หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
[SR] ทัคคาลบี้ที่จะทำให้คุณหลงใหลอาหารเกาหลีมากขึ้นกับ Seoul Dakgalbi
กระทู้รีวิว
อาหารเกาหลี
อาหารปิ้งย่าง
ร้านอาหาร
อาหาร
ช่วงเดือนสองเดือนนี้ผมกับทีมงานก็ไปกินใน community mall แห่งใหม่นามว่า พิมาน 49 ณ ซอย สุขุมวิท 49 กันค่อนข้างบ่อยครับ ในรีวิวนี้ก็เป็นอีกครั้งนึงในเวิ้งนี้กับร้าน Seoul Dakgalbi ร้านอาหารเกาหลีแบบแท้ ๆ บนชั้น 3 ของตึกนึงในเวิ้งนี้ คำว่า Dakgalbi นั้นหลาย ๆ คนน่าจะเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว จากกระแส Korea Fever ในช่วงหลัง ๆ ในบ้านเรา และทัวร์เกาหลีราคาประหยัดที่หลาย ๆ คนเคยใช้บริการ และทัวร์ทุกทัวร์ก็จะต้องมีแวะพาไปกินเจ้าเมนูเกาหลีแท้ ๆ นี้กันทั้งนั้น
Dakgalbi นั้นมีต้นกำเนิดมาจากเมือง Chuncheon จังหวัด Gangwon โดยจะเป็นการนำเนื้อไก่ที่หั่นเป็นชิ้น ๆ ไปผัดบนกระทะเหล็กขนาดใหญ่ คลุกกับ gochujang (โคชูจัง หรือ พริกแป้งเปียก , น้ำพริกสไตล์เกาหลี) กับผักต่าง ๆ เช่น ผักกะหล่ำ, มันเทศ, หัวหอม อะไรแบบนี้ เจ้าเมนูนี้ผมเคยกินครั้งนึงตอนไปทัวร์เกาหลี จำได้ว่าไม่ค่อยชอบสักเท่าไร ออกแนว ไม่ปลื้มเลยก็คงไม่ผิดนัก มางวดนี้ก็เลยแอบเตรียมใจมาเล็กน้อย
ร้าน Seoul Dakgalbi ณ Piman 49 แห่งนี้เข้าร้านไปแว่บแรกอาจจะไม่ค่อยรู้สึกถึงความเป็นเกาหลีมากนักเพราะว่าไม่มีของประดับ หรืออะไรที่บ่งบอกความเป็นเกาหลีสักเท่าไหร่ นอกซะจากกระทะเหล็กขนาดยักษ์ที่เจ้าของร้านสั่งมาเองโดยตรงจากเมือง Chuncheon ที่เป็นต้นตำรับของเมนู Dakgalbi นี้ โดยเจ้ากระทะนี้มีความพิเศษตรงที่หนัก (หนัก 10 กว่ากิโล) และเก็บความร้อนไว้ได้นาน ซึ่งเจ้าของร้านบอกว่าถ้าจะกิน Dakgalbi แท้ ๆ ต้องใช้กระทะแบบนี้เท่านั้น
ร้าน Seoul Dakgalbi แห่งนี้ได้รับการดูแลและจัดการจากเจ้าของร้าน คุณฮัน สาว(ใหญ่นิด ๆ) ชาวเกาหลีแท้ ๆ ผู้ซึ่งเคยเป็นอดีตแอร์ของสายการบินไทย และคุ้นเคยกับเมืองไทยเป็นอย่างดี และมีความชอบในเมืองไทย เลยอยากจะเปิดร้านอาหารเกาหลีแท้ ๆ ขึ้นมาให้คนไทยได้ลิ้มลองกัน จึงเป็นที่มาของร้านนี้นี่เอง อาหารของร้านนี้อาจจะยังมีไม่ค่อยเยอะสักเท่าไรเพราะว่าเพิ่งจะเปิดมาได้ไม่นาน โดยมีเมนูหลัก ๆ ให้เลือกแค่ 5-6 อย่างแค่นั้น ซึ่งทางคุณฮันบอกว่าจะค่อย ๆ ทำการเพิ่มเมนูไปเรื่อย ๆ ทีหลัง
