อายุ 40 แต่หัวใจอาจแก่ถึง 60! เช็ก 5 ตัวเลขที่บอกความเสี่ยงหัวใจ

อายุในบัตรประชาชน 40 ปี
แต่รู้ไหมครับว่า...
สุขภาพหัวใจของเรา
อาจมีความเสี่ยงเทียบเท่าคนอายุ 60 ปีได้!

บางคนยังเดินไหว ทำงานได้ปกติ
ไม่เคยเจ็บหน้าอก ไม่เคยใจสั่น
แต่พอเปิดผลตรวจสุขภาพดู
ความดันเริ่มสูง ไขมันก็เกิน
น้ำตาลสะสมก็เริ่มขยับขึ้น
ที่น่าสนใจคือ คนอายุเท่ากัน
ไม่ได้มีความเสี่ยงโรคหัวใจเท่ากันครับ

ทางการแพทย์มีแนวคิดที่เรียกว่า
อายุหัวใจ หรือ Heart Age
เป็นการนำปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง
มาประเมินเปรียบเทียบกับคนอายุต่าง ๆ
ไม่ใช่การวัดว่าหัวใจแก่จริงกี่ปี
ข่าวดีคือหลายปัจจัยปรับให้ดีขึ้นได้ครับ
วันนี้ผมอยากชวนทุกคน
หยิบผลตรวจสุขภาพครั้งล่าสุดมาเปิด
แล้วเช็ก 5 ตัวเลขนี้ไปพร้อมกันครับ

