ตอนที่ 6: ภาพบาดตา และความจริงที่แสนเจ็บปวด
แสงไฟนีออนสลัวจากห้องพักสี่เหลี่ยมแคบๆ ในย่านชุมชนแออัดของกรุงเทพฯ สาดกระทบลงบนใบหน้าที่เหนื่อยล้าและผ่านมรสุมชีวิตมาอย่างโชกโชนของโอ๋ เสียงพัดลมเพดานเก่าๆ ที่หมุนเอื่อยๆ ส่งเสียงดังน่ารำคาญ ยิ่งขับเน้นให้ค่ำคืนนี้เงียบงันและอ้างว้างยิ่งกว่าทุกค่ำคืน
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ที่เขามีโอกาสได้พบเจอหน้าเฟซบุ๊กของยุ้ยอีกครั้ง การได้กดไลก์ การได้คอยเฝ้ามองดูความก้าวหน้าและความสุขในชีวิตของเธอผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือราคาประหยัด ได้กลายมาเป็น "ลมหายใจหล่อเลี้ยงหัวใจ" เดียวที่ทำให้ผู้ชายมือเปล่าคนนี้มีแรงลุกขึ้นมาสู้ต่อในทุกๆ วัน ท่ามกลางความกดดันจากการทำงานหนัก ทั้งงานโรงงาน งานก่อสร้าง และการเป็น รปภ. ที่ต้องเผชิญกับความอยุติธรรมและความเหนื่อยล้าจนแทบกระอักเลือด
สำหรับโอ๋แล้ว ยุ้ยเปรียบเสมือนแสงสว่างดวงเดียวในโลกอันมืดมิด เป็นตัวแทนของความงดงามและความบริสุทธิ์ที่เขาไม่มีวันเอื้อมถึง แต่เขาก็ยอมรับและมีความสุขดีกับการได้เป็นแค่ "เงา" ที่ยืนอยู่มุมมืดของชีวิตเธอ
จนกระทั่ง... ค่ำคืนนั้นมาถึง
นิ้วมือที่หยาบกร้านและมีรอยแผลเป็นจากการทำงานหนัก เลื่อนหน้าฟีดเฟซบุ๊กไปเรื่อยๆ ตามกิจวัตรก่อนนอน จังหวะนั้นเองที่สายตาของเขาพลันสะดุดเข้ากับโพสต์หนึ่งจากเพื่อนร่วมรุ่นสมัยเรียน... หัวใจของโอ๋กระตุกวูบ ลมหายใจสะดุดกักค้าง ราวกับถูกกระชากลงสู่ห้วงเหวลึกในพริบตาเดียว
ภาพถ่ายพรีเวดดิ้ง... ภาพของหญิงสาวในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ ยืนเคียงคู่กับชายหนุ่มผู้เพียบพร้อม รอยยิ้มที่มีลักยิ้มข้างแก้มอันเป็นเอกลักษณ์ ที่เขาเฝ้าทะนุถนอมไว้ในความทรงจำมาตลอด 23 ปี กำลังแย้มยิ้มอย่างมีความสุขที่สุดให้กับชายอื่น ชายผู้มีหน้าที่การงานมั่นคง มีฐานะ และยืนอยู่บนจุดที่สูงส่งสมกันกับเธอทุกประการ
‘ยุ้ยกำลังจะแต่งงาน...’
คำคำนี้ก้องกังวานซ้ำไปซ้ำมาในโสตประสาท สมองของโอ๋ขาวโพลน ร่างกายแข็งทื่อ มือที่ถือโทรศัพท์มือถือสั่นเทาอย่างรุนแรงจนแทบควบคุมไม่อยู่ ความจริงอันโหดร้ายกระแทกเข้าใส่หน้าอกอย่างจัง ราวกับมีค้อนเหล็กมาทุบซ้ำลงบนแผลเก่าที่ยังไม่หายดี ช่องว่างระหว่างเขากับเธอบนโลกแห่งความเป็นจริง ที่เขาเคยแอบวาดหวังไว้ลมๆ แล้งๆ ว่าสักวันอาจจะมีปาฏิหาริย์ บัดนี้มันได้พังทลายลงกลายเป็น "เหวลึกที่ไม่มีวันข้ามผ่าน" ไปตลอดกาลแล้วจริงๆ
น้ำตาของผู้ชายอกสามศอก ที่ผ่านทั้งความหิวโหย มีไข่ต้มเพียงฟองเดียวประทังชีวิต ผ่านการถูกดูแคลน และผ่านความยากลำบากมานับไม่ถ้วน... ไหลรินอาบสองแก้มเงียบๆ โดยไม่มีแม้แต่เสียงสะอื้น โอ๋ทิ้งตัวลงนั่งกอดเข่าซบหน้าลงกับฝ่ามือตัวเองในความมืดมิดของห้องพัก ความเจ็บปวดครั้งนี้มันกัดกินหัวใจลึกยิ่งกว่าวันที่เขาต้องจากอุทัยธานีมาเสียอีก เพราะในตอนนั้นพวกเขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มสาวที่ไม่มีทางเลือก แต่ในครั้งนี้... มันคือบทสรุปอันเจ็บปวดที่ตอกย้ำความจริงว่า ‘เขาไม่มีวันมีค่าพอที่จะยืนเคียงข้างดวงดาวดวงนี้ได้เลย’