มื้อนี้กินไป 4 อย่างครับ ตามนี้เลย
-
ชุดไก่ผัดซอสทัคคาลบี้ (Spicy stir-fried chicken with vegetable - สะโพกไก่ คัดพิเศษหั่นขนาดกำลังดีหมักอย่างพิถีพิถัน เริ่มต้น 2 ชุดขึ้นไป 275 (x2) )
: เมนูหลักของทางร้านและเป็นชื่อร้านเลยแบบนี้ แน่นอนว่าทางร้านต้องภูมิใจนำเสนอสุด ๆ ล่ะครับ ทางร้านเลือกเอาแต่เฉพาะสะโพกไก่มาทำ ซึ่งเป็นส่วนที่ผมชอบที่สุด เพราะว่ามันจะนุ่ม จะฉ่ำ ที่สุดในตัวไก่ตัวนึงแล้ว และทางร้านยังให้มาแบบติดหนังด้วยอีกต่างหากยิ่งโดนใจเข้าไปใหญ่ | ตัวผักนั้นก็จะมีมาไม่ค่อยหลากหลายชนิดเท่าไร แต่จะค่อนข้างเยอะในแง่ปริมาณ มีเห็ดออรินจิ, กะหล่ำปลี, ต้นหอมญี่ปุ่น, มันเทศ และพอทุกอย่างพร้อมแล้ว พนักงานก็จะมาลงมือผัดให้เรา
เจ้า ทัคคาลบี้กระทะนี้ พนักงานก็ยืนผัดให้เราอย่างขยันขันแข็ง จากตอนแรกที่ทุกอย่างดูแยกส่วนกัน ไก่, gochujang , ผัก แต่ตอนหลังนี่คือผสานกันเป็นถาดอาหารสีแดง ๆ ส้ม ๆ ถาดเดียวเลย ซึ่งพอสุกแล้วพร้อมกิน ทางพนักงานก็จะปิดไฟแล้วเราก็คีบนั่งกินกันต่อเลย บอกตรง ๆ ว่าเห็นหน้าตาแว่บแรกแล้วผมก็ยังรู้สึกไม่ค่อยอยากกินอยู่เหมือนเดิม แต่พอได้กินเข้าไปแล้ว โอ้โห อร่อยคนละเรื่องกับที่เคยกินที่เกาหลีเลยครับ ไก่เนื้อนุ่ม ซอสรสชาติดี ผักก็นุ่ม ๆ กรอบ ๆ บ้าง อร่อยดี และก็ทั้งเนื้อไก่และผักนี่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำหมด ออกแบบมาให้ใช้ตะเกียบคีบกินจริง ๆ
และพอกินไปสักพัก พร่องไปสักครึ่งนึงแล้ว ทางร้านก็มีการนำ
ข้าวผัดชีส (Fried rice with cheese - 120 บาท)
มาใส่เพิ่ม โดยเจ้าข้าวนี้ก็จะมาผัดเคียงคู่กันกับตัว ทัคคาลบี้ที่เคยผัดเอาไว้แล้วนี่แหละ โดยข้าวนี้จะเหมือนกับคลุกกับซอสมาแล้ว ผัดรวมกับผักกาดหอมและสาหร่าย และก็เพิ่มมอซซาเรลล่าชีสเข้าไปอีกหน่อยนึง พอเอาข้าวผัดร้อน ๆ หุ้มปิดทับชีสไว้ ชีสก็จะละลายเยิ้ม ๆ ยืด ๆ ข้าวก็จะแฉะขึ้น อร่อยในระดับนึงเลย แต่ผมว่าตัว ทัคคาลบี้นั้นอร่อยกว่า แต่มีเจ้าข้าวนี่มาก็ช่วยแก้เลี่ยน ปรับเปลี่ยนรสชาติดีครับ
พิซซ่าเกาหลี (Onion pancake - 295 บาท)
