อายุแค่ 30–40 ปี
คุณอาจคิดว่า Stroke ยังเป็นเรื่องไกลตัว
เพราะยังเดินไหว ทำงานไหว
ไม่เคยมีอาการอะไรผิดปกติเลย
แต่รู้ไหมครับว่า คนอายุ 30 กว่า ๆ ก็เป็น Stroke ได้แล้ว!
บางคนเมื่อวานยังขับรถไปทำงาน
ยังเล่นกับลูก ยังออกไปเจอเพื่อน
แต่เมื่อเกิด Stroke ขึ้นมา
ชีวิตหลังจากนั้นอาจเปลี่ยนไปเลยครับ
เพราะ สิ่งที่ยากไม่ใช่แค่การรอดชีวิต
แต่คือการฟื้นฟูให้กลับมาเดิน พูด
และใช้ชีวิตได้เหมือนเดิมอีกครั้ง
บางคนฟื้นตัวได้ดี แต่บางคนต้องฟื้นฟูนาน
หรือมีความพิการหลงเหลืออยู่
ทั้งที่อายุยังไม่ถึง 40 ด้วยซ้ำ
ผมอยากเตือนว่า อย่าเอาคำว่าอายุยังน้อย
หรือยังไม่มีอาการ มาเป็นเหตุผลให้ละเลยสุขภาพ
เพราะความเสี่ยงของหลอดเลือด
อาจสะสมอยู่ในวันที่เรายังรู้สึกแข็งแรง
วันนี้ผมอยากให้เช็ก 5 เรื่องนี้ครับ
1. ไม่เคยวัดความดัน เพราะคิดว่ายังเด็ก!
หลายคนทำงานหนัก กินเค็ม นอนน้อย
แต่ไม่เคยรู้เลยว่าความดันตัวเองเท่าไหร่
เพราะยังไม่ปวดหัวหรือเวียนหัว
ทั้งที่ความดันสูงมักไม่มีอาการ
และเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของ Stroke
ทั้งชนิดหลอดเลือดตีบและเลือดออกในสมอง
เริ่มวัดความดันตั้งแต่วันนี้ครับ
ถ้าค่าเฉลี่ยที่บ้านสูงตั้งแต่ 135/85 mmHg
ควรพบแพทย์เพื่อประเมินและควบคุม
ไม่ต้องรอให้มีอาการก่อน
.
2. กินตามใจจนลงพุง น้ำตาล–ไขมันเริ่มเสีย!
น้ำหวานทุกวัน ของทอดแทบทุกมื้อ
อาหารเค็มจัด กินดึกเป็นประจำ
จนรอบเอวเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ไขมันหน้าท้องสัมพันธ์กับภาวะดื้ออินซูลิน
เบาหวาน ความดัน และไขมันผิดปกติ
ซึ่งล้วนเพิ่มความเสี่ยงหลอดเลือดสมอง
ลองเริ่มจากลดน้ำหวานที่กินประจำ
ลดอาหารทอดและอาหารแปรรูป
เพิ่มผักกับโปรตีนให้เหมาะสม
พร้อมตรวจน้ำตาลและ LDL ตามความเสี่ยงครับ
.
3. นอนวันละ 4–5 ชั่วโมง คิดว่าไหวก็พอ!
ทำงานดึก เล่นมือถือจนตีสอง
แต่ยังต้องตื่นเช้าไปทำงานเหมือนเดิม
บางคนใช้ชีวิตแบบนี้มาหลายปีแล้ว
การนอนน้อยเรื้อรังเกี่ยวข้องกับความดันสูง
และการเผาผลาญที่ผิดปกติ
ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดได้
ลองขยับเวลานอนให้เร็วขึ้นทีละน้อย
ตั้งเป้านอนประมาณ 7–9 ชั่วโมง
ถ้ากรนดัง หยุดหายใจขณะหลับ
หรือง่วงมากผิดปกติ ควรพบแพทย์ครับ
.
4. สูบบุหรี่หรือพอต เพราะคิดว่ายังไม่เห็นผลเสีย!