ภาพถ่ายในงานแต่งงานถูกเลื่อนผ่านไปทีละภาพอย่างช้าๆ ทุกรอยยิ้ม ทุกแววตาแห่งความสุข และทุกความสำเร็จของยุ้ยในโพสต์นั้น บาดลึกเข้ามาในความรู้สึกราวกับมีคมมีดกรีดซ้ำลงบนแผลใจ แต่ท่ามกลางความแตกสลายแหลละเอียด ลึกๆ ในก้นบึ้งของหัวใจที่เจ็บปวดร้าวราน โอ๋ก็ยังคงมีความรู้สึกอีกเสี้ยวหนึ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าความเห็นแก่ตัวผุดขึ้นมา
เขากลั้นเสียงสะอื้นสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วใช้นิ้วที่สั่นเทากดปุ่ม "ถูกใจ (Like)" ให้กับภาพวันวิวาห์ของเธอ... เป็นการกดไลก์ครั้งสุดท้ายในฐานะผู้ชายที่รักเธอหมดหัวใจ เป็นการแสดงความยินดีจากมุมมืดของเงา เพื่ออวยพรให้คนที่เขารักที่สุดได้พบกับความสุขที่แท้จริงในแบบที่เธอสมควรได้รับ
หลังจากนั้น โอ๋ตัดสินใจปิดหน้าจอโทรศัพท์ และปล่อยให้ความเงียบงันโอบกอดตัวเองไว้ ในค่ำคืนที่ลมหนาวพัดผ่านหน้าต่างห้องเช่า ชายหนุ่มได้เรียนรู้สัจธรรมอันเจ็บปวดที่สุดของชีวิตว่า... บางคนเกิดมาเพื่อให้เรา "รัก" ด้วยทั้งหมดของหัวใจ แต่ไม่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อให้เรา "ครอบครอง"
โปรดติดตาม ตอนที่ 7
กาลเวลาสีจาง
ลิขิตรัก 23 ปี (เค้าโครงจากเรื่องจริง) ตอนที่ 6: ภาพบาดตา และความจริงที่แสนเจ็บปวด
แสงไฟนีออนสลัวจากห้องพักสี่เหลี่ยมแคบๆ ในย่านชุมชนแออัดของกรุงเทพฯ สาดกระทบลงบนใบหน้าที่เหนื่อยล้าและผ่านมรสุมชีวิตมาอย่างโชกโชนของโอ๋ เสียงพัดลมเพดานเก่าๆ ที่หมุนเอื่อยๆ ส่งเสียงดังน่ารำคาญ ยิ่งขับเน้นให้ค่ำคืนนี้เงียบงันและอ้างว้างยิ่งกว่าทุกค่ำคืน
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ที่เขามีโอกาสได้พบเจอหน้าเฟซบุ๊กของยุ้ยอีกครั้ง การได้กดไลก์ การได้คอยเฝ้ามองดูความก้าวหน้าและความสุขในชีวิตของเธอผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือราคาประหยัด ได้กลายมาเป็น "ลมหายใจหล่อเลี้ยงหัวใจ" เดียวที่ทำให้ผู้ชายมือเปล่าคนนี้มีแรงลุกขึ้นมาสู้ต่อในทุกๆ วัน ท่ามกลางความกดดันจากการทำงานหนัก ทั้งงานโรงงาน งานก่อสร้าง และการเป็น รปภ. ที่ต้องเผชิญกับความอยุติธรรมและความเหนื่อยล้าจนแทบกระอักเลือด
สำหรับโอ๋แล้ว ยุ้ยเปรียบเสมือนแสงสว่างดวงเดียวในโลกอันมืดมิด เป็นตัวแทนของความงดงามและความบริสุทธิ์ที่เขาไม่มีวันเอื้อมถึง แต่เขาก็ยอมรับและมีความสุขดีกับการได้เป็นแค่ "เงา" ที่ยืนอยู่มุมมืดของชีวิตเธอ
จนกระทั่ง... ค่ำคืนนั้นมาถึง
นิ้วมือที่หยาบกร้านและมีรอยแผลเป็นจากการทำงานหนัก เลื่อนหน้าฟีดเฟซบุ๊กไปเรื่อยๆ ตามกิจวัตรก่อนนอน จังหวะนั้นเองที่สายตาของเขาพลันสะดุดเข้ากับโพสต์หนึ่งจากเพื่อนร่วมรุ่นสมัยเรียน... หัวใจของโอ๋กระตุกวูบ ลมหายใจสะดุดกักค้าง ราวกับถูกกระชากลงสู่ห้วงเหวลึกในพริบตาเดียว
ภาพถ่ายพรีเวดดิ้ง... ภาพของหญิงสาวในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ ยืนเคียงคู่กับชายหนุ่มผู้เพียบพร้อม รอยยิ้มที่มีลักยิ้มข้างแก้มอันเป็นเอกลักษณ์ ที่เขาเฝ้าทะนุถนอมไว้ในความทรงจำมาตลอด 23 ปี กำลังแย้มยิ้มอย่างมีความสุขที่สุดให้กับชายอื่น ชายผู้มีหน้าที่การงานมั่นคง มีฐานะ และยืนอยู่บนจุดที่สูงส่งสมกันกับเธอทุกประการ
‘ยุ้ยกำลังจะแต่งงาน...’
