เอกฐานลิขิตใจ | บทที่ 3 Svalbard พิกัดปลายฟ้า

การพัวพันเชิงควอนตัม--ปรากฏการณ์ที่สองอนุภาคถูกลิขิตให้สะท้อนซึ่งกันและกัน โดยไม่ขึ้นกับระยะทาง... แต่หากคู่อนุภาคนั้นถือกำเนิดในจิตใจคนสองคน นั่นคือ คู่แท้ ที่สะท้อนเสียงหัวใจของกันและกัน แม้ว่าจะอยู่คนละฟากของจักรวาลก็ตาม

เอกฐานลิขิตใจ | The Singularity of Destiny

บทที่ 3 Svalbard พิกัดปลายฟ้า



       
       ชายฝั่งทางเหนือของ Svalbard12 เมษายน 2060 เวลา 05:52 น.

       พายุหิมะสงบลงเมื่อคืน ทิ้งไว้เพียงท้องฟ้าสีขาวอมฟ้าเรืองรอง กับลมหนาวที่ปัดเกล็ดหิมะบางเบาลงบนพื้นน้ำแข็งหนา

       เหนือผืนน้ำเย็นจัดที่เพิ่งแยกตัวจากธารน้ำแข็งขั้วโลก ทีมกู้ภัยของ SpaceZ ปฏิบัติการอยู่บนเรือทรงแบนแบบพิเศษ ‘VOR-A6’ ที่ออกแบบมาเพื่อกู้คืนวัตถุจากใต้มหาสมุทรเยือกแข็ง

       ผู้ควบคุมระบบดึงข้อมูลจาก Sonar + Graviton Disturbance Scanner ซึ่งออกแบบมาเพื่อตรวจจับวัตถุที่มีมวลไม่ธรรมดา

       “ตรวจพบวัตถุใต้ทะเลระดับความลึก 112 เมตร โครงสร้างไม่ใช่โลหะของโลก, ลักษณะชีวะอินทรีย์ผสมโลหะชีวภาพ, รหัสสเปกตรัมไม่ตรงกับสารใดในฐานข้อมูลโลก”

       หุ่นยนต์โดรนกู้ภัยรุ่นใหม่ ‘DREX-IV’ ซึ่งมีแขนกลยืดหยุ่นได้ 6 ข้าง และสามารถวิเคราะห์โครงสร้างได้ด้วยการสัมผัส

       มันดำดิ่งลงไปใต้ท้องทะเลพร้อมยิง ฟองลอยตัวชีวภาพ Bio-lift bladders เข้าไปยึดใต้ตัวยาน

       แขนกลของโดรนแผ่ขยายออกและแนบตัวกับผิวของยาน…

       ผิวที่ เรียบเนียนราวกับปลาวาฬ แต่แวววาวราวกับโลหะถูกหลอมรวมกับแสงดาว

       “ระบบยึดตัวยานสำเร็จ… พร้อมดำเนินการ Ballast Neutralization

       บนดาดฟ้าเรือ ทีมงานเริ่มยิง คลื่น Ballast-neutralizing pressure ผ่าน Field Inverter Array ลงไปใต้ทะเล

       เมื่อคลื่นกระทบตัวยาน... ผิวน้ำก็เริ่มเปล่งแสงจาง ๆ

       คล้ายมีอะไรใต้ทะเลสั่นสะเทือน

       “ค่าความถ่วงเฉพาะจุดเริ่มเป็นศูนย์… ยานเริ่มลอยขึ้นจากพื้นทะเล”

       จากใต้ผืนน้ำที่เงียบงัน

       จู่ ๆ ฟองอากาศจำนวนมหาศาลก็พวยพุ่งขึ้น

       และในเสี้ยววินาที...

       บางสิ่ง ก็โผล่พ้นจากผิวน้ำ

       มันไม่ใช่ยานอวกาศในแบบที่โลกเคยเห็น

       แต่มันเหมือน ‘ปลาวาฬนำร่อง’ ที่ถูกปั้นขึ้นจากโลหะชีวภาพ

       มันค่อย ๆ โผล่พ้นผิวน้ำ

       เงียบ

       นุ่ม

       ช้า

       แต่ทรงพลัง

       แสงเงินวาวของมันสะท้อนแสงอาทิตย์ยามเช้าที่โผล่พ้นขอบฟ้า

       ผิวของมัน เหมือนแผ่นชีวะสตีลที่เปล่งแสงจากภายใน สะท้อนลมหายใจของจักรวาล

       รูปทรงของมัน ไม่ใช่ทรงกลม ไม่ใช่ทรงแบน...

