ผมดีเกินไป หรือโง่ที่สุดครับ

วันนี้ผมอ่อนล้าทั้งกายใจ จากเรื่องราวที่เกิดขึ้น อยากระบายให้ใครสักคนฟัง
ผมขอพื้นที่ตรงนี้เป็นที่ระบายให้กับผมหน่อยนะครับ
ผมคบกับผู้หญิงคนนึง เป็นระยะเวลา 2 ปี เกือบ จะ 3 ปี ในที่ 30 เมษา ที่จะถึงนี้
เธอเป็นรุ่นน้องผม 2 ปี กะลังเรียนปีสุดท้าย ส่วนผม ทำงานเก็บเงิน สร้างอนาคตรอเค้า
เราคบกันได้ จากเพื่อนผม เพราะเธอเป็นน้องมหาลัยของเพื่อนสนิทผม ช่วงนั้น ผมกะลังเรียนปีสาม
เริ่มคิดถึงอนาคต อยากมีครอบครัว อยากมีผู้หญิงดีๆ สักคน ที่พร้อมจะรอ และก้าวเดินไปพร้อมกับผม
เพราะผมเริ่มเบื่อกับความรักๆ ใคร่ แบบหนุ่มสาวทั่วไป อยากมีความรักที่มั่นคง และรักแบบผู้ใหญ่เสียที
ผมพบเธอ ในขณะที่เธอกะลัง อกหักจากผู้ชายคนนึง กะลังเจ็บจากรักครั้งเก่า ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมนะ
ถึงตัดสินใจที่จะดูแลเธอ คอยปลอบโยน อยากให้เธอเลิกอาการซึมเศร้า เหม่อลอยเสียที
พยาพาเธอไปทำในกิจกรรมใหม่ ที่เธอไม่เคยทำ ไม่อยากให้อยู่คนเดียว ชวนกินข้าว ดูหนังตลอด
ที่ผลและเธอมีเวลาว่าง เธอเป็นปอมๆ ของคณะ ต้องซ้อม ต้องไปประชุม ผมก็คอยรับส่ง
ดูแลเธอ และเผื่อแผ่การดูแล ไปยังเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ของเธอที่เป็นปอมๆ ด้วยกัน แต่เธอจะบอกกับใครๆ
เสมอว่าผมเป็นแค่พี่ชาย ให้ผมจอดรถรอในเงามืด ไม่ให้เค้าไปรับแบบเปิดเผยตัว ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าทำไม
ผมถึงยอม อาจเป็นเพราะผม อยากให้เธอ ให้โอกาสผม เปิดใจให้ผมบ้าง ออกมาจากรักครั้งเก่าของเธอเสียที
ผมก็ไม่รู้ทำไม ถึงมีความสุข กับการเฝ้าดูแลเธอ ให้เธอรู้สึกดี คงเหมือนกับเรา นำต้นไม้ต้นนึงที่เหี่ยวเฉา ขาดปุ๋ย
ขาดน้ำ ขาดการเอาใจใส่  มาดูแล รดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย ให้กับมัน จนวันเวลา ผ่านไป มันก็ค่อยเติบโต ค่อยๆเปลี่ยนไป
ในทางดีขึ้น สดชื่น แข็งแรงดังเดิม  ความรู้สึกผมก็คงประมานนั้น ผมเฝ้าดูแล และ เฝ้ามองถึงการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
ของเธอ ด้วยความรู้สึก อิ่มเอมใจ ปลื้มใจ ในสิ่งที่ตัวเองทำ ผมเพิ่งรู้ว่า การดูแลใครสักคน มันก็ทำให้เรามีความสุขได้มากขณะนี้เหมือนกัน