คำคำนี้ก้องกังวานซ้ำไปซ้ำมาในโสตประสาท สมองของโอ๋ขาวโพลน ร่างกายแข็งทื่อ มือที่ถือโทรศัพท์มือถือสั่นเทาอย่างรุนแรงจนแทบควบคุมไม่อยู่ ความจริงอันโหดร้ายกระแทกเข้าใส่หน้าอกอย่างจัง ราวกับมีค้อนเหล็กมาทุบซ้ำลงบนแผลเก่าที่ยังไม่หายดี ช่องว่างระหว่างเขากับเธอบนโลกแห่งความเป็นจริง ที่เขาเคยแอบวาดหวังไว้ลมๆ แล้งๆ ว่าสักวันอาจจะมีปาฏิหาริย์ บัดนี้มันได้พังทลายลงกลายเป็น "เหวลึกที่ไม่มีวันข้ามผ่าน" ไปตลอดกาลแล้วจริงๆ
น้ำตาของผู้ชายอกสามศอก ที่ผ่านทั้งความหิวโหย มีไข่ต้มเพียงฟองเดียวประทังชีวิต ผ่านการถูกดูแคลน และผ่านความยากลำบากมานับไม่ถ้วน... ไหลรินอาบสองแก้มเงียบๆ โดยไม่มีแม้แต่เสียงสะอื้น โอ๋ทิ้งตัวลงนั่งกอดเข่าซบหน้าลงกับฝ่ามือตัวเองในความมืดมิดของห้องพัก ความเจ็บปวดครั้งนี้มันกัดกินหัวใจลึกยิ่งกว่าวันที่เขาต้องจากอุทัยธานีมาเสียอีก เพราะในตอนนั้นพวกเขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มสาวที่ไม่มีทางเลือก แต่ในครั้งนี้... มันคือบทสรุปอันเจ็บปวดที่ตอกย้ำความจริงว่า ‘เขาไม่มีวันมีค่าพอที่จะยืนเคียงข้างดวงดาวดวงนี้ได้เลย’
ภาพถ่ายในงานแต่งงานถูกเลื่อนผ่านไปทีละภาพอย่างช้าๆ ทุกรอยยิ้ม ทุกแววตาแห่งความสุข และทุกความสำเร็จของยุ้ยในโพสต์นั้น บาดลึกเข้ามาในความรู้สึกราวกับมีคมมีดกรีดซ้ำลงบนแผลใจ แต่ท่ามกลางความแตกสลายแหลละเอียด ลึกๆ ในก้นบึ้งของหัวใจที่เจ็บปวดร้าวราน โอ๋ก็ยังคงมีความรู้สึกอีกเสี้ยวหนึ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าความเห็นแก่ตัวผุดขึ้นมา
เขากลั้นเสียงสะอื้นสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วใช้นิ้วที่สั่นเทากดปุ่ม "ถูกใจ (Like)" ให้กับภาพวันวิวาห์ของเธอ... เป็นการกดไลก์ครั้งสุดท้ายในฐานะผู้ชายที่รักเธอหมดหัวใจ เป็นการแสดงความยินดีจากมุมมืดของเงา เพื่ออวยพรให้คนที่เขารักที่สุดได้พบกับความสุขที่แท้จริงในแบบที่เธอสมควรได้รับ
หลังจากนั้น โอ๋ตัดสินใจปิดหน้าจอโทรศัพท์ และปล่อยให้ความเงียบงันโอบกอดตัวเองไว้ ในค่ำคืนที่ลมหนาวพัดผ่านหน้าต่างห้องเช่า ชายหนุ่มได้เรียนรู้สัจธรรมอันเจ็บปวดที่สุดของชีวิตว่า... บางคนเกิดมาเพื่อให้เรา "รัก" ด้วยทั้งหมดของหัวใจ แต่ไม่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อให้เรา "ครอบครอง"
โปรดติดตาม ตอนที่ 7
กาลเวลาสีจาง