ประสบกาณร์อยากแชร์ครับ ลดน้ำหนักเปลี่ยนชีวิต 121 กิโลกรัม สู่ 80 กิโลกรัม ภายในสี่เดือน (มหากาพย์ลองผิดลองถูก)

สวัสดีครับ เนื่องจากได้ติดตาม ประสบการณ์การลดน้ำหนักของคนอื่นๆมาหลายกระทู้แล้ว เห็นเค้าลดน้ำหนักกัน เลยอยากจะแชร์ประสบการณ์ของผมบ้างครับ ต้องบอกก่อนเลย นี่คือกระทู้แรกของผม รู้จักเว็บพันทิพย์นี้มานานแล้วครับ แต่ไม่เคยสมัครมาก่อนเลย พออยากแชร์ประสบการณ์ของตัวเองดูบ้าง(พี่ชายแนะนำมา) เลยสมัครดูบ้าง บอกตรงๆเลยครับ ไม่ถนัดการพิมพ์ซักเท่าไหร่ถ้าพิมภาษาผิดเพี้ยนไปก็ขออภัย ณ ที่นี้ด้วยนะ ครับ

ก่อนอื่นขอแนะนำตัวก่อนเลยนะครับ

ผมชื่อ กอล์ฟครับ ... แต่เพื่อนเรียกกัปตัน
อายุ 24 ปีครับ
ส่วนสูงประมาน 185 ครับ

น้ำหนัก (ตอนเริ่มเรื่อง) 121 กิโลกรัมครับ

ต้องบอกกก่อนเลยนะครับ ว่า ตอนที่น้ำหนัก 121 กิโลกรัม ผมอ้วนเอามากๆ เลย คือผม อ้วนมาเป็นสิบกว่าปีละครับ จนคนมอง เอกลักษณ์ของผมเป็นคนอ้วนๆ กลมๆ ตัวใหญ่ๆ ครับ ทุกคนจะชินตากับภาพเหล่านี้มากๆ จนผมได้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า "ไอ้อ้วน" ซึ่งคนส่วนใหญ่จะจำผมได้ตรงพุงนี่และครับ

นี่คือรูปเก่าๆ ตอนอ้วนๆครับ

ขอโทษนะครับถ้ารูปมันใหญ่ไป ปรับไม่เป็น มือใหม่จริงๆ 55



ตอนนั้น เอกลักษณ์ เด่นชัดคือ "พุงครับ" ซึ่งความสามารถผมตอนนั้นสามารถแบ่งพุงให้ใหญ่เป็นคนท้องใกล้คลอดได้ 55





ตอนนั้นรู้สึกว่าตัวเองน่าเกลียดเอามากๆเลย ตัวเริ่มอ้วนขึ้นเรื่อยๆเพราะกินมากขึ้น จบมาพอทำงานมีเงินก็เริ่มสรรหาสิ่งที่ตัวเองชอบกิน และกินมันอยู่อย่างนั้น จนตัวมันอ้วนขึ้นเรื่อยๆ (หน้ามันก็แก่ตามขึ้นเรื่อยๆ แปลกแฮะ) การกินของผมโดยปกติมื้อละ 3 จานพูนๆครับ เน้นข้าว กับข้าวเท่าไหร่ไม่สน!! เอาอิ่ม ข้าวเยอะไว้ก่อน แล้วสามจานพูนจริง บางครั้งก็ให้รางวัลตัวเอง (กล้าพูด) เป็นขนมจีนมื้อเย็นครับ มื้อละ 1 กิโล กินคนเดียว หมูย่าง ไก่ทอดตามเข้าไปด้วย ครบครับ 55


พอหลังๆมานี่เริ่มรู้สึกว่า อึดอัดกับชุด ที่ใส่แล้วคับเรื่อยๆ จนเสื้อผ้าที่เคยใส่ได้ก็ใส่ไม่ได้เลยครับ คับหมดทั้งตัว เริ่มลำบากกับชีวิต อึดอัด เหนื่อยง่าย กินไรนิดหน่อยพุงก็ปลิ้นออกมา เอามากๆเลย อยากใส่ชุดสวยๆ ก็ไม่มีไซค์ จนสุดท้าย ต้องตัดชุดมาใส่ครับ (ตอนนี้ที่ใส่อยู่ก็ได้แค่ชุดทำงานที่ตัดมากับเสื้อผ้าเก่าๆที่ใส่จนย้วยครับ นอกนั้นใส่ไม่ได้หมด) ซึ่งตอนนั้นช่วงเดือนมีนาคม ปี 57 นี่เอง ชั่งน้ำหนักไป หนักถึง 121 กิโลกรัมครับ



