เรื่องราวชีวิตจริงนี้ ใช้เวลาว่างช่วงทำงาน แบ่งปันผ่านโทรศัพท์มือถือ เล่าเรื่องของคนอ้วนที่หลงตัวเองคนนึง สู่การก้าวเช้าสู่สังคม Fitness หากผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยด้วยครับ
ผมเป็นคนอ้วนครับ.. อ้วนมาตั้งแต่เด็ก

จ้ำม่ำดีใช่มั้ยครับ คุณครูชอบหยิกแก้มแล้วล้อว่าหน้าซาลาเปา..แต่ผมก็เคยผอมนะครับ.. สมัยเรียน ปวช เพราะติดเกมส์ อยู่แต่ร้านเน็ตไม่ยอมกินอะไรเลย.. จนดูเหมือนคนขี้ยา.. น้ำหนักตอนนั้น น่าจะซัก 65 กก.ได้ แต่หลังจากนั้นแม่ก็ทนเห็นสภาพแบบนี้ไม่ไหวจนต้องพาตัวกลับบ้าน
.. แต่ช่วงเวลานั้นผมแทบจะจำมันไม่ได้แล้วครับว่าผมก็เคยผอม.. แต่เป็นการผอมแล้วน่าเกลียดมากๆจนเปิดดูอัลบั้มรูปเก่าๆแล้วผมจำตัวเองไม่ได้..
อย่างที่บอกครับ.. ว่าผมเป็นคนอ้วน.. หลังจากแม่พามาบำบัด(ประมาณนั้นนะ) ผมก็กลับมาอ้วนเหมือนเดิม อ้วนสุดๆของผม อยู่ที่ 98 กก. ครับ

รูปนี้เมื่อสงกรานต์ 2556 ครับ
เมื่อก่อนผมไม่ยอมรับหรอกนะครับว่าตัวเองอ้วน ส่องกระจกทีไร ก็คิดว่า.. มันก็ไม่เท่าไหร่นี่... แต่พอถ่ายรูปทีไร ก็เป็นแบบนี้ จนคิดว่าตัวเองคงถ่ายรูปไม่ขึ้น 55555 อนาถใจ คิดไปได้ไง จะอัพรูปลงเฟสแต่ละทีต้องบีบหน้าให้แคบ บีบแขนให้เล็ก ลบลอยชั้นไขมันที่พุง พอทำออกมา ก็ดันคิดว่านี่แหละคือตัวเรา..โรคจิตนะครับ @_@
และชีวิตผมก็ต้องเปลี่ยนไปครับเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคม 2557 ผมถูกแฟนทิ้งครับ.. ทิ้งไปหาคนที่หล่อกว่า หุ่นดีกว่า ซึ่ง ณ ตอนนั้นผมยังคิดว่าผมดูดีกว่าคนนั้นด้วยซ้ำ 5555 (หลงตัวเองจริงๆ) แต่แน่นอนครับ ผมเสียใจ กินไม่ได้ นอนก็ไม่หลับจนน้ำหนักลดครับ เหลือ 93 กก. ซึ่งตอนนั้นผมคิดว่าผมดูดีมากๆ!! ดูดีสุดๆ!! อยากอวดทุกคน (น่าหมั่นไส้นะครับ) และนี่คือภาพ ช่วงไปเที่ยวสงกรานต์พักใจ เดือนเมษายน ที่ผ่านมาครับ น้ำหนัก 93 กก.
ดูดีเวอร์ครับ(ประชด) แต่แล้วก็มีเหตุการณ์นึงครับ.. ที่กระตุ้นให้ผมยอมรับตัวเองว่าผมอ้วน.. ผมถอดเสื้อนั่งเล่นอยู่ที่บ้านครับ.. และก็มีเด็กผู้ชายข้างบ้านคนนึง ผมไม่ทราบว่าอายุเท่าไหร่ น่าจะอยู่ซัก ป.1 เดินมาหาผม แล้วพูดประโยคนึง..."อ้วนมากเลยนะเนี้ย.. พร้อมเอามือจับพุง" บอกตรงๆว่าปรี๊ดมากครับ อยากจะฆ่าทิ้งเลย แต่ผมก็มาคิดได้ครับว่าเด็กมันคงไม่โกหก เออเราคงอ้วนจริง ประกอบกับความคับแค้นใจที่แฟนทิ้ง นับจากนั้นครับ ผมก็ลั่นวาจากับกับตัวเอง น้องสาวและลูกพี่ลูกน้องอีกคนว่าผมจะเข้า Fitness!! และจะต้องผอมหุ่นเป๊ะให้ได้ภายใน สงกรานต์ 2558 นี้ (ภายใน 1 ปี) และ จะทำให้คนที่ทิ้งผม เสียดาย!!
