หลายคนคิดว่าความเครียดเป็นเรื่องของจิตใจ
ตราบใดที่ยังไม่ซึมเศร้า ยังทำงานไหว
ก็คงไม่มีอะไรน่ากังวล
เหนื่อยก็อดทน เครียดก็เก็บไว้
พรุ่งนี้ตื่นมาก็ต้องไปทำงานต่อ
แต่ผมอยากบอกว่า ใจที่ยังฝืนไหว
ไม่ได้แปลว่าร่างกายยังไหวครับ
เพราะความเครียดสะสมส่งผลต่อฮอร์โมน
หัวใจ หลอดเลือด และระบบภูมิคุ้มกัน
บางคนความดันสูง น้ำตาลคุมยาก
หรือปวดหัวบ่อยขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุ
วันนี้ผมอยากให้รู้จัก 7 โรคทางกาย
ที่อาจแย่ลงเมื่อเราเครียดสะสมครับ
.
1. ความดันโลหิตสูง — เครียดแล้วตัวเลขพุ่ง!
เวลาเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมน
ที่ทำให้หัวใจเต้นเร็ว หลอดเลือดหดตัว
ส่งผลให้ความดันสูงขึ้นชั่วคราว
ยิ่งถ้าเครียดจนนอนน้อย กินเค็มมากขึ้น
ก็อาจทำให้ควบคุมความดันยากกว่าเดิม
ผมอยากให้ลองสังเกตความดันช่วงเครียด
และอย่าลืมดูแลการนอนควบคู่กันครับ
.
2. เบาหวาน — เครียดมาก น้ำตาลก็อาจสูงตาม!
บางคนกินอาหารเหมือนเดิม
แต่พอเครียดหนัก น้ำตาลกลับสูงขึ้น
เพราะฮอร์โมนอย่างคอร์ติซอล
กระตุ้นให้ตับปล่อยน้ำตาลเข้าสู่เลือด
และอาจทำให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินลดลง
ถ้าช่วงไหนน้ำตาลคุมยากผิดปกติ
อย่าลืมดูเรื่องความเครียดและการนอน
ควบคู่กับอาหารและการใช้ยาด้วยครับ
.
3. โรคหัวใจและหลอดเลือด — เครียดนาน ๆ หัวใจก็เหนื่อย!
ความเครียดเรื้อรังอาจส่งผลต่อหัวใจ
ผ่านความดันที่สูงขึ้น การนอนที่แย่ลง
และพฤติกรรมอย่างสูบบุหรี่หรือดื่มเหล้า
ในคนที่มีโรคหัวใจอยู่แล้ว
ความเครียดรุนแรงอาจกระตุ้นอาการได้
เช่น ใจสั่นหรือเจ็บแน่นหน้าอก
แต่ถ้าเจ็บหน้าอก หอบ หรือเหงื่อแตกผิดปกติ
อย่าคิดว่าเป็นแค่ความเครียด ต้องรีบพบแพทย์ครับ
.
4. ลำไส้แปรปรวน — ยิ่งเครียด ท้องยิ่งรวน!
บางคนพอมีเรื่องกังวลมาก ๆ
กลับปวดท้อง ท้องอืด หรือถ่ายบ่อยขึ้น
เพราะสมองกับลำไส้มีการสื่อสารกัน
ความเครียดจึงเปลี่ยนการบีบตัว
และความไวต่อความรู้สึกของลำไส้ได้
คนที่เป็นโรคลำไส้แปรปรวน หรือ IBS
จึงอาจท้องผูกสลับท้องเสียมากขึ้น
อาการนี้เป็นเรื่องทางกายจริง ๆ
ไม่ใช่แค่คิดมากไปเองนะครับ
.
5. ไมเกรน — เครียดสะสมจนปวดหัวกำเริบ!
