กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว กลางผืนดินแห่งโพลินีเซีย ท่ามกลางป่าไม้ที่ล้อมรอบด้วยสายน้ำ มีหญิงสาวผู้หนึ่งนามว่า ฮินะ (Hina) นางมีผมยาวสลวยสีดำขลับราวกับรัตติกาล และเป็นผู้มีพรสวรรค์อันหาตัวจับยาก นางสามารถทอผ้าที่งดงามราวกับแสงจันทร์ เส้นไหมที่นางปั่นขึ้นเปล่งประกายเป็นเงาสะท้อนของมหาสมุทรยามค่ำคืน
แต่ถึงแม้นางจะมีพรสวรรค์เพียงใด ผู้คนรอบตัวกลับมองไม่เห็นคุณค่าของนาง
“งานทอผ้าน่ะหรือ? มันเป็นเพียงสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้มีค่าดั่งสงครามหรือการล่าสัตว์” เหล่าชายหนุ่มหัวเราะเมื่อนางพยายามแสดงงานของตน
“เจ้าก็เป็นเพียงหญิงสาว ไม่มีสิทธิ์จะตัดสินใจอะไร” พวกหัวหน้าเผ่ากล่าวเมื่อฮินะพยายามพูดถึงสิ่งที่นางปรารถนา
แม้แต่เทพเจ้าผู้ปกครองสายน้ำและผืนป่า ก็มองข้ามนาง พวกเขายกย่องนักรบ ยกย่องผู้ที่นำชัยชนะมาให้แก่เผ่า แต่ไม่มีผู้ใดสนใจหญิงสาวผู้สร้างความงาม
วันแล้ววันเล่าฮินะรู้สึกว่าตัวเองเป็นเพียงเงาที่เลือนหายไป
ในทุกค่ำคืน นางจะนั่งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ เฝ้ามองท้องฟ้า เฝ้ามองแสงแห่งดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ และเกิดความปรารถนาในใจ
“หากโลกนี้ไม่มีที่สำหรับข้า บางทีข้าอาจต้องไปยังที่ที่สูงกว่า… ที่ที่ข้าจะไม่ถูกมองข้าม”
คืนหนึ่ง ฮินะตัดสินใจว่า นางจะไม่อยู่ในโลกที่ไม่เห็นคุณค่าของนางอีกต่อไป
นางมองขึ้นไปยังดวงอาทิตย์ (Ra) ที่ส่องแสงเจิดจ้าบนท้องฟ้า นางเชื่อว่าถ้าที่ใดจะเหมาะสมกับพลังของนาง มันจะต้องเป็นดวงอาทิตย์ เพราะมันคือที่ที่แข็งแกร่งที่สุด ทรงอำนาจที่สุด และไม่มีผู้ใดกล้ามองข้าม
นางเริ่มเดินทางผ่านป่าทึบและภูเขาสูง ก้าวเดินด้วยหัวใจที่มุ่งมั่น ฝ่าฟันสายน้ำเชี่ยวกราก ปีนขึ้นไปยังยอดเขาสูงสุดของดินแดน
“หากข้ากระโดดขึ้นไปจากที่นี่ ข้าจะไปถึงดวงอาทิตย์ได้แน่นอน!”
แล้วฮินะก็ กระโดดขึ้นไปสุดแรง
ทันใดนั้น แสงสว่างแผ่ปกคลุมรอบตัวนาง ความร้อนของดวงอาทิตย์แผดเผาผิวของนาง ผ้าของนางที่ทอขึ้นเองไหม้เป็นเถ้าถ่าน เปลวไฟพุ่งเข้าหานางราวกับจะหลอมละลายตัวตนของนาง
“อ๊าาา!!” นางร้องด้วยความเจ็บปวด
เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังก้องจากท้องฟ้า เป็นเสียงของดวงอาทิตย์นั่นเอง
“เจ้าคิดว่าตัวเองคู่ควรกับข้าหรือ? ข้าคือพลังอันยิ่งใหญ่! เจ้ามิอาจทนความร้อนของข้าได้!”
ฮินะพยายามต้านทาน แต่ไฟแห่งดวงอาทิตย์ร้อนเกินไปสำหรับนาง
นางตกลงมาจากท้องฟ้า ร่างกายของนางเต็มไปด้วยบาดแผลจากเปลวไฟ
นางรู้แล้วว่า พลังที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้หมายถึงที่ที่เหมาะสมเสมอไป
ฮินะนอนอยู่บนยอดเขา เงยหน้ามองฟากฟ้าอีกครั้ง แต่คราวนี้ นางไม่มองไปที่ดวงอาทิตย์อีกต่อไป
แทนที่นั้น ดวงจันทร์ (Marama) ฉายแสงเย็นตาอยู่เหนือศีรษะของนาง
มันไม่ได้ร้อนแรง ไม่ได้แผดเผา แต่มันสงบและส่องแสงอ่อนโยนราวกับเรียกหานาง
ฮินะเริ่มเข้าใจแล้ว… บางที ที่ของนางอาจไม่ได้อยู่ในที่ที่สว่างที่สุด แต่เป็นที่ที่ทำให้นางรู้สึกเป็นตัวของตัวเอง และครั้งนี้ นางเลือกดวงจันทร์
“บางที ข้าอาจเหมาะกับที่แห่งนี้มากกว่า…”
ฮินะลุกขึ้นยืน และมองหาหนทางที่จะขึ้นไปยังดวงจันทร์
ฮินะเริ่มต้นออกเดินทางใหม่ ปีนขึ้นไปยังหน้าผาที่สูงที่สุดในหมู่เกาะโพลินีเซีย สายลมกลางคืนพัดผ่านใบหน้าของนาง แต่ครั้งนี้ นางไม่หวาดกลัวอีกต่อไป นางไม่ลังเล นางรู้แล้วว่าที่แห่งนี้ กำลังรอคอยนางอยู่
ในคืนที่พระจันทร์เต็มดวง นางเงยหน้าขึ้น กระโดดเข้าสู่แสงสีเงิน และปล่อยให้มันนำทางนางขึ้นไป
ทันใดนั้น ร่างของนางเริ่มล่องลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า นางกำลังเดินทางสู่ดวงจันทร์!