- เมนูนี้เกิดมาก็เพิ่งเคยกินครับ มันคล้าย ๆ พิซซ่าญี่ปุ่น หรือ Okonomiyaki นี่แหละ แต่จะใช้ผักต่างกัน ใช้เป็นหัวหอมและต้นหอมเยอะ ๆ แทน ผสมกับปลาหมึกหั่นเป็นเส้นเล็ก ๆ และก็จะใช้แป้งน้อยกว่าก็เลยมาแบบแห้ง ๆ กรอบ ๆ กว่านั่นเอง จานนี้ เป็นรสชาติ และ texture ที่แปลกไปอีกแบบครับ คนละเรื่องกับตัวพิซซ่าญี่ปุ่นที่เคยกินมาเลย ก็แปลกและอร่อยดีเหมือนกันครับ ทานคู่กับน้ำจิ้มรสเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ ผสมงาขาว ซึ่งปรุงขึ้นมาเอง และทางคุณฮันเจ้าของร้านบอกว่าเป็นเมนูที่ขายดีของเค้าเลยล่ะ ภูมิใจนำเสนอมาก ๆ อะไรทำนองนั้น
บูลโกกิ (320 บาท)
เมนูนี้ชอบที่สุดในมื้อนี้เลยครับ คำว่า Bulgogi นั้นแปลว่าเนื้อย่าง (เนื้อไฟ) ซึ่งที่ผมเคยกินมาจะเป็นแบบเป็นเนื้อย่างมากกว่า แต่จานนี้ที่ทางคุณฮันนำมาให้นี่เหมือนจะออกแนวเป็นเนื้อชาบู ๆ หม้อไฟมากกว่า คือเป็นเนื้อแล่บาง ๆ เสิร์ฟมาพร้อมกับผักสด ๆ ชนิดต่าง ๆ ซึ่งผมก็ไม่กล้าไปแย้งคนเกาหลีแท้ ๆ หรอกครับว่ามันคือ Bulgogi จริง ๆ เป็นยังไงกันแน่ จานนี้อร่อยครับ น้ำซุป รสชาติดี, ผักสดอร่อย และก็เนื้อนุ่ม ๆ อร่อยดีมาก
มื้อนี้ปิดท้ายด้วย
ไอศครีม Melona
หรือไอศครีมเมลอนเกาหลียอดนิยมที่ช่วยเติมเต็มมื้อนี้ได้เป็นอย่างดีครับ
สรุป อาหารเกาหลีแท้ ๆ ในแบบที่หากินไม่ค่อยได้กับ Dakgalbi ณ ร้าน Seoul Dakgalbi ในมื้อนี้นี่ก็ค่อนข้างประทับใจเลยล่ะครับ อาหารอร่อย ราคาก็ไม่ค่อยแพง การบริการก็ดี จะมีติดก็ตรงที่เมนูอาหารน้อยไปหน่อยนี่แหละครับ ไม่ใช่อะไร เพราะว่า ผมอยากจะลองกินเมนูอื่น ๆ จากฝีมือของคุณฮันมากกว่านี้แค่นั้นล่ะครับ ใครที่เบื่อ ๆ อาหารเกาหลีที่มีแต่แนวปิ้งย่างในบ้านเรา แล้วอยากลองเมนูใหม่ ๆ แล้วล่ะก็ มาจัดกันได้เลยครับ
ชื่อสินค้า:
Seoul Dakgalbi
คะแนน:
**SR - Sponsored Review : ผู้เขียนรีวิวนี้ไม่ได้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง แต่มีผู้สนับสนุนสินค้าหรือบริการนี้ให้แก่ผู้เขียนรีวิว โดยที่ผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนอื่นใดในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
🥘🍳10 ไอเดียกับข้าว 3 อย่าง งบ 100 ทำอะไรกินได้บ้าง ทำง่ายจ่ายน้อย ไม่ต้องคิดเยอะ