       แต่งดงามอย่าง ‘สิ่งมีชีวิต’ ที่เติบโตตามกฎของฟีโบนัชชี

       จมูกของมันโค้งมนลงเล็กน้อย

       ตำแหน่งปีกสองข้างแผ่แบนออกเหมือนครีบ

       ไม่มีช่องเครื่องยนต์

       ไม่มีท่อไอพ่น

       ไม่มีแม้แต่รอยต่อของแผ่นประกอบ

       มีเพียงลวดลายจาง ๆ ที่สลักอยู่บนผิวที่ดูคล้ายโลหะ…

────୨ৎ────

       Svalbard — ฐานทดลองชั่วคราว บนลานน้ำแข็งริมฟยอร์ด

       ภายใต้ท้องฟ้าสีเทาเงินแห่งอาร์กติก ทุ่งน้ำแข็งราบเรียบทอดตัวเป็นแผ่นกระจกเงา รองรับเงาของโครงสร้าง prefab สีขาวนวล ซึ่งเพิ่งถูกกางออกจากคอนเทนเนอร์แบบพับได้เมื่อคืนวาน

       ฐานวิจัยนี้ถูกตั้งขึ้นฉุกเฉินโดย SpaceZ — ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่มีห้องประชุม ไม่มีระบบป้องกัน มีเพียงเต็นท์นิรภัย, แหล่งจ่ายพลังงานแบบ cold fusion pod, กับแพลตฟอร์มอลูมิเนียมที่แผ่เป็นลานรับรองกลางแจ้ง

       บนลานโล่งกลางฐาน

       ‘ยานปลาวาฬ’ ตัวลำยาวประมาณ 12 เมตร, ความสูงราว 3.5 เมตร รูปร่างคล้ายปลาวาฬนำร่องแบบสมมาตรสมบูรณ์ หัวมนโค้ง ปีกครีบสองข้างแผ่ออกคล้ายครีบกระเบน รอยต่อทุกจุดไม่มีตะเข็บหรือรอยเชื่อมใด ๆ ทั้งสิ้น

       พื้นผิววาววับเหมือนเงินหลอมผสมกับน้ำ เนื้อวัสดุดูคล้ายโลหะแต่ยืดหยุ่นเล็กน้อย เหมือนผิวของสิ่งมีชีวิตที่กำลังหายใจช้า ๆ ใต้หิมะ

       อุณหภูมิผิวภายนอกอยู่ที่ 19.5 องศาเซลเซียส อบอุ่นกว่าบรรยากาศรอบข้างถึง 40 องศา ทั้งที่ไม่มีแหล่งพลังงานใด ๆ ถูกตรวจพบ

       บนผิวลำยาน มีลวดลายสลัก เรืองแสงอ่อน ๆ ตามจังหวะคลื่นแม่เหล็ก

       ไม่มีหน้าต่าง ไม่มีประตู ไม่มีจุดเปิดชัดเจน ไม่มีสัญญาณคลื่นวิทยุ ไม่มีช่องเสียบ ไม่มีเสียง

       …แต่ทุกคนรู้ว่า มันยังไม่ตาย

       อาริศ — หัวหน้าแผนกออกแบบยานแห่ง SpaceZ วัยเพียง 27 ปี ลูกครึ่งไทย รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าคมสันที่แฝงความเฉียบขาดเกินวัย

       ชายหนุ่มผมดำหยักศก เสยขึ้นอย่างลวก ๆ ใต้หมวกกันหนาว เสื้อโค้ทสีกรมท่าที่เขาสวม มีแถบโลโก้ SpaceZ สีเหลืองสะท้อนอยู่ตรงไหล่

       เขาเดินวนรอบลำยานอย่างนิ่งสงบ

       นิ้วข้างหนึ่งกางเล็กน้อย สัมผัสผิวยานด้วยความระวัง

       อีกมือถือแท็บเล็ตที่แสดง สนามแม่เหล็กแบบเรียลไทม์

       ...แต่หน้าจอกลับว่างเปล่า

       “เหมือนไม่ได้ถูกออกแบบมาให้มนุษย์เข้าไป…”

       เขาพึมพำ ขณะเอานิ้วแตะลงบนผิวยานเบา ๆ ... วัสดุนั้นอุ่นและนุ่ม เหมือนกำลังแตะผิวของสิ่งมีชีวิตจริง ๆ

       ทีมวิศวกรอีกสามคนเดินไม่ห่าง บางคนถือกล้อง Hyperspectral บ้างกำลังสแกนด้วยเครื่องมือ Lidar

       แต่ผลลัพธ์...เหมือนกันหมด

       ไม่พบโครงสร้างกลไก

       ไม่มีสายไฟ

       ไม่พบระบบขับเคลื่อนใด ๆ

       “…ลำยาน เหมือนมีชีวิต แต่มัน...แค่หลับอยู่” วิศวกรคนหนึ่งเอ่ยขึ้นเบา ๆ

       อาริศหันกลับไปมองลูกทีม ในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยคำถาม...แต่ไม่ใช่ความหวาดกลัว

       “เราอาจไม่ได้แค่เจอยาน…” เขาพูดเสียงเรียบ “เราอาจเจอ การเดินทางรูปแบบใหม่ของจักรวาล ก็ได้”

       เขายืนนิ่ง มองผิวยานที่สะท้อนแสงหิมะ ก่อนจะกระซิบเบา ๆ ราวกับพูดกับสิ่งมีชีวิตที่กำลังนอนหลับอยู่ภายใน

       “เปิดประตูให้ฉันดูทีสิ…


(มีต่อ)
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่