พอหมดช่วงสงกรานต์ ผมก็กลับมาเรียนครับ ผมเรียนอยู่ กทม มหาวิทยาลัย รามคำแหงครับ มาถึง กทม วันแรก ผมก็เดินปรี่เข้าไปที่ฟิตเนสด้วยความแน่วแน่เลยครับ..เอาวะลองซักตั้ง และนี่คือภาพวันแรกที่ผมเหยียบที่ฟิตเนสครับ 28 เมษายน 2557
บึ้กมากใช่มั้ยครับ
นี่วันที่สองครับ
ระบมครับ 5555 แต่ก็ยังสู้นะครับ
ผ่านไป 1 สัปดาห์ครับ
ผ่านไป 2 สัปดาห์ครับ
1 เดือน ครับ
2 เดือนครับ
3 เดือนครับ
5 เดือนครับ
6 เดือนครับ
และปัจจุบันครับ 74 กก.
ทั้งหมดนี้ ไม่มีการใช้ยาลดความอ้วน หรืออาหารเสริมใดๆ นะครับ ฟิตเนสล้วนๆ ทุกวันไม่มีพัก แต่ไม่ได้ควบคุมอาหารนะครับ กินเป็นปกติ ข้าวราดแกง ไข่เจียวไรพวกนี้ แต่จะตัดพวกขนมและของหวาน และกินไม่เกินวันละ 3 มื้อครับ
ตอนนี้ผมก็ได้เข้ามาทำงานในฟิตเนสที่ผมเล่นอยู่แล้วครับ พนักงานเล่นฟรี ประหยัดค่าใช้จ่าย 5555 และผมยังคงฟิตเนสอย่างต่อเนื่องครับ กว่าจะถึงวันที่ผมตั้งไว้ และสุดท้ายนี้ ผมอยากขอบคุณแฟนเก่านะครับที่ผมอ้วนขนาดนั้น หลงตัวเองขนาดนั้น ยังอุตส่าคบกับผมตั้ง 3 ปี ผมคิดได้แล้วครับ
ไอ้อ้วนผู้หลงตัวเอง ประสบการณ์ Fitness เปลี่ยนชีวิต
ผมเป็นคนอ้วนครับ.. อ้วนมาตั้งแต่เด็ก
จ้ำม่ำดีใช่มั้ยครับ คุณครูชอบหยิกแก้มแล้วล้อว่าหน้าซาลาเปา..แต่ผมก็เคยผอมนะครับ.. สมัยเรียน ปวช เพราะติดเกมส์ อยู่แต่ร้านเน็ตไม่ยอมกินอะไรเลย.. จนดูเหมือนคนขี้ยา.. น้ำหนักตอนนั้น น่าจะซัก 65 กก.ได้ แต่หลังจากนั้นแม่ก็ทนเห็นสภาพแบบนี้ไม่ไหวจนต้องพาตัวกลับบ้าน
.. แต่ช่วงเวลานั้นผมแทบจะจำมันไม่ได้แล้วครับว่าผมก็เคยผอม.. แต่เป็นการผอมแล้วน่าเกลียดมากๆจนเปิดดูอัลบั้มรูปเก่าๆแล้วผมจำตัวเองไม่ได้..
