🍔​ ไขมันในช่องท้อง (VAT) สุดยอดภาษีประจำร่าง ประเมินก็ยาก บางคนยังไม่อ้วนก็เกิน ก่อโรคมากมาย

กระทู้สนทนา
ไขมันในช่องท้อง (VAT) สุดยอดภาษีประจำร่าง
ประเมินก็ยาก บางคนยังไม่อ้วนก็เกิน ก่อโรคมากมาย

.

ข้อเสียของเนื้อเยื่อไขมันในช่องท้อง (Visceral adipose tissue: VAT) คือ ถ้ามันเริ่มขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ จนเก็บไขมันไม่ไหว มันจะเริ่มเปลี่ยนนิสัยค่ะ จากเดิมที่เป็นแค่โกดังเก็บพลังงานเงียบๆ กลายเป็น “ต่อมอักเสบขนาดใหญ่” ที่คอยปล่อยสารปั่นป่วนทั้งร่างกาย

ทั้งสารก่ออักเสบ เช่น TNF-α, IL-6
ทั้งกรดไขมันอิสระที่ไหลออกมาตลอดเวลา
ทั้งฮอร์โมนผิดปกติจากเซลล์ไขมันที่เริ่มเสียสมดุล

.
.



[ VAT อยู่ลึก และยิงใส่อวัยวะแบบระยะประชิด ]

.

VAT ไม่ได้อยู่ใต้ผิวหนังแบบที่เราจับพุงเล่นกันได้ แต่มันไปกองอยู่ลึกๆ รอบลำไส้ รอบตับ รอบตับอ่อน แทรกตามอวัยวะภายใน แล้วดันปล่อยสารต่างๆ ใส่อวัยวะข้างๆ แบบระยะประชิด

โดยเฉพาะตับ เป็นสนามอารมณ์ของ VAT เลย

เลือดจากลำไส้และ VAT จะไหลเข้าตับโดยตรงผ่าน portal vein ทำให้ตับเหมือนโดนแช่ในกรดไขมันและสารอักเสบทุกวัน

ผลคือ ตับเริ่มมีเมตาบอลิซึมเสียหาย
🧯 สร้างน้ำตาลมากเกิน
🧯 ดื้อต่ออินซูลิน
🧯 เปลี่ยนกรดไขมันที่ส่งมาเป็น triglyceride สะสม
🧯 เริ่มกลายเป็นไขมันพอกตับ
🧯 ปล่อยตัวขนส่ง VLDL ออกสู่เลือดมากขึ้น

สุดท้ายเลยลากทั้งระบบให้พังตาม
ทั้งน้ำตาลสูง ไขมันสูง ความดันสูง และคราบไขมันที่ผนังหลอดเลือด

.
.



[ เมื่อไขมันกลายเป็นก้อนอักเสบเรื้อรัง ]

.

และตอน VAT เริ่มอักเสบหนักๆ เซลล์ไขมันบางส่วนจะโตจนเลือดมาเลี้ยงไม่ทัน

เกิดภาวะขาดออกซิเจนในก้อนไขมัน พอเซลล์เริ่มบาดเจ็บ เม็ดเลือดขาว macrophage จะวิ่งเข้ามาเก็บซาก แต่แทนที่จะสงบ มันกลับยิ่งสร้างสารอักเสบเพิ่มอีก

จึงเกิดภาพที่นักวิจัยเรียกว่า
“ไขมันที่กำลังอักเสบเรื้อรัง”

บางก้อนมี macrophage ล้อมรอบเซลล์ไขมัน
ที่กำลังตๅยเป็นวงๆ เลยค่ะ (crown-like structure)

.
.



[ สารอักเสบจากพุง ไม่ได้อยู่แค่ในพุง ]

.

ปัญหาคือสารอักเสบเหล่านี้ไม่ได้อยู่แค่ในพุง

มันกระจายเข้ากระแสเลือด
ไปทำให้ผนังหลอดเลือดอักเสบ
รบกวนการทำงานของ nitric oxide
ทำให้หลอดเลือดแข็ง ตีบง่าย ความดันสูงง่าย

รวมถึงไปรบกวนสัญญาณอินซูลินที่กล้ามเนื้อและตับ
จนเกิดภาวะดื้ออินซูลิน

ดังนั้นหลายครั้ง
จุดเริ่มต้นของเบาหวานชนิดที่ 2
ไม่ได้เริ่มที่น้ำตาลก่อน
แต่เริ่มจาก “ไขมันในช่องท้องอักเสบ” ก่อนนี่แหละค่ะ

.
.