🥘🍳10 ไอเดียกับข้าว 3 อย่าง งบ 100 ทำอะไรกินได้บ้าง ทำง่ายจ่ายน้อย ไม่ต้องคิดเยอะ ส่องไอเดียทำอาหารงบ 100 บาท แนะนำเมนูที่ ประหยัด ทำง่าย และ อร่อย คุ้มค่าสารอาหารครบถ้วน แจกสูตรกับข้าว 3 อย่างทำตามไ
สมาชิกหมายเลข 1183951
ทำอารหารมื้อเย็นแบบเร่งด่วน ไม่ถึง 20 นาทีก็เสร็จ ทำง่าย อร่อยด้วย
*** พิมพ์ชื่อกระทู้ผิด แก้ไม่ได้ด้วย *** ทำอาหารมื้อเย็นแบบเร่งด่วน ไม่ถึง 20 นาทีก็เสร็จ ทำง่าย อร่อยด้วย อาหารมื้อเย็นของที่บ้าน คือจะทำกินกัน 3 คน ป๊า แม่ และเรา ตอนแรกกะว่าจะทำง่ายๆ ไม่ต้อง
ย้ำคิดย้ำฝัน
❤ ไม่รีบ-แต่ด่วน!! - เซี่ยงไฮ้คั่วไก่ - ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ ❤
สวัสดีมากค่ะเพื่อน ๆ แม่ครัวบี๊ห์ (บ่งบ๊ง) ผู้หมกมุ่นอยู่แต่ในครัว มาแล้วค่ะ วันนี้มีเมนูเด็ดจานโปรดมาฝาก ใครชอบทานเมนูเส้นบ้าง ขอเสียงหน่อยเถอะ กินข้าวทุกมื้อมันก็เบื่อน๊ะ แต่ถ้าเป็นอาหารจานเส้น ฉัน
บ่งบ๊ง
เนื้อย่างไม่เหมือนใครคล้ายๆ เจงกิสข่าน หรืออะไรไม่รุ้ ที่ABAC2
เคยกินที่ ABAC 2 10กว่าปีมาแล้ว กินทุกเย็นเลย เป็นเตาแบบราบแบน ใช้เกียงฉาบปูนผัด มีให้เลือกเนื้อหรือไก่ หมักอยู่ในกล่องสแตนเลสง่ายๆ พอผัดเสร็จ เขาจะผัดผักกะหล่ำซอยให้คู่กัน มีซอสให้คือ มะเขือและ
สมาชิกหมายเลข 7397638
ข้าวผัดกิมจิคลีน สายคลีนๆ รักสุขภาพเชิญทางนี้ได้เลย 24/12/2022
“ข้าวผัดกิมจิคลีน” เมนูสูตรคลีนๆที่ดัดแปลงให้ดีต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น แถมอร่อยกินเพลินจนลืมคลีนไปเลยครับ นำไปทำเป็นอาหารมื้อเย็น ในวันธรรมดาก็แสนง่าย และรวดเร็วอีกด้
มิสเตอร์เค กิมจิ
ช่วงนี้ยุ่งๆ ยังไม่มีเวลาจีบ...งั้นก็ขอเกี๊ยวขนมจีนแบบง่ายๆก่อนก็แล้วกันนะคะ...🍜🍜🍜🍤🍤🍤🌶️🌶️🌶️
สวัสดีค่ะเพื่อนสมาชิกห้องก้นครัวและชาวพันทิปทุกๆท่าน เมนูวันหยุด จขกท คนเก่าเจ้าประจำ กับอาหารไทยในต่างแดน กลับมาพบกันอีกเช่นเคยนะคะ ช่วงนี้ยุ่งๆ ยังไม่มีเวลาจีบ...ขอคั่นรายการด้วยเกี้ยว เอ๊ย!! เกี๊ย
กุหลาบขาวเดียวดาย
วิธีทำ " มาม่าผัดพริกขี้หนูสด ใส่เป็ด หอมโหระพา" รสเด็ด เผ็ดจัดจ้าน เส้นเหนียวนุ่มไม่เละ ทำง่ายมาก! 🌶️🍜
สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ทุกท่าน 😁 วันนี้จขกท. มีเมนูปลายเดือนมาฝาก แต่อัพเกรดความอร่อยกันนิดหน่อย กับเมนู "มาม่าผัดพริกสดเนื้อเป็ด" ที่เน้นความเผ็ดร้อนจากพริกขี้หนูสวน ผสมความหอมละมุนของใบโหระพา แ
เที่ยวสบายสบาย
สปาเก็ตตี้ผัดกะเพราไส้กรอก 🍝🌿🌭
อรุณสวัสดิ์ค่ะ เช้านี้ตื่นมาอากาศแจ่มใสแสงแดดเจิดจ้า เข้าครัวทำ สปาเก็ตตี้ผัดกะเพราไส้กรอก ค่ะ ใบกะเพราแอบน้อยไปนิด น้องบอกอร่อยก็ดีใจละ วัตถุดิบ 1. ไส้กรอก (ปริมาณตามชอบ)* 2. ใบกะเพรา 1 มัด 3. พร
แมวสีเทาตุ่น
ทำอาหารมื้อเย็น เดือน "รอมฎอน"ให้สามีคร๊าาาาาา
ช่วงนี้เป็นเดือนถือศีลอดของชาวมุสลิม ซึ่งจะอดอาหารตั้งแต่ ตีห้า-เกือบหนึ่งทุ่ม เป็นเวลา 1 เดือน เราในฐานะแม่บ้าน ต้องดูแลกันหน่อยจ้าาาาา เมนูแรก ผัดสะตอ 3 รส "ผัดสะตอ3รส" อร่อยไม่เหมือนใคร
สมาชิกหมายเลข 2228164
ใส้กรอกไก่สองแท่ง ผัดซอสญ่ปุ่น ราดข้าว มื้อเช้า ของเหลือจากตู้เย็น
ใช้ซอลญีปุ่น ซอสเทอริยากิ
สมาชิกหมายเลข 7123348
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
อาหารเกาหลี
อาหารปิ้งย่าง
ร้านอาหาร
อาหาร
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ :
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
[SR] ทัคคาลบี้ที่จะทำให้คุณหลงใหลอาหารเกาหลีมากขึ้นกับ Seoul Dakgalbi
Dakgalbi นั้นมีต้นกำเนิดมาจากเมือง Chuncheon จังหวัด Gangwon โดยจะเป็นการนำเนื้อไก่ที่หั่นเป็นชิ้น ๆ ไปผัดบนกระทะเหล็กขนาดใหญ่ คลุกกับ gochujang (โคชูจัง หรือ พริกแป้งเปียก , น้ำพริกสไตล์เกาหลี) กับผักต่าง ๆ เช่น ผักกะหล่ำ, มันเทศ, หัวหอม อะไรแบบนี้ เจ้าเมนูนี้ผมเคยกินครั้งนึงตอนไปทัวร์เกาหลี จำได้ว่าไม่ค่อยชอบสักเท่าไร ออกแนว ไม่ปลื้มเลยก็คงไม่ผิดนัก มางวดนี้ก็เลยแอบเตรียมใจมาเล็กน้อย
ร้าน Seoul Dakgalbi ณ Piman 49 แห่งนี้เข้าร้านไปแว่บแรกอาจจะไม่ค่อยรู้สึกถึงความเป็นเกาหลีมากนักเพราะว่าไม่มีของประดับ หรืออะไรที่บ่งบอกความเป็นเกาหลีสักเท่าไหร่ นอกซะจากกระทะเหล็กขนาดยักษ์ที่เจ้าของร้านสั่งมาเองโดยตรงจากเมือง Chuncheon ที่เป็นต้นตำรับของเมนู Dakgalbi นี้ โดยเจ้ากระทะนี้มีความพิเศษตรงที่หนัก (หนัก 10 กว่ากิโล) และเก็บความร้อนไว้ได้นาน ซึ่งเจ้าของร้านบอกว่าถ้าจะกิน Dakgalbi แท้ ๆ ต้องใช้กระทะแบบนี้เท่านั้น
