสธแล้วว่าไม่ใช่การวิจัยความผิดยิ่งลักษณ์)
ป.ป.ช. สตง. ทำหนังสือถึงยิ่งลักษณ์ แล้วใช้เรื่องนี้มาเป็นหลักฐานเอาผิด
แบบนี้มีแต่เละกับเละครับ
ชัดเจนแล้วครับ ว่า ป.ป.ช. เอาผิดยิ่งลักษณ์นั้น ไม่ใช่การปล่อยปละละเลยในเรื่องการทุจริต แต่คือเรื่องความเสียหาย
อย่างที่รู้กันครับ ว่า ป.ป.ช. ชี้มูลและส่งฟ้องนายกฯยิ่งลักษณ์ข้อหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ฐานปล่อยปละละเลย ไม่ยอมระงับยุติโครงการรับจำนำข้าว ที่ ป.ป.ช. บอกว่าสร้างความเสียหายห้าแสนล้านบาท
หลักฐานก็คือ
1. งานวิจัยของทีดีอาร์ไอ
2. หนังสือจาก สตง.ถึงนายกรัฐมนตรีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 4 ฉบับ ที่แนะนำให้รัฐบาลยุติโครงการ
3. หนังสือจาก ป.ป.ช. ถึงนายกรัฐมนตรีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าโครงการรับจำนำข้าวมีปัญหาการทุจริต
(หลักฐานทั้งสามอย่าง ค้นหากันเองนะครับ ขี้เกียจค้นมาแปะ)
ป.ป.ช. มองว่า โครงการจำนำข้าวนั้น สร้างความเสียหายหลายด้าน
ทั้งเรื่องกลไกตลาดข้าว เรื่องการขาดทุนจากโครงการ การทุจริตทุกขั้นตอน ฯลฯ
ซึ่งได้มีหนังสือถึงยิ่งลักษณ์ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ
พร้อมแนะนำให้ระงับโครงการแล้ว แต่ยิ่งลักษณ์กลับไม่สนใจ
ก่อให้เกิดความเสียหาย จึงมีความผิดละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ฐานปล่อยปละละเลยไม่ระงับยับยั้งโครงการ
ผมพิจารณาเรื่องราวแล้ว ผมก็มึนครับ
มึนว่า งานวิจัยของทีดีอาร์ไอ คำแนะนำท้วงติงของ ป.ป.ช. และ สตง. คือคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ที่รัฐบาลต้องทำตามยังงั้นหรือ ?
หากไม่ทำตาม เกิดความเสียหาย แปลว่ามีความผิดยังงั้นหรือ ?
ทีดีอาร์ไอ ป.ป.ช. สตง. คือผู้มีอำนาจในการกำกับแนวทางการดำเนินนโยบายของรัฐบาลยังงั้นหรือ ?
มึนครับ
ผมมองว่า มันเป็นการพาลเอาผิดให้ได้
คือแทนที่จะพิสูจน์ว่า ความเสียหายนั้น เกิดจากการปล่อยปละละเลยจริงหรือไม่
ยิ่งลักษณ์ได้มีการกระทำใด ๆ ในการป้องกันและแก้ไขความเสียหายไหม
หากไม่มี ก็พอจะมองได้ว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ แต่หากมี ก็ย่อมไม่ใช่การละเว้น
แต่กลับสรุปเอาผิดง่าย ๆ ว่า ท้วงติงแล้ว ไม่ยอมหยุด เกิดความเสียหาย ถือว่ามีความผิดฐานละเว้น ปล่อยปละละเลย
พิลึกครับ พาลครับ
เพราะหากใช้ตรรกะแบบนี้ ประเทศไทยไม่ต้องทำอะไรล่ะครับ นอนเกาสะดือกันไปวัน ๆ เท่านั้นพอ
