"ซอสหอยนางรม เปิดขวดใช้แล้ว ควรปิดให้สนิทและแช่ตู้เย็น ครับ"

"ซอสหอยนางรม เปิดขวดใช้แล้ว ควรปิดให้สนิทและแช่ตู้เย็น ครับ"

มีคำถามจากท่านบ้านครับ ถึงกรณีที่มีคนแชร์ภาพ "ขวดน้ำมันหอย" พร้อมคำเตือนให้แช่ตู้เย็นเอาไว้ เพราะอาจจะเกิดเชื้อราได้ !?

เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงนะครับ  น้ำมันหอยและน้ำซอสอีกหลายชนิด นั้นมีสารอาหารสูง ซึ่งถ้าไม่ได้ใส่สารกันบูด สารกันเชื้อรา และทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องปรกติเป็นเวลานาน โดยไม่ปิดฝาให้สนิท ก็มีสิทธิที่จะมีเชื้อราขึ้นได้ครับ (ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นเฉพาะยี่ห้อที่อยู่ในรูปนี้เท่านั้น)

ดังนั้น ก็จะเห็นได้ว่า ข้างหลังขวดซอส จะมีเขียนคำเตือนเอาไว้ว่า "โปรดปิดฝาครอบ และใส่ตู้เย็น เมื่อใช้แล้วทุกครั้ง"

.. จริงๆ ก็เคยเขียนอธิบายไว้นานแล้วเนื่องจากก่อนหน้านี้ ก็เคยมีกรณีคนพบเชื้อราที่ขวดซอสปรุงรสมาก่อนแล้วด้วย คือ

- ปรกติแล้ว ซีอิ๊วหรือซอสปรุงรส มันจะไม่เสียได้โดยง่าย ถ้ายังไม่ได้เปิดขวด ก็มักจะเก็บรักษาได้เป็นปีโ ดยไม่มีปัญหาอะไร และยิ่งถ้าเก็บไว้ในตู้เย็น ก็จะเก็บได้ยาวนานขึ้น อาจจะได้ถึง 3 ปี

- แต่ปัญหาก็เกิดขึ้นได้ ถ้าขวดซีอิ๊วหรือซอสนั้นถูกเปิดแล้ว และถ้าไม่ได้เก็บไว้ในตู้เย็น เพราะมีเชื้อรา และเชื้อแบคทีเรียหลายชนิด (เช่น พวก Listeria และพวก Staphylococcus aureus) ที่สามารถเจริญเติบโตได้ในสภาวะที่มีโซเดียมสูง และมีสารอาหารอีกหลายชนิด เช่น แป้ง น้ำตาล โปรตีน ให้มันใช้

- ดังนั้น ถ้าซอสของเรามีการปนเปื้อนของเชื้อเหล่านี้ลงไป มันก็อาจจะโต จนเราสังเกตเห็นความผิดปรกติของซอสได้

- ยิ่งพวกซีอิ๊วที่มีโซเดียมต่ำ ก็ยังจะมีโอกาสที่จะเสียได้ง่ายกว่ารุ่นธรรมดา หรือพวกที่ไม่ใส่สารกันบูด (เช่น โซเดียมเบนโซเอต) ก็จะเสียได้ง่ายเช่นกัน

- ดังนั้นเมื่อซื้อซีอิ๊วหรือซอสปรุงรสมา ก็ควรเก็บไว้ตู้เย็นจะดีที่สุด ..

- . ไม่ควรเก็บไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิสูง (ทำให้น้ำระเหย และซอสจะเค็มขึ้น) ที่ที่มีลมโกรก (จะพาเชื้อจุลินทรีย์มากับอากาศ) หรือมีความชื้นสูง (ทำให้เกลือแยกชั้นออกจากซีอิ๊ว และทำให้เชื้อราอาศัยคาร์โบไฮเดรตเป็นอาหารได้ง่ายขึ้น)

- รวมทั้งควรจะซื้อให้เป็นขวดเล็ก ขนาดแค่พอใช้หมดใน 6 เดือนก็พอแล้ว”

ขอยกเอาคำอธิบายโดยละเอียด จากบทความของเพจ Amarin Academy ที่มีการอ้างอิงถึงโพสต์เก่าของผมด้วย  มาให้อ่านกันครับ
-----------------------
(บทความ) #รู้หรือไม่ ทำไมซอสหอยนางรมเปิดแล้วควรเก็บในตู้เย็น!?😱