น้ำหนักก่อนฟิตชั่งตอนเดือนมีนาคม รวม 121 kg
เสาร์ที่ 3 พฤษภาคม 116 kg

น้ำหนักผมลดครับ ผมดีใจเอามากๆ เลย ที่นี้ผมก็วางแผนใหม่ครับ ว่าจะ ชั่งน้ำหนักทุกวันเสาร์ แล้วอัพเดทลงเฟสบุค ทุกวันเสาร์นั่นเลย (กดดันตัวเอง สร้างวินัย เพราะมีสักขีพยานเป็นเพื่อนในเฟส 555) แล้วผมก็เริ่มเปลี่ยนความคิดครับว่าจะลดให้หุ่นดีไปเลยครับ ^^

นี่คือรูปช่วง 116 kg คับ




ก็ยังไม่เห็นการเปลลี่ยนแปลงอะไรมากหรอกครับ (พุงยังอยู่) ต่อจากนั้นผมก็เริ่มพัฒนาตัวเองขึ้น จากทานน้อยกับออกกำลังกาย เริ่มศึกษาเรื่องสารอาหารที่กินเข้าไปบ้างครับ ว่ากินยังไงให้น้ำหนักลด ผมจึงทานแบบคลีนๆครับและทานน้อยด้วย (วิธีนี้แค่อยากแชร์นะครับ เพราะเป็นวิธีที่มันอันตรายไป) ผมจะทานแค่พวกผัก แทบบไม่แตะเนื้อสัตว์เลยซักนิด ประกอบกับออกกำลังกายอย่างหนักเลยครับ พัฒนาตนเองขึ้นมา จนวิ่งได้สองรอบ (1กิโลพอดี) แล้วก็วิ่งต่อร้อยเมตรแล้วเดินแล้ววิ่ง ทำแบบนี้จนน้ำหนักผมลดฮวบเลยครับ ตกอาทิตย์ละ 3 กิโลครับ (ขอย้ำนะครับผมไม่ค่อยแนะนำวิธีนี้มันหักโหมตัวเองไปมากเพราะผมกินน้อยมาก เลิกจุกจิกทั้งหมด) และนี่คืออาหารที่ผมทานช่วงนั้นครับ

ใข่ตุ๋นเห็ดเข็มทอง





ชุดดัมเบลอันนี้ครับ ผมเริ่มสนใจเล่นกล้ามขึ้นมาบ้างแล้วครับ ผลคือ น้ำหนักก็ลดลงอีกสิครับ ^^
เสาร์ที่ 7 มิถุนายน 103kg
เสาร์ที่ 14 มิถุนายน 101kg
เสาร์ที่ 21 มิถุนายน 99kg
เสาร์ที่ 28 มิถุนายน 96kg
และนี่ก็คือผล






มันยังไม่จบแค่นี้นะครับ เดี๋ยวจะมาเล่าต่อ ขอนอนก่อนครับ ^^

กลับมาเล่าต่อแล้วครับ เมื่อคืนต้องนอนก่อนเพราะวิ่งตอนเช้าอีก ต่อเลยครับ



เสาร์ที่ 5 กรกฏาคม 94kg
เสาร์ที่ 12 กรกฏาคม 93 kg

น้ำหนักผมลงอย่างเห็นได้ชัดจนเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในตัวเองอย่างมากครับ ถามว่ามันสบายไหมที่ผมทำ ไม่เลยครับ ผมต้องต่อสู้กับวินัยของตนเอง เห็นคนอื่นทานอาหารที่เป็นของที่เราชอบบางทีก็เผลอกินไปบ้าง แต่สุดท้ายก็มาสารภาพบาปโดยการวิ่งนี่และ (การวิ่งนี้ทำให้ลดได้จริงๆ) อุปสรรคครั้งยิ่งใหญ่ของคนอ้วนคือวิ่งแล้วปวดหน้าแข้งครับ ช่วงแรกที่ผมวิ่ง มันปวดมากครับ ปวดแบบลงไปนั่งกองกับพื้นเลย ทรมานมากเลยครับ แต่ผมก็ศึกษาหลักการวิ่งใหม่ จนในที่สุดผมก็เอาชนะมันได้ครับกดฟันวิ่งต่อไป

จนสุดท้ายชุดลูกเสือผมก็ใส่ไม่ได้ครับ ผิดคาด มันหลวงจนหลุดไปกองกับพื้นครับสุดท้ายก็เข้าเอวครับ (ตอนนี้ชุดเริ่มเข้าเอวเป็นครั้งที่ สองครับ)


