หลายคนอาจคิดว่าโรคมะเร็งเกิดจากพันธุกรรมหรือโชคชะตา แต่พฤติกรรมการใช้ชีวิตและสิ่งแวดล้อมก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงเช่นกัน
นพ.ศุภฤกษ์ วิจารณาญาณ หรือ “หมอโอ๊ค” เจ้าของเพจ หมอโอ๊ค DoctorSixpack ได้โพสต์ให้ความรู้เกี่ยวกับ 20 พฤติกรรมที่ควรระวัง พร้อมแนะนำแนวทางปรับเปลี่ยนเพื่อดูแลสุขภาพในระยะยาว
20 พฤติกรรมที่ควรระวัง พร้อมวิธีปรับเปลี่ยน
1. ตื่นมาแล้วรีบเช็กข่าวเครียด ๆ ทันที
- ความเครียดอาจส่งผลต่อฮอร์โมนและสุขภาพโดยรวม แนะนำให้เริ่มวันด้วยการหายใจลึก ๆ ทำสมาธิ หรือยืดเหยียดร่างกาย และเว้นการจับมือถือในช่วงแรกหลังตื่นนอน
2. ไม่ดื่มน้ำหลังตื่นนอน
- หลังนอนหลับหลายชั่วโมง ร่างกายอาจขาดน้ำ ควรดื่มน้ำให้เพียงพอหลังตื่นนอน โดยปรับปริมาณตามความเหมาะสมของแต่ละคน
3. ดื่มกาแฟ 3-in-1 หรือกาแฟที่ใส่น้ำตาลและครีมเทียมเป็นประจำ
- เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงอาจทำให้ได้รับน้ำตาลเกินความจำเป็น ลองลดหวานหรือเลือกกาแฟที่เติมน้ำตาลน้อยลง
4. กินปาท่องโก๋หรืออาหารทอดจากน้ำมันที่ใช้ซ้ำ
- การใช้น้ำมันทอดซ้ำและการทอดด้วยความร้อนสูงอาจทำให้เกิดสารที่ไม่พึงประสงค์ ควรลดอาหารทอดและเลือกวิธีต้ม นึ่ง หรืออบให้มากขึ้น
5. กินหมูปิ้งหรือหมูทอดที่ไหม้เกรียม
- อาหารที่ไหม้เกรียมจากการปิ้งย่างอาจมีสารที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงมะเร็ง ควรหลีกเลี่ยงส่วนที่ไหม้และเลือกวิธีปรุงที่ไม่ใช้ความร้อนสูงเกินไป
6. อดมื้อเช้า แต่กินมื้อดึกหนัก ๆ
- การกินไม่เป็นเวลาและกินมื้อดึกปริมาณมากอาจกระทบต่อการควบคุมระดับน้ำตาลและจังหวะชีวิต ควรวางแผนมื้ออาหารให้เหมาะกับร่างกายและกิจวัตรประจำวัน
7. สูบบุหรี่ทันทีหลังตื่นนอน
- การสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งหลายชนิด โดยเฉพาะมะเร็งปอด วิธีลดความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดคือเลิกสูบบุหรี่
8. กินไส้กรอก แฮม หรือเบคอนเป็นมื้อเช้าเป็นประจำ
- เนื้อสัตว์แปรรูปถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่มีหลักฐานชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับมะเร็ง ควรลดการกินและเลือกโปรตีนจากอาหารสด เช่น ไข่ ปลา หรือถั่วแทน
9. ดื่มเครื่องดื่มชูกำลังวันละหลายขวด
- การได้รับคาเฟอีนและน้ำตาลมากเกินไปอาจกระทบต่อหัวใจ การนอน และสุขภาพโดยรวม หากอ่อนเพลียควรพักผ่อนและหาสาเหตุแทนการพึ่งเครื่องดื่มชูกำลัง
10. ไม่ทากันแดดและออกแดดจัด