😳 หลายคนบอก เพิ่งรู้ ไม่เคยแช่ เพราะไม่เคยอ่านฉลากเลย!! นักวิทย์ฯ เตือนเก็บไม่ดี ระวังเชื้อราและแบคทีเรีย❗️
.
ซอสหอยนางรมเปิดใช้แล้วต้องใส่ตู้เย็นทุกครั้ง! สร้างความข้องใจให้กับชาวเน็ตเป็นอย่างมาก ว่าสรุปแล้วเราต้องแช่ซอสหอยนางรม ซอสปรุงรสต่างๆ ไว้ในตู้เย็นหรือไม่? เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กคนหนึ่งได้มาตั้งคำถามในกลุ่ม “งานบ้านที่รัก” ว่าปกติแล้วทุกคนแช่ซอสหอยนางรมหลังใช่กันไหม?
.
เธอโพสต์ว่า “มีใครไม่ได้แช่บ้างคะ สารภาพมาซะดีๆ แล้วที่ผ่านมาเราแซ่บอะไร มันบูดไหม…เรากินซอสหอยนางรมบูดรึเปล่าคะ” พร้อมแนบภาพสลากบนขวดซอสหอยนางรม ที่มีคำระบุว่า “โปรดปิดฝาครอบ และใส่ตู้เย็นเมื่อใช้แล้วทุกครั้ง”
.
ซึ่งเมื่อโพสต์นี้ออกไปก็ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก สมาชิกกลุ่มต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยส่วนใหญ่ล้วนบอกว่า “ไม่เคยแช่เลย ต้องแช่ด้วยหรอ ไม่เคยอ่านฉลากเลย” บ้างก็บอกว่า ตนเองแช่ เพราะเคยมีประสบการณ์เจอคอขวดขึ้นรา มีจุดดำ ๆ ขึ้น เมื่อเปิดฝาแล้วไม่ได้แช่ หลังจากนั้นจึงแช่มาตลอด ไปจนถึงบางคนก็แชร์ว่าตนเองไม่เคยแช่เลย แต่ก็ไม่เคยเจอปัญหาซอสบูดหรือขึ้นรานะ เป็นต้น
.
🔸ทำไมถึงควรแช่ซอสปรุงรส ?🦪
.
📌เว็บไซต์ hongthongrice.com เคยได้อธิบายถึงวิธีการเก็บรักษาเครื่องปรุงไว้อย่างน่าสนใจว่า

🔸ควรให้ความสำคัญกับการเก็บรักษา✨

“การเก็บรักษาเครื่องปรุงที่ไม่ถูกวิธี อาจส่งผลให้เครื่องปรุงมีสี และรสชาติที่เปลี่ยนแปลงไป จะนำมาประกอบอาหารก็ไม่ได้ จนสุดท้ายต้องทิ้ง ซึ่งส่งผลให้เราต้องเสียทั้งเงิน ทั้งเวลาและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย

ไม่ว่าผู้ผลิตจะใช้กรรมวิธีใด ๆ ก็แล้วแต่เพื่อรักษาเครื่องปรุงให้อยู่ได้นาน ก็ย่อมต้องมีวันหมดอายุ และเสียคุณค่าทางอาหารไม่เร็วก็ช้า ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการเก็บรักษาเครื่องปรุง เพื่อให้เครื่องปรุงนั้น ๆ ไม่หมดอายุไปก่อนวันที่ระบุ

🔸อุณหภูมิมีผลต่ออายุ🌡

โดยอุณหภูมิเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เครื่องปรุงมีอายุการใช้งานสั้น เพราะเครื่องปรุงที่นำมาประกอบอาหารบางชนิดเก็บไว้ได้ไม่นานในอากาศที่ร้อน อย่างเช่น ซอสพริก หรือซอสมะเขือเทศ เมื่อนำมาปรุงมาประกอบอาหารแล้วใช้ครั้งเดียวไม่หมด ก็ควรต้องเก็บไว้ในตู้เย็น

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเครื่องปรุงประเภทนั้น ๆ ควรเก็บไว้ในอุณหภูมิแบบใด ก็สามารถดูได้จากฉลากของผลิตภัณฑ์ของเครื่องปรุงนั้น ๆ ที่มักจะมีการระบุว่า “เปิดแล้วควรเก็บในตู้เย็น” หรือ “ควรเก็บให้พ้นแสงแดดและความร้อน”