[ ข้อดีของ VAT คือมันลดไว ]

.

แต่ข้อดีของ VAT ก็มี และถือว่าเป็นเรื่องดีที่สุดอย่างหนึ่งของเมตาบอลิซึมเลย
คือมัน “ตอบสนองต่อการดูแลสุขภาพไวมาก”

เพราะ VAT เป็นไขมันที่มีการหมุนเวียนสูง
ไวต่อฮอร์โมน เช่น adrenaline และ insulin มากกว่าไขมันใต้ผิวหนัง

ดังนั้นเวลา
🌿 คุมอาหาร
🌿 ลดน้ำตาล/ของทอด
🌿 เพิ่มโปรตีน
🌿 ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
🌿 นอนดีขึ้น
🌿 ลดความเครียด

ร่างกายจะเริ่มดึงพลังงานจาก VAT ออกก่อนค่อนข้างเร็ว

หลายคนรูปร่างภายนอกยังไม่เปลี่ยนมาก
น้ำหนักลงไม่เยอะ
แต่ค่าไขมัน ค่าน้ำตาล หรือค่าตับเริ่มดีขึ้นแล้ว
เพราะ VAT ลดก่อนค่ะ

.
.



[ ออกกำลังกาย/คุมอาหารคือวิธีลอก VAT ]

.

โดยเฉพาะการออกกำลังกาย

กล้ามเนื้อที่กำลังทำงานจะดึงกลูโคสและกรดไขมันไปใช้มากขึ้น
ระดับ insulin ลดลง
ฮอร์โมนที่กระตุ้นการสลายไขมันเพิ่มขึ้น

รวมถึง myokine จากกล้ามเนื้อ
ยังช่วยลดการอักเสบของ VAT ได้อีก

จึงไม่แปลกที่บางคน
ออกกำลังกายต่อเนื่องไม่กี่เดือน
พุงยุบไม่มาก
แต่ไขมันพอกตับลดลงชัดเจนเลย

.
.



[ ผอมก็ VAT เยอะได้ ]

.

อีกเรื่องที่สำคัญมากคือ
VAT ไม่ได้สัมพันธ์กับ “ความอ้วนภายนอก” เสมอไปค่ะ

บางคนผอม แขนขาเล็ก
แต่มี VAT เยอะมากก็ได้

เรียกว่า TOFI
(Thin outside, fat inside)

คือดูผอมภายนอก
แต่เมตาบอลิซึมด้านในเริ่มพังแล้ว

พบได้บ่อยในคนที่
🪑 นั่งนาน
🪑 ไม่ออกกำลังกาย
🪑 กินน้ำหวาน/แอลกอฮอล์บ่อย
🪑 นอนน้อย
🪑 สูญเสียมวลกล้ามเนื้อ

ดังนั้นอย่าใช้แค่น้ำหนักตัวตัดสินสุขภาพค่ะ

.
.

ปล. อย่างที่บอกไปเนื้อเยื่อไขมันในช่องท้อง เอามือคลำไม่ได้นะคะ ที่เราคลำๆ ได้ส่วนใหญ่คือไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous adipose tissue: SAT)

ตัวนี้แม้เอาออกยากกว่า แต่โดยรวมไม่ดุเท่า VAT และบางส่วนยังทำหน้าที่เป็น “ที่เก็บพลังงานสำรอง” ช่วยกันไขมันไปสะสมผิดที่ด้วย

ถ้าอยากประเมิน VAT จริงๆ
ต้องใช้วิธีตรวจที่ดูองค์ประกอบร่างกาย เช่น
📊 เครื่อง BIA
📊 DEXA

ซึ่งก็หายากอีก ปัจจุบันเลยใช้ BMI+รอบเอว+ผลเลือด
เพื่อพยายามลดข้อจำกัดให้มากสุด ดีกว่า BMI อย่างเดียวค่ะ
https://www.facebook.com/share/p/1UF9qxqRmF/

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่