หลายคนอาจคิดว่าอาการมึนงงหลังตื่นนอนเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับคนที่มีความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือไขมันในเลือดสูง ควรใส่ใจสุขภาพและพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเป็นพิเศษ
10 สิ่งตอนเช้าที่ไม่ควรทำ (เพิ่มความเสี่ยงอัมพาต)
1. ลุกจากเตียงอย่างรวดเร็ว — หลังตื่นนอนควรค่อย ๆ เปลี่ยนท่าจากนอนเป็นนั่งและยืน เพราะบางคนอาจเกิดอาการหน้ามืดจากความดันเปลี่ยนแปลง
2. เบ่งถ่ายอุจจาระแรง ๆ — การเบ่งมากอาจทำให้ความดันเพิ่มขึ้นชั่วคราว ควรป้องกันอาการท้องผูกและไม่ฝืนเบ่ง
3. อาบน้ำเย็นจัดทันที — ความเย็นอาจกระตุ้นให้หลอดเลือดหดตัวและความดันเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว
4. ไม่ดื่มน้ำเลยในช่วงเช้า — หลังนอนหลับหลายชั่วโมง ร่างกายอาจขาดน้ำได้ ควรดื่มน้ำให้เพียงพอตามความเหมาะสม
5. ดื่มชา กาแฟหวานจัด หรือน้ำหวาน — เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงอาจทำให้ได้รับน้ำตาลเกินความจำเป็น ควรลดหวานและระวังปริมาณคาเฟอีน
6. กินของทอดและเนื้อแปรรูปเป็นประจำ — อาหารบางชนิดมีไขมันอิ่มตัวและโซเดียมสูง หากกินบ่อยอาจเพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด
7. กินอาหารโซเดียมสูง เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป — การได้รับโซเดียมมากเกินไปสัมพันธ์กับความดันโลหิตสูง ควรลดการปรุงเค็มและเลือกอาหารให้หลากหลาย
8. สูบบุหรี่ทันทีหลังตื่นนอน — การสูบบุหรี่ทำลายหลอดเลือดและเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด การเลิกสูบเป็นผลดีต่อสุขภาพ
9. ออกกำลังกายหนักโดยไม่วอร์มอัพ — ควรเริ่มจากการเคลื่อนไหวเบา ๆ แล้วค่อยเพิ่มความหนัก เพื่อให้ร่างกายปรับตัว
10. เริ่มวันด้วยความเครียดหรือข่าวที่ทำให้กังวล — ความเครียดอาจกระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็วและความดันสูงขึ้นชั่วคราว ลองเริ่มวันด้วยกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลาย
5 แนวทางดูแลตัวเองในตอนเช้า
1. ค่อย ๆ ขยับตัวก่อนลุกจากเตียง — ยืดแขนขาและนั่งพักสักครู่ก่อนยืน ช่วยลดโอกาสหน้ามืดในบางคน
2. ดื่มน้ำเปล่าตามความเหมาะสม — ช่วย补น้ำให้ร่างกายหลังตื่นนอน แต่ไม่ใช่วิธีป้องกันหรือละลายลิ่มเลือดโดยตรง
3. เดินหรือขยับร่างกายเบา ๆ — เริ่มจากกิจกรรมที่ทำได้สบาย ๆ และค่อยเพิ่มระยะเวลา หากไม่มีข้อห้ามทางสุขภาพ
4. เลือกอาหารเช้าที่หลากหลายและมีประโยชน์ — เพิ่มผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และโปรตีนที่เหมาะสม พร้อมลดอาหารหวาน มัน และเค็ม
5. ดูแลระบบขับถ่าย — กินอาหารที่มีกากใย ดื่มน้ำเพียงพอ และหลีกเลี่ยงการเบ่งแรงเมื่อขับถ่าย
ทั้งนี้ พฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองโดยตรงในทุกคน และการดื่มน้ำหรือทำตามคำแนะนำข้างต้นไม่สามารถป้องกันโรคได้ทันที สิ่งสำคัญคือควบคุมความดัน น้ำตาล และไขมันในเลือด รวมถึงปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์เพื่อดูแลปัจจัยเสี่ยงของแต่ละคน
