เรื่องหลอนๆ คืนเข้าเวรที่วัดร้างดอนนก..

ปี 2559 ผมเป็นทหารเกณฑ์ใหม่ ต้องเข้าเวรเฝ้ายามที่ “วัดร้างดอนนก”
เป็นวัดที่ถูกปิดเกือบสิบปีหลังเกิดเหตุฆาตกรรมสยอง
พระลูกวัดสติไม่ดีหนึ่งรูป*◌่าคน 3 คนในศาลาการเปรียญ
แล้วชำแหละศ*แบบไม่เหลือชิ้นดี
ตอนข่าวดัง คนทั้งหมู่บ้านยังจำภาพ “เศษชิ้นเนื้อ” ที่แห้งติดพื้นได้จนทุกวันนี้

ที่แย่กว่านั้นคือ…
พระรูปนั้น หายตัวไป
ไม่พบศ*
ไม่รู้ตายหรือรอด
เหมือน “เขาเดินเข้าป่าแล้วไม่เคยกลับมา”

คืนนั้นเป็นคืนแรกที่ผมต้องเฝ้าตรงศาลา
คนเก่าเตือนแค่สั้นๆ
“ได้ยินเสียงอย่าหัน… ได้กลิ่นอย่ามอง… เห็นเงาอย่าเดินเข้าไป”
ผมคิดว่าพวกเขาอำเด็กใหม่
แต่พอถึงเที่ยงคืน ก็เริ่มไม่ปกติ
00:50(ประมาณ)
ลมพัดแรงมาก
พัดเอากลิ่นที่เหมือน “เนื้อคนต้มจนเปื่อย” ลอยเข้าจมูก
กลิ่นคาวผสมกลิ่นมันหมูลอยแบบร้อนๆ
ทั้งที่อากาศตอนนั้นเย็นจัด
ผมเริ่มใจไม่ดี เดินไปส่องรอบศาลา
ไฟฉายส่องไปเห็น รอยเลือ*เก่า บนพื้น
แต่รอยมันไม่ใช่คราบแห้ง
แบบว่ามัน เงามัน เหมือนเพิ่งถูกเช็ดไม่ดี
เหมือนเลือดถูก “คน” เอามือถูพื้นเบาๆ ทิ้งรอยนิ้ว
ผมเอาไฟส่องใกล้ขึ้น
มันคือรอยนิ้วจริงๆ
รอยลึกมาก เหมือนเล็บยาวๆ กดลงพื้นจนปูนแตก