1. ความดันโลหิต — ตัวเลขแรกที่หัวใจอยากให้ดู
ลองดูผลความดันของตัวเองครับ
บางคนวัดได้ 118/76
แต่บางคนอยู่ที่ 145/95 เป็นประจำ
สองค่านี้ส่งผลต่อหลอดเลือดต่างกัน
เพราะถ้าความดันสูงต่อเนื่อง
หัวใจต้องสูบฉีดเลือดต้านแรงดันมากขึ้น
และผนังหลอดเลือดก็ได้รับแรงกระแทกมากขึ้นด้วย
ตัวเลขที่อยากให้รู้จัก
• ต่ำกว่า 120/80 mmHg อยู่ในเกณฑ์ปกติตามแนวทาง AHA
• 120–129 และตัวล่างต่ำกว่า 80 เริ่มมีความดันตัวบนสูงกว่าระดับเหมาะสม
• ตั้งแต่ 130/80 ขึ้นไป เข้าช่วงที่ควรประเมินความดันสูงตามเกณฑ์ AHA
• ตั้งแต่ 140/90 ขึ้นไป ยิ่งควรพบแพทย์เพื่อประเมินและจัดการความดัน
ตัวเลขเหล่านี้ต้องดูจากการวัดที่ถูกวิธี
และหลายครั้ง ไม่ใช่วัดครั้งเดียวแล้วฟันธงครับ
.
2. LDL — ไขมันเลวที่ควรดูมากกว่าคอเลสเตอรอลรวม
บางคนตรวจสุขภาพแล้วดีใจ
เพราะคอเลสเตอรอลรวมไม่ได้สูงมาก
แต่พอดู LDL กลับพบว่าเกินเป้า!
LDL คือไขมันที่มีบทบาทสำคัญ
ในการเกิดคราบไขมันสะสมตามผนังหลอดเลือด
ถ้าสูงต่อเนื่องนานหลายปี
ความเสี่ยงหลอดเลือดหัวใจตีบก็เพิ่มขึ้นครับ
ลองเทียบตัวเลข LDL
• ต่ำกว่า 100 mg/dL เป็นเป้าหมายที่ใช้ในคนความเสี่ยงบางกลุ่ม
• ตั้งแต่ 160 mg/dL ถือว่าสูงพอที่ควรประเมินความเสี่ยงและสาเหตุจริงจัง
• ตั้งแต่ 190 mg/dL สูงมาก ต้องประเมินเรื่องไขมันสูงทางพันธุกรรม และมักมีข้อบ่งชี้ใช้ยาลดไขมัน
แต่ถ้าเป็นคนที่เสี่ยงโรคหัวใจสูง
แพทย์อาจตั้งเป้า LDL ต่ำกว่า 70
และบางคนที่มีโรคหลอดเลือดหัวใจ
ร่วมกับความเสี่ยงสูงมาก
อาจต้องคุมให้ ต่ำกว่า 55 mg/dL ครับ
ดังนั้น LDL 100 ไม่ได้เหมาะกับทุกคน
เป้าหมายต้องดูความเสี่ยงร่วมด้วย
.
3. HbA1c — น้ำตาลสะสมที่บอกอะไรได้มากกว่าน้ำตาลวันเดียว
เคยตรวจน้ำตาลตอนเช้าแล้วปกติ
แต่พอดูน้ำตาลสะสมกลับสูงไหมครับ?
HbA1c ช่วยสะท้อนระดับน้ำตาลเฉลี่ย
ในช่วงประมาณ 2–3 เดือนที่ผ่านมา
ถ้าน้ำตาลสูงเรื้อรัง
หลอดเลือดก็มีโอกาสได้รับผลกระทบ
ทั้งที่หัวใจ ไต สมอง และดวงตา
ตัวเลข HbA1c ที่ควรรู้
• ต่ำกว่า 5.7% อยู่ในเกณฑ์ปกติสำหรับการคัดกรองเบาหวาน
• 5.7–6.4% เข้าข่ายภาวะก่อนเบาหวาน
• ตั้งแต่ 6.5% ขึ้นไป เข้าเกณฑ์วินิจฉัยเบาหวาน โดยทั่วไปต้องตรวจยืนยันตามความเหมาะสม
สำหรับคนที่เป็นเบาหวานแล้ว
แพทย์อาจตั้งเป้า HbA1c ต่ำกว่า 7%
หรือปรับตามอายุและโรคร่วม
อย่าเข้าใจว่าน้ำตาลยิ่งต่ำยิ่งดีเสมอไป
เพราะเราต้องป้องกันน้ำตาลต่ำอันตรายด้วยครับ
.
4. HDL — ไขมันดีที่ต่ำเกินไปก็เป็นสัญญาณได้
ถ้า LDL เป็นไขมันที่เราไม่อยากให้สูง
HDL ก็เป็นอีกค่าที่ควรดูครับ
HDL เกี่ยวข้องกับกระบวนการขนส่ง
คอเลสเตอรอลกลับไปจัดการที่ตับ
แต่ที่สำคัญคือ HDL ต่ำ
มักพบร่วมกับภาวะดื้อต่ออินซูลิน
น้ำหนักเกิน และไตรกลีเซอไรด์สูง
ตัวเลขที่ใช้สังเกต HDL ต่ำ
• ผู้ชาย ต่ำกว่า 40 mg/dL
• ผู้หญิง ต่ำกว่า 50 mg/dL
ถ้าต่ำกว่าระดับนี้
อาจเป็นสัญญาณว่าควรดูสุขภาพเมตาบอลิก
และปัจจัยเสี่ยงหัวใจด้านอื่นร่วมกัน
แต่ไม่ได้หมายความว่า
ยิ่งเพิ่ม HDL ให้สูงที่สุดจะยิ่งดีนะครับ
เพราะการเพิ่มตัวเลข HDL อย่างเดียว
ไม่ได้ยืนยันว่าจะช่วยลดหัวใจวายได้
สิ่งที่ควรเน้นคือออกกำลังกาย
หยุดสูบบุหรี่ ดูแลน้ำหนัก
และจัดการ LDL ให้เหมาะกับความเสี่ยงครับ
.
5. eGFR — ค่าไตที่อาจสะท้อนความเสี่ยงหัวใจด้วย
ข้อนี้หลายคนอาจแปลกใจครับ
เพราะเวลาเห็นค่า eGFR
เรามักคิดถึงเรื่องไตเสื่อมอย่างเดียว
แต่ไตกับหัวใจทำงานเกี่ยวข้องกันมาก
ถ้าไตทำงานลดลงเรื้อรัง
ความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
ก็มักเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ตัวเลข eGFR ที่ควรรู้
• ตั้งแต่ 90 ขึ้นไป อยู่ในช่วงการกรองที่ปกติหรือสูง
• 60–89 การกรองลดลงเล็กน้อย ต้องดูอายุและความผิดปกติอื่นร่วมด้วย
• 45–59 การกรองลดลงระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง
• ต่ำกว่า 30 การทำงานของไตลดลงมาก ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด
โดยหน่วยคือ mL/min/1.73 m²
แต่ผมอยากย้ำว่า eGFR 65 ไม่ได้แปลว่าเป็นโรคไตเรื้อรังทันที
ต้องดูว่าผิดปกติต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือนหรือไม่
และมีโปรตีนอัลบูมินรั่วในปัสสาวะหรือเปล่า
บางคนค่า eGFR ยังดูดี
แต่มีโปรตีนรั่วมาก ก็มีความเสี่ยงได้เช่นกันครับ
.
ถ้าอยากให้หัวใจแข็งแรงขึ้น เริ่ม 4 เรื่องนี้ครับ
• ขยับตัวให้มากขึ้น เดินเร็ว ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หรือออกกำลังกายให้ได้ประมาณ 150 นาทีต่อสัปดาห์ และฝึกกล้ามเนื้อร่วมด้วย
• ปรับอาหารให้เป็นมิตรกับหลอดเลือด ลดเค็มจัด ไขมันอิ่มตัวสูง น้ำหวาน เพิ่มผัก ถั่ว ปลา และอาหารที่มีใยอาหาร
• เลิกบุหรี่และดูแลรอบเอว เพราะทั้งบุหรี่และไขมันสะสมบริเวณหน้าท้องเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงโรคหัวใจ
• ตรวจติดตามและรักษาให้ถึงเป้า หากมีความดันสูง เบาหวาน ไขมันสูง หรือโรคไต ควรติดตามผลและใช้ยาตามข้อบ่งชี้ ไม่หยุดยาเองเพียงเพราะเริ่มรู้สึกดีขึ้น
.
สุดท้ายผมอยากให้จำไว้ครับ
อายุ 40 ไม่ได้หมายความว่า
หัวใจจะมีความเสี่ยงเท่าคนอายุ 40 ทุกคน
บางคนสะสมความเสี่ยงมาหลายปี
โดยที่ยังไม่มีอาการอะไรเลย

แต่ข่าวดีคือ เรายังปรับหลายอย่างได้
ตั้งแต่ความดัน ไขมัน น้ำตาล
ไปจนถึงการออกกำลังกายและอาหาร
ผมไม่อยากให้ทุกคนเปิดผลตรวจ
แล้วตกใจว่าตัวเองหัวใจแก่หรือยัง

แต่อยากให้เปิดแล้วคิดว่า
“วันนี้มีค่าไหนที่ฉันเริ่มดูแลให้ดีขึ้นได้บ้าง?”
เพราะอายุในบัตรประชาชนย้อนกลับไม่ได้
แต่ความเสี่ยงโรคหัวใจหลายอย่าง
เราช่วยลดลงได้ตั้งแต่วันนี้ครับ

Cr. FBหมอเจด

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่