ร้าน Seoul Dakgalbi แห่งนี้ได้รับการดูแลและจัดการจากเจ้าของร้าน คุณฮัน สาว(ใหญ่นิด ๆ) ชาวเกาหลีแท้ ๆ ผู้ซึ่งเคยเป็นอดีตแอร์ของสายการบินไทย และคุ้นเคยกับเมืองไทยเป็นอย่างดี และมีความชอบในเมืองไทย เลยอยากจะเปิดร้านอาหารเกาหลีแท้ ๆ ขึ้นมาให้คนไทยได้ลิ้มลองกัน จึงเป็นที่มาของร้านนี้นี่เอง อาหารของร้านนี้อาจจะยังมีไม่ค่อยเยอะสักเท่าไรเพราะว่าเพิ่งจะเปิดมาได้ไม่นาน โดยมีเมนูหลัก ๆ ให้เลือกแค่ 5-6 อย่างแค่นั้น ซึ่งทางคุณฮันบอกว่าจะค่อย ๆ ทำการเพิ่มเมนูไปเรื่อย ๆ ทีหลัง
มื้อนี้กินไป 4 อย่างครับ ตามนี้เลย
- ชุดไก่ผัดซอสทัคคาลบี้ (Spicy stir-fried chicken with vegetable - สะโพกไก่ คัดพิเศษหั่นขนาดกำลังดีหมักอย่างพิถีพิถัน เริ่มต้น 2 ชุดขึ้นไป 275 (x2) ) : เมนูหลักของทางร้านและเป็นชื่อร้านเลยแบบนี้ แน่นอนว่าทางร้านต้องภูมิใจนำเสนอสุด ๆ ล่ะครับ ทางร้านเลือกเอาแต่เฉพาะสะโพกไก่มาทำ ซึ่งเป็นส่วนที่ผมชอบที่สุด เพราะว่ามันจะนุ่ม จะฉ่ำ ที่สุดในตัวไก่ตัวนึงแล้ว และทางร้านยังให้มาแบบติดหนังด้วยอีกต่างหากยิ่งโดนใจเข้าไปใหญ่ | ตัวผักนั้นก็จะมีมาไม่ค่อยหลากหลายชนิดเท่าไร แต่จะค่อนข้างเยอะในแง่ปริมาณ มีเห็ดออรินจิ, กะหล่ำปลี, ต้นหอมญี่ปุ่น, มันเทศ และพอทุกอย่างพร้อมแล้ว พนักงานก็จะมาลงมือผัดให้เรา
เจ้า ทัคคาลบี้กระทะนี้ พนักงานก็ยืนผัดให้เราอย่างขยันขันแข็ง จากตอนแรกที่ทุกอย่างดูแยกส่วนกัน ไก่, gochujang , ผัก แต่ตอนหลังนี่คือผสานกันเป็นถาดอาหารสีแดง ๆ ส้ม ๆ ถาดเดียวเลย ซึ่งพอสุกแล้วพร้อมกิน ทางพนักงานก็จะปิดไฟแล้วเราก็คีบนั่งกินกันต่อเลย บอกตรง ๆ ว่าเห็นหน้าตาแว่บแรกแล้วผมก็ยังรู้สึกไม่ค่อยอยากกินอยู่เหมือนเดิม แต่พอได้กินเข้าไปแล้ว โอ้โห อร่อยคนละเรื่องกับที่เคยกินที่เกาหลีเลยครับ ไก่เนื้อนุ่ม ซอสรสชาติดี ผักก็นุ่ม ๆ กรอบ ๆ บ้าง อร่อยดี และก็ทั้งเนื้อไก่และผักนี่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำหมด ออกแบบมาให้ใช้ตะเกียบคีบกินจริง ๆ