จนสุดท้าย มีน้องชวนผมเข้าฟิตเนสครับ ผมก็ได้เริ่มเข้าสู่วงการฟิตเนสครับ แล้วน้ำหนักที่ลดคือ
เสาร์ที่ 19 กรกฏาคม 91 Kg
เสาร์ที่ 26 กรกฏาคม 90 Kg

ผมดีใจมากเลยครับ ^^ ทีนี้ผมก็เริ่มเปลี่ยนการใช้ชีวิต (อีกแล้ว) จากการเล่นเวทที่บ้าน ก็เริ่มเข้าฟิตเนสตามน้องๆ (พอดีเจอน้องเค้าเลยชวน)ไปครับ เข้าไปตอนแรกก็เก้ๆกังๆ ไม่มีความรู้เลย ดีที่มีน้องๆเค้าที่ฟิตเนสสอนบ้าง ผมก็เลยได้ความรู้ครับว่าเล่นตรงไหน ได้กล้ามเนื้ออะไร เริ่มปรับชีวิตจากเอาไขมันออก เป็นสร้างกล้ามเนื้อขึ้นแทนครับ ผลที่ได้คือน้ำหนักลงไม่มากแต่ได้กล้ามเนื้อมาแทนที่ครับ
แล้ววิวัฒนาการผมก็เห็นเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆครับ




จนสุดท้าย ผมก็เปลี่ยนชีวิตออกกำลังกายใหม่ครับ เน้นการเล่นเวท สร้างแขน อก ไหล่ ครับ แล้ววิ่งเพิ่มขึ้น เป็นวิ่ง 30 นาที (แบบก้าวขายาวๆ)
แล้วก็เริ่มกินตามแบบปกติแล้วครับ กินข้าว กินโปรตีนจากเนื้อสัตว์ แต่ไม่เน้นไขมันครับ (ต้องบอกก่อนเลยว่าที่ผมลดมาได้นี่ไม่เคยใช้ยาลดแม้แต่นิดเดียวเลยครับ) น้ำหนักผมก็ดิ่งลงเรื่อยๆตามนี้ครับ
เสาร์ที่ 26 กรกฏาคม 90 Kg


เสาร์ที่ 2 สิงหาคม 86.8 Kg
เสาร์ที่ 9 สิงหาคม 85.3 Kg
เสาร์ที่ 16 สิงหาคม 85.1 Kg
เสาร์ที่ 23 สิงหาคม 84.0 Kg
เสาร์ที่ 30 สิงหาคม 82.2 Kg

หุ่นที่ได้ก็คือ ดูดีขึ้นครับ หน้าเด็กลง 55 มีคนทักตลอดเลย แต่บ่อยครั้งก็ทักว่าโทรมไปนะ (มันก็จริงอะและครับ บางครั้งโหมเยอะมาก) แต่ผลที่ได้มาคือคุ้มค่าครับ จากที่ไม่มีเสื้อผ้าใส่ก็กลับมาใส่ได้ ได้ซื้อเสื้อผ้าแบบหล่อๆกับชาวบ้านเค้าบ้าง ชุดที่เคยซื้อไว้ (ตอนอ้วนคิดซื้อแล้วรอลดน้ำหนัก สุดท้ายก็อ้วนเพิ่มครับ 55) แต่ตอนนี้ใส่ได้หมดแล้วครับ ตัวเองก็ดูดีขึ้นตามลำดับครับ





จนตอนนี้ครับ ผมยังทำไม่สำเร็จนะครับ ตอนนี้ ก็ยังออกกำลังกายอยู่ลดน้ำหนัก น้ำหนักตอนนี้
เสาร์ที่ 6 กันยายน 2557 น้ำหนัก 81.4 กิโลกรัมครับ
และนี่คือรูปแห่งความสำเร็จครับ จากที่ต่อสู้กับวินัย และความอดทนมานาน T_T ตอนนี้ จากที่เล่นกล้ามหน้าท้องอย่างหนัก ประกอบกับลดไขมัน ทำให้กล้ามหน้าท้องหายเกลี้ยงครับ (มีย้วยบ้างนิดๆ) รู้สึกมั่นใจขึ้นมากครับ



สรุปครับ




หลายคน เคยพูดว่า ผม...ไม่มีทางลดได้หรอก ผม...อ้วนจนลดไม่ลงแล้ว จำไว้นะครับ ผมอยากขอบคุณพวกเค้ามากๆ เพราะมันเป็นแรงกดดันที่ทำให้ขาของผมก้าวไปได้จนถึงทุกวันนี้
"ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หรอกครับ ทุกอย่างอยู่ที่ใจ...เพราะ ผมทำได้ คุณก็ทำได้ "
"ฟ้าหลังฝน ยังคงสดใสเสมอ"....
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่