- รังสี UV เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งผิวหนัง ควรใช้ครีมกันแดดที่เหมาะสม สวมเสื้อผ้าปกป้องผิว และหลีกเลี่ยงแดดจัด
11. ดื่มแอลกอฮอล์เพื่อถอนฤทธิ์หรือแก้อาการเมาค้าง
- แอลกอฮอล์เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงมะเร็งหลายชนิด การลดหรือหลีกเลี่ยงการดื่มช่วยลดความเสี่ยงด้านสุขภาพได้
12. กินอาหารที่ร้อนจัดเป็นประจำ
- การกินอาหารหรือเครื่องดื่มที่ร้อนจัดอาจทำให้เยื่อบุหลอดอาหารบาดเจ็บได้ ควรรอให้อาหารอุ่นลงก่อนรับประทาน
13. นั่งนิ่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน
- การนั่งนานสัมพันธ์กับปัญหาสุขภาพหลายด้าน ควรลุกเดินหรือยืดเหยียดเป็นระยะ และเพิ่มกิจกรรมทางกายในแต่ละวัน
14. อั้นปัสสาวะนาน ๆ
- การอั้นปัสสาวะอาจเพิ่มความไม่สบายและมีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาทางเดินปัสสาวะ ควรเข้าห้องน้ำเมื่อรู้สึกปวด ไม่ฝืนอั้นเป็นเวลานาน
15. กินโจ๊กสำเร็จรูปที่มีสารอาหารไม่หลากหลาย
- อาหารสำเร็จรูปบางชนิดอาจมีโซเดียมสูงและมีสารอาหารไม่ครบถ้วน ลองเพิ่มไข่ ปลา หรือผัก เพื่อให้มื้ออาหารสมดุลขึ้น
16. ใช้ภาชนะพลาสติกที่ไม่เหมาะกับการอุ่นอาหาร
- ควรเลือกภาชนะที่ระบุว่าใช้กับไมโครเวฟได้ และหลีกเลี่ยงการนำพลาสติกที่ไม่รองรับความร้อนไปอุ่นอาหาร
17. นอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงเป็นประจำ
- การนอนหลับไม่เพียงพอส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม ควรจัดเวลานอนให้เพียงพอและสม่ำเสมอ โดยผู้ใหญ่ส่วนใหญ่มักต้องการนอนประมาณ 7–9 ชั่วโมง
18. ใช้แป้งที่อาจปนเปื้อนแร่ใยหิน
- แร่ใยหินเป็นสารก่อมะเร็งที่อันตรายเมื่อสูดดม ควรเลือกผลิตภัณฑ์จากแหล่งที่เชื่อถือได้และตรวจสอบข้อมูลความปลอดภัยของสินค้า
19. ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ระคายเคืองผิว
- ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับผิวอาจทำให้เกิดการระคายเคือง ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนและเหมาะกับสภาพผิว ทั้งนี้ ไม่ควรสรุปว่าสารทุกชนิดที่กล่าวถึงเป็นสาเหตุของมะเร็งโดยตรง
20. ไม่เคยตรวจสุขภาพหรือคัดกรองมะเร็งตามความเหมาะสม
- การตรวจสุขภาพช่วยประเมินความเสี่ยงและค้นหาความผิดปกติบางอย่างได้ ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการตรวจคัดกรองที่เหมาะกับอายุ เพศ ประวัติครอบครัว และปัจจัยเสี่ยง ไม่จำเป็นต้องตรวจเลือดหาค่ามะเร็งทุกชนิดเป็นประจำสำหรับทุกคน
ดูแลสุขภาพอย่างไรให้เหมาะสม?