และพอกินไปสักพัก พร่องไปสักครึ่งนึงแล้ว ทางร้านก็มีการนำ ข้าวผัดชีส (Fried rice with cheese - 120 บาท) มาใส่เพิ่ม โดยเจ้าข้าวนี้ก็จะมาผัดเคียงคู่กันกับตัว ทัคคาลบี้ที่เคยผัดเอาไว้แล้วนี่แหละ โดยข้าวนี้จะเหมือนกับคลุกกับซอสมาแล้ว ผัดรวมกับผักกาดหอมและสาหร่าย และก็เพิ่มมอซซาเรลล่าชีสเข้าไปอีกหน่อยนึง พอเอาข้าวผัดร้อน ๆ หุ้มปิดทับชีสไว้ ชีสก็จะละลายเยิ้ม ๆ ยืด ๆ ข้าวก็จะแฉะขึ้น อร่อยในระดับนึงเลย แต่ผมว่าตัว ทัคคาลบี้นั้นอร่อยกว่า แต่มีเจ้าข้าวนี่มาก็ช่วยแก้เลี่ยน ปรับเปลี่ยนรสชาติดีครับ
พิซซ่าเกาหลี (Onion pancake - 295 บาท) - เมนูนี้เกิดมาก็เพิ่งเคยกินครับ มันคล้าย ๆ พิซซ่าญี่ปุ่น หรือ Okonomiyaki นี่แหละ แต่จะใช้ผักต่างกัน ใช้เป็นหัวหอมและต้นหอมเยอะ ๆ แทน ผสมกับปลาหมึกหั่นเป็นเส้นเล็ก ๆ และก็จะใช้แป้งน้อยกว่าก็เลยมาแบบแห้ง ๆ กรอบ ๆ กว่านั่นเอง จานนี้ เป็นรสชาติ และ texture ที่แปลกไปอีกแบบครับ คนละเรื่องกับตัวพิซซ่าญี่ปุ่นที่เคยกินมาเลย ก็แปลกและอร่อยดีเหมือนกันครับ ทานคู่กับน้ำจิ้มรสเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ ผสมงาขาว ซึ่งปรุงขึ้นมาเอง และทางคุณฮันเจ้าของร้านบอกว่าเป็นเมนูที่ขายดีของเค้าเลยล่ะ ภูมิใจนำเสนอมาก ๆ อะไรทำนองนั้น
บูลโกกิ (320 บาท) เมนูนี้ชอบที่สุดในมื้อนี้เลยครับ คำว่า Bulgogi นั้นแปลว่าเนื้อย่าง (เนื้อไฟ) ซึ่งที่ผมเคยกินมาจะเป็นแบบเป็นเนื้อย่างมากกว่า แต่จานนี้ที่ทางคุณฮันนำมาให้นี่เหมือนจะออกแนวเป็นเนื้อชาบู ๆ หม้อไฟมากกว่า คือเป็นเนื้อแล่บาง ๆ เสิร์ฟมาพร้อมกับผักสด ๆ ชนิดต่าง ๆ ซึ่งผมก็ไม่กล้าไปแย้งคนเกาหลีแท้ ๆ หรอกครับว่ามันคือ Bulgogi จริง ๆ เป็นยังไงกันแน่ จานนี้อร่อยครับ น้ำซุป รสชาติดี, ผักสดอร่อย และก็เนื้อนุ่ม ๆ อร่อยดีมาก
มื้อนี้ปิดท้ายด้วยไอศครีม Melona หรือไอศครีมเมลอนเกาหลียอดนิยมที่ช่วยเติมเต็มมื้อนี้ได้เป็นอย่างดีครับ
สรุป อาหารเกาหลีแท้ ๆ ในแบบที่หากินไม่ค่อยได้กับ Dakgalbi ณ ร้าน Seoul Dakgalbi ในมื้อนี้นี่ก็ค่อนข้างประทับใจเลยล่ะครับ อาหารอร่อย ราคาก็ไม่ค่อยแพง การบริการก็ดี จะมีติดก็ตรงที่เมนูอาหารน้อยไปหน่อยนี่แหละครับ ไม่ใช่อะไร เพราะว่า ผมอยากจะลองกินเมนูอื่น ๆ จากฝีมือของคุณฮันมากกว่านี้แค่นั้นล่ะครับ ใครที่เบื่อ ๆ อาหารเกาหลีที่มีแต่แนวปิ้งย่างในบ้านเรา แล้วอยากลองเมนูใหม่ ๆ แล้วล่ะก็ มาจัดกันได้เลยครับ