ผมจำเหตุการณ์ได้ดีครั้งนึง เธอเหนื่อยจากการซ้อมปอมๆ หงุดหงิด อารมณ์ไม่ดีจนผมเข้าหน้าไม่ติด ผมเลยอยากให้เธออารมณ์ดีขึ้น ตอนนั้นผมไม่รู้หรอกว่าต้องทำยังไง จนในที่สุดผมก็เสี่ยงดวง กับเจ้ากล่องดนตรี สติช ที่ไขลลาน แล้วจะมี เจ้าตัวสติช หมุนๆ พร้อมเสียงเพลง ผมคิดแค่ว่าให้เธอผ่อนคลายอารมณ์ ให้เธอรู้สึกดีขึ้นบ้างก็เท่านั้น ผมเลยซื้อมันไปให้เธอ ผมจำได้ดี ถึงรอยยิ้มของเธอ อุทานออกมาว่า สติช เมื่อแกะกล่องของขวัญออกมาจนหมด จำถึงรอยยิ้มนั้นได้ดี มันต่างจากรอยยิ้มที่ผมเห็น มาตลอด สองเดือน ที่ผมดูแลเธอ ที่มันต่างก็คงเป็นเพราะ ดวงตาของเธอมั่ง ดวงตาของเธอที่มันยิ้มได้ ผมไม่เคยเห็นมันยิ้มได้เลย และนี่คงเป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็น และมันต้องไม่ใช่ครั้งสุดท้ายอย่างแน่นอน ผมบอกกับตัวเองในใจ แม้ในขณะที่พิมพ์เล่าเรื่องอยู่นี่ ผมก็ยังนึกถึงรอยยิ้ม รอยยิ้มนั้นได้ดี ยังคงอยู่ในความทรงจำเสมอ นึกที่ไร ผมก็อดจะยิ้ม ตามไม่ได้ แม้ต่อไปผมเองก็ไม่ได้เห็น หรือ ไม่ได้รอยยิ้มนั้น จากเธออีกแล้วก็ตามที ไม่น่าเชื่อนะครับ ของที่ผมเสี่ยงเดาซื้อไปจะกลายไปสิ่งที่ตรงใจกับเธอมากที่สุด สิ่งที่เธอชอบมันมากที่สุด ผมนึกขอบคุณ วอลดิสนีย์ ที่สร้างมันขึ้นมา ขอบคุณเจ้าสติช ที่ความแสบของมัน ทำให้เธอหลงไหล ขอบคุณที่ทำให้ผมได้เห็นรอยยิ้มของเธอ
      จนในคืนนึงของ วันที่ 29 เมษายน 2553 เธอกับบอกรักผม รับรักผม เราสองคนตกลงคบกัน ผมได้ขยับฐานะมาใกล้กับเธอมากขึ้นกว่าเดิม
แต่กับคนอื่นๆ แวดล้อม เธอผมก็ยังเป็นได้แค่พี่ชายเหมือนเดิม ผมไม่รู้หรอกว่าทำไมเธอถึงไม่บอกิถึงฐานนะที่แท้จริงของผม แรกๆก็น้อยใจนะ
แต่สุดท้ายผมก็พยายามทำความเข้าใจกับเธอ เธออาจจะอาย ยังไม่พร้อม หรือกลัวเป็นแบบความรักครั้งเก่าก่อนที่ผ่านมา ไม่เป็นๆ ผมรอได้ รอให้เธอได้บอกผม ว่าผมเป็นใครสำหรับเธอ กับทุกๆคนแวดล้อมตัวเธอ ผมจะรอ..วันนั้น
   แต่แล้ววันนึง มันก็เหมือนฟ้าได้ถล่มลงมาใส่โลกของผม อยู่ๆเธอก็เปลี่ยนไป โทรไปไม่ค่อยรับ ขึ้นรอสายตลอด ผมเองก็ต้องกลับมาเรียน เพราะใกล้จะเปิดเทอมแล้ว เพราะเราสองคนเรียนคนละที่ คนละจังหวัดกัน แต่มันก็ไม่ไกลเกินไปในการที่จะมาหากัน เธอมีอการแบบนี้อยู่หลายวัน จนคืนนึง มีผู้หญิงคนนึงเธอโทรมาหาผม แล้วถามและเล่าเรื่องบางเรื่องให้ผมฟัง .....เดี๋ยวกลับมานะครับ ขอทำงานแปบนึง

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่