- การลดความเสี่ยงมะเร็งควรเริ่มจากพฤติกรรมที่มีหลักฐานรองรับ เช่น ไม่สูบบุหรี่ ลดหรือหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ กินอาหารให้หลากหลาย ออกกำลังกาย รักษาน้ำหนักให้เหมาะสม ป้องกันแสงแดด และเข้ารับการคัดกรองตามคำแนะนำของแพทย์
- อย่างไรก็ตาม ข้อความเกี่ยวกับสุขภาพบางข้อในโพสต์ต้นทางเป็นคำอธิบายหรือคำแนะนำของผู้โพสต์ ไม่ควรตีความว่าพฤติกรรมทุกข้อทำให้เกิดมะเร็งโดยตรง หรือว่าการปรับพฤติกรรมเพียงอย่างเดียวสามารถป้องกันมะเร็งได้ทั้งหมด
ที่มา
หมอโอ๊ค DoctorSixpack
เช็กด่วน! 20 พฤติกรรมใกล้ตัวที่อาจเพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง พร้อมวิธีปรับเปลี่ยน
นพ.ศุภฤกษ์ วิจารณาญาณ หรือ “หมอโอ๊ค” เจ้าของเพจ หมอโอ๊ค DoctorSixpack ได้โพสต์ให้ความรู้เกี่ยวกับ 20 พฤติกรรมที่ควรระวัง พร้อมแนะนำแนวทางปรับเปลี่ยนเพื่อดูแลสุขภาพในระยะยาว
20 พฤติกรรมที่ควรระวัง พร้อมวิธีปรับเปลี่ยน
1. ตื่นมาแล้วรีบเช็กข่าวเครียด ๆ ทันที
- ความเครียดอาจส่งผลต่อฮอร์โมนและสุขภาพโดยรวม แนะนำให้เริ่มวันด้วยการหายใจลึก ๆ ทำสมาธิ หรือยืดเหยียดร่างกาย และเว้นการจับมือถือในช่วงแรกหลังตื่นนอน
2. ไม่ดื่มน้ำหลังตื่นนอน
- หลังนอนหลับหลายชั่วโมง ร่างกายอาจขาดน้ำ ควรดื่มน้ำให้เพียงพอหลังตื่นนอน โดยปรับปริมาณตามความเหมาะสมของแต่ละคน
3. ดื่มกาแฟ 3-in-1 หรือกาแฟที่ใส่น้ำตาลและครีมเทียมเป็นประจำ
- เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงอาจทำให้ได้รับน้ำตาลเกินความจำเป็น ลองลดหวานหรือเลือกกาแฟที่เติมน้ำตาลน้อยลง
4. กินปาท่องโก๋หรืออาหารทอดจากน้ำมันที่ใช้ซ้ำ
- การใช้น้ำมันทอดซ้ำและการทอดด้วยความร้อนสูงอาจทำให้เกิดสารที่ไม่พึงประสงค์ ควรลดอาหารทอดและเลือกวิธีต้ม นึ่ง หรืออบให้มากขึ้น
5. กินหมูปิ้งหรือหมูทอดที่ไหม้เกรียม
- อาหารที่ไหม้เกรียมจากการปิ้งย่างอาจมีสารที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงมะเร็ง ควรหลีกเลี่ยงส่วนที่ไหม้และเลือกวิธีปรุงที่ไม่ใช้ความร้อนสูงเกินไป
6. อดมื้อเช้า แต่กินมื้อดึกหนัก ๆ
- การกินไม่เป็นเวลาและกินมื้อดึกปริมาณมากอาจกระทบต่อการควบคุมระดับน้ำตาลและจังหวะชีวิต ควรวางแผนมื้ออาหารให้เหมาะกับร่างกายและกิจวัตรประจำวัน
7. สูบบุหรี่ทันทีหลังตื่นนอน
- การสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งหลายชนิด โดยเฉพาะมะเร็งปอด วิธีลดความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดคือเลิกสูบบุหรี่
8. กินไส้กรอก แฮม หรือเบคอนเป็นมื้อเช้าเป็นประจำ
- เนื้อสัตว์แปรรูปถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่มีหลักฐานชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับมะเร็ง ควรลดการกินและเลือกโปรตีนจากอาหารสด เช่น ไข่ ปลา หรือถั่วแทน
9. ดื่มเครื่องดื่มชูกำลังวันละหลายขวด
- การได้รับคาเฟอีนและน้ำตาลมากเกินไปอาจกระทบต่อหัวใจ การนอน และสุขภาพโดยรวม หากอ่อนเพลียควรพักผ่อนและหาสาเหตุแทนการพึ่งเครื่องดื่มชูกำลัง
10. ไม่ทากันแดดและออกแดดจัด