บางคนสูบเพราะเครียดจากงาน
บางคนเปลี่ยนจากบุหรี่มาเป็นพอต
เพราะคิดว่าน่าจะปลอดภัยกว่า
แต่บุหรี่เพิ่มความเสี่ยงหลอดเลือดตีบ
และการเกิดลิ่มเลือดที่นำไปสู่ Stroke ได้
ส่วนพอตก็ไม่ปลอดภัยต่อหัวใจและหลอดเลือด
แม้ข้อมูลผลระยะยาวยังมีข้อจำกัดครับ
ผมอยากให้เริ่มวางแผนเลิกจริงจัง
กำหนดวันเลิก หลีกเลี่ยงตัวกระตุ้น
และถ้าเลิกเองยาก โทรปรึกษา
สายด่วนเลิกบุหรี่ 1600 ได้ครับ
.
5. นั่งทั้งวัน ไม่ออกกำลังกาย เพราะคิดว่าเหนื่อยจากงานก็พอ!
เช้านั่งรถไปทำงาน กลางวันนั่งหน้าคอม
เย็นกลับบ้านก็นั่งเล่นมือถือ
แทบไม่ได้ขยับตัวตลอดทั้งวัน
การเคลื่อนไหวน้อยสัมพันธ์กับความเสี่ยง
โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึง Stroke
และทำให้จัดการน้ำหนักกับความดันยากขึ้น
เริ่มจากลุกเดินทุก 30–60 นาที
ลองเดินเร็ววันละ 20–30 นาทีตามกำลัง
และฝึกกล้ามเนื้อสัปดาห์ละ 2 วัน
ไม่ต้องรอให้มีเวลาว่างไปฟิตเนสครับ
.
6 สัญญาณ Stroke ที่ต้องรู้ไว้ แม้อายุยังน้อย!
• เดินเซ ทรงตัวไม่ได้ทันที: อยู่ ๆ เดินไม่ตรง ยืนไม่มั่นคง หรือหยิบจับของไม่แม่นผิดปกติ
• การมองเห็นเปลี่ยนเฉียบพลัน: เห็นภาพซ้อน ตามัว หรือมองไม่เห็นบางส่วนของภาพ
• หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงหรือชา: โดยเฉพาะอาการที่เกิดขึ้นข้างเดียวของร่างกาย
• พูดผิดปกติ: พูดไม่ชัด ใช้คำผิด พูดไม่เป็นประโยค หรือฟังคนอื่นไม่เข้าใจ
• สับสนหรือทำสิ่งที่เคยทำได้ไม่ได้ทันที: เช่น ใช้มือไม่ถนัดกะทันหัน หรือไม่รับรู้สิ่งที่อยู่ด้านหนึ่ง
• ปวดศีรษะรุนแรงฉับพลัน: โดยเฉพาะปวดแบบไม่เคยเป็นมาก่อน อาจร่วมกับอาเจียนหรือซึมลง
จำไว้นะครับ ถ้าเกิดอาการเหล่านี้กะทันหัน ให้โทร 1669 ทันที แม้อาการจะหายเองก็ยังต้องรีบประเมิน เพราะอาจเป็น TIA หรือ Stroke ได้
ผมรู้ว่าคนวัย 30–40
เป็นวัยที่กำลังสร้างอะไรหลายอย่าง
ทั้งหน้าที่การงาน บ้าน ครอบครัว และอนาคต
แต่ระหว่างที่พยายามดูแลทุกอย่าง
อย่าลืมดูแลร่างกายที่จะต้องพาเรา
ไปถึงอนาคตนั้นด้วยนะครับ
ตอนนี้ยังเดินไหว พูดได้ ทำงานได้
ไม่ใช่สิ่งที่เราควรรอให้สูญเสียไปก่อน
ถึงจะเห็นความสำคัญของสุขภาพ
Stroke ในคนอายุน้อยไม่ได้เกิดจาก
พฤติกรรมอย่างเดียว ยังมีสาเหตุอื่น
จากหัวใจ หลอดเลือด หรือโรคบางชนิดได้
แต่ปัจจัยเสี่ยงที่ปรับได้ก็ควรเริ่มดูแล
ไม่ต้องรอให้อายุ 50 ก่อน
ถึงจะจริงจังกับสุขภาพตัวเองครับ
5 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำคนวัย 30–40 เป็น Stroke!