กลางคืนเป็นเวลาที่ร่างกายควรได้พัก
แต่บางโรคกลับแสดงอาการตอนเราหลับครับ
บางคนสะดุ้งตื่นเพราะหายใจไม่ออก
บางคนเหงื่อแตก ใจสั่น แน่นหน้าอก
ส่วนบางคนเกิดความผิดปกติขึ้น
โดยที่ตัวเองไม่รู้สึกตัวเลย
ผมไม่ได้บอกให้นอนด้วยความกลัวนะครับ
แต่อยากให้รู้จัก 5 ภาวะสำคัญ
ที่ถ้าเกิดตอนกลางคืนไม่ควรปล่อยผ่าน
เพราะบางอย่างอันตรายถึงชีวิตได้
แน่นหน้าอกกลางดึก เหงื่อแตก — ระวังกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน!
บางคนหลับอยู่ดี ๆ ก็สะดุ้งตื่น
เพราะรู้สึกแน่นหน้าอกเหมือนมีอะไรมาทับ
บางคนปวดร้าวไปแขน หลัง หรือกราม
ร่วมกับเหงื่อแตก คลื่นไส้ หายใจไม่อิ่ม
อาการแบบนี้ต้องระวังหัวใจขาดเลือดครับ
เพราะคราบไขมันในหลอดเลือดหัวใจ
อาจเกิดการแตกและมีลิ่มเลือดอุดตัน
ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
โดยเฉพาะคนที่เป็นเบาหวาน
ผู้สูงอายุ หรือมีโรคหัวใจอยู่แล้ว
บางครั้งอาจไม่ได้เจ็บหน้าอกชัดเจน
แต่กลับมีอาการเหนื่อย หอบ หรือเหงื่อแตก
ถ้าแน่นหน้าอกผิดปกติร่วมกับอาการเหล่านี้
อย่าคิดว่าเป็นกรดไหลย้อนแล้วนอนต่อครับ
ให้โทร 1669 ทันที ไม่ควรขับรถไปเอง
ใจสั่นแรงจนตื่น หน้ามืด — ระวังหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดอันตราย!
หัวใจเต้นผิดจังหวะมีหลายชนิดครับ
บางชนิดไม่อันตรายมาก
แต่บางชนิดทำให้หัวใจสูบฉีดเลือด
ไปเลี้ยงสมองและอวัยวะต่าง ๆ ไม่เพียงพอ
ที่ผมเป็นห่วงคือหัวใจเต้นผิดจังหวะ
จากห้องล่างบางชนิด
เพราะอาจทำให้หมดสติ
หรือเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้
อาการที่ต้องระวังคือใจสั่นรุนแรง
ร่วมกับหน้ามืด เจ็บหน้าอก
หายใจลำบาก หรือเป็นลม
ถ้าอาการเหล่านี้เกิดขึ้นตอนกลางคืน
ไม่ควรรอให้หายเองครับ
ส่วนคนที่ใจสั่นเป็น ๆ หาย ๆ
แม้ไม่มีอาการรุนแรง ก็ควรตรวจ ECG
และบางรายอาจต้องติดเครื่องบันทึกหัวใจ
เพื่อหาว่าเป็นหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดไหน
กรนดังแล้วเงียบไป ก่อนสะดุ้งเฮือก — ระวังหยุดหายใจขณะหลับ!
ข้อนี้หลายบ้านอาจเคยเห็นครับ
คนข้าง ๆ กรนดังมาก
จู่ ๆ เสียงกรนก็เงียบไปพักหนึ่ง
แล้วกลับมาหายใจเฮือกหรือกรนดังอีกครั้ง
นี่อาจเป็นภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
จากการอุดกั้นทางเดินหายใจ หรือ OSA
เวลาทางเดินหายใจอุดกั้นซ้ำ ๆ
ระดับออกซิเจนอาจลดลงเป็นช่วง ๆ
หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น
และความดันอาจสูงขึ้นระหว่างหลับ
ถ้าปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการดูแล
ภาวะนี้สัมพันธ์กับความเสี่ยง
โรคหัวใจและหลอดเลือดที่เพิ่มขึ้นครับ
โดยเฉพาะคนที่มีน้ำหนักเกิน
กรนดัง ง่วงมากตอนกลางวัน
หรือตื่นเช้ามาปวดหัวบ่อย ๆ
ผมอยากให้ปรึกษาแพทย์เรื่องการตรวจการนอน
เพราะบางคนจำเป็นต้องใช้เครื่อง CPAP
เพื่อช่วยเปิดทางเดินหายใจขณะหลับ
แต่ไม่ใช่ว่าคนกรนทุกคนจะหยุดหายใจ
หรือมีความเสี่ยงเสียชีวิตตอนหลับเท่ากันนะครับ
เหงื่อออกมาก ฝันร้าย สับสนตอนตื่น — ระวังน้ำตาลต่ำขณะหลับ!
