เนื้อหมูแต่ละชิ้น เหมาะทำอาหารอะไรที่สุด?



เนื้อหมูแต่ละชิ้น เหมาะทำอาหารอะไรที่สุด?

รู้จักเนื้อหมูแต่ละส่วน เลือกให้ถูก อร่อยขึ้นแน่นอน!

เนื้อหมูเป็นวัตถุดิบยอดนิยมที่นำมาประกอบอาหารได้หลากหลาย แต่รู้หรือไม่ว่า เนื้อหมูแต่ละส่วนมีความนุ่ม ปริมาณไขมัน และลักษณะเส้นใยแตกต่างกัน การเลือกเนื้อให้เหมาะกับเมนูจึงช่วยให้อาหารมีรสสัมผัสที่ดีขึ้น

12 ส่วนของหมู เหมาะกับเมนูอะไรบ้าง?

1. สันคอหมู (Pork Collar)

มีไขมันแทรกอยู่ระหว่างกล้ามเนื้อ ทำให้เนื้อนุ่ม ชุ่มฉ่ำ ไม่แห้งง่ายเมื่อผ่านความร้อน

เมนูแนะนำ: คอหมูย่าง หมูปิ้ง หมูกระทะ สเต๊กหมู และหมูย่างเกาหลี

2. สันนอกหมู (Pork Loin)

เนื้อค่อนข้างแน่น มีไขมันไม่มาก บางชิ้นมีมันติดบริเวณขอบ เหมาะกับการทอดหรือย่างโดยไม่ใช้เวลานานเกินไป

เมนูแนะนำ: หมูทอดทงคัตสึ สเต๊กหมู หมูทอดกระเทียม และหมูผัด

3. สันในหมู (Pork Tenderloin)

เป็นหนึ่งในส่วนที่นุ่มที่สุด มีไขมันน้อย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเนื้อหมูไม่ติดมัน

เมนูแนะนำ: สเต๊กหมู หมูผัดพริกไทยดำ หมูย่าง หมูแดง และหมูหมักนุ่ม

4. สันกลางหมู

เป็นชื่อเรียกชิ้นเนื้อบริเวณแนวสันหลังในบางร้าน โดยรายละเอียดการตัดแต่งอาจแตกต่างกัน ควรสอบถามผู้ขายว่าเป็นส่วนใดของสันหมู

เมนูแนะนำ: สเต๊ก หมูทอด หมูอบ และหมูย่าง

5. หมูสามชั้น (Pork Belly)

มีเนื้อแดงและไขมันสลับกันเป็นชั้น ๆ บางชิ้นมีหนังติดอยู่ ทำให้มีรสสัมผัสนุ่ม มัน และชุ่มฉ่ำ

เมนูแนะนำ: หมูกรอบ หมูทอดน้ำปลา หมูสามชั้นคั่วพริกเกลือ หมูพะโล้ และหมูสามชั้นย่าง

6. ซี่โครงหมู (Pork Ribs)

เป็นส่วนกระดูกที่มีเนื้อติดอยู่ มีเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน การปรุงด้วยความร้อนอย่างเหมาะสมจะช่วยให้เนื้อนุ่มและล่อนจากกระดูก

เมนูแนะนำ: ซี่โครงหมูอบบาร์บีคิว ซี่โครงหมูตุ๋น ต้มแซ่บ และซุปกระดูกหมู

7. สะโพกหมู (Pork Leg / Ham)

มีเนื้อแดงมาก ไขมันค่อนข้างน้อย เนื้อแน่น หากปรุงนานเกินไปอาจแห้งได้

เมนูแนะนำ: หมูผัด หมูทอดกระเทียม หมูบด หมูหมักนุ่ม และหมูอบ

8. หัวหมู

ประกอบด้วยหลายส่วน เช่น แก้ม หู และลิ้น มีทั้งหนัง ไขมัน และเนื้อ ซึ่งให้รสสัมผัสแตกต่างกัน