อย่างที่บอกครับ.. ว่าผมเป็นคนอ้วน.. หลังจากแม่พามาบำบัด(ประมาณนั้นนะ) ผมก็กลับมาอ้วนเหมือนเดิม อ้วนสุดๆของผม อยู่ที่ 98 กก. ครับ
รูปนี้เมื่อสงกรานต์ 2556 ครับ
เมื่อก่อนผมไม่ยอมรับหรอกนะครับว่าตัวเองอ้วน ส่องกระจกทีไร ก็คิดว่า.. มันก็ไม่เท่าไหร่นี่... แต่พอถ่ายรูปทีไร ก็เป็นแบบนี้ จนคิดว่าตัวเองคงถ่ายรูปไม่ขึ้น 55555 อนาถใจ คิดไปได้ไง จะอัพรูปลงเฟสแต่ละทีต้องบีบหน้าให้แคบ บีบแขนให้เล็ก ลบลอยชั้นไขมันที่พุง พอทำออกมา ก็ดันคิดว่านี่แหละคือตัวเรา..โรคจิตนะครับ @_@
และชีวิตผมก็ต้องเปลี่ยนไปครับเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคม 2557 ผมถูกแฟนทิ้งครับ.. ทิ้งไปหาคนที่หล่อกว่า หุ่นดีกว่า ซึ่ง ณ ตอนนั้นผมยังคิดว่าผมดูดีกว่าคนนั้นด้วยซ้ำ 5555 (หลงตัวเองจริงๆ) แต่แน่นอนครับ ผมเสียใจ กินไม่ได้ นอนก็ไม่หลับจนน้ำหนักลดครับ เหลือ 93 กก. ซึ่งตอนนั้นผมคิดว่าผมดูดีมากๆ!! ดูดีสุดๆ!! อยากอวดทุกคน (น่าหมั่นไส้นะครับ) และนี่คือภาพ ช่วงไปเที่ยวสงกรานต์พักใจ เดือนเมษายน ที่ผ่านมาครับ น้ำหนัก 93 กก.
ดูดีเวอร์ครับ(ประชด) แต่แล้วก็มีเหตุการณ์นึงครับ.. ที่กระตุ้นให้ผมยอมรับตัวเองว่าผมอ้วน.. ผมถอดเสื้อนั่งเล่นอยู่ที่บ้านครับ.. และก็มีเด็กผู้ชายข้างบ้านคนนึง ผมไม่ทราบว่าอายุเท่าไหร่ น่าจะอยู่ซัก ป.1 เดินมาหาผม แล้วพูดประโยคนึง..."อ้วนมากเลยนะเนี้ย.. พร้อมเอามือจับพุง" บอกตรงๆว่าปรี๊ดมากครับ อยากจะฆ่าทิ้งเลย แต่ผมก็มาคิดได้ครับว่าเด็กมันคงไม่โกหก เออเราคงอ้วนจริง ประกอบกับความคับแค้นใจที่แฟนทิ้ง นับจากนั้นครับ ผมก็ลั่นวาจากับกับตัวเอง น้องสาวและลูกพี่ลูกน้องอีกคนว่าผมจะเข้า Fitness!! และจะต้องผอมหุ่นเป๊ะให้ได้ภายใน สงกรานต์ 2558 นี้ (ภายใน 1 ปี) และ จะทำให้คนที่ทิ้งผม เสียดาย!!
พอหมดช่วงสงกรานต์ ผมก็กลับมาเรียนครับ ผมเรียนอยู่ กทม มหาวิทยาลัย รามคำแหงครับ มาถึง กทม วันแรก ผมก็เดินปรี่เข้าไปที่ฟิตเนสด้วยความแน่วแน่เลยครับ..เอาวะลองซักตั้ง และนี่คือภาพวันแรกที่ผมเหยียบที่ฟิตเนสครับ 28 เมษายน 2557
บึ้กมากใช่มั้ยครับ
นี่วันที่สองครับ
ระบมครับ 5555 แต่ก็ยังสู้นะครับ
ผ่านไป 1 สัปดาห์ครับ
ผ่านไป 2 สัปดาห์ครับ
1 เดือน ครับ
2 เดือนครับ
3 เดือนครับ
5 เดือนครับ
6 เดือนครับ
และปัจจุบันครับ 74 กก.
ทั้งหมดนี้ ไม่มีการใช้ยาลดความอ้วน หรืออาหารเสริมใดๆ นะครับ ฟิตเนสล้วนๆ ทุกวันไม่มีพัก แต่ไม่ได้ควบคุมอาหารนะครับ กินเป็นปกติ ข้าวราดแกง ไข่เจียวไรพวกนี้ แต่จะตัดพวกขนมและของหวาน และกินไม่เกินวันละ 3 มื้อครับ
ตอนนี้ผมก็ได้เข้ามาทำงานในฟิตเนสที่ผมเล่นอยู่แล้วครับ พนักงานเล่นฟรี ประหยัดค่าใช้จ่าย 5555 และผมยังคงฟิตเนสอย่างต่อเนื่องครับ กว่าจะถึงวันที่ผมตั้งไว้ และสุดท้ายนี้ ผมอยากขอบคุณแฟนเก่านะครับที่ผมอ้วนขนาดนั้น หลงตัวเองขนาดนั้น ยังอุตส่าคบกับผมตั้ง 3 ปี ผมคิดได้แล้วครับ