ใครเป็นไมเกรนอาจเคยสังเกตว่า
ช่วงงานหนัก นอนดึก หรือกังวลมาก
อาการปวดหัวกลับมาถี่กว่าเดิม
เพราะความเครียดเป็นหนึ่งในตัวกระตุ้น
ที่ทำให้ไมเกรนกำเริบได้ในบางคน
ผมแนะนำให้จดช่วงเวลาที่ปวดหัว
ควบคู่กับเวลานอนและความเครียด
จะช่วยให้รู้ว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้น
และวางแผนหลีกเลี่ยงได้ดีขึ้นครับ
.
6. โรคผิวหนังอักเสบ — เครียดแล้วผื่นยิ่งเห่อ!
บางคนเป็นผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง
หรือสะเก็ดเงินอยู่แล้ว
พอเครียดหนักกลับคันและผื่นกำเริบ
เพราะความเครียดเกี่ยวข้องกับการทำงาน
ของภูมิคุ้มกันและกระบวนการอักเสบ
ยิ่งคันก็นอนไม่หลับ พอนอนไม่พอ
ความเครียดก็อาจเพิ่มขึ้นอีก
จึงต้องดูแลทั้งผิวหนังและการพักผ่อน
ไม่ใช่รักษาแค่ผื่นอย่างเดียวครับ
.
7. โรคหอบหืด — เครียดจนหายใจลำบากขึ้น!
หลายคนไม่คิดว่าความเครียด
จะเกี่ยวข้องกับอาการหอบหืดได้
แต่ความเครียดหรืออารมณ์รุนแรง
อาจกระตุ้นให้ไอ แน่นหน้าอก
หรือหายใจมีเสียงวี้ดมากขึ้นในบางคน
โดยเฉพาะเมื่อมีฝุ่นหรือสารก่อภูมิแพ้ร่วมด้วย
อย่าหยุดยาควบคุมหอบหืดเองนะครับ
และถ้าหอบรุนแรงหรือพูดเป็นประโยคไม่ไหว
ต้องรีบรับการรักษาทันที
เครียดหยุดไม่ได้ทันที แต่ลดผลกระทบต่อร่างกายได้ด้วย 5 วิธีนี้ครับ
• เดินวันละ 15–30 นาที: ช่วยลดความตึงเครียด และดูแลสุขภาพหัวใจไปพร้อมกัน
• ฝึกหายใจช้า ๆ วันละ 5 นาที: หายใจเข้าออกสบาย ๆ เพื่อช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย ไม่ต้องฝืนกลั้นหายใจ
• นอนให้ได้ประมาณ 7–9 ชั่วโมง: พยายามเข้านอนและตื่นให้เป็นเวลา เพราะการนอนน้อยอาจยิ่งทำให้รับมือกับความเครียดยากขึ้น
• ลดกาแฟและเครื่องดื่มชูกำลัง: โดยเฉพาะคนที่เครียดแล้วใจสั่น นอนไม่หลับ หรือความดันสูง
• อย่าแบกทุกอย่างไว้คนเดียว: ลองแบ่งภาระ พูดคุยกับคนที่ไว้ใจ หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเมื่อความเครียดเริ่มกระทบชีวิตประจำวัน
ผมรู้ว่าหลายคนหยุดเครียดไม่ได้
เพราะยังมีงาน มีครอบครัว
และมีอีกหลายเรื่องที่ต้องรับผิดชอบ
แต่ การยังอดทนไหว ไม่ได้แปลว่า
ร่างกายควรต้องอดทนไปตลอดครับ
ถ้าช่วงนี้เหนื่อยมาก ลองพักบ้าง
ดูแลการนอน ขยับร่างกาย
และอย่าละเลยการรักษาโรคประจำตัว
ไม่ต้องรอให้เป็นซึมเศร้า
หรือรอให้ร่างกายพังก่อน
ถึงจะเริ่มดูแลความเครียดของตัวเองครับ
Cr. FBหมอเจด
เครียดสะสมไม่ได้ทำร้ายแค่ใจ! 7 โรคทางกายที่เครียดแล้วแย่ลง