เรื่องนี้สำคัญมากสำหรับคนเป็นเบาหวาน
โดยเฉพาะคนที่ฉีดอินซูลิน
หรือใช้ยาบางชนิดที่ทำให้น้ำตาลต่ำได้ครับ
บางคนกินมื้อเย็นน้อยกว่าปกติ
ออกกำลังกายหนักช่วงเย็น
แต่ยังใช้ยาลดน้ำตาลตามเดิม
ทำให้ระดับน้ำตาลลดลงระหว่างหลับได้
อาการที่อาจสังเกตคือเหงื่อชุ่มตัว
ฝันร้าย กระสับกระส่าย
หรือเช้าขึ้นมาอ่อนเพลีย สับสนผิดปกติ
ถ้าน้ำตาลต่ำรุนแรงมาก
อาจทำให้ชักหรือหมดสติได้ครับ
ถ้าตรวจน้ำตาลได้ต่ำกว่า 70 mg/dL
และยังรู้สึกตัวดี กลืนได้ตามปกติ
ให้รับน้ำตาลออกฤทธิ์เร็วประมาณ 15 กรัม
แล้วตรวจซ้ำหลัง 15 นาที
หากยังต่ำให้ทำซ้ำตามหลัก 15–15
แต่ถ้าหมดสติหรือกลืนไม่ได้
ห้ามป้อนน้ำหวานเด็ดขาด
ให้โทร 1669 และใช้กลูคากอนฉุกเฉิน
หากมีและผู้ช่วยรู้วิธีใช้ครับ
คนที่น้ำตาลตกกลางคืนบ่อย
ควรทบทวนยากับแพทย์
และอาจพิจารณาใช้เครื่อง CGM
ที่มีระบบเตือนเมื่อน้ำตาลลดลง
เข้านอนปกติ แต่ตื่นมาหน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง — ระวัง Stroke!
บางคนก่อนนอนยังพูดคุยปกติ
แต่พอตื่นเช้ากลับพูดไม่ชัด
แขนขาข้างหนึ่งไม่มีแรง
หรือเดินแล้วเสียการทรงตัว
อาการแบบนี้อาจเป็น Stroke
ที่เกิดขึ้นระหว่างหลับครับ
Stroke เกิดได้ทั้งจากหลอดเลือดสมองอุดตัน
และหลอดเลือดสมองแตก
ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทั้งคู่
สิ่งที่ผมอยากให้จำคือ
ไม่จำเป็นต้องปวดหัวรุนแรงเสมอไป
บางคนมีเพียงหน้าเบี้ยว พูดผิดปกติ
หรือแขนขาอ่อนแรงเฉียบพลัน
ถ้าตื่นมาเจออาการแบบนี้
อย่ารอดูว่าจะกลับมาเป็นปกติไหมครับ
ให้โทร 1669 ทันที
และแจ้งเวลาครั้งสุดท้ายที่ยังปกติดี
เช่น ก่อนเข้านอนกี่โมง
เพราะมีผลต่อการเลือกวิธีรักษา
แม้อาการจะหายไปเอง
ก็ยังต้องรีบตรวจหาสาเหตุครับ
.
แล้วอาการแบบไหนต้องปลุกคนในบ้านและโทร 1669 ทันที?
ผมอยากให้จำ 5 สัญญาณนี้ครับ
• แน่นหน้าอกผิดปกติ เหงื่อแตก หอบ หรือปวดร้าวไปแขนและกราม
• ใจสั่นรุนแรงร่วมกับหน้ามืด เป็นลม หรือเจ็บหน้าอก
• หายใจลำบากมาก ปลุกไม่ตื่น หรือหมดสติ
• ชักหรือหมดสติจากภาวะน้ำตาลต่ำที่สงสัย
• หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด หรือเดินเซอย่างฉับพลัน
ถ้าพบคนหมดสติและไม่หายใจตามปกติ
ให้โทร 1669 เริ่มทำ CPR ตามคำแนะนำ
และใช้เครื่อง AED หากมีอยู่ใกล้เคียงครับ
ก่อนเข้านอน มีอะไรที่ควรดูแลเป็นพิเศษ?
ไม่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพทุกอย่าง
หรือซื้อเครื่องวัดหลายชนิดมาใช้ทุกคนนะครับ
แต่ผมอยากให้คนที่มีความเสี่ยงดูแล 4 เรื่องนี้
1. คนเป็นโรคหัวใจหรือมีใจสั่นบ่อย ควรตรวจและรักษาตามนัด ไม่หยุดยาเอง
2. คนกรนดังและมีคนสังเกตว่าหยุดหายใจ ควรตรวจการนอนหลับ ไม่ปล่อยให้กรนรุนแรงต่อเนื่อง
3. คนเป็นเบาหวานที่เสี่ยงน้ำตาลต่ำ ควรตรวจน้ำตาลก่อนนอนตามแผนรักษา และระวังการข้ามมื้ออาหาร
4. คนที่มีความดันสูง ไขมันสูง หรือสูบบุหรี่ ควรดูแลปัจจัยเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เพราะโรคหลอดเลือดไม่ได้รอให้เราตื่นก่อนถึงจะเกิดครับ
การนอนหลับไม่ใช่เรื่องอันตราย
และคนส่วนใหญ่ไม่ได้มีความเสี่ยง
จะหลับแล้วไม่ตื่นเพียงเพราะกรน
ใจสั่นเป็นครั้งคราว หรือฝันร้าย
แต่ถ้ามีอาการผิดปกติที่รุนแรง
โดยเฉพาะแน่นหน้าอก หายใจลำบาก
หมดสติ หรือมีอาการคล้าย Stroke
อย่าคิดว่านอนพักอีกหน่อยคงดีขึ้น
บางครั้งสิ่งที่ช่วยชีวิตได้
ไม่ใช่อาหารเสริมหรือเครื่องตรวจราคาแพง
แต่คือการรู้ว่าอาการไหนต้องรีบขอความช่วยเหลือ
และรักษาโรคประจำตัวให้เหมาะสมตั้งแต่วันนี้ครับ
Cr. FBหมอเจด
5 โรคอันตรายที่มักมาตอนกลางคืน! อาการแบบไหนเสี่ยงหลับแล้วไม่ตื่น?