ที่มา
เพจหมอโอ๊ค DoctorSixpack
หมอโอ๊คเตือน! 10 พฤติกรรมตอนเช้าที่ควรระวัง พร้อม 5 วิธีดูแลตัวเอง ลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง
10 สิ่งตอนเช้าที่ไม่ควรทำ (เพิ่มความเสี่ยงอัมพาต)
1. ลุกจากเตียงอย่างรวดเร็ว — หลังตื่นนอนควรค่อย ๆ เปลี่ยนท่าจากนอนเป็นนั่งและยืน เพราะบางคนอาจเกิดอาการหน้ามืดจากความดันเปลี่ยนแปลง
2. เบ่งถ่ายอุจจาระแรง ๆ — การเบ่งมากอาจทำให้ความดันเพิ่มขึ้นชั่วคราว ควรป้องกันอาการท้องผูกและไม่ฝืนเบ่ง
3. อาบน้ำเย็นจัดทันที — ความเย็นอาจกระตุ้นให้หลอดเลือดหดตัวและความดันเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว
4. ไม่ดื่มน้ำเลยในช่วงเช้า — หลังนอนหลับหลายชั่วโมง ร่างกายอาจขาดน้ำได้ ควรดื่มน้ำให้เพียงพอตามความเหมาะสม
5. ดื่มชา กาแฟหวานจัด หรือน้ำหวาน — เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงอาจทำให้ได้รับน้ำตาลเกินความจำเป็น ควรลดหวานและระวังปริมาณคาเฟอีน
6. กินของทอดและเนื้อแปรรูปเป็นประจำ — อาหารบางชนิดมีไขมันอิ่มตัวและโซเดียมสูง หากกินบ่อยอาจเพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด
7. กินอาหารโซเดียมสูง เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป — การได้รับโซเดียมมากเกินไปสัมพันธ์กับความดันโลหิตสูง ควรลดการปรุงเค็มและเลือกอาหารให้หลากหลาย
8. สูบบุหรี่ทันทีหลังตื่นนอน — การสูบบุหรี่ทำลายหลอดเลือดและเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด การเลิกสูบเป็นผลดีต่อสุขภาพ
9. ออกกำลังกายหนักโดยไม่วอร์มอัพ — ควรเริ่มจากการเคลื่อนไหวเบา ๆ แล้วค่อยเพิ่มความหนัก เพื่อให้ร่างกายปรับตัว
10. เริ่มวันด้วยความเครียดหรือข่าวที่ทำให้กังวล — ความเครียดอาจกระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็วและความดันสูงขึ้นชั่วคราว ลองเริ่มวันด้วยกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลาย
5 แนวทางดูแลตัวเองในตอนเช้า
1. ค่อย ๆ ขยับตัวก่อนลุกจากเตียง — ยืดแขนขาและนั่งพักสักครู่ก่อนยืน ช่วยลดโอกาสหน้ามืดในบางคน
2. ดื่มน้ำเปล่าตามความเหมาะสม — ช่วย补น้ำให้ร่างกายหลังตื่นนอน แต่ไม่ใช่วิธีป้องกันหรือละลายลิ่มเลือดโดยตรง
3. เดินหรือขยับร่างกายเบา ๆ — เริ่มจากกิจกรรมที่ทำได้สบาย ๆ และค่อยเพิ่มระยะเวลา หากไม่มีข้อห้ามทางสุขภาพ
4. เลือกอาหารเช้าที่หลากหลายและมีประโยชน์ — เพิ่มผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และโปรตีนที่เหมาะสม พร้อมลดอาหารหวาน มัน และเค็ม
5. ดูแลระบบขับถ่าย — กินอาหารที่มีกากใย ดื่มน้ำเพียงพอ และหลีกเลี่ยงการเบ่งแรงเมื่อขับถ่าย
ทั้งนี้ พฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองโดยตรงในทุกคน และการดื่มน้ำหรือทำตามคำแนะนำข้างต้นไม่สามารถป้องกันโรคได้ทันที สิ่งสำคัญคือควบคุมความดัน น้ำตาล และไขมันในเลือด รวมถึงปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์เพื่อดูแลปัจจัยเสี่ยงของแต่ละคน
ที่มา เพจหมอโอ๊ค DoctorSixpack