ตำรวจจราจรไม่ต้องมี เพราะรีดไถกันทุกวัน
อบต. อบจ. เลิก
หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ยุบ
เพราะปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต สร้างความเสียหายตลอดมา
ประเด็นสำคัญสุด ความผิดฐานในการปฏิบัติหน้าที่นั้น ไม่ว่าจะปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ต้องพิจารณาที่ "เจตนา" เป็นหลัก หากเจตนาปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติโดยมิชอบ จึงจะมีความผิด
หากขาดเจตนา ย่อมไม่มีความผิด
นโยบายแห่งรัฐที่ได้แถลงต่อรัฐสภา ต้องแยกออกเป็นสองประเด็น
หนึ่ง คือเรื่องทุจริต
สอง คือเรื่องความรับผิดชอบทางนโยบาย
หากมีการทุจริต ก็ต้องเอาผิดผู้เกี่ยวข้องทุกคน ใครทำ ใครเกี่ยวข้อง ใครกำกับดูแล
ส่วนเรื่องนโยบาย หากเกิดความเสียหายเพราะนโยบาบผิดพลาด บกพร่อง เป็นเรื่องความรับผิดชอบทางการเมือง
ไม่ใช่ความผิดฐานประพฤติมิชอบ
หากจะมีความผิดก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ ให้ชัด ว่าเจตนาทำให้เกิดความเสียหาย
ไม่ใช่แค่อ้างว่า ท้วงติงแล้ว แนะนำแล้ว แต่ไม่ยอมฟัง ไม่หยุด ผิด
ทำให้คิดถึง ตรรกะที่ว่า การเลือกตั้งคือปัญหาของประเทศครับ
เป็นตรรกะที่อ้างเพื่อไม่ให้มีการเลือกตั้ง
ทำให้คิดว่า การเลือกตั้งมีโกง กกต.ต้องติดคุก เพราะเลือกตั้งทีไรก็โกงกันทุกที
กกต. ปล่อยปละละเลยให้มีการเลือกตั้งได้ไง
ฯลฯ
ตรรกะที่ ป.ป.ช. มุ่งเอาผิดยิ่งลักษณ์แบบนี้ ผมว่ามันจะทำให้บ้านเมืองอลเวงนะครับ
หลักมันง่าย ๆ แค่ว่า ยิ่งลักษณ์เจตนาปล่อยปละละเลยหรือไม่เท่านั้นเอง
แต่กลับไม่ทำตรงนี้ กลับไม่พิสูจน์ตรงนี้ ใช้วิธีอ้างถึงคำท้วงติง กล่าวหา แล้วสรุปว่าผิดแบบพาลเอาผิด
แถมทำเหมือนไม่อยากรับฟังคำชี้แจง ไม่รับฟังพยานของยิ่งลักษณ์ซะงั้น
แบบนี้จะกลายเป็นว่า นอกจากศาลรัฐธรรมนูญที่ขยายอำนาจตัวเองจนกลายเป็นพ่อทุกสถาบันไปแล้ว
(ยกเว้นเรื่องหนีทหารของไอ้แหล ที่ศาลรัฐธรรมนูญยอมสยบ)
ต่อไปเราจะมีทีดีอาร์ไอ ป.ป.ช. สตง. ที่มีอำนาจเหนือรัฐบาล
รัฐบาลไหนเข้ามา หากองค์กรเหล่านี้ไม่ท้วงติง ก็รอดตัวไป
แต่หากมีการท้วงติง แล้วยังดำเนินนโยบาย หากเกิดความเสียหายขึ้นมา ติดคุก
แปลว่ารัฐบาลต้องฟัง ทำตามทีดีอาร์ไอ ป.ป.ช. สตง. ในเรื่องนโยบาย
พาลเอาผิดให้ได้ ด้วยการประสานระหว่างทีดีอาร์ไอ(แต่ได้ออกมาปฏิเสธแล้วว่าไม่ใช่การวิจัยความผิดยิ่งลักษณ์)
ป.ป.ช. สตง. ทำหนังสือถึงยิ่งลักษณ์ แล้วใช้เรื่องนี้มาเป็นหลักฐานเอาผิด
แบบนี้มีแต่เละกับเละครับ