- รังสี UV เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งผิวหนัง ควรใช้ครีมกันแดดที่เหมาะสม สวมเสื้อผ้าปกป้องผิว และหลีกเลี่ยงแดดจัด
11. ดื่มแอลกอฮอล์เพื่อถอนฤทธิ์หรือแก้อาการเมาค้าง
- แอลกอฮอล์เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงมะเร็งหลายชนิด การลดหรือหลีกเลี่ยงการดื่มช่วยลดความเสี่ยงด้านสุขภาพได้
12. กินอาหารที่ร้อนจัดเป็นประจำ
- การกินอาหารหรือเครื่องดื่มที่ร้อนจัดอาจทำให้เยื่อบุหลอดอาหารบาดเจ็บได้ ควรรอให้อาหารอุ่นลงก่อนรับประทาน
13. นั่งนิ่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน
- การนั่งนานสัมพันธ์กับปัญหาสุขภาพหลายด้าน ควรลุกเดินหรือยืดเหยียดเป็นระยะ และเพิ่มกิจกรรมทางกายในแต่ละวัน
14. อั้นปัสสาวะนาน ๆ
- การอั้นปัสสาวะอาจเพิ่มความไม่สบายและมีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาทางเดินปัสสาวะ ควรเข้าห้องน้ำเมื่อรู้สึกปวด ไม่ฝืนอั้นเป็นเวลานาน
15. กินโจ๊กสำเร็จรูปที่มีสารอาหารไม่หลากหลาย
- อาหารสำเร็จรูปบางชนิดอาจมีโซเดียมสูงและมีสารอาหารไม่ครบถ้วน ลองเพิ่มไข่ ปลา หรือผัก เพื่อให้มื้ออาหารสมดุลขึ้น
16. ใช้ภาชนะพลาสติกที่ไม่เหมาะกับการอุ่นอาหาร
- ควรเลือกภาชนะที่ระบุว่าใช้กับไมโครเวฟได้ และหลีกเลี่ยงการนำพลาสติกที่ไม่รองรับความร้อนไปอุ่นอาหาร
17. นอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงเป็นประจำ
- การนอนหลับไม่เพียงพอส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม ควรจัดเวลานอนให้เพียงพอและสม่ำเสมอ โดยผู้ใหญ่ส่วนใหญ่มักต้องการนอนประมาณ 7–9 ชั่วโมง
18. ใช้แป้งที่อาจปนเปื้อนแร่ใยหิน
- แร่ใยหินเป็นสารก่อมะเร็งที่อันตรายเมื่อสูดดม ควรเลือกผลิตภัณฑ์จากแหล่งที่เชื่อถือได้และตรวจสอบข้อมูลความปลอดภัยของสินค้า
19. ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ระคายเคืองผิว
- ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับผิวอาจทำให้เกิดการระคายเคือง ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนและเหมาะกับสภาพผิว ทั้งนี้ ไม่ควรสรุปว่าสารทุกชนิดที่กล่าวถึงเป็นสาเหตุของมะเร็งโดยตรง
20. ไม่เคยตรวจสุขภาพหรือคัดกรองมะเร็งตามความเหมาะสม
- การตรวจสุขภาพช่วยประเมินความเสี่ยงและค้นหาความผิดปกติบางอย่างได้ ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการตรวจคัดกรองที่เหมาะกับอายุ เพศ ประวัติครอบครัว และปัจจัยเสี่ยง ไม่จำเป็นต้องตรวจเลือดหาค่ามะเร็งทุกชนิดเป็นประจำสำหรับทุกคน
ดูแลสุขภาพอย่างไรให้เหมาะสม?
- การลดความเสี่ยงมะเร็งควรเริ่มจากพฤติกรรมที่มีหลักฐานรองรับ เช่น ไม่สูบบุหรี่ ลดหรือหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ กินอาหารให้หลากหลาย ออกกำลังกาย รักษาน้ำหนักให้เหมาะสม ป้องกันแสงแดด และเข้ารับการคัดกรองตามคำแนะนำของแพทย์
- อย่างไรก็ตาม ข้อความเกี่ยวกับสุขภาพบางข้อในโพสต์ต้นทางเป็นคำอธิบายหรือคำแนะนำของผู้โพสต์ ไม่ควรตีความว่าพฤติกรรมทุกข้อทำให้เกิดมะเร็งโดยตรง หรือว่าการปรับพฤติกรรมเพียงอย่างเดียวสามารถป้องกันมะเร็งได้ทั้งหมด
ที่มา หมอโอ๊ค DoctorSixpack