🔸รูป รส กลิ่นเปลี่ยน🤢

ซึ่งแสงแดดก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้ แต่หลีกเลี่ยงได้ เครื่องปรุงบางชนิด ถ้าวางไว้กลางแดดกลับเป็นผลดี เช่น กะปิ เพราะหากปิดฝาไว้นาน ๆ ควรนำออกมาผึ่งแดดให้แห้ง จะทำให้กะปิไม่เสียเร็ว แต่เครื่องปรุงบางชนิด ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด เช่น น้ำปลา และซอสปรุงรสต่างๆ เพราะจะทำให้รูป รส กลิ่น สี เปลี่ยนไป เครื่องปรุงรสส่วนใหญ่ จึงควรเก็บรักษาในตู้เก็บเครื่องปรุงที่ไม่โดนแสงแดด เพื่อคงรสชาติและถนอมคุณภาพของเครื่องปรุงนั้นให้ใช้ได้นาน ๆ”
.
📌อีกทั้ง รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ก็เคยได้ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ผ่านเฟซบุ๊กเพจ “อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์” ไว้ว่า

🔸เสี่ยงปนเปื้อน🦠

“ปรกติแล้ว ซีอิ๊วหรือซอสปรุงรสมันจะไม่เสียได้โดยง่าย ถ้ายังไม่ได้เปิดขวด ก็มักจะเก็บรักษาได้เป็นปีโดยไม่มีปัญหาอะไร และยิ่งถ้าเก็บไว้ในตู้เย็น ก็จะเก็บได้ยาวนานขึ้น อาจจะได้ถึง 3 ปี

แต่ปัญหาก็เกิดขึ้นได้ ถ้าขวดซีอิ๊วหรือซอสนั้นถูกเปิดแล้ว และถ้าไม่ได้เก็บไว้ในตู้เย็น เพราะมีเชื้อราและเชื้อแบคทีเรียหลายชนิด (เช่น พวก Listeria และพวก Staphylococcus aureus) ที่สามารถเจริญเติบโตได้ในสภาวะที่มีโซเดียมสูง และมีสารอาหารอีกหลายชนิด เช่น แป้ง น้ำตาล โปรตีน ให้มันใช้ ดังนั้นถ้าซอสของเรามีการปนเปื้อนของเชื้อเหล่านี้ลงไป มันก็อาจจะโตจนเราสังเกตเห็นความผิดปรกติของซอสได้

🔸เก็บในตู้เย็นดีที่สุด👍🏻

ยิ่งพวกซีอิ๊วที่มีโซเดียมต่ำ ก็ยังจะมีโอกาสที่จะเสียได้ง่ายกว่ารุ่นธรรมดา หรือพวกที่ไม่ใส่สารกันบูด (เช่น โซเดียมเบนโซเอต) ก็จะเสียได้ง่ายเช่นกัน ดังนั้นเมื่อซื้อซีอิ๊วหรือซอสปรุงรสมา ก็ควรเก็บไว้ตู้เย็นจะดีที่สุด ... ไม่ควรเก็บไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิสูง (ทำให้น้ำระเหย และซอสจะเค็มขึ้น) ที่ที่มีลมโกรก (จะพาเชื้อจุลินทรีย์มากับอากาศ) หรือมีความชื้นสูง (ทำให้เกลือแยกชั้นออกจากซีอิ๊ว และทำให้เชื้อราอาศัยคาร์โบไฮเดรตเป็นอาหารได้ง่ายขึ้น) รวมทั้งควรจะซื้อให้เป็นขวดเล็ก ขนาดแค่พอใช้หมดใน 6 เดือนก็พอแล้ว”
.
เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว เราควรต้องหันมาให้ความสำคัญกับการเก็บรักษาซอสปรุงรสต่าง ๆ ในครัวแล้วล่ะ เพราะถ้าซอสนั้น ๆ ขึ้นราหรือหมดอายุ ไม่ใช่แค่เราจะต้องสูญเสียมันไปอย่างเปล่าประโยชน์ แต่หากเราบริโภคเชื้อราหรือสิ่งปนเปื้อนนั้นเข้าไป ก็อาจสร้างผลเสียให้กับร่างกายของเราได้ ฉะนั้นก่อนเก็บเครื่องปรุงอย่าลืมดูฉลากข้างขวด และก่อนบริโภคก็ตรวจสอบดูให้ดี ๆ ก่อนว่า เครื่องปรุงนั้น ๆ ยังอยู่ในสภาพที่สามารรับประทานได้หรือไม่ด้วยนะ❗️
.
ที่มา : อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่