ลิขิตรัก 23 ปี (เค้าโครงจากเรื่องจริง) ตอนที่ 4: สองโลกที่คู่ขนาน และเงาที่คอยเฝ้ามอง

กาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างเชื่องช้าแต่โหดร้าย ปีแล้วปีเล่าที่ลมหนาวพัดผ่านจังหวัดตาก...
ชีวิตของโอ๋ในวัยเติบโตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มันคือการต่อสู้ดิ้นรนที่กัดกินจิตวิญญาณของเด็กหนุ่มคนหนึ่งอย่างช้าๆ การย้ายครอบครัวมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่จังหวัดตากด้วยความหวังว่าจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดีกว่า แต่ความจริงอันโหดร้ายกลับถาโถมเข้ามาอย่างไม่ปรานี การทำไร่ของครอบครัวประสบปัญหา ขาดทุนซ้ำแล้วซ้ำเล่า หนี้สินพอกพูนขึ้นจนกลายเป็นภาระหนักอึ้ง

ท่ามกลางความมืดมน แม่ของโอ๋ต้องยอมก้มหน้าทำงานหนักเพื่อความอยู่รอดของครอบครัว เธอรับจ้างเป็นกรรมกรแบกหาม และรับจ้างกวาดใบไม้ในโรงงานหรือตามสถานที่ต่างๆ เพื่อหาเงินส่งกลับไปให้ตากับยายที่จังหวัดอุทัยธานี เป็นการแสดงความกตัญญูและดูแลผู้มีพระคุณที่ทำเอาโอ๋จดจำและสำนึกอยู่เสมอ

โอ๋ในวัยที่ต้องเติบโตก่อนวัยอันควร มุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพมหานครหลังจากจบการศึกษาชั้น ม.6 เพื่อแสวงหาโอกาสในการทำงานและช่วยปลดเปลื้องภาระของครอบครัว ชีวิตในเมืองหลวงของเด็กหนุ่มมือเปล่าไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด มันคือสนามรบแห่งการดิ้นรนปากกัดตีนถีบ โอ๋ทำงานทุกอย่างที่มีรายได้ เริ่มต้นจากงานในโรงงานที่เหนื่อยล้าซ้ำซาก ขยับไปเป็นกรรมกรก่อสร้างที่อาศัยอยู่ในแคมป์คนงานอย่างยากลำบาก งาน รปภ.  งานต่างๆผ่านมือโอ๋มาหมด กกับค่าแรงเพียงน้อยนิด ความยากลำบากถาโถมซัดกระหน่ำจนถึงจุดต่ำสุด มีหลายค่ำคืนที่โอ๋ต้องทนนอนหลับด้วยท้องที่หิวโหย โดยมีเพียงไข่ต้มใบเดียวแบ่งกินประทังชีวิตถึงสองมื้อ—มื้อเช้าครึ่งฟอง มื้อเย็นครึ่งฟอง มันเป็นรสชาติความจนที่ฝังลึกอยู่ในความทรงจำจนไม่อาจลืมเลือน ร่างกายที่เหนื่อยล้าจากงานหนัก รอยแผลเป็นจากความลำบากทั้งกายและใจทำให้โอ๋ห่อเหี่ยวและเจียมตัวยิ่งกว่าเดิม เขารู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อย ไม่คู่ควรกับสิ่งสวยงามใดๆ บนโลกใบนี้... รวมถึงผู้หญิงที่เคยเป็นดั่งดวงดาวในใจอย่างยุ้ย ในขณะที่โลกของโอ๋เต็มไปด้วยความมืดมิดและการดิ้นรน...

โลกของยุ้ย หญิงสาวผู้เป็นที่รัก กลับสว่างไสวและงดงามดั่งนิยาย เธอเติบโตขึ้นอย่างสง่าผ่าเผย ใช้ชีวิตในฐานะนิสิตมหาวิทยาลัยชื่อดังใน เดินอยู่บนเส้นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ การศึกษาที่ดี หน้าที่การงานที่มั่นคง และอนาคตที่สดใสรอเธออยู่ตรงหน้า... ทุกอย่างที่ยุ้ยได้รับ เปรียบเสมือนยอดเขาที่สูงเสียดฟ้า เกินกว่าที่ผู้ชายมือเปล่าอย่างโอ๋จะเอื้อมมือข้ามเหวลึกไปถึง ภาพของยุ้ยในชุดรับปริญญา รอยยิ้มที่มีลักยิ้มข้างแก้มยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำของโอ๋ไม่เคยเปลี่ยน แต่ในความเป็นจริง...
โลกของเขากับเธอกลายเป็นเส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบกันไปตลอดกาล ช่องว่างระหว่างพวกเขากลายเป็นกำแพงที่สูงใหญ่ไพศาล เกินกว่าที่เด็กหลังห้องคนหนึ่งจะกล้าปีนป่ายข้ามไป แต่ถึงกระนั้น ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานานนับสิบสามปี โอ๋ไม่เคยลืมรอยยิ้มนั้นเลยสักวัน ในคืนที่เหนื่อยล้าและสิ้นหวังจากการต่อสู้กับชีวิต สิ่งเดียวที่เยียวยาหัวใจที่บอบช้ำของเขาได้ คือการเปิดหน้าจอโทรศัพท์มือถือราคาถูก ส่องดูเรื่องราวและความสุขของยุ้ยผ่านโลกออนไลน์

—แม้ว่าเขาจะเป็นได้เพียงแค่ "เงา" ไร้ตัวตน ที่คอยกดไลก์ ยินดี และน้ำตาซึมอยู่ห่างๆ ด้วยความยินดีและความรักที่ฝังลึกในใจอย่างเจียมตัวก็ตาม *‘ขอแค่ตราบใดที่เธอยิ้มได้... ต่อให้ฉันต้องลำบากจนแทบขาดใจ ก็ไม่เป็นไรเลย ยุ้ย’* ---

โปรดติดตามตอนที่5
กาลเวลาสีจาง
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่