01:25(ประมาณ)ได้ยินเสียง
เสียงคล้ายมีคนใช้มีดสับกระดูก
แต่สับแบบไม่ใช่จังหวะคนทำครัว
เป็นจังหวะช้าๆ หนักๆ
เหมือนสับอะไรเละๆ อยู่ใต้พื้น
เผือก… เผือก… เผือก…
ผมก้มลงมองช่องพื้น
ในความมืดสนิท ผมเห็นแค่…
ตา 2 ดวง มองสวนขึ้นมาจากใต้พื้น
ไม่กระพริบเลยสักนิด
ตามันเบิกกว้างเหมือนสัตว์เวลาเห็นเหยื่อ
จังหวะนั้นลมพัดแรงจนประตูศาลาเปิดเอง
เสียงประตูดัง ปึง จนควันธูปลอยฟุ้ง
ผมเผลอหันไปมอง แล้วเห็น บางอย่าง ยืนอยู่ตรงประตู
01:30(ประมาณ)เขาใส่จีวรขาดๆ สีคล้ำ
เนื้อแขนแห้งจนเห็นกระดูก
ศีรษะเอียงผิดรูปเหมือนคอหัก
ดวงตาไม่มีตาดำ เหลือแต่ขาวขุ่นเต็มเบ้า
เหมือนคนถูกต้มหน้าแล้วเนื้อหลุดออก
ในมือเขาถือมีดปังตอสนิมกิน
ปลายมีดมีชิ้นเนื้อสีเทาๆ ติดอยู่
เขาค่อยๆ เดินเข้ามา
ลากมีดไปตามพื้นจนเกิดเสียง
พอเดินผ่านผม
ผมได้กลิ่นชัดมาก
กลิ่นเหม่อนคนถูกหมักในถังเลือ*หลายวัน
เขาหยุดแล้วพูดแบบลากเสียง
เหมือนเสียงคนลมรั่วในลำคอ
“ยัง… ไม่… ครบ… สี่…”
ตอนนั้นผมไม่เข้าใจ
จนเขาเงยหน้ามองผมชัดๆ
แล้วพูดต่อ
“ต้องมี… คนที่สี่… กูถึง… จะ… ไป…”
จากนั้นเขายกมีดขึ้น
แล้วฟาดลงตรงพื้นข้างหน้า
แรงจนปูนแตก
เลือ*กระเด็นขึ้นมาติดหน้าผม
ทั้งที่พื้นไม่มีศพ ไม่มีสัตว์ ไม่มีอะไรเลย
ไม่รู้เลือ*มาจากไหน
แต่กลิ่นมันคือเลือ* “สดใหม่” ชัดเจน
02:00(ประมาณ)ผมถอยหลังจนเกือบล้ม
แต่ทันทีที่ผมหันหลังจะวิ่งออกจากศาลา
ในเงามืดด้านหลังผม
มี เงาคนหัวเอียง เดินตามหลังผมเงียบๆ
แต่เสียงลากมีดยังชัดเจน
เหมือนเงานั้นกำลังพูดกระซิบใกล้หู
“อย่าหนี… กูยังไม่เสร็จ…”
ผมหันไปแบบไม่เต็มใจ และภาพที่เห็นคือ:พระรูปนั้น ยืนอยู่ติดหลังผมไม่ถึงคืบใกล้จนผมเห็นแผลที่มุมปากมันเป็นแผลถูกกรีดจนปากแหว่งยิ้มยาวถึงหูเลือ*ไหลเป็นทางลงลำคอ
เขายกมืออีกข้างขึ้นมา
และในมือมีอะไรก็ไม่รู้ผมจำไม่ได้​
เขายื่นตรงหน้าผม
แล้วพูดว่า“เอา… ไปต่อให้กูที…”
จังหวะนั้นผมสลบไปเลยอยู่ดีๆก็สลบ
รุ่งเช้า
ทหารเวรเช้ามาปลุกผม
ผมนอนอยู่กลางศาลา
ตรงหน้าเป็นกองเลือ*จางๆ
ที่เมื่อคืนไม่มีทางที่เราจะสร้างเองได้
แม่ชีที่อยู่หลังวัดเดินเข้ามาแล้วพูดสั้นๆ “เมื่อคืน… อย่ากลับไปดูอะไรที่ใต้พื้นนะลูก”
ผมหยุดหายใจไปหลายวิอยู่
แต่เธอยังพูดต่อด้วยน้ำเสียงโครตนิ่ง“เมื่อคืน… มี แขนคนจริงๆ โผล่ขึ้นมาบนพื้น
แต่ตอนนี้มันหายไปแล้วเขา กำลังหาให้ครบทั้งตัวอยู่”
แล้วเธอก็ชี้ไปที่ผ้าพันแผลบนแขนผม
ผมมองลงไปแล้วเห็นรอยช้ำใหญ่มาก
เป็นรอยนิ้วมือ 5 นิ้ว
บีบแขนผมจนเป็นรอยจมลึก
เหมือนโดนคนบีบจริง
แต่ยาวกว่านิ้วคนปกติเกือบ2เท่า
แล้วแม่ชีก็พูดต่อ“เขาเลือกเธอแล้วนะลูก…เพราะเธอเห็นหน้าเขาเต็มๆ
คนที่สี่ มักเป็นคนที่เห็นเขาชัดที่สุด”

ตั้งแต่วันนั้นผมไม่เคยเข้าเวรที่วัดนั้นอีก
และทหารอีกสองคนที่เฝ้าก่อนผม​
ก็หายสาบสูญไม่มีใครเจอร่างจนวันนี้ครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่