เมนูแนะนำ: หัวหมูพะโล้ หัวหมูต้ม หูหมูยำ และแก้มหมูตุ๋น

9. ขาหน้าหมู

มีกล้ามเนื้อ เอ็น และเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน เหมาะกับการตุ๋นเป็นเวลานานเพื่อให้เนื้อนุ่ม

เมนูแนะนำ: ขาหมูพะโล้ ขาหมูตุ๋น และขาหมูต้มเค็ม

10. ขาหลังหมู

มีเนื้อค่อนข้างมาก และมีกล้ามเนื้อแน่น สามารถนำไปตุ๋น อบ หรือแปรรูปได้หลายรูปแบบ

เมนูแนะนำ: ขาหมูพะโล้ ขาหมูอบ และขาหมูตุ๋นสมุนไพร

11. หนังหมู (Pork Skin)

ประกอบด้วยเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่มีคอลลาเจนเป็นองค์ประกอบสำคัญ หนังที่ติดชั้นไขมันจะให้พลังงานและไขมันมากขึ้น

เมนูแนะนำ: แคบหมู หนังหมูต้ม ยำหนังหมู และหนังหมูทอดกรอบ

12. หมูบดและเครื่องในหมู

หมูบดไม่ใช่ชิ้นส่วนเฉพาะ แต่เป็นเนื้อหมูที่ผ่านการบด สามารถเลือกสัดส่วนเนื้อแดงและไขมันได้ ส่วนเครื่องใน เช่น ตับ หัวใจ และไต มีสารอาหารแตกต่างกัน

เมนูแนะนำ: กะเพราหมูบด ต้มจืดหมูสับ ลาบหมู ตับผัดกระเทียม และต้มเลือดหมู

5 เรื่องสำคัญเกี่ยวกับเนื้อหมู

1. หมูแต่ละส่วนให้รสสัมผัสต่างกัน

เนื้อหมูมีทั้งส่วนที่นุ่ม ส่วนที่แน่น และส่วนที่มีไขมันแทรกมาก การเลือกชิ้นเนื้อจึงส่งผลโดยตรงต่อความอร่อยของอาหาร

2. เนื้อหมูแต่ละส่วนมีคุณค่าทางโภชนาการแตกต่างกัน

ส่วนที่มีไขมันมากมักให้พลังงานสูงกว่าเนื้อแดงไม่ติดมัน ส่วนปริมาณโปรตีน ไขมัน และแร่ธาตุขึ้นอยู่กับชิ้นส่วนและวิธีปรุง

3. เลือกวิธีปรุงให้เหมาะกับลักษณะเนื้อ

* ย่างหรือทอด: สันคอ สันนอก และสามชั้น
* ผัดเร็ว: สันใน สันนอก และสะโพกที่หั่นบาง
* ตุ๋นหรืออบนาน: ไหล่ ซี่โครง และขาหมู
* ทำซุป: กระดูกหมูและซี่โครง

4. ความสุกของเนื้อหมูสำคัญต่อความปลอดภัย

ตามคำแนะนำของ USDA เนื้อหมูชิ้นเต็ม เช่น สเต๊กหรือชิ้นอบ ควรมีอุณหภูมิภายในอย่างน้อย 63°C และพักเนื้ออย่างน้อย 3 นาที ส่วนหมูบดควรมีอุณหภูมิภายในอย่างน้อย 71°C

ควรใช้เทอร์โมมิเตอร์อาหารตรวจวัด เพราะสีของเนื้อเพียงอย่างเดียวไม่สามารถยืนยันความปลอดภัยได้

5. เนื้อหมูมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย

เนื้อหมูเป็นแหล่งโปรตีน วิตามินบี 1 วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 และแร่ธาตุบางชนิด เช่น สังกะสีและธาตุเหล็ก ซึ่งมีส่วนช่วยในการทำงานของร่างกาย ควรเลือกรับประทานให้หลากหลายและในปริมาณเหมาะสม

ที่มา : https://mgronline.com/infographic/detail/9690000101846?tbref=hp
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่