เหล่าผู้คนที่อาศัยอยู่บนเกาะต่างพากันมองขึ้นไป พวกเขาเห็นร่างของหญิงสาวที่ส่องแสงราวกับเป็นส่วนหนึ่งของท้องฟ้า นางลอยสูงขึ้นเรื่อยๆ ผ่านสายลม ผ่านเมฆ และเข้าสู่ความเงียบสงบแห่งจักรวาล
เมื่อฝ่าเท้าของฮินะสัมผัสดวงจันทร์ ความรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดก็โอบล้อมร่างของนาง ดวงจันทร์ไม่ร้อนแรงเหมือนดวงอาทิตย์ แต่มัน เย็นสงบ อ่อนโยน และเป็นอิสระ
นางเงยหน้ามองโลกเบื้องล่าง ดินแดนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ที่นางถูกมองข้าม นางเคยพยายามให้ผู้คนจดจำนาง เคยเฝ้าหวังให้ใครสักคนเห็นคุณค่า แต่บัดนี้นางรู้แล้วว่าตนไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมองเห็น และนางจะส่องแสงในแบบของนางเอง
ฮินะค่อยๆ หลับตาแล้วเริ่มทอผ้าของนางต่อไป เส้นไหมสีเงินร้อยเรียงจากปลายนิ้วของนางทาบทับไปทั่วผืนฟ้า แสงของนางกระจายไปทั่วทุกแห่งทุกหน
แสงจันทร์ สะท้อนบนผืนน้ำ ทอดเงาบนยอดเขา และปลุกกระแสน้ำให้เคลื่อนไหว
คืนแล้วคืนเล่า นางเฝ้ามองโลกจากเบื้องบน แม้นางจะไม่ได้อยู่ที่เดิม แต่พลังของนางยังคงส่งอิทธิพลต่อโลก
เมื่อหญิงสาวแหงนมองดวงจันทร์ พวกนางจะได้รับแรงบันดาลใจจากฮินะผู้ที่เลือกทางของตนเอง และไม่ปล่อยให้โลกที่มองข้ามคุณค่าของนางมากำหนดชะตาชีวิต
กระแสน้ำที่ขึ้นลงตามจังหวะของดวงจันทร์ (ปรากฏการณ์น้ำขึ้น-น้ำลง) คือพลังของฮินะที่ยังคงส่งอิทธิพลต่อโลก แม้ว่านางจะอยู่บนฟากฟ้าแล้วก็ตาม และเมื่อค่ำคืนใกล้สิ้นสุด เงาที่ลอยอยู่บนดวงจันทร์ในคืนข้างแรม คืองานของนางที่ยังคงถูกถักทออยู่บนสรวงสวรรค์ งานของนางไม่มีวันถูกมองข้ามอีกต่อไป
ฮินะกลายเป็นสัญลักษณ์ของพลังแห่งสตรี ดวงจันทร์เป็นพลังอันเงียบสงบแต่ควบคุมวัฏจักรของธรรมชาติ ดั่งร่างกายของสตรีที่สัมพันธ์กับจันทรคติ นางไม่ได้ละทิ้งโลก แต่เลือกอยู่ในที่ที่เป็นของนางเป็นแสงนำทางให้ผู้ที่แสวงหาทางของตนเอง เป็นแรงบันดาลใจให้หญิงสาวผู้ไม่ต้องการถูกจำกัดไว้ในกรอบเดิม
ดวงจันทร์ของฮินะยังคงส่องแสงอยู่เสมอ แต่มีเพียงผู้ที่เงี่ยหูฟังเท่านั้น ที่จะได้ยินเสียงกระซิบของนาง “จงเปล่งประกายในที่ที่เป็นของเจ้า!…”
(นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… “อย่าปล่อยให้โลกที่มองข้ามคุณค่าของเจ้า มากำหนดชะตาชีวิตของเจ้าเอง” เมื่อสถานที่หนึ่งไม่เปิดโอกาสให้เจ้าเปล่งประกาย จงก้าวออกไปและค้นหาที่ที่เจ้าจะฉายแสงได้อย่างแท้จริง
บางครั้ง เราไม่จำเป็นต้องอยู่ในที่ที่ผู้คนยกย่องที่สุด แต่ควรอยู่ในที่ที่ทำให้เรามีคุณค่าและมีความสุขที่สุด , “อย่าปล่อยให้โลกที่ไม่เห็นคุณค่าเจ้า มาบังคับให้เจ้าต้องดับแสงของตัวเอง”)
.
⌛✨💖 นิทานพื้นบ้านโพลินีเซีย: ฮินะ เทพีแห่งดวงจันทร์ 💖✨⌛